ไม่นานร่างสูงก็เงียบไปเหมือนเขาจะหลับไปแล้วส่วนข้าวปั้นนั่งนิ่งดูข่าวในทีวีไปเรื่อยตามองไปที่นาฬิกาบนผนังบอกเวลาหนึ่งทุ่ม
จ๊อก เสียงท้องของร่างบางร้องขึ้นมาเบา ๆ ทำเอาคนตัวสูงขยับตัวเล็กน้อยในขณะที่นอนมาได้สักพักใหญ่
พี่เขาจะตื่นเมื่อไหร่ แง รู้สึกบะหมี่หมูที่กินไปเมื่อตอนบ่ายย่อยไปหมดแล้วชักหิวแล้วสิผมโน้มหน้าไปดูพี่ธีโอที่นอนหลับอยู่บนตักของผม
“หลับสบายเกินไปแล้วนะครับ”ข้าวปั้นพึมพำออกมา
เมื่อเห็นว่าเขาหลับสนิทมือเล็กข้างขวาค่อย ๆ เลื่อนไปลูบที่ผมของเขาเบา ๆ อย่างเอ็นดู
ผมคงไม่ได้ตกหลุมรักพี่เขาแล้วใช่ไหม มันคงเป็ไปไม่ได้หรอกระหว่างผมกับเขา ร่างบางคิดก่อนจะเลื่อนมือของตัวเองออกและมองใบหน้าที่หลับตาพริ้มเหมือนเด็ก
พอพี่หลับแบบนี้แล้วน่ารักไปอีกแบบแฮะ
ข้าวปั้นยังคงดูข่าวไปเรื่อย ๆ
ร่างสูงลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับมองไปที่คนตัวเล็กที่กำลังดูทีวีอยู่ธีโอจึงลุกขึ้น
“ไปบางแสนกัน”
“ตื่นแล้วเหรอครับ”
“อืม ไปกันเถอะ”
ธีโอลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าของตัวเองก่อนจะเดินออกไปข้างนอกทำให้ผมต้องรีบปิดทีวีคว้าเอาโทรศัพท์ของตัวเองเดินตามออกไปขึ้นรถ
ระหว่างทางที่ขับไปบางแสนนั้นผมหลับตลอดทาง หลังจากจัดข้าวของตัวเองเสร็จยังไม่ได้พักเลยแถมเขายังมานอนตักกันอีกทำให้ผมไม่สามารถลุกไปไหนได้และทำได้แค่นั่งถ่างตาดูข่าวทีวีไปเรื่อยจนกว่าเขาจะตื่น
คราวนี้เป็ตาผมหลับบ้างล่ะ
คนตัวเล็กหลับหัวเอนไปมาเมื่อร่างสูงเห็นจึงยื่นมืออีกข้างของตัวเองมาประคองไว้และขับรถมือเดียวจนถึงบางแสน
รถของชายหนุ่มจอดลง
“ปั้น ปั้น ข้าวปั้น” ชายหนุ่มเรียกคนตัวเล็กให้ตื่น
ผมงัวเงียตื่นขึ้นมา
“ถึงแล้วเหรอ”
“อืมถึงแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ”
“พี่ธีปั้นอยากไปเดินเล่นถนนคนเดิน” ผมขอเขาไปเดินเล่นเพื่อหาของกินกันที่นั่นแทน ผมไม่อยากเข้าไปหาอะไรในร้านอาหารมันไม่ได้เดินเล่น ผมอยากเดินรับลมทะเลเย็น ๆ ไปเรื่อย ๆ
“ไม่เข้าร้านอาหารเหรอ”
ผมส่ายหัว
“เดินซื้อข้างนอกกินกันดีกว่า”
“ตามใจ” ธีโอเองไม่ได้ขัดเขายังไงก็ได้ตามใจเด็กน้อย
