บทที่ 18 ระบายความแค้น (รีไรต์)
หน่วยรักษาความปลอดภัยช่วยหวงเจี้ยนกั๋วตามหาหลินเนี่ยนไม่ได้หยุดพักเลยทั้งคืน
พวกเขาตามหามาทั้งคืนจึงเริ่มหงุดหงิด และรู้สึกไม่ดีต่อหลินเนี่ยนถึงขีดสุด
ตอนเปลี่ยนเวร ไม่มีคนไหนที่ไม่บ่นหลินเนี่ยน
คนทั้งโรงงานสาขาย่อยรู้สึกแย่กับหลินเนี่ยนทันที รวมถึงคนที่เคยเห็นใจหลินเนี่ยนก่อนหน้านี้ด้วย ตอนนี้เปลี่ยนจากเห็นใจกลายเป็เกลียดชังเสียแล้ว
จางชุ่ยฟางใช้โอกาสนี้ร้องไห้ระบายกับผู้คน “…ทุกคนต่างก็คิดว่าฉันที่เป็แม่แท้ ๆ เหมือนเป็แม่เลี้ยง แต่แล้วฉันทำอะไรได้ล่ะ”
“ฉันก็แค่อยากสอนให้เธอเรียนรู้แต่สิ่งดี ๆ ก็เท่านั้น”
“บางอย่างฉันไม่กล้าพูดออกมา แต่มีหลายครั้งมากที่เด็กคนนี้ทำตัวเกเร”
“ถ้าเธอได้นิสัยจากพี่สาวมาสักหน่อยละก็ ฉันคงไม่กังวลขนาดนี้…”
“ว่ากันว่าเป็แม่เลี้ยงนั้นลำบาก แต่ฉันเป็แม่เลี้ยงของลี่ลี่ ลี่ลี่กลับกตัญญูกับฉันมาก กลับกันหลินเนี่ยนเป็ลูกสาวแท้ ๆ ของฉัน แต่ไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกสบายใจเลย ถ้าฉันกับหวงเจี้ยนกั๋วทำอะไรให้เธอไม่พอใจละก็ เธอก็จะใช้วิธีฆ่าตัวตายมาขู่พวกเรา…”
ฝูงชนต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่า หากลูกสาวบ้านตนเป็เช่นนี้ คงถูกตีวันละแปดรอบเป็อย่างต่ำ! และบอกว่าจางชุ่ยฟางใจดีเกินไปแล้ว
จางชุ่ยฟาง้าผลลัพธ์แบบนี้แหละ
รอให้ทุกคนวิจารณ์กันพอสมควรแล้ว จึงกล่าวเสียงสะอื้นว่า “เธอเป็ลูกคนเดียวของผู้สละชีพ ฉันจะกล้าตบตีเธอได้ยังไง เจี้ยนกั๋วยิ่งแล้วใหญ่ เขาให้เกียรติเธออย่างกับบรรพบุรุษอย่างไรอย่างนั้น กลัวว่าถ้าเธอโมโหขึ้นมาจะใส่เสื้อขาด ๆ ออกไปร้องไห้ข้างนอกแล้วบอกว่าฉันกับเจี้ยนกั๋วทำไม่ดีกับเธอ…”
“แต่ฉันไม่คิดว่าเธอจะกล้าไม่กลับบ้านกลับช่องตอนดึกด้วย”
“เมื่อคืนฉันกับเจี้ยนกั๋วตามหาเธอทั้งคืน…”
พอพูดแบบนี้ก็ทำให้มลทินของเธอกับหวงเจี้ยนกั๋วถูกชำระล้างไปทันที แถมทุกคนยังเชื่อคำพูดบ้าบอของเธอด้วย
เพราะถึงอย่างไรเด็กสาวที่ไม่กลับบ้านกลับช่องตอนดึกก็ต้องมีปัญหา และไม่ใช่คนดีแน่นอน
หลิ่วกุ้ยเซียงทำงานอยู่ที่โรงงานสาขาหลัก หลังจากที่ข่าวแพร่ไปทั่วโรงงานสาขาหลักแล้ว เธอจึงโมโหมาก
เธอตบโต๊ะทำงานทันที
“ถุย!”
“จางชุ่ยฟางนี่มันหน้าไม่อายจริง ๆ!”
“หลินเนี่ยนถูกเธอไล่ให้ไปชนบทแทนหวงลี่ลี่ต่างหาก ไปั้แ่เช้าเมื่อวานแล้ว ฉันเห็นเองกับตา!”
