สายลับทะลุมิติ

    สายลับทะลุมิติ : ปฏิบัติการแกล้งปัญญาอ่อน 2

    ปฏิบัติการแกล้งปัญญาอ่อน 2
    หลังจากที่ฉันรับคำของท่านแม่แล้วนางก็วิ่งออกมาข้างนอกศาลาทันทีเมื่อวิ่งออกมาแล้วนางก็วิ่งเล่นจบพี่เสื้อที่กำลังเกาะอยู่บนดอกไม้อย่างสนุกสนามโดยที่พยายามวิ่งเยอะเพื่อเป็นการออกกำลังกายโดยที่ไม่ให้ใครสงสัยเพราะเธอคิดว่าถ้าไม่ออกกำลังกายเลยจะไม่ดีต่อร่างกายนี้เท่าไหร่แต่จะออกแบบตรงๆ ก็กลัวคนอื่นจะสงสัยมีแต่วิ่งที่เล่นแบบเด็กนี้เท่านั้นล่ะที่พอจะไม่ให้คิดมาเรื่องนี้บางหลังจากีที่ฉันวิ่งเล่นจนเหนื่อยก็วิ่งกลับมาที่ศาลาที่ท่านเเม่นั่งปักผ้าอยู่เพื่อพักกินน้ำกับขนม“เหนื่อยแล้วหรอมานั่งนี้สิแม่บอกให้เจียงหนิงเตรียมน้ำชากับขนมไว้เจ้าแล้วมานั่งกินให้หายเหนื่อยก่อนนะฮวาเออร์” ท่านแม่พูดขึ้นเมื่อเห็นฉันเดินเข้ามาที่ศาลาแล้ว“เจ้าคะ ท่านแม่ฮวาเออร์จับผีเสื้อสวยๆ ได้ตั้งหลายตัว แล้วฮวาเออร์ยังเก็บดอกไม่มาให้ท่านแม่ด้วยนะเจ้าคะ” หลังจากนั้นฉันก็เดินไปที่โต๊ะที่มีขนมกับน้ำชาตั้งอยู่และเริ่มกินน้ำชากับขนมอย่างช้าๆ“ไหนให้แม่ดูหน่อยสิว่าสวยแค่ไหน”“นี้เจ้าค่ะ” ฉันยืนดอกไม่ที่เก็บมาได้ให้ท่านแม่ดู“อืมสวยมาเลย ฮวาออร์เมื่อวานแม่ไปตลาดแล้วเจอของเล่นแม่ซื้อมาให้เจ้าด้วยนะ” เสียงท่านแม่ดังขึ้นเมื่อ“จริงรึเจ้าคะ อะไรหรอเจ้าคะท่านแม่ฮวาเออร์อยากเห็นแล้ว” เสียงฉันดังขึ้นด้วยความตื่นเต้นที่แสร้งทำเพราะตอนเดินมาฉันเห็นสาวใช้คนสนิทของท่านแม่ถือตุ๊กตากระเบื้องมาด้วยคงไม่พ้นนำมาให้เธอเป็นของเล่นแน่นอน แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียความตั้งใจของท่านแม่ฉันควรจะทำเป็นไม่เห็นและก็ตื่นเต้นกับสิ่งที่มารดาของเด็กคนนี้จะให้แล้วกัน“นี่ไงล่ะตุ๊กตากระเบื้องแม่เลือกเองเลยนะ แม่คิดว่าเจ้าต้องชอบแน่เลย” เสียงท่านแม่ดังขึ้นแล้วนำตุ๊กตามาให้ฉัน“น่ารักจังเลยเจ้าคะ ฮวาเออร์ตั้งชื่อให้มันได้ไหมคะ” ฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเหมือนได้เพื่อนใหม่“ได้สิจ๊ะ แล้วฮวาเออร์จะตั้งชื่อมันว่าอะไรล่ะ"“จินเออร์ดีไหมเจ้าค่ะ จินเออร์เจ้าชอบชื่อนี้หรือไม่” ฉันหันไปบอกท่านแม่ในประโยชน์แรกและหันกับมาคุยกับตุ๊กตาในประโยคหลังและทำเป็นเมินท่านแม่ไปเลยขี้เกียจคิดคำพูดแล้วเท่าที่ฉันแสดงไปเนี่ยฉันว่าฉันควรได้รางวัลนักแสดงผู้รับบทปัญญาอ่อนได้เนียนที่สุดแห่งปีเลยล่ะ พูดแล้วอดที่จะคิดไม่ได้ฉันควรภูมิใจไหมเนี่ยกับการเล่นเป็นเด็กสามขวบเนี่ย เล่นเป็นเด็กปัญญาอ่อนนี้ก็เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ยฉันคิดถูกคิดผิดเนี่ยที่ตามน้ำ โอ้ยเหนื่อย กลัวแต่แสดงจนปัญญาอ่อนจริงๆ ไม่อยากจะคิดเลยเมื่อไหร่เด็กนี้จะกลับมาเข้าร่างตัวเองสักที่ ฉันเหนื่อยนะโว้ย