จ้านอวิ๋นจู๋ขมวดคิ้ว
"คุณหนูหลิ่ว หวังว่าเ้าจะสำรวมและระวังคำพูดด้วย"
"สำรวม? ระวังคำพูด?" หลิ่วอี๋น้ำตาไหลพราก แต่กลับหัวเราะเยาะเย้ยออกมา "ตอนนี้ไม่ใช่ตอนที่พี่จ้านให้ข้าไปสืบเื่ราวใหญ่เล็กในจวนเจิ้นกั๋วกงอีกแล้วสินะ! ...เมื่อก่อนข้าเพียงคิดว่าพี่จ้านอยากฟัง จึงทุ่มเทแรงกายแรงใจคอยสังเกตและสืบข่าวมาให้ ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังถูกหลอกใช้!"
หลังจากเข้ามาอยู่ในจวนเจิ้นกั๋วกงได้ไม่นาน นางก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าหาสวี่ิอี้ ตอนแรกเพียงเพื่อจะได้อยู่ต่อ ต่อมาก็เพื่อให้มีชีวิตความเป็อยู่ในจวนสุขสบายขึ้น จนกระทั่งสุดท้าย นางเริ่ม้าชีวิตของสวี่ิอี้ ้าแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างของสวี่ิอี้ไป!
นางคิดเอาเองว่าตนทำได้อย่างแเี มักจะแอบหัวเราะเยาะสวี่ิอี้อยู่ลับ ๆ ว่าเป็คนเลอะเลือน โง่เขลาตาบอด แยกแยะจิตใจคนไม่ออก ทว่าเมื่อดูจากตอนนี้แล้ว ที่แท้นางต่างหากคือคนที่มองคนไม่ทะลุ และโง่เขลาที่สุด!
"แต่ไหนแต่ไรมา ข้าไม่เคยรู้เลยว่าคุณหนูหลิ่วจะซ่อนเจตนาร้ายกาจต่อเจาเจาถึงเพียงนี้"
จ้านอวิ๋นจู๋มองหลิ่วอี๋ด้วยแววตาเปี่ยมด้วยความผิดหวัง พลางกล่าวว่า "เวลานี้เพียงเพราะในใจไม่ยินยอมพร้อมใจ ก็เอ่ยปากยุแยงตะแคงรั่วข้ากับจวนเจิ้นกั๋วกง— เ้าบอกว่าข้าหลอกใช้เ้าไปสืบเื่ภายในจวนเจิ้นกั๋วกง มีหลักฐานหรือไม่ หรือว่า เป็เพียงการใส่ร้ายป้ายสีเลื่อนลอยที่เพิ่งนึกขึ้นได้กะทันหัน"
"หลักฐาน?"
บนริมฝีปากของหลิ่วอี๋ฝืนเค้นรอยยิ้มอันแสนอนาถ
"พี่จ้านช่างวางแผนได้เก่งกาจจริง ๆ"
มิน่าเล่าั้แ่ต้นจนจบถึงได้เ็าและสงบนิ่งถึงเพียงนี้ ที่แท้ก็มั่นใจแล้วว่านางไม่อาจนำหลักฐานใด ๆ ออกมาได้เลย
"ยิ่งไปกว่านั้น เื่ส่วนตัวในจวนเจิ้นกั๋วกง ข้าจะสืบไปเพื่ออะไร ต่อให้คุณหนูหลิ่วคิดจะลากข้าลงน้ำ ก็ควรหาข้อหาที่มันฟังขึ้นกว่านี้หน่อย"
ระหว่างที่จ้านอวิ๋นจู๋พูด ก็หันไปมองสวี่ิอี้ที่ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น พลางถอนหายใจเบา ๆ "คำพูดพวกนี้ เจาเจาเชื่อหรือไม่"
สวี่ิอี้ยิ้มออกมา
"คุณชายจ้านไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องมาสืบเื่ในบ้านของจวนเจิ้นกั๋วกงจริง ๆ คำใส่ร้ายที่ไร้เหตุผลเช่นนี้ ข้าย่อมไม่เชื่ออยู่แล้ว"
คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมั้แ่เด็กย่อมมีความคิดเรียบง่าย การคิดเช่นนี้จึงเป็เื่ปกติที่สุดแล้ว
"เจาเจาเชื่อข้าก็ดีแล้ว"
จ้านอวิ๋นจู๋ยังคงมีสีหน้าจริงจังเต็มเปี่ยม "ทว่าในเมื่อคุณหนูหลิ่วพูดเช่นนี้ออกมาแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองจวนเกิดความบาดหมางกัน ข้าสมควรไปอธิบายให้กั๋วกงและซื่อจื่อฟังให้กระจ่างด้วยตัวเอง"
ช่างเป็ท่วงท่าของวิญญูชนผู้เปิดเผยสง่างามเสียนี่กระไร
