หลังจากที่หลงหยุนเขานั้นได้ทะลวงระดับจากก่อเกิดระดับ7 ขึ้นสู่กำเนิดลมปราณ โดยที่มีความยินดีอยู่ภายในอก
การนี้เขาที่กำลังนั่งปรับพลังอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้นมา ด้านหลานหยูครั้นได้เห็นหลงหยุนได้ทะลวงไปในระดับใหม่
คือขอบเขตกำเนิดลมปราณนางก็สบายใจแล้วมาคอยเฝ้ามองรู้สึกโล่งอกโล่งใจ ขณะนี้หลงหยุนได้ทำการลองตรวจเช็คสภาพของเขาว่าพลังของเขาเพิ่มมากขึ้นขนาดไหน ไม่ใช่เพียงเท่านั้นประสาทััได้ว่าภายในพลังของตัวเองว่าเพิ่มขึ้นอย่างน้อย10 กว่าเท่าหรือมากกว่านั้น ลมปราณแกร่งกล้าไม่อาจมาวัดกับระดับก่อเกิดได้อีกต่อไป
“พลังของข้าเพิ่มมากขนาดนี้เชียวไม่น่าแหละ ว่าทำไมขอบเขตกำเนิดลมปราณ ถึงจัดการระดับก่อเกิดได้ง่ายๆถ้าไม่ใช่ผู้มีพร์จริงๆ มีความสามารถเป็เลิศ ”
เขารู้สึกยินดีและแถมดีใจมากอีกด้วย พลังที่เพิ่มขึ้นมหาศาลนี้เป็ข้อพิสูจน์อย่างดีว่าเพลานี้ ตัวเขาแตกต่างมากแต่ก่อนเพียงใดเหลือแค่ต้องทดสอบ
“ ข้าชักอยากรู้ล่ะซิว่าข้าได้ความสามารถอะไรจากสายโลหิต ”
สิ่งที่หลงหยุนนั้นสนใจเป็พิเศษคือพลังความสามารถที่เขาจะได้รับ ทุกครั้งที่เขาทะลวงพลังของสายเืราชันเทพัาจะมอบให้แก่ตน รีบเพ่งจิตตรวจสอบทันทีเขาได้ััสายเืของถึงพลังใหม่ที่เขาได้ปลดผนึกมา
มันคืออะไรแต่เมื่อเขาเห็นมันกลับทำให้สีหน้าแปรเปลี่ยนไปเพราะว่ามันติดอยู่ตรงที่ข้างหลังสะโพกเขา
“ ไหนขอข้าดูหน่อย มันคือความสามารถอะไร ”
ทันใดนั้นหลงหยุนก็ได้ใช้ความสามารถของสายโลหิตของเขา ทันใดนั้นกรงเล็กัทั้งสองข้างก็ได้ปรากฏที่มือขวาและมือซ้าย สังเกตกรงเล็บัของเขานั้นมีอานุภาพมากขึ้น
และเล็บยาวมากขึ้นตามด้วยเริ่มมีเกล็ดออกมาบ้างที่รอบๆแต่ความสามารถใหม่ของเขานั้นที่เขาได้รับมาหลังจากทะลวงเข้าสู่ขอบเขตคือหาง
โดยที่หางอันนี้ลักษณะของมันเป็สีฟ้าลายทองที่เป็ของราชันเทพัา หางอันนี้มีความยาวประมาณ 2 จั้งเพียงแค่นั้น ณ เวลานี้
ส่วนด้านของหลานหยูได้จ้องมองการปรากฏท่าทางลักษณะของหลงหยุนที่ดูเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยทว่าััได้ถึงความทรงพลังที่มีรังสีกดดันปล่อยมาจางๆ กระนั้นยังไม่พอเพียงเท่านี้
เพราะััได้ว่าหางนั้นมันมีความแข็งแกร่งมากมายพอๆ กับอาวุธระดับกลางหรือไม่ก็อาจจะสูงกว่านั้นด้วยซ้ำ
