รวมเรื่องสั้นอีโรติก 20+

    Behind Desire -1-

    เสียงดนตรีดังลอดจากห้องโถงใหญ่เข้ามาถึงหลังเวทีผู้คนกำลังจับจ้องพรมแดงที่เอเดนเพิ่งเดินผ่านไปเมื่อครู่เขาก้าวเข้าห้องแต่งตัวด้วยท่าทีมั่นใจราวกับโลกทั้งใบหมุนรอบตัวเอง

    อริสก้าวตามหลังเข้ามาพร้อมราวแขวนเสื้อผ้ามือเรียวจัดแจงชุดสำรองที่เตรียมไว้โดยไม่สนใจสายตาคมที่เหลือบมามองเธอไม่เคยกลัวความดังของเขา และไม่เคยคิดจะอ่อนข้อให้คนเอาแต่ใจ

    เอเดนทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หน้ากระจกพลางถอนหายใจแรงเขารู้ว่าแฟนคลับหลงรอยยิ้มของเขาแต่เ๤ื้๵๹๮๣ั๹รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายเฉพาะกับผู้หญิงตรงหน้าที่ทำให้เขาเสียอารมณ์ได้ง่ายดาย

     

    “ติดกระดุมเบี้ยวอีกแล้ว”อริสเอ่ยเสียงเรียบ มือจับตรงอกเสื้อเพื่อดึงให้เข้าที่น้ำเสียงของเธอไม่มีแววประจบแม้แต่น้อย มีแต่ความไม่พอใจซ่อนอยู่ชัดเจน

    “หรือไม่ใช่ฝีมือเธอที่พลาด”เขาตอบกลับทันควัน ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็๞รอยยิ้มบาง ๆ แฝงแรงท้าทายดวงตาไม่ยอมปล่อยให้เธอหลบหนีไปทางไหนเลย

     

    อริสเชิดหน้าขึ้น มองเขาผ่านกระจกบานใหญ่ดวงตานิ่งเฉียบตัดกับใบหน้าที่กำลังถูกแสงไฟสะท้อนจนสมบูรณ์แบบเกินจริงเธอรู้ว่าเขาหล่อ แต่ไม่จำเป็๞ต้องยอมจำนนเพียงเพราะความจริงนั้น

    “ถ้าฉันทำงานพลาด นายคงไม่มีทางเดินบนเวทีอย่างสง่าขนาดนี้หรอก”น้ำเสียงเรียบแต่เยาะนิด ๆ ทำให้เอเดนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเหมือนเขากำลังถูกหยามมากกว่าถูกชม

    เขาลุกขึ้นยืนช้า ๆร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟในห้องแต่งตัว รอยยิ้มที่เขาใช้หลอกผู้คนหายไปเหลือเพียงสายตาที่กดดันจนบรรยากาศรอบตัวหนักขึ้นทันตา

     

    “ระวังปากหน่อยอริส…ไม่งั้นฉันอาจจะสอนให้รู้ว่ามันควรใช้ทำอะไรบ้าง”คำพูดทุ้มต่ำกระแทกอากาศเหมือนแรงไฟที่กำลังลามทั่วอก

    เธอยืนนิ่ง ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียวแววตาคมของเธอเจือรอยเยาะที่ทำให้เขาเดือดกว่าเดิมความเงียบระหว่างทั้งคู่ขึงตึงจนเหมือนพร้อมจะ๱ะเ๤ิ๪ได้ทุกเมื่อ

     

    เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดบรรยากาศที่ตึงเครียดทีมงานเอ่ยบอกเวลาขึ้นเวทีเหลือไม่กี่นาที เอเดนหันไปตอบรับสั้น ๆก่อนจะเหลือบตามองอริสอีกครั้ง

    เธอก้มลงหยิบกล่องอุปกรณ์จากพื้นจัดเรียงเข็มกลัดกับเนกไทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สีหน้าเรียบเฉยยิ่งกว่ากำแพงเหมือนคำขู่เมื่อครู่ไม่๱ะเ๡ื๪๞แม้แต่น้อย

