ตอนที่ 30หลินเซียงเอ๋อร์
เมื่อพวกนางกลับไปถึงหมู่บ้านก็มืดค่ำแล้ว
เมื่อหลินซิ่วเห็นหลินหร่วนกลับมานางจึงวิ่งเข้าไปหาหลินหร่วนทันใดสายตาของนางเหลือบไปเห็นกระต่ายที่อยู่ในมือของหลินหร่วน ดังนั้นนางจึงปรบมือดีใจเสียยกใหญ่แล้วะโออกมาว่า"ไอหยา...มีเนื้อกินอีกแล้ว"
หลินหร่วนส่ายศีรษะอย่างนึกขบขันเมื่อสองวันก่อนหลินซิ่วบ่นอยากกินเนื้อกระต่ายหลังจากนางได้ลองกินเนื้อกระต่ายย่างในวันนั้นนางก็จดจำกลิ่นหอมของเนื้อกระต่ายได้อย่างแม่นยำ บัดนี้นางได้หลงลืมความน่ารักของกระต่ายไปจนสิ้นแล้ว
หลินหร่วนส่งตะกร้าใบเล็กที่มีผลเบอร์รี่ป่าด้านในให้หลินซิ่วจากนั้นก็หยิบมีดทำครัวของตระกูลโจวออกมาแล้วเดินไปยังแม่น้ำพร้อมกับกระต่ายตัวอวบอ้วนในอ้อมแขนของนางตะกร้าใส่เบอร์รี่ป่ามีน้ำหนักเพียงสามถึงห้าชั่งเท่านั้นทว่าหลินซิ่วกลับยกมันด้วยความทุลักทุเล
หลินหร่วนสับกระต่ายเป็ชิ้นๆ ั้แ่นางอาศัยอยู่ในบ้านของตระกูลโจวโดยปกตินางจะมิเข้าครัวเพื่อทำอาหาร ทว่าจะคอยช่วยฉินซื่อจุดไฟแทน
ฉินซื่อมองดูเนื้อกระต่ายด้วยความลำบากใจนางสามารถทำอาหารได้ ทว่านางมิมีประสบการณ์มากนักในการทำเนื้อสัตว์นางกลัวว่าจะเสียของ ดังนั้นฉินซื่อจึงไหว้วานให้ป้าโจวมาช่วยทำ
ฝีมือของป้าโจวเป็ที่เลื่องลือกระต่ายอวบอ้วนถูกทำเป็เนื้อตุ๋นผสมกับฟักเขียวจนกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปไกล
หลินหร่วนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอแล้วเอ่ยว่า“ท่านป้า ตักแบ่งให้ป้าห้ากับป้าหกคนละถ้วยเถิด”
หลินหร่วนคือเ้าของกระต่ายตัวนี้ดังนั้นนางจะแบ่งให้ผู้ใดก็ย่อมได้
ป้าโจวรีบหยิบชามใบใหญ่สองใบแล้วตักเนื้อกระต่ายตุ๋นใส่จนเต็มจากนั้นก็เรียกโจวเหลียนเอ๋อให้นำไปส่ง
หลินหร่วนครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยว่า"ข้าจะไปเป็เพื่อนพี่เหลียนเอ๋อเอง"
ตระกูลโจวมีพี่น้องหลายคนหากมอบให้เพียงป้าห้ากับป้าหกเกรงว่าจะดูมิดีเท่าใดนัก
ทว่ามันต่างออกไปหากนางเดินตามไปด้วย เพราะนางคือเ้าของกระต่ายตัวนี้ดังนั้นมันย่อมขึ้นอยู่กับนางว่าจะแบ่งให้ผู้ใดบ้างวันนี้ป้าห้ากับป้าหกชวนนางไปเก็บเบอร์รี่ป่าดังนั้นนางจึง้าแบ่งเนื้อกระต่ายให้แก่พวกเขา เช่นนี้พี่น้องคนอื่น ๆย่อมขัดอันใดมิได้
ป้าโจวฟังการจัดการของหลินหร่วนพร้อมกับพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ“ข้าจะตักเนื้อกระต่ายตุ๋นอีกชาม เ้านำไปส่งให้บิดาของเ้าด้วยเถิด”
หากมอบมันให้แก่พี่น้องตระกูลโจวแต่มิให้ตระกูลหลิน เช่นนั้นคงน่าเกลียดเกินไป
หลินหร่วนโบกมือปัด“มิจำเป็หรอกเ้าค่ะ ท่านพ่อของข้าคงมิได้กินหากส่งไปแม่ลูกแซ่หวังคงมิเหลือแม้แต่น้ำแกงให้บิดาของข้า”
เมื่อป้าโจวได้ยินนางเอ่ยเช่นนั้นจึงมิได้ดึงดันอีกต่อไป
