คุยกันสักนิด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 20
เสียงรถยนต์ที่ถูกขับเข้ามาภายในหมู่บ้านเฟิงหยวน ทำให้บรรดาเด็กน้อยและผู้เฒ่าผู้แก่ที่นั่งคอยมองลูกหลานเล่นสนุกกันอยู่นั้นต่างก็หันมองตรงไปยังทิศทางเดียวกัน ก่อนที่พวกเขาจะรู้สึกใและตื่นตระหนกเป็อย่างมาก เพราะว่าเมื่อไหร่ที่ทหารแดงเหล่านี้มาเยือนหมู่บ้านของพวกเขานั้น ก็มักจะมีเื่ราวร้ายแรงเกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่าครั้งนี้พวกเขาต่างก็พากันครุ่นคิดถึงสาเหตุที่ทหารแดงเดินทางเข้ามาที่หมู่บ้านเฟิงหยวนของพวกเขาเช่นกัน
“อวี้เอ๋อร์ หลานรีบไปตามหัวหน้ากลุ่มการผลิตเร็วเข้า” เฉินเข่อหนี่ว์รีบะโบอกหลานชายของตัวเองในทันที หลังจากนั้นนางก็รีบบอกให้เด็กๆ หยุดเล่นลงเสียก่อน
“ไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่”
“พวกเราก็รีบตามไปเถอะ ทิศทางที่ทหารแดงพวกนั้นขับไปก็คงเป็ที่ทำการของกองการผลิตของพวกเราเหมือนเดิม” หย่งเถียนอี้บอกกล่าวกับเพื่อนของเธอ ก่อนที่เธอจะไล่ต้อนเด็กๆ ให้เดินตรงไปยังที่ทำการของกองการผลิตเช่นเดียวกัน
“อืม” เฉินเข่อหนี่ว์ตอบกลับหย่งเถียนอี้ ก่อนที่เธอจะหันไปหาหลานสาวคนโตของเธออีกครั้ง “หลานรีบไปเถอะอวี้เอ๋อร์ พอบอกกล่าวกับทุกคนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ไปเจอย่าและน้องๆ ที่ทำการของกองการผลิต”
“ค่ะ”
ม่านซินอี้รีบวิ่งตรงไปยังทิศทางของที่ทำการของกองการผลิตซึ่งอยู่ใกล้จากจุดที่เธอและน้องๆ เล่นกันอยู่สักเท่าไหร่ ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง เพราะว่าภายในใจของเธอตอนนี้อยากทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากย่าของเธอให้สำเร็จ อีกทั้งเธอรับรู้ได้ถึงความตื่นตระหนกของผู้เป็ย่า ดังนั้นภายในใจของม่านซินอี้จึงรู้สึกหวาดกลัวและตื่นตระหนกไปด้วยเช่นกัน
“คุณลุงหวงสือฉินคะ คุณลุงหวงสือฉินคะ” เมื่อมองเห็นที่ทำงานของหัวหน้ากลุ่มการผลิตแล้ว ม่านซินอี้ก็ไม่รอช้ารีบะโเรียกชื่ออีกฝ่ายในทันที
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้ะโเสียงดังลั่นแบบนี้”
หวงสือฉินที่เดินออกมาจากห้องทำงานของตัวเอง มองตรงไปยังร่างเล็กของม่านซินอี้ด้วยความไม่พอใจ เพราะว่าในเวลาทำงานแบบนี้ เขาไม่้าให้มีคนมารบกวนโดยเด็ดขาด อีกทั้งเมื่อครู่นี้เขากำลังคำนวณผลการผลิตคร่าวๆ ของหมู่บ้านเฟิงหยวนอยู่ด้วย ดังนั้นจึงจำเป็ที่จะต้องใช้ความคิดและความเงียบเป็อย่างมาก