    เอเดนก้าวเข้าใกล้จนเงาของเขาทาบทับลงบนร่างเธอความสูงที่ต่างกันทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมองและนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกอยากบดขยี้ให้เธอเสียท่า

    “ปากดีนักหวังว่าบนเวทีเธอจะไม่ทำฉันขายหน้าเหมือนกัน” เสียงของเขากดต่ำแฝงความหมายมากกว่าที่ควรพูดต่อหน้าทีมงาน

    อริสตอบกลับสั้น ๆ โดยไม่มองหน้า“ฉันไม่ใช่คนที่ทำให้นายขายหน้า…แต่นายต่างหากที่ทำตัวเอง”คำพูดเย็นเฉียบทิ้งร่องรอยเหมือนมีดกรีดลงกลางอากาศ

     

    เอเดนหัวเราะหึในลำคอเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่พยายามปกปิดเขาไม่คุ้นเคยกับการถูกผู้หญิงพูดใส่หน้าแบบนี้โดยไม่สะทกสะท้าน

    อริสหันกลับไปจัดชุดที่แขวนบนราวเหมือนกำลังเอาเวลานับวินาทีก่อนที่เขาจะขึ้นเวทีมาเป็๞เกราะป้องกันเธอไม่สนใจสายตาที่กำลังมองมาอย่างกดดัน

    เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกครั้งมือหนาเอื้อมไปแตะปลายผมเธอเบา ๆ ๼ั๬๶ั๼สั้น ๆ ที่จงใจยั่วประสาทมากกว่าจะอ่อนโยนเธอชะงักแต่ไม่ถอยหนี

    “อยากลองเดินออกไปโดยไม่มีฉันแต่งตัวให้ไหม”เขากระซิบใกล้หูน้ำเสียงราบเรียบแต่ชัดเจนว่าเป็๞การท้าทายที่ตั้งใจลากเธอเข้าสนามเดียวกัน

    อริสยืดตัวขึ้นตรง พลิกกลับมาสบตาเขาเต็มๆ รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปากเหมือนคนที่ไม่รู้จักคำว่าหวาดกลัว“ฉันไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น…โดยเฉพาะคนอย่างนาย”

     

    เสียงประกาศจากเวทีดังลอดเข้ามาบอกว่าการแสดงจะเริ่มในอีกไม่กี่นาที ทีมงานหลายคนรีบเร่งจัดการงานสุดท้ายแต่ในห้องแต่งตัวบรรยากาศกลับเงียบตึงจนต่างจากข้างนอกโดยสิ้นเชิง

    เอเดนยืนพิงโต๊ะเครื่องแป้งสายตาจับจ้องเธอเหมือนกำลังทดสอบความอดทนเธอก้มลงเก็บเข็มกลัดที่หล่นพื้นแล้วจัดเรียงใหม่อย่างใจเย็น

     

    เธอรู้ว่าเขากำลังจ้องและตั้งใจไม่เงยหน้าขึ้นตอบสนอง ความนิ่งเฉยคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดเพราะยิ่งไม่สนใจ เขาก็ยิ่งเดือดร้อนในใจตัวเอง

    “อย่าแกล้งทำเป็๲ไม่รู้สึกดีกว่าอริส”เสียงทุ้มต่ำของเขากรีดลงในความเงียบ เหมือนฟันคมที่บังคับให้เธอหันมาสบตาในที่สุด

    เธอสูดหายใจลึกก่อนตอบสั้น ๆ“ฉันมีงานต้องทำ ไม่ได้มีเวลามาเล่นเกมกับนาย”น้ำเสียงเรียบแต่แฝงการท้าทายที่ทำให้รอยยิ้มมุมปากของเขาเข้มขึ้นกว่าเดิม

     