พวกเขาทั้งสองคนเดินไปตามสองข้างทางที่มีรถเข็นมาขายของกันเต็มหาด
“พี่ธีผมอยากกินอันนี้” ผมชี้มือไปที่ปลาหมึกย่าง ที่คนกำลังต่อแถวซื้ออยู่แถวยาวเหยียด
ชายหนุ่มจึงเดินไปต่อแถวซื้อมาให้เมื่อได้ปลาหมึกย่างมาแล้วทั้งสองคนจึงเดินไปซื้อน้ำและเบียร์มาคนละกระป๋องของกินเล่นอีกนิดหน่อยเดินไปนั่งลงที่หาดเพื่อดูทะเลในยามดึก
“อากาศดีจัง”
“นั่นสิ นานแล้วเหมือนกันที่ฉันไม่ได้มาที่นี่”
ผมหันไปหยิบถุงปากหมึกย่างขึ้นมาก่อนจะหยิบกินและไม่ลืมที่จะยื่นปลาหมึกไปตรงหน้าของพี่ธีด้วย
ธีโอมองปลาหมึกที่เด็กน้อยยื่นมาให้ตรงหน้า
“อร่อยนะ ปั้นป้อน”
ธีโอโน้มหน้างับเอาปลาหมึกย่างจากไม้ที่คนตัวเล็กป้อนให้ ก่อนจะเคี้ยวตุ้ย ๆ และไม่ลืมที่จะหันไปหยิบเบียร์กระป๋องมาเปิดกิน
ฟู่
เสียงซ่าของเบียร์ดังขึ้น
“เอาไหม” ธีโอหันมาถาม
ผมส่ายหน้าชี้ไปที่โค้กในถุงแทน
“ปั้นขอโค้กแล้วกันครับ”
“หึ อ่อนจริงนายนี่”
แหมะ เบียร์กระป๋องเดียวพี่มาว่าผมอ่อน ผมแค่ไม่อยากกินเฉย ๆ หรอกถ้าไม่กลัวว่าจะเหมือนวันนั้นอีกผมคงกินมันไปแล้ว อันตรายฉิบอยู่กับพี่เขาทีไรผมเมาแอ๋ไม่รู้เื่ทุกทีเลย
“เปิดโค้กให้หน่อยสิ”
“มีมือก็เปิดเองสิ” ธีโอกวนโอ้ยคนตัวเล็ก
ชิส์ เปิดเองก็ได้ผมหยิบกระป๋องโค้กขึ้นมาทำท่าจะเปิดแต่ก็โดนเขาแย่งมันออกไปจากมือและเปิดให้อยู่ดี
“แหนะ มาเปิดให้ทำไมครับ”
“สงสารขวด เห็นนายเปิดทุลักทุเลแล้วทนเห็นไม่ได้”
ชิส์ ดูพูดเข้า ก็ฝามันแข็งนี่น่าใครจะไปแรงช้างเหมือนพี่กันเล่า ผมมุ้ยหน้าไม่ได้พูดคำพูดที่ตัวเองคิดออกไป
พี่ธีโอยื่นกระป๋องโค้กมาให้ผม
“ขอบคุณ” ส่วนพี่เขายังคงยกเบียร์จิบวนไปและจิ้มหมูย่างที่ซื้อมากินไปด้วย
เมื่อเรากินกันอิ่มแล้วผมนึกอยากเล่นน้ำจึงถอดรองเท้าวิ่งออกไปย่ำพื้นทรายเล่น
“นุ่มจัง พี่ธีมาเล่นด้วยกันไหม”
ธีโอส่ายหน้าพลางจิบเบียร์มองดูเด็กน้อยเล่นเพลิน
คริคริ ว้าว น้ำเย็นจัง ผมวิ่งเล่นไปเรื่อย ๆ
“พี่ธีน้ำเย็นมากเลยมาเล่นด้วยกันเร็ว” ผมะโถามอีกครั้ง แต่เขาก็ยังคงส่ายหน้าปฏิเสธผมจึงวิ่งเข้าไปคว้ามือของเขาและดึงให้เขาลุกขึ้น
“นายก็เล่นไปสิ ฉันดูนายเล่นก็พอ”
“พี่เป็คนแก่หรือไงมานั่งดูผมเล่น มาถึงทะเลเราก็ต้องเล่นน้ำสิ อ๊ะถอดรองเท้าด้วยเดี๋ยวเปื้อน”