“คุณลุงหวงสือฉินคะ เมื่อครู่นี้มีทหารแดงเดินทางมาที่หมู่บ้านของพวกเราค่ะ ตอนนี้พวกเขากำลังตรงมาที่นี่แล้วค่ะ” หลังจากที่อาการเหนื่อยหอบของเธอดีขึ้นแล้ว ม่านซินอี้ก็รีบบอกกล่าวให้อีกฝ่ายทราบในทัน
ซึ่งทันทีที่ม่านซินอี้พูดจบ รถยนต์ของทหารแดงก็ขับมาจอดที่ด้านหน้าที่ทำการของกองการผลิตเป็ที่เรียบร้อย ทำให้ม่านซินอี้หันกลับไปหาคุณลุงหวงสือฉินอีกครั้ง
“เดี๋ยวหนูจะไปแจ้งให้ชาวบ้านคนอื่นๆ ทราบนะคะ คุณลุงรีบไปต้อนรับพวกเขาเถอะค่ะ”
หวงสือฉินพยักหน้าให้กับเด็กหญิงตรงหน้า “ถ้าอย่างนั้นฝากด้วยก็แล้วกัน ถ้ายังไงก็ปั่นจักรยานที่อยู่ตรงนั้นไปดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาสักเท่าไหร่”
หลังจากที่หวงสือฉินบอกกล่าวกับม่านซินอี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบเดินตรงไปหาทหารแดงในทันที นอกจากนี้เขายังรู้สึกใเป็อย่างมากที่เห็นหญิงสาวในหมู่บ้านของเขานั่งรถยนต์มากับทหารแดงอีกด้วย ซึ่งแน่นอนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ภายในใจของหวงสือฉินรู้สึกตื่นตระหนกมากขึ้นไปอีก
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามีเื่อะไรเกิดขึ้นกับลูกบ้านของผมเหรอครับ”
เมื่อหวงสือฉินทำทักทายทหารแดงทั้งสามคนตรงหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น เขาก็รีบเข้าเื่ในทันที อีกทั้งเขายังหันไปมองหญิงสาวทั้งสี่คนด้วยความมึนงงอีกด้วย หวงสือฉินรู้ดีว่าเมิ่งจือหลันไม่ได้เป็คนในหมู่บ้านที่เขาต้องดูแล แต่สำหรับผู้หญิงอีกสามคนที่เหลือนั้น พวกเธอต่างก็เป็คนในหมู่บ้านของเขา แต่ถึงอย่างนั้นหวงสือฉินก็รับรู้นิสัยของทั้งสามคนเป็อย่างดี อีกทั้งเขายังคงรับรู้ถึงความขัดแย้งของครอบครัวกัวและครอบครัวลู่อีกด้วย
“สหายรีบไปตามชาวบ้านคนอื่นๆ มาที่นี่เถอะ ที่พวกเรามาที่นี่ก็เพราะมีเื่ที่้าแจ้งให้หมู่บ้านของสหายได้รับรู้เอาไว้” มู่หยางบอกกล่าวกับชายวัยกลางคนตรงหน้า “นอกจากนี้พวกเราต้องขอใช้เวทีของสหายแล้วละ”
“ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมจะรีบให้คนของผมไปจัดเตรียมเอาไว้ให้พร้อม” หลังจากที่ที่หวงฉือสินขอตัวจากทหารแดงทั้งสามคนตรงหน้าแล้ว เขาก็รีบบอกให้เ้าหน้าที่ไปจัดเตรียมเวทีเอาไว้ให้เรียบร้อย โดยที่เขาก็เข้าไปตรวจสอบเวทีเ่าั้ด้วยตัวเอง เพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นนั่นเอง
มู่หยางหันกลับมาหญิงสาวที่เป็ต้นเหตุของเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดเล็กน้อย “อี้หรง อู๋เฉิน พวกนายสองคนพาผู้หญิงทั้งสามคนไปรอที่ด้านข้างเวทีเถอะ รอคนในหมู่บ้านแห่งนี้มากันครบเมื่อไหร่ พวกเราจะได้จัดการเื่ราวต่างๆ ให้เสร็จเรียบร้อยเสียที”
