ตอนที่ 1ตีเ้าคางคก
ใน่เดือนเจ็ดที่อากาศสุดแสนจะร้อนอบอ้าว ทางตะวันออกของหมู่บ้านตระกูลหลินณ บ้านของหลินจง ในห้องด้านข้างที่ทรุดโทรมเล็กน้อย มีเด็กสาวแรกรุ่นอายุราวสิบสองถึงสิบสามปีคนหนึ่ง นางมีผิวเหลือง ผอมโซ สองตาปิดสนิทอยู่บนใบหน้าที่ซีดเหลืองราวกับกระดาษทองซึ่งกำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียงไม้เก่าๆ
นอกห้องนั้นภรรยาใหม่ของหลินจงหรือหวังซื่อ นางกำลังลากชายหนุ่มหน้าแหลมราวกับหนูมายังห้องนี้
“ข้าได้จับนางเด็กนั่นกรอกยาคาดว่าบัดนี้คงมิได้สติแล้ว เ้ารีบทำเวลาก่อนที่พวกท่านลุงของเ้าจะกลับมารีบทำให้นางตกเป็ของเ้าเสีย ถึงตอนนั้นท่านลุงของเ้าคงทำได้เพียงยกนางให้เ้าเท่านั้นแล้ว”
หวังไฉพยายามสะกดกลั้นความตื่นเต้นเขายิ้มจนเห็นฟันเหลืองที่มิเสมอกันในปาก “ท่านป้า เมื่อเื่นี้สำเร็จแล้วข้าจะเชิญท่านมาร่วมดื่มสุรามงคลอย่างแน่นอน”
“ดื่มสุรามงคลอันใดกันนางก็แค่เด็กกำพร้าคนหนึ่งเท่านั้น เพียงแค่มอบฐานะให้ก็ถือว่านางได้กำไรแล้วเ้ารีบเข้าไปเถิด อย่ามัวชักช้าอยู่เลย” นางหวังซื่อเอ่ยพลางเปิดประตูไปพลางจากนั้นก็ดันหวังไฉเข้าไปในห้องนั้น
เสียงประตูปิดลง“ปัง”
แสงสว่างภายในห้องค่อนข้างสลัวแต่ก็มิได้เป็อุปสรรคแต่อย่างใด หวังไฉมองเห็นได้อย่างชัดเจน แม้ว่าเด็กสาวจะมีสีหน้ามิค่อยดีเท่าใดนักแต่ก็มิอาจต้านทานใบหน้าอันงดงามของนางได้
หลังจากกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่หวังไฉที่อดใจมิไหวก็เริ่มถอดอาภรณ์ของตน ในมิช้าก็ถอดจนตนเองเปลือยเปล่า
“ฮึ ๆ อาหร่วนพี่ไฉมามอบความความรักให้เ้าแล้ว ! ” เขากล่าวพร้อมกับรอยยิ้มลามกบนใบหน้าหวังไฉรีบโถมเข้าหาเด็กสาวที่ยังนอนมิได้สติ
ในขณะที่หลินหร่วนกำลังตกอยู่ในภาวะมึนงงนั้นเธอก็รู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างทับอยู่บนร่างของตน ซึ่งมันกำลังจะฉีกกระชากอาภรณ์ของเธอออก
‘ซอมบี้หรือ ? ’ มิทราบว่าั้แ่เมื่อใดที่ซอมบี้วิวัฒนาการถึงขนาดจะกินมนุษย์ทว่าจำเป็ต้องถอดเสื้อผ้าของเหยื่อออกด้วยหรือทั้งที่เธอถูกกรงเล็บอันแหลมคมของเ้าซอมบี้ระดับพิเศษแทงทะลุหัวใจไปแล้วเหตุใดถึงยังไม่ตายกัน ร่างกายของเธอพลันตอบสนองโดยอัตโนมัติเธองอขาขึ้นแล้วถีบเข้าที่ยอดอกของ ‘เ้าซอมบี้’ ทันใด