ร่างสูงไม่ยอมถอด จนข้าวปั้นมองค้อนชายหนุ่มจึงยอมถอดตามที่คนตัวเล็กบอกเมื่อปลายเท้าของธีโอััพื้นทรายอันนุ่มนิ่ม ชายหนุ่มจึงมช้เท้าเขี่ยทรายเล่นไปมา
“มานี่เดินเล่นกันดีกว่า” ร่างบางจูงมือชายหนุ่มเดินไปยังน้ำตื้นที่สาดเข้าฝั่งเดินย้ำน้ำเล่นไปมา
“เป็ไงน้ำเย็นใช่ไหมล่ะ คริคริ พี่นี่ชอบทำหน้าอมทุกข์จังดูปั้นสิโดนทิ้งมายังไม่เศร้าขนาดนี้เลย” ผมพูดออกมาพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้
ธีโอเลื่อนสาตาของตนมองไปที่มือเล็กที่จับมือของเขาอยู่พร้อมกับอมยิ้มออกมา ข้าวปั้นที่ย่ำน้ำเล่นเงยหน้าหันมามองพอดี
“ยิ้มอะไรอะ”
“ยิ้มที่นายหลอกแตะอั๋งฉันอยู่ไงเด็กน้อย”
หืม ผมเนี่ยนะแต๊ะอั๋งเขาบ้า
“ใครแต๊ะอั๋งพี่”
“นายไง” พี่ธีโอยกมือที่ผมจับมือเขาขึ้นมาชูตรงหน้าผม
อุ้ย !!
ผมรีบปล่อยมือออกจากมือของเขาทันที ผมไปจับมือพี่แกตอนไหนนี่
ร่างสูงเห็นคนตัวเล็กหน้าเหวอเลยก้มตัวลงวักน้ำใส่
“ว๊าก !! พี่มาสาดน้ำใส่ผมทำไมเนี่ยเปียกหมดแล้ว” ร่างบางรีบวิ่งหนีแต่ร่างสูงยังลงวิ่งตามไล่สาดไม่หยุด
“ก็นายอยากให้ฉันลงมาเล่นด้วยเองไม่ใช่หรือไง”
“นี่แหนะ”
“ว้าก!! พี่หยุดเดี๋ยวนี้นะ นี่แหนะ นี่แหนะ” ผมสาดกลับบ้างทั้งสองคนเล่นน้ำกันในตอนดึกอยางสนุกสนานก่อนจะทั้งคู่จะตัวเปียกกันไปหมด
“ขึ้นไปข้างบนกันเถอะ ดึกแล้ว” ธีโอพูดขึ้นแต่คนตัวเล็กไม่ยอมเดินตามเขาจึงหันหน้ากลับมาหา
“เป็อะไรอีก”
“เหนื่อยแล้วอ่ะ อุ้มหน่อยจิ”
“เดินแค่นี้เอง นายเป็หง่อยหรือไง”
ไม่เอา ปั้นเหนื่อยแล้วพี่ขึ้นไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวปั้นตามไป”
“ข้าวปั้นอย่างอแง เดินขึ้นแป๊บเดียวเอง”
“ไม่เอา ปั้นเหนื่อยแล้ว พี่อุ้มปั้นขึ้นไปหน่อยจิ นะ ๆ ขี่หลังก็ได้” ผมอ้อนเขาไปที่ต้องบอกไปแบบนั้นไม่ใช่อะไรนะครับ พอดีขาเป็ตะคริวเลยต้องบอกเขาแบบนั้นไป
ร่างสูงถอนหายใจก่อนจะเดินมาช้อนตัวคนตัวเล็กขึ้นทำให้ข้าวปั้นคลี่ยิ้มออกมา
“คริคริ พี่นี่ก็ใจดีเหมือนกันนะเนี่ย นึกว่าจะทิ้งผมไว้ตรงนี้ซะแล้ว”
“ชิส์” ร่างสูงจิ๊จ๊ะในลำคอแต่ก็ยอมเดินมาอุ้มขึ้นไปบนหาดและวางคนตัวเล็กลงให้ใส่รองเท้าเตรียมกลับรถ