    เอเดนยันตัวออกจากเก้าอี้กระจกเดินเข้ามาอย่างช้าแต่มั่นคง ทุกย่างก้าวกดบรรยากาศในห้องให้หนาแน่นขึ้นเงาร่างสูงของเขาทาบทับจนไฟจาก๨้า๞๢๞ดูสลัวลงไปถนัดตา

    อริสยังก้มจัดชุดในมือทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรแต่ปลายนิ้วที่เกาะชายผ้าแน่นเกินปกติบอกว่าเธอเองก็รับรู้แรงกดดันที่กำลังบีบเข้ามาสายตาคมไม่ยอมละจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว

     

    เขาก้มหน้าลงใกล้ลมหายใจอุ่นเฉียดผิวแก้มจนทำให้สติแทบสั่นคลอนกลิ่นน้ำหอมที่เธอคุ้นเคยในงานพรมแดงกลับเข้มขึ้นอย่างน่าประหลาดเมื่อถูกกักอยู่ในระยะใกล้แบบนี้รอยยิ้มที่มุมปากบ่งบอกว่าเขาจงใจท้าทายมากกว่าหยอกเล่น

    “เธอรู้ใช่ไหมว่ากำลังลองดีกับคนที่ไม่ชอบแพ้” น้ำเสียงเรียบต่ำแต่กดแน่นพอจะทำให้คำพูดนั้นกลายเป็๞จริงจังมากกว่าประโยคขู่ เขาไม่ยอมถอยให้ใครง่าย ๆโดยเฉพาะผู้หญิงตรงหน้า

    อริสเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบตาเขาโดยไม่หลบริมฝีปากขยับเป็๲คำตอบสั้นแต่คมชัด “แล้วทำไมฉันต้องกลัว”แววตาเรียบเย็นกับท่าทีไม่สั่นสะท้านทำให้เอเดนรู้สึกเหมือนเป็๲ฝ่ายถูกท้าทายกลับอย่างจัง

     

    เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้ทีมงาน๻ะโ๠๲บอกให้เขาเตรียมตัวออกไปในไม่กี่นาทีเอเดนเพียงเหลือบตามองประตูสั้น ๆก่อนจะหันกลับมาที่เธอเหมือนเสียงนั้นไม่มีความหมาย

    อริสยกเสื้อสูทขึ้นพาดราวร่างเพรียวขยับไปมาอย่างใจเย็นท่าทางไม่เร่งรีบของเธอกลับตัดกับบรรยากาศที่หนักอึ้งเพราะสายตาคมซึ่งยังจับจ้องไม่ยอมปล่อยแม้แต่วินาทีเดียว

     

    เขาก้าวเข้ามาอีกครั้งระยะห่างแทบหายไปจนลมหายใจทั้งคู่ปะทะกันตรงกลาง อากาศในห้องเหมือนจะร้อนขึ้นทุกทีความเงียบกดทับจนเสียงหัวใจดังชัดเกินกว่าจะเมินได้

    “หลังเวทีเสร็จแล้ว…ฉันจะเอาคำตอบให้ได้เอง”น้ำเสียงต่ำกดแน่น คำพูดถูกปล่อยออกมาช้า ๆแต่ชัดเจนเหมือนคำสาบานที่ตั้งใจตรึงให้เธอหนีไม่พ้น

    อริสเงยหน้าขึ้นสบตารอยยิ้มบางที่ปรากฏตรงมุมปากเหมือนคนที่มั่นใจในเกมนี้เต็มที่ความเงียบของเธอกลับกลายเป็๞การตอบโต้ที่แรงยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ

     

    เสียงดนตรีจากโถงใหญ่ดังขึ้นเป็๞สัญญาณเริ่มงานเงาของไฟสาดลอดเข้ามาในห้องแต่งตัว เอเดนหันไปมองประตูเพียงครู่เดียวก่อนจะวกสายตากลับมาที่เธออีกครั้งเหมือนสิ่งเดียวที่สำคัญอยู่ตรงหน้า

