ท่ามกลางความเงียบในห้องสมุด ผมกับเฮกเตอร์ซ่อนตัวอยู่หลังชั้นหนังสือขนาดใหญ่ โดยมีเงาร่างของสองอันธพาลไล่ล่าไปทั่วห้อง
“แกไปดูฝั่งนู้น ทางนี้ฉันหาเอง” เสียงเขื่อนร้องสั่งเฉิงตู
ผมดึงแขนเสื้อเฮกเตอร์เบา ๆ ส่งสัญญาณให้ขยับต่อไป ทีละแถว ทีละแถว พวกเรากำลังเข้าใกล้ประตูทางออกห้องสมุดไปทุกที ขณะที่ก้าวย่างอย่างระมัดระวัง ไหล่ของเฮกเตอร์ก็ไปชนเข้ากับชั้นหนังสือ
ปึ้ก!
เสียงหนังสือเล่มหนึ่งตกกระทบพื้นดังลั่น
เฮกเตอร์ตัวแข็งทื่อ ผมหันขวับไปตามเสียง รีบยกมือปิดปากเขาไว้ไม่ให้เผลอร้องออกมา
ฝีเท้าหนัก ๆ เดินตรงมาทางพวกเราทันที
เขื่อนหยุดยืนหน้าชั้นหนังสือ มองซ้ายมองขวา พร้อมกับขมวดคิ้ว หรี่ตาดูกองหนังสือที่ตกอยู่บนพื้น ราวกับกำลังชั่งใจ
เฮกเตอร์กำเสื้อผมไว้แน่นจนรู้สึกได้
เขื่อนหยิบหนังสือที่ตกขึ้นมา ก่อนจะพึมพำกับตัวเองแล้วหันหลังเดินออกไปสมทบกับเฉิงตู ทั้งสองหายลับไปอีกทาง
ผมปล่อยมือออกจากปากเฮกเตอร์ เขาสูดลมเข้าลึก ๆ ใจยังเต้นไม่เป็จังหวะ
“เกือบไปแล้ว…” เฮกเตอร์กระซิบเสียงสั่น
“ไปต่อ” ผมดึงเขาให้ก้มต่ำหลบอยู่หลังชั้นหนังสือ
พวกเราขยับตัวอย่างระมัดระวัง ทีละก้าว ทีละก้าว แต่แล้ว...
“จ๊ะเอ๋ตัวเอง” เขื่อนโผล่มาด้านหลังพวกเรา แสยะยิ้มยืนมองเหมือนเสือที่เจอเหยื่อของมันแล้ว
เฮกเตอร์หน้าซีด หัวใจผมเต้นโครมคราม แต่แล้วทันใดนั้น…
ปึ้ก!
เสียงหนังสือหล่นดังสนั่นไปทั้งห้องสมุด
“เอ๊อะ! ตีนฉัน” พี่เบิ้มร้องโอดโอยทันที
หนังสือปกแข็งหล่นทับอยู่บนนิ้วเท้าของเขื่อน สันของมันหนาจนผมรู้สึกเจ็บแทน
เมย์ยืนขวางพวกเราเอาไว้ั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอยิ้มประกาศชัยชนะ
“อุ๊บ… ขอโทษที เผลอทำหลุดมือน่ะ” เมย์พูดเสียงใส แต่สีหน้าดูไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด
เด็กหญิงผู้กล้าหาญ เธอคือซาร่าห์ คอนเนอร์ เธอคือแคตนิส เอฟเวอร์ดีน คือฟูริโอซ่าของผม แต่ตอนนี้ผมต้องช่วยเธอจากอันตรายก่อน
“หนีเร็ว” ผมคว้าแขนเมย์กับเฮกเตอร์แล้ววิ่งไปตามซอกของชั้นหนังสือ
เขื่อนเดินกะโผลกกะเผลกพร้อมกับะโสั่ง “เฉิงตู พวกมันไปทางแกแล้ว ดักไว้อย่าให้หนีไปได้”
เมย์ เฮกเตอร์ และผมหยุดชะงัก ชั้นหนังสือแถวสุดท้ายเป็ปราการเพียงหนึ่งเดียวที่กั้นพวกเรากับสองนักล่าเอาไว้ อันธพาลโรงเรียนมองผ่านช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือเหมือนสัตว์ร้ายที่จ้องเหยื่อของมัน
เมย์ขมวดคิ้ว กวาดสายตามองรอบตัวพยายามคิดแผนการบางอย่างในหัว ก่อนจะหันมากระซิบ
“ช่วยกันผลักชั้นหนังสือ”
“ห๊ะ” ผมกับเฮกเตอร์ร้องออกมาพร้อมกัน
“ไม่ต้องคิด ทำเลย”
เราสามคนวางมือแนบกับขอบชั้นหนังสือ นับจังหวะในใจ หนึ่ง… สอง… สาม… ผลัก!
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เร็วเข้า อีกที” เมย์กัดฟัน หนึ่ง… สอง… สาม…
ครืนนนน!!!
ชั้นหนังสือเอียงไปพิงกับอีกแถวหนึ่ง ก่อนจะล้มลงเป็ทอด ๆ ราวกับโดมิโน่ขนาดั์ ดังสนั่นโครมครามไปทั่วห้องสมุด ฝุ่นคละคลุ้ง พร้อมกับเสียงร้องแตกตื่นของนักเรียนทุกคนที่อยู่ในนั้น
ผมยืนอ้าปากค้าง แทบไม่อยากเชื่อสายตาในสิ่งที่พวกเราทำลงไป
“พ่อกับแม่ต้องฆ่าฉันแน่ ๆ” เฮกเตอร์พูดอย่างสิ้นหวัง
“ช่างมันก่อน วิ่ง” เมย์สั่ง
เราสามคนพุ่งตรงไปที่ประตู ก่อนจะหายออกจากห้องสมุด ทิ้งความวุ่นวายไว้เื้ั และสองรุ่นพี่เกเรที่ถูกฝังอยู่ตรงไหนสักแห่งใต้กองหนังสือที่ล้มระเนระนาด
“ขอบคุณที่ช่วยพวกเราไว้นะ… ลูกพี่” ผมหันไปสบตาเมย์ที่กำลังเดินจ้ำอ้าวอย่างเร่งรีบ
“ด้วยความยินดี” เธอยิ้มให้ผมด้วยความภูมิใจ
วันนี้เองที่ผมได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าความรู้คืออาวุธเป็ยังไง