“พี่จะไปไหนอ่ะ จะกลับแล้วเหรอแต่เบียร์ยังไม่หมดเลยนะ”
“ไม่กินแล้ว ไปเปิดโรงแรมนอนกันวันนี้ฉันคงไม่กลับ”
“เดี๋ยวสิ เบียร์ยังไม่หมดเลย นั่งต่ออีกสักนิดสิหรือถ้าพี่เหนื่อยพี่กลับไปก่อนก็ได้เดี๋ยวปั้นนั่งเล่นสักพักเรียกรถตามไป”
“มาด้วยกันก็กลับด้วยกันครับเด็กน้อย”
“งั้นกินเบียร์นี่หมดก่อนค่อยกลับนะครับ นะ นะ” ผมยังไม่อยากกลับเลยอ้อนพี่ธีอยู่ต่ออีกสักหน่อย
ร่างสูงยอมทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ
“งั้นนายก็กินให้มันหมดแล้วรีบกลับ”
“คร้าบ ว่าแต่เปิดให้หน่อย” ผมหยิบกระป๋องเบียร์ยื่นให้เขาก่อนเขาจะเปิดมันให้ผมและยื่นกลับมาให้
เมื่อกินเบียร์หมดกระป๋องแล้วพวกเราทั้งคู่จึงเดินกลับไปที่รถ
“พี่คิดยังไงถึงพาผมมาบางแสนอ่ะ” ร่างบางเปิดประเด็นเพราะไม่คิดว่าจะได้มากระทันแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแบบนี้
“พานายมาพักใจไม่ดีหรือไง”
“หืม พาผมมาพักใจหรือพี่พาตัวเองมาพักใจอ่า”
ร่างสูงคาดเบ้ลเงยหน้ามามองเด็กน้อยทั้งคู่สบตากันก่อนจะอมยิ้มขึ้น
“ทั้งสองอย่างได้หรือเปล่า”
“อ่า...” ผมโน้มหน้าเข้าไปใกล้เขาทำให้ใบหน้าของเราห่างกันแค่คืบ ไม่รู้ทำไมพอแอลกอฮอล์เข้าปากสมองมักสั่งการให้ทำอะไรตามที่ใจคิดอยู่เรื่อย
“ปั้น รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำอะไร” ธีโอถามขึ้น
คนตัวเล็กพยักหน้าพร้อมกับโน้มหน้าเข้าไปจูบริมฝีปากหนา ไม่รู้ทำไมผมถึงได้อยากจูบเขาแล้วทำไมต้องเป็ตอนนี้
นั่นเป็เหตุผมที่ทำอะไรไม่คิดไม่รู้ว่าจะไปยังไงต่อจึงหลับตาลงและผละตัวออกเงยหน้าสบตาร่างสูงเม้มริมฝีปากของตัวเองไว้ลังเลว่าจะเอายังไงต่อดีเมื่อตัวเองจูบเขาไปแล้ว
แต่แล้วผมกลับโดนพี่ธีโน้มหน้าลงมาจูบอีกรอบเขาจูบผมแบบนี้แสดงว่าเขาก็คิดเหมือนกันกับผมใช่หรือเปล่า
เราทั้งคู่จูบกันเนินนานตักตวงความหวานจากโพลงปากด้านในของกันและกันจูบในค่ำคืนนี้โรแมนติกสุด ๆ เราทั้งคู่ผละออกจากกันเพื่อหายใจ
“กลับโรงแรมกันเถอะ”
ผมก้มหน้าลงหันหน้ากลับไปนั่งหน้าตรงไม่พูดไม่จาอะไรเพราะเขินจนใบหน้าแดงเป็ลูกตำลึงกลัวว่าเขาจะแซว
“ครับ”
ระหว่างทางไปโรงแรมพวกเราทั้งคู่ไม่พูดไม่จากันเลย
แง พี่อย่าเงียบอย่างงี้สิ