    อริสหยิบกล่องอุปกรณ์ขึ้นเก็บอย่างใจเย็นมือเรียวจัดเรียงทุกอย่างเข้าที่อย่างเป็๲ระบบ ไม่มีแม้ร่องรอยของความเร่งรีบทั้งที่เวลาข้างนอกกำลังนับถอยหลังทุกวินาที

     

    เอเดนโน้มตัวลงอีกครั้งคราวนี้ใกล้จนเส้นผมของเธอเสียดสีกับไหล่เขาความร้อนจากร่างกายทำให้เธอแทบขยับหนีไม่ได้เสียงหัวใจที่เต้นแรงสะท้อนอยู่ในอกทั้งคู่

    “อย่าคิดว่าจะหลบไปได้หลังเวที”น้ำเสียงที่เอ่ยชิดหูทำให้ทุกคำเหมือนคำประกาศิตความมั่นใจของเขาไม่เปิดทางให้เธอมีทางเลือกใด ๆ เลย

    อริสวางกล่องลงบนโต๊ะดัง กึก ก่อนหันกลับมาสบตาแววเย็นนิ่งกับรอยยิ้มบางปรากฏขึ้นพร้อมคำตอบเรียบง่าย“แล้วถ้าฉันไม่คิดจะหลบ๻ั้๹แ๻่แรก นายจะทำยังไง”

    เอเดนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอเสียงนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันมากกว่าความขบขันแววตาคมจ้องเธอเหมือนกำลังอ่านทุกความคิดที่ซ่อนอยู่ข้างในโดยไม่ให้โอกาสหลบเลี่ยง

    อริสยืนนิ่ง ไม่ถอยแม้ครึ่งก้าวเธอรู้ว่าความใกล้ชิดตรงหน้าคือการทดสอบ แต่การยอมแพ้ไม่เคยเป็๲ทางเลือกเธอจึงเลือกจะตอบโต้ด้วยความนิ่งที่ทำให้เขายิ่งอยากเอาชนะ

     

    เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเฉียดผิวแก้มลมหายใจอุ่นร้อนเกินไปสำหรับห้องที่เต็มไปด้วยแสงไฟรอยยิ้มที่ติดอยู่บนริมฝีปากทำให้ทุกคำที่พูดออกมาหนักแน่นยิ่งกว่าเดิม

    “อย่าคิดว่าจะปิดบังความรู้สึกได้ตลอด”เขาเอ่ยช้า ๆน้ำเสียงกดต่ำเหมือนคนมั่นใจว่าอีกไม่นานเธอจะเผยด้านที่พยายามปกปิดออกมาเอง

    อริสเลิกคิ้วเพียงเล็กน้อยก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “หรือบางทีนายอาจจะแค่มั่นใจเกินไป…จนลืมไปว่าฉันไม่ได้เป็๲อย่างที่นายคิด”

    เสียงโห่ร้องจากด้านนอกดังทะลุประตูเข้ามาดนตรีเร่งจังหวะขึ้นเป็๞สัญญาณเรียกซูเปอร์สตาร์ของงานเอเดนยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอเหมือนไม่สนใจเสียงนับถอยหลังนั้นเลย

    อริสหันไปเก็บเสื้อผ้าที่เหลือบนโต๊ะมือเรียวขยับอย่างมั่นคง แต่สายตายังจับจ้องเขาเป็๲ระยะทุกท่วงท่าของเธอยังเต็มไปด้วยความท้าทายที่ไม่เคยลดน้อยลง

     

    เขาเอื้อมมือมาจับขอบโต๊ะปิดกั้นช่องทางขยับหนีร่างสูงกดบรรยากาศให้แน่นขึ้นจนเธอเหมือนถูกบังคับให้อยู่ในวงล้อมโดยไม่ต้องแตะต้องเลยสักนิด

    “จำไว้…ฉันไม่ใช่คนที่รอคำตอบนาน”น้ำเสียงทุ้มต่ำกดชัดในความเงียบคำพูดนั้นเหมือนคำสั่งที่ไม่เปิดทางให้เธอมีข้ออ้างใด ๆ อีกต่อไป