หากไม่ใช่เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าภายใต้เปลือกนอกนี้ซ่อนธาตุแท้เช่นไรไว้ เกรงว่าสวี่ิอี้คงฟังไม่ออกเลยว่านี่คือคำพูดหยั่งเชิงของอีกฝ่าย
นางปรายตามองหลิ่วอี๋แวบหนึ่ง เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า "คำโกหกที่เห็นได้ชัดเช่นนี้ จะต้องทำเป็เื่ใหญ่โตไปถึงหน้าท่านปู่กับท่านพ่อทำไมกัน— ยิ่งไปกว่านั้น หากพวกเขารู้ว่าวันนี้ข้าแอบพาหลิ่วอี๋มาอยู่ตรงหน้าคุณชายจ้านโดยพลการ ท่านพ่อจะต้องดุว่าข้าทำตัวเหลวไหลเป็แน่"
จิตใจของจ้านอวิ๋นจู๋ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
เวลานี้เห็นเพียงสวี่ิอี้หยัดกายลุกขึ้น มองไปยังหลิ่วอี๋ที่ทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะพลางกล่าวว่า "เอาล่ะ เื่ที่ควรถามก็ถามจนกระจ่างแล้ว ในเมื่อคุณชายจ้านไม่อยากปกป้องนางจริง ๆ เช่นนั้นก็ให้ข้าเป็คนจัดการลงโทษก็แล้วกัน"
จ้านอวิ๋นจู๋พยักหน้า และไม่ลืมที่จะเอ่ยว่า "เมื่อครู่อยากจะถามมาตลอดแต่ยังไม่ทันได้ถาม พิษที่เ้าโดนเข้าไป มีวิธีถอนพิษหรือไม่"
"ย่อมแก้ได้อย่างแน่นอน"
"เช่นนั้นก็ดี" จ้านอวิ๋นจู๋วางใจลง แววตาเปี่ยมด้วยความห่วงใย "ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวกลับก่อน จำไว้ว่าต้องกินยาและพักผ่อนให้ตรงเวลา รีบรักษาตัวให้หายดีล่ะ"
สวี่ิอี้พยักหน้ารับ มองส่งเขาเดินออกจากโถงด้านหน้าไป
ในทิศทางที่นางมองไม่เห็น แววตาของจ้านอวิ๋นจู๋แปรเปลี่ยนไปหลายตลบ
หลิ่วอี๋เป็หมากที่ใช้งานได้ดีมากตัวหนึ่ง เดิมทีนางยังมีประโยชน์อื่นให้เขาใช้ได้อีก
แต่ผู้ใดจะรู้ว่านางจะโง่เขลาถึงขั้นไปลงมือกับเจาเจา... เอาชีวิตตัวเองไปทิ้งไม่ว่า ยังเกือบทำให้แผนการของเขาเสียเื่อีก
ยังดีที่เจาเจาไม่เคยระแวดระวังตัวถึงเพียงนั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ตอนแรกที่เห็นหลิ่วอี๋ถูกพาตัวออกมา เขายังรู้สึกว่านี่ไม่ใช่วิสัยของเจาเจา
ต่อมาพอได้ยินสิ่งที่เจาเจาพูด ถึงได้คิดตก ที่แท้นางซ่อนคนไว้หลังฉากกั้น เพื่อให้หลิ่วอี๋ได้ยินคำพูดพวกนั้นของเขาด้วยหูตัวเอง ก็เป็เพียงการทำให้หลิ่วอี๋ต้องอับอายและเพื่อระบายความโกรธของตนเองเท่านั้น
นี่แหละคือเจาเจาผู้เย่อหยิ่งเอาแต่ใจและเปิดเผยตรงไปตรงมาที่เขารู้จักมาตลอด ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
ทว่าถึงจะเป็เช่นนั้น หลังจากผ่านเื่ของหลิ่วอี๋ไปแล้ว วันหน้าก็ยังต้องระมัดระวังให้มากขึ้นกว่าเดิมถึงจะถูก
สวี่ิอี้มองตามแผ่นหลังที่จากไปของเขา แววตาค่อย ๆ เ็าลงทีละส่วน
คิดเอาเองว่าทุกสิ่งล้วนอยู่ในกำมือตนเอง— คราวก่อนตอนที่เขากำลังจะตายก็มีสภาพเช่นนี้เหมือนกัน
การที่นางให้จ้านอวิ๋นจู๋มาในวันนี้ ข้อหนึ่งคือเพื่อให้หลิ่วอี๋ยอมปริปาก ข้อสองคือเพื่อไม่ให้เขาระวังตัวแจหลังจากรู้ว่าหลิ่วอี๋เกิดเื่
แน่นอนว่านางอยากจะใช้มีดฟันอีกฝ่ายให้ตายเพื่อระบายความแค้นในใจแทบขาด