“ได้เลย”
หลังจากที่เพื่อนร่วมงานและหญิงสาวทั้งสามคนที่จะต้องถูกรับโทษเดินจากไปแล้วนั้น มู่หยางก็หันมาหาหญิงสาวที่ยังคงยืนอยู่ด้านข้างรถยนต์ของเขาอีกครั้ง
“สำหรับสหายเมิ่ง ผมคงต้องขอให้คุณยืนรอใกล้ๆ ผมก่อน”
“ได้ค่ะ”
แต่ก่อนที่เมิ่งจือหลันจะได้พูดคุยกับทหารแดงตรงหน้าต่อ เสียงของตายายและครอบครัวฝั่งแม่ของเธอก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งจือหลันรู้ดีว่าการที่เธอเดินทางมากับทหารแดงแบบนี้ ย่อมทำให้ครอบครัวลู่เป็ห่วงอย่างแน่นอน
“ฉันขอพูดคุยกับครอบครัวสักหน่อยได้ไหมคะ”
มู่หยางพยักหน้าให้กับหญิงสาวตรงหน้า ถึงยังไงเธอก็ไม่ใช่คนที่กระทำความผิด ดังนั้นเขาจึงไม่มีเหตุผลที่จะกักตัวอีกฝ่ายเอาไว้ นอกจากนี้อีกฝ่ายยังเป็ครอบครัวของนายทหารที่ปกป้องชาติอีกด้วย ดังนั้นมู่หยางจึงรู้สึกดีกับอีกฝ่ายขึ้นมาอีกเล็กน้อย
เมิ่งจือหลันรีบหันกลับไปหาครอบครัวของเธอในทันที หลังจากที่เธอได้รับการอนุญาตจากอีกฝ่ายเป็ที่เรียบร้อย ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งแรกที่เธอได้รับจากครอบครัวลู่ก็คืออ้อมกอดของผู้เป็ยาย และมือเหี่ยวย่นของผู้เป็ตาที่กำลังลูบศีรษะของเธอด้วยความอ่อนโยน
“จือหลันของยาย เกิดอะไรขึ้นกันแน่” จินอวี่ถงเอ่ยถามหลานสาวของเธอด้วยความร้อนใจ ในตอนแรกที่ครอบครัวของเธอได้รู้ข่าวมาจากม่านซินอวี้ เธอก็ไม่ได้ตื่นตระหนกมากถึงขนาดนี้ เพราะว่าเธอรู้ดีว่าครอบครัวของเธอไม่ได้กระทำสิ่งใดผิดกฎหมาย
แต่เมื่อเธอและครอบครัวเดินทางมาถึงที่ทำการของกองการผลิตแล้วนั้น สิ่งที่เธอเห็นคือร่างบางของหลานสาวที่ยืนอยู่ข้างกายทหารแดง ซึ่งทำให้จินอวี่ถงรู้สึกหวาดกลัวและเป็ห่วงหลานสาวของเธอเป็อย่างมาก ทำให้เธอหลงลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมดสิ้น และรีบเดินตรงมายังทิศทางที่หลานสาวของเธอยืนอยู่
“เกิดเื่ในตำบลนิดหน่อยค่ะ แต่เดี๋ยวรอให้พวกเขาเป็คนชี้แจ้งเื่ราวทั้งหมดดีกว่านะคะ” เมิ่งจือหลันตบมือลงบนหลังมือของผู้เป็ยายอย่างปลอบโยน
“ทุกคนไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ ที่หนูมากับทหารแดงแบบนี้ก็เพราะมาเป็พยานและเ้าทุกข์เท่านั้นค่ะ ถึงยังไงหนูก็ไม่ถูกลงโทษแน่นอน”
เมื่อครอบครัวลู่ได้ยินเมิ่งจือหลันพูดออกมาแบบนั้น ก็คลายความเป็กังวลลงไป แม้จะเพียงแค่เล็กน้อยก็ตามที แต่ถึงยังไงเขาก็ยังคงรู้สึกเป็ห่วงหลานสาวของพวกเขาอยู่ ดังนั้นครอบครัวลู่จึงยังคงยืนอยู่ข้างกายหลานสาวไม่ขยับไปไหน