“ผ่านไปแป๊บเดียว เธอก็ใช้วิธีนี้ทำลายชื่อเสียงของหลินเนี่ยน นี่เธอยังเป็แม่แท้ ๆ ของหลินเนี่ยนอยู่ไหม?”
“คนที่ไม่รู้คงคิดว่าหวงลี่ลี่เป็ลูกแท้ ๆ ของเธอ”
ป้า ๆ สมาพันธ์สตรีได้ยินหลิ่วกุ้ยเซียงด่าแบบนี้แล้ว ต่อมความอยากรู้อยากเห็นก็ทำงานทันที
คนเหล่านี้ต่างก็รู้ว่าผู้ชายของหลิ่วกุ้ยเซียงกับผู้ชายของจางชุ่ยฟางกำลังแย่งชิงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานรีดเหล็กสาขาย่อยนี้อยู่ ดังนั้นเื่ที่สองคนนี้ไม่ถูกกันเป็เื่ที่ทราบกันอยู่แล้ว
ทุกคนจึงคิดว่าหลิ่วกุ้ยเซียงจงใจสร้างเื่ขึ้นมาหรือไม่
หากเป็เช่นนั้นก็มีฉากสนุก ๆ ให้ดูกันแล้ว
ด้วยเหตุนี้จึงมีคนถามขึ้น “เหล่าหลิ่ว พูดแบบนี้ต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเองด้วยนะ อย่ามาพูดไร้สาระล่ะ!”
“นั่นน่ะสิเหล่าหลิ่ว ยังไงหลินเนี่ยนก็เป็ลูกสาวแท้ ๆ ของจางชุ่ยฟาง ถึงเธอจะโง่แค่ไหนก็คงไม่โง่ถึงขนาดพาผู้ชายไปตามหาทั่วโรงงานให้เหนื่อย เพียงเพราะว่าจะทำลายชื่อเสียงของลูกสาวตัวเองหรอกมั้ง”
คนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วย
หลิ่วกุ้ยเซียงกล่าว “เื่นี้ตรวจสอบง่ายมาก และสมาพันธ์สตรีของเราห้ามปล่อยปละละเลยเด็ดขาด!”
“ส่งคนสักสองคนไปถามที่สำนักงานยุวชน แล้วขอใบรับรองจากสำนักงานยุวชนมา แค่นี้ทุกอย่างก็จะกระจ่าง!”
“ตอนที่ฉันไปส่งลูกของญาติไปชนบทเมื่อวานนี้ ฉันเห็นเองกับตาว่าหลินเนี่ยน แม่หนูนั่นขึ้นรถไปแล้ว!”
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็คิดว่าเป็วิธีที่ดีจริง ๆ อีกอย่างหลิ่วกุ้ยเซียงกล้าให้ไปขอใบรับรองจากสำนักงานยุวชนแบบนี้ เธอน่าจะไม่ได้โกหก ไม่อย่างนั้นจะถูกจับได้ง่าย
หัวหน้าสมาพันธ์สตรีครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “เอาแบบนี้ ฉันจะไปขอใบรับรองแล้วไปประทับตราที่โรงงาน เสี่ยวถังกับเหล่าหลิวไปที่สำนักงานยุวชนฝั่งถนนโรงงานรีดเหล็กสาขาย่อย”
ถ้ามีใบรับรองของโรงงาน ทางสำนักงานยุวชนก็ให้ความร่วมมือในการตรวจหาบัญชีรายชื่อให้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังทำใบรับรองให้ด้วย
คนในสมาพันธ์สตรีรู้ว่าหลินเนี่ยนไปชนบทแล้วจริง ๆ ก็โกรธขึ้นมา
หลิ่วกุ้ยเซียงรู้ว่าหลินเนี่ยนไปชนบทโดยที่ไม่บอกจางชุ่ยฟาง แต่จางชุ่ยฟางไม่รอบคอบเอง จะตามหาลูกสาวก็ไม่ตามหาดี ๆ แต่ยังเที่ยวทำลายชื่อเสียงของหลินเนี่ยนไปด้วย
ถ้างั้นก็อย่าโทษว่าหลิ่วกุ้ยเซียงคนนี้พูดจาไร้สาระทำให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียงแล้วกัน
หลิ่วกุ้ยเซียงคอยพูดเติมเชื้อไฟอยู่ข้าง ๆ ฝูงชนรู้สึกว่าจางชุ่ยฟางไม่เพียงแต่จิตใจชั่วร้ายเท่านั้น แต่ยังหลอกพวกเธอเหมือนลิงอีก
แบบนี้จะทนได้ยังไง
หัวหน้าฉีนำหลักฐานไปที่สำนักงานโรงงานแล้วรายงานเื่นี้กับผู้อำนวยการหวังทันที
ฝั่งผู้อำนวยการหวัง เดิมทีก็มีจางไห่หยางและคนอื่น ๆ คอยเป่าหูอยู่แล้ว เขาจึงรู้เื่ที่คนตระกูลหวงบีบบังคับให้หลินเนี่ยนไปชนบทแทนหวงลี่ลี่
คราวนี้หลินเนี่ยนไปแล้ว ทุกอย่างก็ลงตัวพอดีไม่ใช่หรือไง!
