กู้ฉางสุ่ยก็พยักหน้ารับทันที พลางแกะห่อสัมภาระใบใหญ่ของตนออกตามอย่างนาง
ในห่อของเขายิ่งดูอัตคัดเข้าไปใหญ่
ในนั้นมีเพียงฟูกผืนหนึ่ง ซึ่งบางเสียจนแทบไม่ต่างอะไรกับกระดาษ ผ้าห่มและผ้าปูก็ยังมีรอยปะชุนอยู่!เสื้อผ้ามีอยู่ไม่กี่ชิ้น แต่ละชิ้นก็เต็มไปด้วยรอยปะซ้อนรอยปะ จนแทบดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าเดิมทีเป็เสื้อผ้าหน้าตาแบบไหน
ถ้าเป็ลูกชาวบ้านธรรมดาในหมู่บ้านแต่งตัวแบบนี้ก็ยังว่าไปอย่าง แต่บ้านตระกูลกู้ถือเป็หนึ่งในครอบครัวร่ำรวยอันดับต้นๆของหมู่บ้านกานสุ่ยเชียวนะ! บุตรชายแท้ๆ ของกู้อันกับเจียงซื่ออย่างกู้ฉางเจี๋ยได้ร่ำเรียนหนังสือยังไม่ต้องพูดถึงเจียงซื่อกับบุตรสาวทั้งสองอย่างกู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์ เมื่อมีเทศกาลใดก็ต้องหาซื้อเสื้อผ้าใหม่กันทั้งนั้นต้นเดือนสองปีนี้ พวกนางก็ออกไปเยี่ยมญาติแล้ว เปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ซ้ำทุกวันติดต่อกันครึ่งเดือน
ครอบครัวนี้แต่งตัวกันหรูหราโอ่อ่าทั้งบ้าน แต่กลับปล่อยให้ลูกบุญธรรมสวมเสื้อผ้าขาดๆแบบนี้?
เกินไปแล้ว!
ชาวบ้านที่เห็นภาพตรงหน้า ต่างก็หันมองกู้อันกับเจียงซื่อด้วยสายตาดูแคลนและตำหนิอย่างชัดเจน
เจียงซื่อกับกู้อันถึงกับอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี!
เถียนฮวนรอให้กู้ฉางสุ่ยคลี่ของในห่อออกให้ทุกคนเห็นจนหมดเสียก่อน พอแน่ใจว่าไม่มีอะไรที่ลักลอบปะปนมากับของของพวกตนแล้วจึงหันไปพูดว่า
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ตอนนี้ชาวบ้านก็เห็นกันหมดแล้ว ว่าของในห่อพวกนี้เราจัดกันเองของทุกชิ้นก็เป็ของของเราเอง ตอนนี้เหลือแค่พวกน้ำมัน เกลือ ข้าว น้ำส้มสายชูที่น้องสาวสามีให้มาท่านว่าพวกเราต้องให้ชาวบ้านช่วยตรวจดูอีกหรือไม่เ้าคะ”
หน้าตากู้อันมืดครึ้มจนแทบจะบีบหมึกออกมาได้อยู่แล้ว
“ไม่ต้อง!” เขากัดฟันตอบ
“ต้อง!”
แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงะโดังมาจากในฝูงชน แล้วก็มีอีกหลายเสียงดังสนับสนุนตามมา
คนในครอบครัวตระกูลกู้อันพอเงยหน้ามองไป ก็เห็นชาวบ้านคนหนึ่งยิ้มแย้มพูดว่า
“เถ้าแก่กู้ อย่าใจแคบเช่นนี้เลย! บุตรชายโตแล้วจะแยกบ้านก็เป็เื่ธรรมดา ไหนๆของที่แบ่งให้พวกเขาเราก็เห็นไปครึ่งหนึ่งแล้ว งั้นก็ให้ดูอีกครึ่งหนึ่งให้จบไปเลยสิ!ทำดีก็ทำให้สุด ส่งคนก็ต้องส่งถึงตะวันออกไม่ใช่หรือ พวกเราจะได้เห็นกันชัดๆ ไปเลยว่าท่านกับเจียงซื่อเตรียมของดีอะไรไว้ให้สองสามีภรรยาคู่นี้บ้าง!”