“ดีแล้วที่หลานไม่ได้เป็อะไร ไม่อย่างนั้นลุงก็ไม่รู้จะต้องไปบอกกล่าวกับพ่อแม่ของหลานยังไงดี”
ลู่เจิ้งชุนรู้สึกเป็ห่วงหลานสาวของเขาพอๆ กับที่พ่อแม่ของเขาเป็ห่วง เพราะถึงยังไงครอบครัวของหลานสาวก็เคยช่วยเหลือครอบครัวของเขาอยู่ปล่อยครั้ง อีกทั้งเขาก็รักใคร่และเอ็นดูลู่จื่่อหลินน้องสาวของเขาเป็อย่างมาก ดังนั้นความเอ็นดูของเขาจึงถ่ายทอดมาให้กับเมิ่งจือหลันด้วยเช่นกัน
“มันเกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมพวกคุณถึงได้จับกุมลูกสาวของฉันแบบนั้น” กัวหลินลู่ะโออกมาด้วยความไม่พอใจ โดยเฉพาะเมื่อเธอได้เห็นใบหน้าที่น่าสงสารของผู้เป็ลูกสาว
ถึงแม้ว่าลูกสาวของเธอคนนี้จะเกิดมาจากสามีของคนอื่น แต่กัวหลินลู่ก็เลี้ยงดูลูกสาวของเธอคนนี้มากับมือ อีกทั้งเธอยังคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะสามารถยกระดับความเป็อยู่ในครอบครัวให้กับเธออีกด้วย ดังนั้นเมื่อกัวหลินลู่ได้มาเห็นสภาพของลูกสาวของเธอใตอนนี้ จึงรู้สึกโกรธเคืองแทนลูกสาวของเธอ
“ปล่อยนะ ปล่อยลูกสาวของฉันเดี๋ยวนี้”
ถึงแม้ว่ากัวหลินลู่จะรู้สึกหวาดกลัวทหารแดงเ่าั้ แต่เพราะว่าเธอ้าช่วยเหลือลูกสาว ดังนั้นจึงลืมสิ้นไปหมดเสียทุกอย่าง เพราะสิ่งที่เธอต้องทำในตอนนี้ก็คือการช่วยเหลือลูกสาวของเธอนั่นเอง
จินอู๋เฉินที่เป็คนจับตัวของกัวซือเยว่เอาไว้รู้สึกโมโหหญิงวัยกลางคนตรงหน้าเข้าไปทุกที ไม่ว่าจะเป็เสียงดังอันแสบแก้วหูของอีกฝ่าย หรือแม้กระทั่งการกระทำที่ไม่ไว้หน้าทหารแดงอย่างพวกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นจินอู๋เฉินจึงผลักร่างของอีกฝ่ายให้ห่างออกไป ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ได้ผ่อนแรงของตัวเองแม้แต่นิดเดียว
ดังนั้นทันทีที่กัวหลินลู่ถูกผลักออกไปนั้น ก็ทำให้ร่างกายของอีกฝ่ายล้มลงไปกองกับพื้นในทันที ซึ่งแน่นอนว่าจินอู๋เฉินก็ไม่ได้ใส่ใจแม้แต่นิดเดียว
“ถ้าหากสหายยังแสดงท่าทางแบบนี้อีก ผมก็ไม่ขัดข้องนะที่จะนำสหายไปปรับทัศนคติพร้อมกับลูกสาวของสหาย”
ถึงแม้ว่ากัวหลินลู่จะรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของอีกฝ่าย แต่ว่าในตอนนี้เธอไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือลูกสาวของเธอได้อีกครั้ง เพราะว่าเธอกำลังถูกครอบครัวของเธอจับตัวเอาไว้ พร้อมกับใช้ผ้าปิดปากของเธอนั่นเอง ดังนั้นกัวหลินลู่จึงทำได้เพียงส่งสายตาไปให้ลูกสาวของเธอด้วยความเป็ห่วง
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++