‘หวังไฉ’แม้จะเป็บุรุษ แต่เนื่องจากเกิดมาตัวผอมบางและเขามักจะมั่วสุมกับแม่ม่ายในหมู่บ้านเป็ประจำร่างกายจึงทรุดโทรมไร้ซึ่งพละกำลังไปเนิ่นนานแล้ว ‘ลูกถีบรักษาชีวิต’ของหลินหร่วนในครานี้ทำให้ร่างของเขาลอยออกไปแล้วฟาดลงบนพื้นอย่างแรงยังมิทันได้ส่งเสียงออกมาสองตาก็พลันเหลือกค้างและหมดสติไปเสียแล้ว
นางหวังซื่อที่อยู่ภายนอกเมื่อได้ยินเสียงดังนั้นก็อดหัวเราะอย่างชั่วร้ายมิได้ รุนแรงถึงเพียงนี้ปีหน้าท่านแม่ของข้าคงได้อุ้มหลานเป็แน่
เมื่อคิดว่าหลานของตนได้ทำภารกิจสำเร็จแล้วจึงรีบลงกลอนประตูทันที จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังทุ่งนาเพื่อตามคนตระกูลหลินมาจับ‘ชู้สาว’
เมื่อหลินหร่วนเตะเ้าซอมบี้ลอยออกไปไกลก็มิกล้าประมาทอีกเธอพยายามลุกขึ้นมาจากเตียง อดทนต่อความรู้สึกไม่สบายบนร่างเธอเตรียมที่จะฆ่าเ้าซอมบี้นั่นทิ้ง เพื่อไม่ให้เป็ภัยในภายหลัง แต่เมื่อเห็น‘ซอมบี้’ ที่นอนแผ่อยู่บนพื้นชัด ๆ แล้ว เธอก็ได้แต่ตกตะลึง เขาเป็ ‘มนุษย์’ นี่เป็มนุษย์ที่ไว้ผมยาว
หลินหร่วนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมรอบกายของเธอผนังบ้านทำมาจากดินเหลือง หลังคามุงจาก ภายในห้องทรุดโทรมจากนั้นก็ก้มหน้ามองตนเองอีกคราชุดกระโปรงกระดำกระด่างที่ถูกดึงจนไม่เป็ระเบียบทำมาจากผ้าเนื้อหยาบแค่ดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่เครื่องแต่’กายของคนในยุคสมัยปัจจุบัน
ตนย้อนยุคมาใช่หรือไม่!
ตนย้อนกลับมาในยุคโบราณ!
หลังจากถูกเ้าซอมบี้นั่นแทงทะลุหัวใจก็ได้รับพรจาก์ให้ย้อนกลับมาในยุคโบราณความสามารถในการยอมรับสิ่งต่าง ๆ ของหลินหร่วนแข็งแกร่งเป็อย่างมากใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที เธอก็สามารถยอมรับความจริงที่ว่าตนเองย้อนอดีตกลับมาได้แล้วขอเพียงได้มีชีวิตอยู่ จะยุคสมัยใดก็ได้ทั้งนั้น อีกทั้งที่นี่ไม่มีซอมบี้ไม่มีอันตรายใด สำหรับเธอแล้ว ที่นี่เป็ดั่งแดน์
หลินหร่วนมองไปยังชายผมยาวที่นอนสลบอยู่บนพื้นอีกคราจากนั้นก็หรี่ตาลง ชายผู้นี้แค่ดูก็ทราบแล้วว่าไม่ใช่คนดีอันใดดังนั้นเธอจึงหยิบเอาเข็มขัดของหวังไฉขึ้นมา จับกลุ่มผมบนศีรษะของเขาแล้วออกแรงลากเหมือนลากสุนัขที่ตายแล้วไปไว้ข้างเตียง จากนั้นก็มัดเขาเอาไว้อย่างแ่า
ไม่เลวพละกำลังของร่างนี้มีไม่น้อยเลยทีเดียว แม้จะไม่มีเรี่ยวแรงมหาศาลเหมือนเทพเซียนแต่หากเทียบกับชายฉกรรจ์ทั่วไปก็ถือว่าแข็งแกร่งกว่าไม่น้อย