“นั่นน่ะสิ! ให้พวกเราได้เปิดหูเปิดตาหน่อย!” มีคนคล้อยตามทันที
อีกคนก็ะโว่า “ตอนแรกพวกท่านแต่งงานกันสี่ห้าปียังไม่มีลูก ไหว้เทพเซียนก็แล้วหาหมอก็แล้วแต่ไม่เป็ผล ถึงขั้นจะเสียเงินรับอนุภรรยาอีกคนเผื่อว่านางจะมีลูก เื่นี้ท่านกับภรรยาทะเลาะกันทุกวันบ้านไร้ความสงบสุข จนกระทั่งผู้เฒ่ากู้เก็บสุ่ยเกอเอ๋อร์กลับมา ภรรยาท่านถึงได้เริ่มตั้งครรภ์จากนั้นก็คลอดลูกให้ท่านตั้งสามคน สุ่ยเกอเอ๋อร์เป็เทพนำโชคของพวกท่านเสียด้วยซ้ำตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาช่วยทำงานให้พวกท่านมากมาย พวกข้าเห็นอยู่เต็มสองตา บัดนี้เขาจะแยกบ้านพวกท่านคงไม่คิดจะเอาเปรียบพวกเขาหรอกนะ?”
เมื่อคำพูดนี้จบลง ชาวบ้านทุกคนก็ล้วนเห็นด้วย
กู้อันแทบอยากฉีกอกภรรยากับบุตรสาวเสียเดี๋ยวนั้น!
พวกไร้ความสามารถ ซ้ำยังชอบสร้างปัญหา!
ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนางหาเื่ก่อน เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยจะก่อเื่ใหญ่ขนาดนี้หรือ
ทีนี้พอแยกบ้านขึ้นมา กลับกลายเป็ว่าคนทั้งหมู่บ้านรู้กันหมด เขาเสียหน้าไปหมดแล้ว!
ทว่าต่อให้ชาวบ้านจะตำหนิเพียงใด เขาก็ไม่มีวันหยิบของให้กู้ฉางสุ่ยเพิ่มแน่นอน
เงินพวกนี้เขาตั้งใจเก็บไว้ให้ลูกแท้ๆ ของตนเองเรียนหนังสือเข้าสอบเป็ขุนนางทั้งนั้น!หากบุตรชายสอบได้แล้วก็ยังต้องใช้เงินวิ่งเต้นอีก ไหนจะต้องใช้เงินส่งเสริมสนับสนุนอีกสารพัดเื่พวกนี้เขาต้องเตรียมไว้ให้พร้อม!
เพราะฉะนั้น ต่อให้คนพวกนี้จะส่งเสียงเอะอะกันแค่ไหน เขาก็ได้แต่หน้าดำคร่ำเครียดพยักหน้ารับ
“เช่นนั้นก็นำออกมาให้พวกเขาดูเถอะ!”
เขาคิดว่าแค่เลี้ยงกู้ฉางสุ่ยมาจนโต ยังจัดการให้มีภรรยาให้มีบ้าน ตอนแยกบ้านก็แบ่งที่ดินกับเรือนให้อีกนี่ก็นับว่าทำดีที่สุดแล้ว! อย่างไรเสียเขาก็ไม่เคยคิดจะให้ลูกบุญธรรมดูแลตนยามแก่เฒ่าเขาไม่จำเป็ต้องทำดีกับกู้ฉางสุ่ยนักหรอก
กู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนก็เอาข้าวสาร แป้ง น้ำมัน อาหารแห้งต่างๆ ที่กู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์จัดเตรียมไว้ให้ออกมาให้ชาวบ้านดูทีละอย่าง
พอของออกมาหมด ชาวบ้านก็พากันส่งเสียงวิจารณ์ทันที
ของแค่นี้จะพอให้สองสามีภรรยาอยู่รอดไปได้สักเดือนหรือไม่ยังไม่รู้เลย! แบบนี้คงต้องไปยืนกินลมตะวันตกเฉียงเหนือแทนกระมัง!
ไม่ว่าจะถูกชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์เพียงใด กู้อันกับเจียงซื่อก็ยังคงใจแข็งไม่ยอมเปลี่ยนใจ
อย่างไรเสีย สิ่งของที่พวกเขาจะให้กับกู้ฉางสุ่ยและภรรยาได้ก็มีแค่นี้ จะให้มากกว่านี้ไม่มีทางเป็ไปได้แล้ว!
ความจริงแล้วเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยไม่ได้้าบีบบังคับให้พวกเขามอบสิ่งใดเพิ่ม
กู้ฉางสุ่ยได้นำของทุกชิ้นที่บ้านตระกูลกู้มอบให้ออกมาแสดงต่อหน้าชาวบ้านจนครบถ้วนจากนั้นจึงหันไปยอบกายคารวะพร้อมเอ่ยเสียงดัง จากนั้นก็หันไปค้อมกายคารวะทุกคนพร้อมกล่าวเสียงดังว่า
“วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาเป็พยานให้พวกเรา การแยกบ้านครานี้ เราสองคนจะนำของเหล่านี้ติดตัวออกไปจากบ้านทุกท่านก็เห็นกับตาแล้ว หากต่อจากนี้ เมื่อพวกเราออกไปแล้ว หากของในบ้านตระกูลกู้หายไปหรือบ้านพวกเรามีของเพิ่มขึ้นมา ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาทั้งสิ้น!”