ทั้ง ๆ ที่ลูกไปชนบทแล้ว แต่สามีภรรยาคู่นี้ก็ยังไม่ปล่อยไปง่าย ๆ ทั้งยังคอยคิดหาวิธีทำลายชื่อเสียงของเด็กอีก นอกจากคำว่า ‘ชั่วร้าย’ ผู้อำนวยการหวังคิดคำอื่นมาแทนสองคนนี้ไม่ได้เลยจริง ๆ
เขาสั่งการไปทันทีให้หัวหน้าฉีนำกลุ่มสมาพันธ์สตรีคิดหาวิธียืนยันความบริสุทธิ์ให้กับหลินเนี่ยนให้เร็วที่สุด
แล้วให้คนไปแจ้งที่โรงงานรีดเหล็กสาขาย่อยให้จัดประชุมด่วน ให้ทุกคนวางงานในมือแล้วเข้าประชุม ยกเว้นคนที่ต้องเฝ้างาน เขาและคณะกรรมการโรงงานหลัก สหภาพแรงงาน และสมาพันธ์สตรีเองก็จะไปร่วมประชุมด้วย
หวงเจี้ยนกั๋วไม่รู้เลยว่าถูกหลิ่วกุ้ยเซียงหลอกเข้าเต็มเปา จางชุ่ยฟางระบายความลำบากออกมาอย่างสุดฤทธิ์ในสำนักงานโรงงานสาขาย่อย ระบายว่าหลายปีที่เธอเลี้ยงดูหลินเนี่ยนนั้นลำบากมากแค่ไหน
พร่ำบ่นว่าหลินเนี่ยนเป็เด็กไม่เชื่อฟัง อกตัญญู นิสัยไม่ดี แถมยังใจแคบและเ้าแผนการ
ทั้ง ๆ ที่ซื้อชุดสวย ๆ ให้เธอ แต่เธอกลับไม่ใส่ มิหนำซ้ำยังออกไปแลกเปลี่ยนชุดเก่า ๆ ขาด ๆ กับคนอื่นข้างนอกด้วย…
ขณะที่จางชุ่ยฟางกำลังเพลิดเพลินกับการว่าร้ายให้หลินเนี่ยนอยู่นั้น ก็มีคนมาแจ้งให้เข้าประชุมด่วน บอกว่าคนจากสาขาหลักจะมาด้วย ผู้อำนวยการหวังเองก็มาด้วย
ทุกคนต่างคิดถึงเื่คัดเลือกตำแหน่งผู้อำนวยการสาขาย่อยขึ้นมาและพากันยินดีกับจางชุ่ยฟาง บอกให้จางชุ่ยฟางปล่อยวาง ต่อให้ลูกสาวไม่เชื่อฟังก็ยังมีลูกชายอยู่
อีกอย่าง ลูกเลี้ยงเชื่อฟังมากกว่าลูกแท้ ๆ ต่อไปเธอจะมีความสุขแน่นอน
ผู้คนล้วนชื่นชมยินดี จางชุ่ยฟางจึงเสแสร้งอีกครั้ง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
หวงเจี้ยนกั๋วเองก็เช่นกัน หลังจากที่มีการแจ้งให้จัดประชุมใหญ่ ทุกคนก็พากันยินดีกับเขาทันที
เขาเสแสร้งบอกว่าตามหาหลินเนี่ยนไม่พบ เขาดีใจไม่ออกจริง ๆ
บอกว่าเขารู้สึกผิดกับหลินฉางเจิง
ฝูงชนจึงปลอบใจเขา บอกว่าเขาทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว ทุกคนรู้ดีว่าเป็พ่อเลี้ยงนั้นไม่ง่าย บอกให้เขาไม่ต้องโทษตัวเองมากมาย ต้องฮึกเหิมขึ้นมา
เพราะเื่ที่ผู้อำนวยการคนเก่าจะเกษียณเป็เื่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โรงงานรีดเหล็กสาขาย่อยจึง้าเขา
