ตอนที่11 การปะลองระหว่างตระูกล
ผ่านไปสองสัปดาห์...
ภายในเมืองเวหามีผู้คนคึกคักเป็อย่างมากเนื่องจากมีการจัดงานเทศกาลต่างๆพร้อมทั้งมีการประลองยุทธในทุกๆปีด้วยตามตรอกซอกซอยต่างคัับคั้งไปด้วยผู้คนบ้านเมืองทรงจีนตกแต่งสวยงามด้วยโคมไฟสว่างไสวตลอดคืน
ชายคนหนึ่งนั่งพูดคุยกับเพื่อนอยู่อีกสองสามคนที่อยู่บนชั้นสองของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมืองเวหา
"เ้าว่าปีนีเตระกูลไหนจะได้ที่หนึ่งกันละ"
"ข้าคิดว่าน่าจะเป็ตระกูลลำดับที่หนึ่งนั้นแหละเหมือนเช่นเคยด้วนทักษะที่มีแต่ระดับกลางขึ้นไปนั้นทำให้พวกเขาดูแข็งแกร็งมาก"
"แต่ข้าว่าลำดับที่สามที่สี่ดูแข็งแกร็งขึ้นนะด้วยการประมูลได้ทักษะระดับกลางไปได้หลายเล่ม"
"ตระกูลที่น่าจะตกอันดับน่าจะเป็ตระกูลลำดับที่เก้านะดูอ่อนแอลงไปมากใน่หลังนี้"
ซึ่งตระกูลลำดับที่เก้าคือตระกูลเลี่ยงหรงนั้นเอง หน้าทางเข้าสนามประลองมีคนจำนวนมากกำลังซื้อตั๋วอยู่หลายตระกูลพารุ่นเยาว์ไปลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วเอาไปรอด้านในเกือบครบแล้วไม่เกินครึ่งชั่วยามทุกตระกูลมากันครบ...
การประลองถูกแบ่งเป็สิบเวทีแต่ละเวทีจะมีสิบตระกูลรวมแล้วจะได้สามร้อยคนพอดีเพราะแต่ละตระกูลสามารถส่งรุ่นเยาว์ได้เพียงสามสิบคนเท่านั้นโดยมีกฎอยู่ผู้ที่เหลือสิบคนสุดท้ายจะผ่านเข้ารอบไป..
ซึ่งเวลาจะเรียกชื่อเวทีโดยจะเรียกตามลำดับของตระกูลใหญ่ทั้งสิบภายในสนามประลองมีอัฒจัันทร์ล้อมรอบทุกด้านสามารถรองรับผู้คนได้ถึงห้าพันคนเลยทีเดียว
เมื่อผู้คนทยอยเข้ามาจนจะเกือบแต็มอัฒจันทร์แล้วเ้าจึงกล่าวเปิดงานในทันที
"เริ่มงานประลองได้และข้ามีของขวัญชิ้นพิเศษที่จะมอบให้กับผู้ชนะในครั้งนี้.."
สิ้นคำกล่าวเ้าเมืองเสียงกู่ร้องดังสะนั่นทั่วบริเวณจากความตื่นเต้นของเหล่าผู้ชมนั้นเอง
"เ้ามั่นใจนะว่าจะส่งลูกชายของเ้าลงประลองด้วยหลี่เฉียง"
"แน่นอนขอรับท่านผู้นำตระกูล"
ที่ผู้นำตระกูลกล่าวไปนั้นเพราะเป็กังวลว่าช่างลี่จะได้รับาเ็ถึงแม้ว่า่หลังมานี้ระดับพลังช่างลี่จะสูงขึ้นอย่างน่าใก็ตาม
"เอาละในเมื่อเ้าตัดสินใจเช่นนั้นข้าก็จะไม่ว่าอะไรขเาเพียงแค่เป็ห่วงเขาเท่านั้นเอง"
"ขอบคุณผู้นำตระกูล"หลี่เฉียงกล่าว
ซึ่งการประลองผ่านไปสักพักแต่ไม่ได้มีความผิดคาดแต่อย่างใดเหล่าตระกูลใหญ่ไม่ถูกใจมตีจากเหล่าตระกูลเล็กๆที่ร่วมลงประลองเลย
เพราะเหล่าตระกูลเล็กไม่มีทักษะระดับกลางเลยมันจึงต่อสู้กันแต่เหล่าตระกูลเล็กด้วยกันก่อน
ยกเว้นการประลองที่เวทีที่เก้าเพราะว่าเหล่าบรรดาตระกูลเล็กร่วมมือกันโจมตีตระกูลเลี่ยงหรง
"จัดการไอ้ตระกูลลำดับเก้าก่อนเลย"
"ใช่ พวกมันมีทักษะระดับกลางไม่กี่ทักษะแถมเป็ขั้นต้นอีกอย่าได้ไปกลัว"
ชายหนุ่มผู้หนึ่งพูดขึ้นเพื่อให้ทุกคนร่วมมือกำจัดตระกูลลำดับที่เก้าก่อนเพราะระดับพลังของมันนั้นสูงใช้ได้เลยที่เดียวคือรากฐานขั้นเจ็ด่ต้น แต่มันก็ตรวจสอบพบว่าตระกูลลำดับที่เก้าก็มีระดับใกล้เคียงกับมันจึงใช้แผ่นการทำให้เหนื่อยล้าซะก่อนตัวมันจึงเข้าจัดการในภายหลัง
ทักษะต่างถูกนำมาใช้โจมตีใส่ตระกูลเลี่ยงหรงอย่างบ้าคลั้งเลย
ตูมๆ....