ป้าห้าและป้าหกอาศัยอยู่มิไกลกันมากนักโจวเหลียนเอ๋อร์กับหลินหร่วนยกเนื้อกระต่ายตุ๋นคนละชามไปส่งให้ป้าห้ากับป้าหก
เมื่อพวกเขามาถึงบ้านของป้าห้าป้าห้าเป็ผู้ดูแลอาหารเย็น เมื่อนางเห็นหลินหร่วนถือชามเข้ามานางจึงมีความสุขเป็อย่างมากจนหุบยิ้มมิได้
“เ้ามีกระต่ายเพียงแค่ตัวเดียวเหตุใดถึงส่งมาที่นี่เล่า? ”
หลินหร่วนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม"ป้าโจวทำเนื้อกระต่ายตุ๋นหม้อใหญ่ ข้าจึงแบ่งมาให้ท่านชิมเยี่ยงไรพวกท่านก็ควรได้รับส่วนแบ่ง"
“ข้าจะรับเอาไว้เด็ก ๆ ที่บ้านร้องหาเนื้ออยู่ทุกวี่ทุกวัน”
ป้าห้าหยิบชามเนื้อกระต่ายตุ๋นเข้าไปในครัวจากนั้นก็ทำการล้างชาม แล้วใส่ผักทอดลงไปแทน
“มันอาจจะมิดีเท่าเนื้อของเ้าทว่าข้าอยากให้เ้าได้ชิมฝีมือของข้าบ้าง”
หลินหร่วนรับมันมาด้วยรอยยิ้มเมื่อกล่าวขอบคุณเรียบร้อยแล้ว จึงไปที่บ้านของป้าหกต่อ
ในขณะที่พวกเขากำลังจะไปถึงประตูบ้านของป้าหกก็เกือบจะชนเข้ากับหลินเหม่ยและหลินเซียงเอ๋อร์
หลินเซียงเออร์เป็บุตรีคนสุดท้องของนางหลินนางถูกดูแลทะนุถนอมราวกับไข่ในหินเนื่องจากเมื่อสามปีที่แล้วมีนักบวชผู้หนึ่งเดินผ่านบ้านของนางนักบวชผู้นั้นได้ขอเติมน้ำพร้อมกับชี้ไปยังลานบ้านตระกูลหลิน จากนั้นก็กล่าวออกมาว่าในอนาคตตระกูลหลินจะมีบุตรสาวผู้สูงศักดิ์ซึ่งจะทอประกายแสงเหนือทับหลังของตระกูลหลินมากกว่าสามชั่วอายุคน
ดังนั้นนางหลินจึงคิดว่าหลินเซียงเอ๋อร์คือบุตรีทองคำตระกูลหลินเชื่อมั่นเป็อย่างยิ่งว่าหลินเซียงเออร์จะกลายเป็สตรีสูงศักดิ์ในอนาคตแล้วนำพาตระกูลหลินให้เจริญก้าวหน้าสืบไป
หลินเซียงเอ๋อร์มิจำเป็ต้องทำอันใดในตระกูลหลินทุกสิ่งอย่างจะถูกจัดการโดยนางหลิน สะใภ้ใหญ่และลูกสะใภ้รองของตระกูลหลิน
หลินเซียงเอ๋อร์ได้รับการเลี้ยงดูอย่างบริสุทธิ์และอ่อนโยนนางดูมิเหมือนหญิงสาวบ้านนอกเลยสักนิดเพียงแต่ว่ารูปร่างหน้าตาของนางเป็ไปตามบรรทัดฐานของตระกูลหลินดังนั้นนางจึงถูกมองว่าเป็คนซื่อตรงเพียงเท่านั้น
ั้แ่โบราณมีคำกล่าวที่ว่า...แค่เพียงมีผิวขาวก็สามารถบดบังความอัปลักษณ์ทั้งหมดได้หลินเซียงเอ๋อร์มักจะมิค่อยออกไปที่ใด นางกินและสวมเสื้อผ้าที่ดีที่สุดในวันธรรมดา
นางมักจะออกมาข้างนอกเป็ครั้งคราสายตาของชายหนุ่มในหมู่บ้านล้วนจะจดจ้องไปที่นาง ตระกูลหลินขึ้นชื่อเื่สตรีงามทั้งยังได้รับการขนานนามว่างามล่มเมือง
อย่ามองว่าหลินเซียงเอ๋อร์อายุเพียงสิบสามหรือสิบสี่ปีบัดนี้มีแม่สื่อมาเคาะประตูบ้านของตระกูลหลินจนหัวกระใดมิแห้งเพียงแต่หลินเซียงเอ๋อร์เป็ดั่งหงส์ที่ถูกเลี้ยงดูมาดังนั้นพวกเขาจะมองหาดินโคลนในหมู่บ้านได้เยี่ยงไร
ยิ่งเป็เช่นนี้ก็ยิ่งมีแม่สื่อเพิ่มมากขึ้นหลินเซียงเอ๋อร์ยังคงรักษารูปลักษณ์สง่างามในวันธรรมดาสะใภ้ของตระกูลหลินได้รับการปฏิบัติราวกับสาวใช้