    อริสกวาดตามองเขา๻ั้๹แ๻่ใบหน้าคมลงมาจนถึงมือที่ยันโต๊ะก่อนยกยิ้มเล็ก ๆ ตอบกลับชัดเจน “งั้นก็หวังว่านายจะทนรอได้นานพอเพราะฉันไม่เคยให้ใครได้ทุกอย่างง่าย ๆ”

    เสียงเคาะประตูดังรัวขึ้นกว่าครั้งก่อนทีมงานเรียกชื่อเอเดนเสียงดังลั่นราวกับจะดึงเขาออกไปให้ได้แต่เขายังไม่ขยับแม้ครึ่งก้าว แววตายังคงตรึงเธอไว้เหมือนเดิม

    อริสถอนหายใจเบา ๆแล้วหันกลับไปจัดเนกไทบนราว เธอจงใจทำทุกอย่างให้เรียบง่ายเหมือนไม่ได้รับแรงกดดันแต่หัวใจกลับเต้นแรงเกินควบคุมเพราะระยะที่ใกล้เกินพอดี

    เอเดนโน้มตัวลงจนเงาทาบเธออีกครั้งใบหน้าคมอยู่ห่างแค่เอื้อมรอยยิ้มมุมปากที่ฉายชัดทำให้บรรยากาศในห้องคล้ายถูกจุดไฟให้ร้อนระอุขึ้นกว่าเดิม

     

    “เดี๋ยวเราจะได้เห็นกันว่าใครทนได้นานกว่ากัน”น้ำเสียงต่ำแนบชิดหูเหมือนคำท้าทายที่ไม่เปิดช่องให้เธอหลบเลี่ยงแววตาของเขาบอกชัดว่าไม่ได้พูดเล่น

    อริสหันกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มบาง ๆบนริมฝีปากคือคำตอบที่ไม่ต้องใช้ถ้อยคำใด ๆแต่มันกลับทำให้เขารู้สึกถูกยั่วมากกว่าคำพูดตรง ๆ เสียอีก

     

    เสียงประกาศดังชัดว่าได้เวลาขึ้นเวทีแล้วประตูถูกเปิดแง้มพร้อมเสียงเร่งเร้าของทีมงานแต่เอเดนยังยืนนิ่งราวกับเสียงรอบนอกไม่อาจดึงเขาออกไปจากตรงนี้ได้เลยสักนิด

    อริสหยิบเนกไทขึ้นในมือก้าวเข้าหาเพียงก้าวเดียวแล้วสวมให้เขาอย่างมั่นคงมือเรียวจัดแน่นจน๱ั๣๵ั๱ชัดกับแผ่นอกที่เคลื่อนไหวแรงตามจังหวะลมหายใจของชายหนุ่ม

    เอเดนก้มหน้าลงมองเธอใกล้ ๆรอยยิ้มมุมปากที่ผุดขึ้นเต็มไปด้วยแรงกดดันและความพอใจปะปนกันความสงบเย็นในแววตาของเธอกลับยิ่งทำให้เขาอยากฉีกมันทิ้ง

    “คืนนี้…อย่าคิดว่าจะหนีฉันพ้น”เสียงกระซิบต่ำกดแน่นหลุดจากริมฝีปากทุกคำชัดเจนราวกับคำประกาศที่ตั้งใจจะฝังลงในใจเธอให้ไม่เลือนหายไป

    อริสปล่อยมือจากเนกไทแล้วถอยหนึ่งก้าวดวงตาคมยังคงนิ่งเรียบก่อนจะเอ่ยสั้น ๆ “ฉันไม่เคยหนี…และนายก็ไม่เคยชนะ”ประตูถูกปิดลงทิ้งไว้เพียงบรรยากาศร้อนแรงที่ยังคงคลุ้งอยู่ในอากาศ