ตูม..
"ขืนเป็แบบนี้เราต้านไม่ไหวแน่"
กังเหว่ยสบถออกมาด้วยความโกรธ
เนื่องจากเขาโดนรุ่มอยู่ทุกคนในตระกูลก็เช่นกันยกเว้นช่างลี่ที่ไม่มีใครสนใจด้วยระดับพลังที่น้อยนิดเกินไปเพียงแค่รากฐานขั้นที่สี่่ปลายเท่านั้น
เมื่อเหย่ฉีเห็นว่าทุกคนกำลังเสียเปรียบด้วยฐานะลูกสาวผู้นำตระกูลนางจึงสั่งให้ทุกคนมารวมกันและใช้ทักษะระดับกลางของตระกูล
[ทักษะโลพิทักษ์]
หวืด...
ตูม...
ปรากฏโล่ขนาดใหญ่ออกมาตั้งขวางการโจมตีไว้แต่ว่าทักษะนี้ก็กินพลังเอามากๆเช่นกัน
ถ้าจะใช้อีกครั้งคงไม่ไหวทุกคนต่างเหนื่อยหอบยกเว้นช่างลี่ที่ไม่ได้ทำอะไรเลย
อันที่จริงช่างลี่นั้นไม่ได้ยืนอยู่เฉยๆหรอกเข้าใช้ทักษะวิชาตัวเบาก้าวย่างสยบนภาซึ่งเป็ทักษะระดับลี้ลับไม่มีใครในที่นี้สามารถมองได้ทันต่อให้เป็ระดับปรมาจารย์ยุทธไม่อาจมองได้ทันเหมือนว่าเขานั้นยืนอยู่นิ่งกับที่และใช้ใช้ทักษะหมัดลบเลือนระดับลี้ลับเช่นกันลบพลังบางสวนจากการโจมตีออกไปโดยที่ไม่มีใครรู้ซึ่งสองทักษะนี้ช่างลี่เอาออกมาจากแหวนมิติของหงส์หลงนั้นเองและฝึกมาตลอดสองสัปดาห์จนชำนาญแล้ว
ซึ่งในตอนนี้ผู้ที่ยังสู้ไหวมีเพียงเหย่ฉี เทียนสือและกังเหว่ยเท่านั้นทั้งสามเป็ผู้มีระดับพลังสู้กว่าคนที่เหลือด้วยระดับรากฐานขั้นเจ็ดและหกผ่านไปสองชั่วยามสนามประลองอื่นๆจบลงแล้วโดยผลส่วนมากก็จะเป็ตระกูลใหญ่ตามที่คาดการณ์ไว้โดยแต่ละสนามจะมีผู้ผ่านเข้ารอบเพียงสิบคนเท่านั้น
สนามที่เก้าเหลือคนบนเวทีเพียงสามสิบคนเท่านั้นโดยที่เหย่ฉีจัดการไปได้ยี่สิบรวมถึงเทียนสือกังเหว่ยด้วยรวมๆแล้วหกสิบส่วนคนอื่นๆยอมแพ้บ้างหมดสติาเ็ที่ยังสู้ไหวมีเพียงสามสิบคนเท่านั้นบนเวทีเมื่อผู้ชมบนเวทีมองไปที่ช่างลี่พูดคุยกัน
"เ้าเห็นไหมเ้าหยูนั้นไม่ได้ทำอะไรเลย"
"ใช่ๆๆๆ"
ผู้คนต่างหันมาสนใจเวทีที่เก้าแล้วนะตอนนี้เวทีอื่นจบลงไปหมดแล้วซึ่งที่จริงแล้วช่างลี่ได้ใช้ทักษะต่างๆของเขาจัดการไปถึงร้อยห้าสิบคนแล้วโดยที่ไม่มีใครสงสัยเลยทำเหมือนกำลังสู้กันแล้วต่างฝ่ายต่างตกเวทีไปเอง