เธอกวาดตามองหวังไฉอีกคราหลินหร่วนหรี่ตาลง ยืดขาออก แล้วเตะเข้าไปที่ร่างของหวังไฉอย่างแรงมันเจ็บจนทำให้หวังไฉที่นอนสลบอยู่ฟื้นกลับมาเธอนึกรังเกียจเสียงร้องของหวังไฉเพราะมันแสบหูจนเกินไป หลินหร่วนหยิบถุงเท้าที่ทั้งเหลืองทั้งแข็งทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นจากบนพื้นขึ้นมาจากนั้นก็ออกแรงบีบคางหวังไฉแล้วยัดถุงเท้าเข้าไปทันที
ทันใดนั้นกลิ่นเหม็นของถุงเท้าก็ตีเข้าจมูกของหวังไฉจนตาเหลือกรู้สึกอยากจะขย้อนเอาอาหารออกมาเต็มทน แต่เป็เพราะปากของเขาถูกอุดด้วยถุงเท้าดังนั้นจึงต้องกลืนมันลงไปอีกครา
หลินหร่วนได้ัักับสถานการณ์อันตรายมาแล้วทุกรูปแบบในโลกที่แล้วเธอดังนั้นกับเื่แค่นี้ เธอจึงไม่ใส่ใจแม้แต่น้อยหลินหร่วนจัดเสื้อผ้าบนร่างกายให้เข้าที่เข้าทางจากนั้นก็เดินไปยังประตูเพื่อจะออกไปข้างนอก ทว่าประตูใหญ่ถูกปิดล็อคอยู่ขณะที่เธอกำลังจะพังประตูที่ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าใดนักก็เป็อันต้องชะงักมือลง
ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่กระจ่างเธอไม่สามารถหุนหันพลันแล่นออกไปได้ เช่นนั้นชายหยาบคายผู้นั้นมาสอบถามก่อนดีกว่า
เธอกลับเข้าไปในห้องนั่งยองลงด้านหน้าหวังไฉ พลางดึงถุงเท้าในปากของเขาออกมา
ในขณะที่หวังไฉกำลังจะอาเจียนออกมาหลินหร่วนก็ได้เอ่ยอย่างเ็าว่า “หากเ้ากล้าอาเจียนออกมา ข้าจะบดขยี้‘เ้านั่น’ ของเ้าในเท้าเดียว”หวังไฉหวาดกลัวจนต้องหนีบขาทั้งสองข้างเข้าหากันแน่น เขาพยายามปิดปากให้สนิททั้งยังฝืนกลืนของเหลวที่ค้างอยู่ในคอลงไปดังเดิม
หลินหร่วนหัวเราะอย่างเ็าหนึ่งคราพวกราคะสูงเทียมฟ้าแต่ก็รักตัวกลัวตาย ช่างน่าดูถูกเสียจริงดังนั้นเธอจึงเหยียดหมัดออกไป ชกเข้าที่ท้องของเขาอย่างจังหนึ่งครา
หวังไฉรู้สึกเจ็บจนตัวงอเส้นเืบนหน้าผากปูดโปน แต่ถึงจะเจ็บมากเพียงใด เขาก็ไม่กล้าเปิดปากร้องเพราะกลัวว่าของเหลวที่เพิ่งกลืนลงไปจะขย้อนออกมาอีกครา จนส่งผลร้ายถึง‘แก่นชีวิต’ ของตน
“บอกมาผู้ใดส่งเ้ามา หากเ้ากล้าโกหก ข้าจะหักคอเ้าทิ้งเสีย ! ”
ไหลเลยหวังไฉจะเคยเห็นหลินหร่วนในโหมดดุร้ายเช่นนี้มาก่อน
ปกติเด็กสาวผู้นี้ แม้ว่าจะมีเรี่ยวแรงมากมายทว่าภายใต้น้ำมือของท่านป้า นางถูก ‘สั่งสอน’ จนขลาดกลัวแม้แต่จะเอ่ยก็ยังมิกล้าเอ่ยเสียงดังเขามิคาดคิดเลยว่าทั้งหมดนั้นล้วนเป็การเสแสร้งแกล้งทำทั้งสิ้นแท้จริงแล้วสตรีผู้นี้เป็นางมาร !
ความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่อย่างแรงกล้าทำให้เขาเอ่ยความจริงออกมาโดยมิลังเล
“น้องหร่วน เื่นี้มิเกี่ยวกับข้าเป็ท่านป้าของข้า นี่เป็ความคิดของนาง นางวางยาเ้าแล้วสั่งให้ข้ามาจัดการกับเ้าเช่นนี้ถึงจะสามารถบังคับให้ตระกูลหลินยกเ้ามาเป็เมียของข้าได้”
ที่แท้ก็มีผู้สมรู้ร่วมคิดนี่เอง!
ดวงตาของหลินหร่วนเ็าขึ้นมาทันใด“แล้วป้าของเ้าเล่า ? ”
หวังไฉรักตัวกลัวตายเป็อย่างมากมิว่าหลินหร่วนจะเอ่ยถามอันใดก็ตอบเสียหมดทุกเื่“บัดนี้นางน่าจะไปเรียกคนตระกูลหลินที่ทุ่งนานางกล่าวว่า...จำต้องทำให้คนตระกูลหลินเห็นเ้าถูกล่วงเกินจะดีที่สุดหากทำให้เป็เื่ใหญ่โต จนชาวบ้านทั้งหมู่บ้านทราบเื่นี้”
“ดี ดีมาก ! พวกเ้าป้าหลานช่างดีจริง ๆ ”
แม้ว่าหลินหร่วนจะยังมิทราบเื่ราวเกี่ยวกับร่างนี้มากนักแต่เมื่อได้ยินคำบอกเล่าเหล่านี้ก็อดที่จะโมโหมิได้ปกติแล้วสิ่งที่เธอดูถูกที่สุดก็คือพวกเดรัจฉานที่ชอบรังแกสตรี
หลินหร่วนลุกขึ้นยืนเธอให้รางวัลสำหรับคำตอบของหวังไฉด้วยการเตะซ้ำอีกครา
หวังไฉเจ็บจนชาเพียงมิกี่อึดใจก็เป็ลมล้มพับอีกครา
หลินหร่วนรู้สึกว่ายังไม่หายโมโหเธอจึงถอดรองเท้าออกมา จ้องมองไปยังใบหน้าของหวังไฉ แล้วก็ฟาดรองเท้าลงไปอย่างแรง
ทำไมไม่ใช้มือน่ะหรือ ?
ก็เพราะเธอขยะแขยงน่ะสิ!
เมื่อจัดการกับเ้าตัวน่ารังเกียจเสร็จเรียบร้อยแล้วหลินหร่วนจึงออกมาจากห้อง นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดอยู่ในลานบ้านจากนั้นก็หลับตาลงเพื่อเริ่มเก็บรวบรวมความทรงจำของเ้าของร่างเดิมเศษเสี้ยวความทรงจำนับไม่ถ้วนถาโถมเข้ามาในการรับรู้ของเธอทำให้หลินหร่วนที่ไม่ค่อยสบายอยู่แล้วเดิมที รู้สึกแย่จนต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน
ใช้เวลาราวหนึ่งก้านธูปหลินหร่วนก็สามารถรับข้อมูลของเ้าของร่างเดิมมาได้ทั้งหมด