“แน่นอน! ของที่พวกเ้าเอาไป พวกข้าก็เห็นอยู่เต็มตา ถ้าพวกเขามาหาเื่พวกเ้าภายหลังพวกข้าจะเป็พยานให้เอง!” ชาวบ้านใจดีคนหนึ่งรีบเอ่ยช่วย
เมื่อเถียนฮวนได้ยินเช่นนั้น นางก็ยกชายกระโปรงขึ้นยอบกายคารวะ
ท่าทางเรียบร้อยอ่อนหวานทำให้ชาวบ้านที่มองอยู่ถึงกับอดไม่ได้ที่จะนึกเวทนา
สตรีดีๆ เช่นนี้ แต่งเข้าตระกูลกู้ได้เพียงสี่วัน กลับต้องแยกบ้าน ช่างน่าสงสารยิ่งนัก
จากนั้นทั้งสองก็หันกลับไปคุกเข่าต่อหน้ากู้อันกับเจียงซื่อพร้อมกัน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ตลอดสิบกว่าปีมานี้ ขอบคุณที่ท่านทั้งสองช่วยเลี้ยงดูข้าจนเติบใหญ่บุญคุณนี้ ข้าจะจำใส่ใจไว้ตลอดไป บัดนี้ข้าขอตัวลา จากนี้ไปคงไม่อาจปรนนิบัติรับใช้พวกท่านขอให้ท่านทั้งสองดูแลสุขภาพให้ดี ตอนกลางคืนห่มผ้าให้อบอุ่น แต่ละมื้อกินข้าวให้เต็มอิ่มตราบใดที่รู้ว่าท่านทั้งสองยังอยู่ดี ข้าก็วางใจแล้ว”
สิ้นเสียง กู้ฉางสุ่ยก็โน้มตัวลงโขกศีรษะกับพื้นสามครั้ง เถียนฮวนเองก็โขกศีรษะลงพร้อมกันกับเขาโดยไม่กล่าวสิ่งใด
หลังจากคำนับเสร็จ สองสามีภรรยาก็ช่วยกันพยุงลุกขึ้น แบกห่อสัมภาระ หิ้วกระสอบข้าวแล้วหันหลังเดินจากไป
“เฮ้อ...!”
เมื่อเห็นดังนั้น ชาวบ้านก็พากันถอนหายใจด้วยความเสียดาย
“พวกเขาเป็คนดีนะ น่าเสียดายยิ่งนัก!”
ขณะพูดกัน พวกเขาก็หันไปจ้องพวกกู้อันด้วยสายตาเคืองแค้น ทว่าเจียงซื่อก็ถลึงตาใส่กลับทันที
“คนก็ไปกันหมดแล้ว มองอันใดกัน ถ้าผู้ใดกล้าเอาแต่มองกันแบบนี้ ระวังข้าจะไม่ขายน้ำมันให้พวกเ้าอีก!”
ปากก็ด่าปาวๆ มือก็คว้าบานประตูมาปิดดังโครมแล้วลงกลอนแ่า ตัดสายตาทุกคู่ที่มองเข้ามาจากภายนอกได้เสียที
แต่เมื่อปิดประตูลงแล้ว พอหันกลับไป นางก็เห็นว่ากู้อันยังยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ตรงนั้น
นางอดไม่ได้ที่จะด่าอีกครั้ง “เพราะนังแพศยาเถียนซื่อ! ั้แ่นางเข้าบ้านมา สุ่ยเกอเอ๋อร์ก็เปลี่ยนไป!แต่ก่อนยังเป็เด็กดีว่านอนสอนง่าย ดูเอาเถิด ตอนนี้ถูกนางยุแยงจนกลายเป็เช่นนี้!ข้าขอแช่งให้นางหัวแตก เท้าเน่า แก่ไปก็อย่าได้ตายดี!”
“หุบปาก! เื่ทั้งหมดนี้ เ้าต่างหากที่เป็คนก่อ!”
กู้อันตะคอกกลับอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนหันหลังเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะมองหน้านาง
เจียงซื่อถูกคนในและคนนอกด่า ก็ได้แต่กระทืบเท้าอย่างแค้นเคือง
“กู้ฉางสุ่ย! เถียนซื่อ! พวกเ้าคอยดูก็แล้วกัน!”
ด้านนอกบ้านตระกูลกู้ เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยจูงมือกันเดินออกไปจนพ้นสายตาผู้คน จากนั้นทั้งคู่ก็พร้อมใจกันยักไหล่ก่อนถอนหายใจออกมายาวๆ โดยพร้อมเพรียง
“เ้า...”
“ข้า...”
ทั้งสองสบตากัน ก่อนจะเอ่ยออกมาพร้อมกัน
พรืด!
เพียงครู่เดียว พวกเขาก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่