ถ้าเขาไม่ตั้งสติทำงานให้ดี ๆ โรงงานรีดเหล็กสาขาย่อยคงได้จบเห่แน่นอน…
หวงเจี้ยนกั๋วพึงพอใจในท่าทีของฝูงชนมาก เขาเสแสร้งทำเป็ถ่อมตนแล้วลงไปที่หอประชุมโดยมีผู้คนรายล้อม
เมื่อมาถึงห้องประชุมใหญ่ พนักงานมาถึงกันมากพอสมควรแล้ว ห้องประชุมเสียงดังครึกครื้น แต่ละคนถ้าไม่วิจารณ์เื่รับตำแหน่งของหวงเจี้ยนกั๋วก็วิจารณ์เื่หลินเนี่ยน
อีกอย่าง หัวข้อการสนทนานี้ได้พัฒนามาจากเื่ที่หลินเนี่ยนไม่กลับบ้านดึก ๆ ดื่น ๆ มาเป็ทำตัวเหลวไหลอยู่ข้างนอก และอาจจะเคยทำแท้งลูกมาก่อนก็เป็ได้
บ้างก็เดาว่าหลินเนี่ยนอยู่กับผู้ชายหลายคน พฤติกรรมของเธอถือเป็นักเลงหัวไม้ แล้วโรงงานจะปกป้องเธอไหม เธอจะถูกจับไหม…
หลังจากที่จางชุ่ยฟางนั่งลงและได้ยินผู้คนวิจารณ์กันเช่นนี้ก็ยิ้มร่าอยู่ในใจ
ชื่อเสียงของนังเด็กนั่นเสื่อมเสียแล้ว พอถึงคราวที่ต้องส่งเธอไปชนบทก็สามารถใช้เื่นี้เป็เหตุผลอ้างว่าที่ชนบทไม่มีใครรู้เื่ชื่อเสียงเรียงนามของเธอได้
ทุกคนก็จะเข้าใจทันที
ความจริงแล้วถ้าหลินเนี่ยนยอมไปชนบทดี ๆ ั้แ่แรก เธอก็ไม่มีความจำเป็ต้องทำลายชื่อเสียงของหลินเนี่ยนหรอก ถึงตอนนั้นก็แค่บอกคนอื่น ๆ ว่าเพราะหลินเนี่ยนเป็ห่วงพี่สาว ก็เลยแอบไปลงชื่อที่สำนักงานยุวชน
แต่หลินเนี่ยนช่างโง่งมนัก หลังจากะโน้ำแต่ไม่ตายก็คอยขัดแข้งขัดขาเธอมาตลอด
ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามาโทษว่าเธอโหดร้ายไม่ไว้หน้านังเด็กนั่นก็แล้วกัน!
จางชุ่ยฟางมองหวงเจี้ยนกั๋วที่นั่งอยู่ข้าง ๆ โต๊ะประธาน ทำให้ความร้อนใจและตื่นเต้นในแววตาของเธอไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้อีกต่อไป
เดี๋ยวผู้ชายของเธอก็จะได้เลื่อนขั้นเป็ผู้อำนวยการโรงงานแล้ว
ชื่อเสียงของเด็กนั่นก็เสื่อมเสียไปแล้วด้วย ความแค้นได้ระบายออกไปแล้ว ความสุขที่มีอยู่ในใจไม่สามารถอธิบายออกมาเป็คำพูดได้เลย
จางชุ่ยฟางอยากเห็นสีหน้าของหลินเนี่ยนหลังจากที่ถูกคนอื่นครหาอยู่ข้างนอก ถึงตอนนั้นถ้านังเด็กนั่นจะมาคุกเข่ากราบขอร้อง เธอก็จะไม่มีทางสนใจแน่นอน!
เธอจะทำให้นังเด็กนั่นเสียใจ!
จะทำให้รู้ว่าความมั่นอกมั่นใจของเธอมีราคาที่คงไม่มีปัญญาชดใช้ได้!