ทว่าจ้านอวิ๋นจู๋ไม่เหมือนหลิ่วอี๋ สิ่งที่เขาทำไม่มีทางเป็แผนการของเขาเพียงคนเดียวทั้งหมดแน่ เื้ัของเขาต้องมีผู้อื่นคอยบงการอยู่อีก— หากฆ่าเขาไป นอกจากจะสร้างความเดือดร้อนแล้ว ยังไม่อาจแก้ปัญหาอันใดได้เลย
จ้านอวิ๋นจู๋ตายไปหนึ่ง ก็ยังมีคนอื่นโผล่มาอีก ถึงตอนนั้นจะกลับกลายเป็ทำให้สถานการณ์ยิ่งคาดเดาไม่ได้หนักเข้าไปใหญ่
"อาจู"
"บ่าวอยู่นี่เ้าค่ะ"
สวี่ิอี้สั่งการเสียงเบา "ให้ท่านอาจูลอบจับตาดูความเคลื่อนไหวของจ้านอวิ๋นจู๋ กำชับว่าต้องทำอย่างระมัดระวัง อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นเด็ดขาด"— ปล่อยหัวเขาเอาไว้ชั่วคราว ย่อมไม่มีทางปล่อยไว้เปล่า ๆ เป็แน่
อาจูประหลาดใจไปชั่วขณะ จากนั้นจึงรับคำด้วยสีหน้าจริงจัง
สวี่ิอี้หันกลับไป มองไปยังหลิ่วอี๋ที่ค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว
"บอกสิ่งที่เ้ารู้ออกมาให้หมด ทุกรายละเอียดห้ามตกหล่น"
"เหอะ..." หลิ่วอี๋เงยหน้ามองนาง แววตาเริ่มขุ่นมัว "ทำไมข้าต้องบอกเ้าด้วย"
ถึงอย่างไรนางก็ต้องตายอยู่แล้ว อาศัยสิทธิ์อันใดต้องเชื่อฟังสวี่ิอี้ด้วย
เสียงอันเ็าของเด็กสาวลอยเข้าหูนาง—
"ข้าจะช่วยเ้าฆ่าเขา"
สีหน้าของหลิ่วอี๋ชะงักค้าง จ้องมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงนั้นเขม็ง
สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและงุนงงอย่างหาที่สุดไม่ได้ "เ้า..."
"ไม่ต้องถามให้มากความ แค่พูดในสิ่งที่เ้าควรพูดก็พอ"
แววตาของหลิ่วอี๋ค่อย ๆ สงบนิ่งลงทีละน้อย
นางไม่จำเป็ต้องถามให้มากความจริง ๆ เพราะสวี่ิอี้ไม่เคยลดตัวลงไปโกหกหลอกลวงผู้อื่น
อีกทั้งการที่สวี่ิอี้้าสืบหาเจตนาของจ้านอวิ๋นจู๋อย่างเอาเป็เอาตายเช่นนี้ แม้จะดูผิดปกติไปมาก ทว่าจุดประสงค์ของนางก็แสดงออกมาชัดเจนจนไม่รู้จะชัดเจนอย่างไรแล้ว
หลิ่วอี๋จิกสิบนิ้วแน่น มุมปากค่อย ๆ เผยรอยยิ้มเย็นเยียบออกมา
นางไม่เคยหวังให้สวี่ิอี้สมปรารถนาเท่ากับวินาทีนี้มาก่อนเลย
เช่นนั้น— พี่จ้าน ข้าจะรอให้ท่านมาชดใช้หนี้บนเส้นทางสู่น้ำพุเหลืองก็แล้วกัน
หนึ่งชั่วยามให้หลัง อาขุยก็เปิดประตูห้องเก็บฟืนจากด้านใน
"ถามเสร็จแล้วหรือ" อาจูซึ่งรออยู่ด้านนอกมองเข้าไปในห้องเก็บฟืนแวบหนึ่ง
อาขุยที่กอดสมุดเล่มหนึ่งไว้ในอ้อมอกพยักหน้า เมื่อเห็นของที่ประคองอยู่ในมือของอาจู ก็ถามขึ้นตามสัญชาตญาณ "เ้าคิดจะทำอะไร"
อาจูกำผ้าแพรขาวในมือแน่น มุมปากกระตุกเล็กน้อย
"ถามอะไรไร้สาระ"
ก็เอาไปฆ่าคนน่ะสิ หรือว่าจะส่งเข้าไปให้อีกฝ่ายเอาไปเล่นชิงช้าเล่า
อาขุยได้สติกลับมารีบกล่าว "ไม่ได้นะ... คุณหนูมีแผนอื่นแล้ว"
อาจูตกตะลึง
นี่แค่คุยกันไปยกเดียว คุณหนูกลับใจอ่อนขึ้นมาแล้วหรือ ...นี่มันช่างผิดวิสัยของคุณหนูเกินไปแล้วกระมัง
ผ้าแพรขาวผืนนี้เป็ของที่หญิงรับใช้าุโข้างกายฮูหยินส่งมา นางอุตส่าห์แย่งชิงโอกาสที่จะได้ลงมือเองมาได้เชียวนะ
สวี่ิอี้เดินออกมาจากห้องเก็บฟืน