“ นี้มันวิชาอะไรข้าจำได้ว่าไม่เคยเห็นวิชาเช่นนี้ ” หลานหยูนั้นได้รีบถามทันที เพราะว่าสงสัยและประหลาดใจ ในนิกายไม่น่ามีวิชานี้อยู่ภายในแน่นอน นางแน่ใจหรือเป็เพราะพลังสายโลหิตของเขากันฝั่งของหลงหยุนก็มีท่าทางเลิกลั่กไม่รู้จะตอบกลับไปอย่างไรดี
“ เ้าไม่จำเป็ต้องรู้เื่นี้หรอก แต่ที่รู้ๆว่าข้านั้นเป็มนุษย์เหมือนกับเ้านั่นแหละ”
เขาเพียงยิ้มตอบกลับท่าทีชวนกวนโอ๊ยยิ่ง พอเห็นลักษณะนี้นางก็เลิกเซ้าซีแล้วไม่เซ้าซี้กับหลงหยุนอีก จากนั้นก็เดินย่างเข้าไปใกล้
“ ถึงเ้าจะไม่บอกข้าแต่สักวันข้าก็ต้องรู้อยู่ดีแหละคอยดูเถอะ”
หลงหยุนเห็นสีหน้าของหลานหยูในตอนนี้งั้นทำให้เขารู้สึกดีเป็อย่างมาก ที่นางไม่ส่งกับเขาต่อแถมให้กวนนางนิดหน่อยทำให้เขายิ้มกริ่มดีใจ
“ข้าว่าพวกเรานอนพักเอาแรงก่อนดีกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็ต้องไปทำภารกิจกันต่อไม่ใช่เหรอ”
“ก็จริงของเ้างั้นพวกเราหาที่พักเถอะ” หลานหยูตอบกลับไป
หลงหยุนก็ได้ทำการพยักหน้าแล้วก็ได้ไปขึ้นบนต้นไม้เพื่อนอนอยู่บนต้นไม้ ในทันทีส่วนทางของหลานหยูสบายกว่ามาก เพราะนางนอนด้านล่างอย่างสงบทั้ง 2 คน
หลังจากได้ดูดซับแก่นอสูรเข้าไปนั้นทำให้ทั้งสองคนนั้นเริ่มรู้สึกหมดแรง จนพลอยหลับไปในที่สุด บวกกับบรรยากาศที่เย็นสบายทำให้ทั้งสองคนนั้นสบายเป็พิเศษ โดยที่ไม่สนรอบๆเลยสักนิด
เวลาดึกล่วงเลยผ่านไปโดยในที่สุดก็รุ่งสางพระอาทิตย์ได้ขึ้นสาดแสงยามเช้ารุ่ง สองคนนั้นก็รีบตื่นเลยทันทีโดยที่หลงหยุนนั้นได้ตื่นขึ้นมาก่อนตามด้วยหลานหยู
“เอาล่ะเ้าตื่นล่ะ เตรียมที่จะไปกันได้ ”
หลานหยูทันทีได้สติรีบมองแหงนหน้าขึ้นไปหาชายหนุ่มที่กำลังนั่งอยู่บนต้นไม้อย่างใจเย็น
“ข้าตื่นเรียบร้อยแล้ว พวกเราจะออกเดินทางกันเลยไหม”
“ยังก่อนพวกเราต้องไปกินอาหารกันก่อน”
“ อีกล่ะรึ นี้เ้าเห็นแก่กินหรือย่างไรกันนักบ่มเพาะอะไรจะกินได้ตลอดเหมือนเ้าเนี่ย แต่ก็ตามใจเ้าละกัน ” หลานหยูรู้สึกไม่พอใจนิสัยนี้ของหลงหยุนนัก ชายคนนี้ถึงต่อให้มีความสามารถแค่ไหน แต่ทำไมเห็นแก่กินขนาดนี้กัน นางไม่อาจทำความเข้าใจสิ่งมีชีวิตตรงหน้าได้เลย
“ งั้นข้าเข้าป่าไปหาอาหารก่อนนะ”
พริบตาร่างเขาหายเข้าป่าไปเพื่อล่าสัตว์เอาหาผลไม้ต่างๆ เอามาให้หลานหยูและตัวของเขานั้นได้กิน จนผ่านไปได้ 1 ชั่วยาม ร่างของหลงหยุนก็ได้กลับมาในที่สุด
เขานั้นไปจับกระต่ายมาและก็ผลไม้ต่างๆ อีกมากมายทั้งสองคนนั้นก็ไม่รอช้าได้รีบทำการกินในทันที ทั้งสองคนนั้นได้กินจนอิ่มท้องแล้วก็ได้ทำการเตรียมไปทำภารกิจของพวกเขาทั้งสองต่อ