มองผิวเผินดูเหมือนว่าหลินเซียงเอ๋อร์เป็สตรีผู้อ่อนโยนทว่าในความเป็จริง บุคลิกของนางก็มิต่างอันใดกับนางหลิน
เ้าของร่างเดิมเคยดูแลหลินเซียงเอ๋อร์มาก่อนทว่าบัดนี้หลินหร่วนแยกครอบครัวออกมาแล้ว นางมิจำเป็ต้องวนเวียนอยู่รอบ ๆสตรีผู้สูงศักดิ์ในอนาคตผู้นี้อีก
ทันทีที่หลินเหมยเห็นหลินหร่วนนางก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานและของที่หลินหร่วนเอาไปทันใดนั้นนางก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเกลียดชัง
บัดนี้นางทราบดีว่าหลินหร่วนเปลี่ยนไปแล้วนางมิใช่เด็กสาวที่ยอมถูกกลั่นแกล้งอีกต่อไปหากนางกล้าที่จะสั่งสอนหลินหร่วนในตอนนี้ คนที่ต้องทนทุกข์คงจะเป็ตัวนางเอง
ทว่านางมิอาจกล้ำกลืนความโกรธในหัวใจของนางได้มิเช่นนั้นนางจะมิมีความสุข ในขณะที่นางกำลังครุ่นคิดถึงเื่ต่าง ๆเมื่อสายลมพัดมาจึงได้กลิ่นเนื้อลอยมาทันที
หลินเหม่ยสูดกลิ่นหอมแรงๆ พลางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ช่างหอมยิ่งนัก
บัดนี้หลินหร่วนกับโจวเหลียนเอ๋อร์เดินผ่านพวกนางไป
กลิ่นเนื้อรุนแรงขึ้น
ทั้งยังกระตุ้นความหิวของพวกนางได้เป็อย่างดี
แม้ว่าตระกูลหลินจะทำให้นางเสียเปรียบอยู่เสมอทว่าสถานะโดยรวมก็มิได้แตกต่างกันมากนักบุตรทั้งสี่คนของนางหลินล้วนได้รับการศึกษา ส่วนหลินเซียงเอ๋อร์นางมิต้องทำงานบ้านและในบางมื้อยังได้กินไข่ต้มเป็ครั้งครา... นางจะได้กินเนื้อใน่เทศกาลเท่านั้น
บัดนี้นางได้กลิ่นหอมของเนื้อน้ำลายในปากของนางแตกฟองขึ้นมาทันใด
หลินเหมยจ้องมองเข้าไปในตะกร้าพลันเห็นเนื้อกระต่ายตุ๋นชามใหญ่ในทันใด
จะดีเพียงใดหากได้กินเนื้อตุ๋นชามใหญ่นี้
หลินเหมยกลอกตาไปมาทันใดนั้นก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา นางเอื้อมมือออกไปเบื้องหน้าเพื่อหยุดหลินหร่วนเอาไว้
“หลินหร่วนเ้าหยิ่งทะนงมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เ้ามิเห็นท่านน้าเล็กอยู่ในสายตาเลยหรือเ้ามิทักทายนางเลยสักนิด ! ”
หลินหร่วนเหลือบตามองนางจากนั้นก็แสร้งเอ่ยออกมาว่า
“อ่า...เป็เ้ากับท่านน้าเล็กนี่เองขอโทษที พอดีตรงนี้มืดไปหน่อย ข้าเลยมองมิชัด”
โจวเหลียนเอ๋อร์เกือบจะหลุดหัวเราะออกมานางมิคาดคิดว่าอาหร่วนจะน่าสนใจถึงเพียงนี้มาก่อน แม้ว่าบัดนี้ท้องนภาจะเริ่มมืดแล้ว แต่ก็เป็ไปมิได้ที่จะมองมิเห็นใบหน้า
หลินเหมยพ่นลมหายใจออกมา"เ้าถืออันใดมา เหตุใดเ้ามิลองเอามาให้ท่านป้าดูสักหน่อยเล่า ! "
แม้ว่านางจะมิสามารถกินเนื้อในตะกร้าของหลินหร่วนได้หากจะผลักหลินเซียงเอ๋อร์ออกไปก็คงจะมิดีสถานะของหลินเซียงเอ๋อร์ในตระกูลหลินเป็อันดับสองรองจากนางหลิน ส่วนคนอื่น ๆต่างก็มีสถานะที่ลดหลั่นลงมา ทว่าหลินหร่วนผู้นี้กลับมิมีสถานะใดในตระกูลหลิน !
แม้ว่าหลินเซียงเอ๋อร์จะมิแบ่งเนื้อให้นางมากนักทว่านางก็ควรได้ดื่มน้ำซุปบ้าง