“เอาล่ะออกเดินทางกันเลยไหม”ทำหลงหยุนถามน้ำเสียงจริงจัง
หลานหยูก็ได้พยักหน้าให้และหลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้ทำการออกเดินทางในทันที ทั้ง 2 มุ่งไปทิศทางเดียวกันหลังได้ทะลวงขอบเขต ทำให้ทั้งคู่ความเร็วเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล
ครึ่งชั่วยามในการเดินทางไปเรื่อยๆจนมาถึงสถานที่เป็น้ำตก พวกเขานั้นได้หยุดพักก่อน
“ข้าว่าพวกเรามานั่งพักกันก่อนไหมหลังจากเราเดินทางมา ”หลงหยุนนั้นได้เสนอแนะขึ้นมาในทันทีทางของหลานหยูนั้นก็ไม่ได้คิดจะปฏิเสธ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หลงหยุนบอกให้พัก
“ ข้าว่าหลังจากเดินทางครั้งนี้เ้าอาจจะมีสิทธิที่ทะลวงเป็ระดับลมปราณก็ได้นะ ”
สิ่งที่หลงหยุนนั้นได้กล่าวออกมาก็ทำให้หลานหยูงั้นก็คิดในใจ“ หือถ้าข้าทะลวงขอบเขตลมปราณได้ง่ายขนาดนั้น ข้าคงทะลวงไปแล้วล่ะ แต่นี่ขนาดข้าจะใช้แก่นอสูรระดับหลอมรวมแล้วก็ยังยากในการทะลวงเลย”
นางบ่นพึมพำภายในใจไม่ได้กล่าวออกไป ให้ได้แต่หลงหยุนนั้นได้คิดต่อไปและสองคนก็ได้พักไปประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนออกเดินทางต่อทั้งสองคนนั้นที่ได้เดินทางไปด้วยกัน ถามเื่ราวต่างๆด้วยกันมากมายจนตอนนี้ทั้งสองนั้นเริ่มสนิทกันแล้วในที่สุด
“ นี่พวกเรามาถึงแล้ว”
หลังจากที่พวกเขาทั้ง 2 คุยสนทนาในที่สุด จุดหมายปลายทางก็ได้เปิดมาถึง ข้างหน้านั้นมีถ้ำที่มีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางป่า หลงหยุนที่กำลังจ้องมองก็รู้ได้ทันทีว่านี่ต้องเป็ถ้ำที่พวกเขานั้นมาทำภารกิจอย่างแน่นอน
“ นี่ก็คือถ้ำอสูรมืด ” ทางของหลานหยูก็คิดเช่นกันนี่ต้องใช่เพราะว่านางเคยได้ยินมาเหมือนกัน เื่ราวของถ้ำนี้ว่ามันอยู่ตั้งอยู่ใจกลางป่าทั้งสองคนก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าถ้ำเพื่อเตรียมตัวน่าจะเข้าไปในทันที
“มาดูกันซิว่าถ้ำนี้มันน่ากลัวแค่ไหนที่ไม่ได้มีใครออกมาพวกเราต้องระวังตัวกันมากหน่อยแล้วล่ะ” หลงหยุนกล่าวตักเตือน เพื่อเตรียมตัวสั่งให้ระวังไว้ให้ดีหากพลาดอาจไม่ได้กลับออกมา
ส่วนทางของหลานหยูก็ได้พยักหน้าตอบรับ นางย่อมดีว่าภายในถ้ำนั้นจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นพวกเขาทั้งสองคนอาจจะไม่รอดจากนั้นทั้งสองคนก็ไม่รอช้าได้เข้าไปในถ้ำในทันที โดยทั้งสองคนนั้นได้เดินเข้าไปพร้อมกัน