ส่วนท่านแม่นั้นเมื่อเห็นว่าฉันหันไปสนใจตุ๊กตาก็ละสายตาหันมานั่งปักผ้าต่อทันที“ฮูหยินเจ้าคะ แม่นางหวังมาขอเข้าพบเจ้าคะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นขัดความคิดของฉัน“เชิญนางมาที่ศาลาแล้วกัน” เสียงท่านแม่ดังขึ้นหลังจากนั้นสาวใช้คนนั้นก็เดินออกไปน่าจะไปเชิญคนที่มาขอพบท่านแม่มาที่ศาลาละมั้งหลังจากที่สาวใช้คนนั้นเดินหายไปซักก็เดินกับมาพร้อมกับหญิงวัยกลาง หน้าตาดี แต่งตัวก็ดูมีฐานะพอสมควรเดินเข้ามาที่ศาลาที่นางกับท่านแม่นั่งอยู่ทำให้ท่านแม่ต้องละสายตาจากผ้าที่กำลังปักเมื่อผู้มาเยือนเข้ามาในศาลาแล้ว“ข้าหวังซูซินขอคารวะฮูหยินเหมย” เสียงหญิงผู้มาใหม่เอ่ยแนะนำตัวออกมาพร้อมกับคารวะท่านแม่ตามพิธีการส่วนนางก็นั่งมองด้วยความอยากรู้ นางขอเป็นผู้ชมอยู่รอบนอกแล้วกันเมื่อคิดได้ดังนั้นฉันก็นั่งมองไปทางนั้นทันทีโดยที่มือก็ยังเล่นตุ๊กตากระเบื้องอยู่“เชิญท่านนั่งก่อน” เสียงท่านแม่นั่งขึ้นและเชื้อเชิญหญิงวัยกลางคนนั่งลงที่ว่างตรงข้ามท่านแม่“ขอบคุณเจ้าคะ” ”หลังจากนั้นหญิงวัยกลางคนก็นั่งลงตามที่ท่านแม่เชื้อเชิญทันที“แม่นางหวัง ที่ข้าเชิญท่านมาวันนี้ก็เพื่อให้ท่านช่วยหาคนมาสอนสิ่งที่สตรีพึ่งมีทุกคนให้แก่บุตรีของข้าเพียงเท่านั้น"เสียงท่านแม่พูดขึ้นเพื่อเปิดประเด็นทันทีที่หญิงวัยกลางคนที่ชื่อว่าหวังซูซินนั่งลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“ท่านจะให้ข้าสอนให้บุตรสาวท่านคนไหนล่ะเจ้าคะ” นางพูดพร้อมกับมองมาที่ฉันที่กำลังแกล้งเล่นตุ๊กตาอยู่อีกฝั่งของศาลาทำเหมือนไม่สนใจว่าตอนนี้มีคนแปลกหน้าเข้ามาที่ศาลาแล้ว“สอนให้กับเซียนเออร์นะ” เสียงท่านแม่ดังขึ้นเมื่อเห็นว่าแม่นางหวังมองมาที่ฉัน อย่ามองมาที่ฉันแบบนั้นสิฉันไม่มีทางที่จะไปเรียนอะไรพวกนั้นหรอกนะ เพราะชีวิตฉันตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว เลยไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้วุ่นวาย ความจริงคือขี้เกียจล้วนๆ จบนะ“ได้เจ้าคะ แล้วท่านจะให้ข้าเริ่มสอนวันใดเจ้าคะ” เสียงนางหวังดังขึ้นอีกครั้ง“เอาเป็นอีกสามวันท่านก็มาเริ่มสอนได้เลยส่วนเงินค่าจ้างนั้นก็เป็นอันว่าที่ท่านเรียกมาเราตกลง”“ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปหาคนที่จะมาสอนสิ่งต่างๆ ให้กับบุตรสาวขอท่านแล้วจะนำมาให้ท่สนพิจารณาอีกครั้งแล้วกันนะเจ้าคะ”“ต้องขอบคุณแม่นางหวังที่เป็นธุระให้ด้วยนะเจ้าคะ”“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”“ส่วนค่าจ่ายของคนที่ท่านจะนำมาสอนบุตรีของข้าท่านสามารถเรียกมาได้เลยนะเจ้าคะเดี๋ยวข้าจะจัดการให้”“เจ้าคะ ฮูหยินมีอะไรอีกหรือไหมเจ้าคะ ถ้าไม่มีข้าคงต้องขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”“เชิญเจ้าคะ” หลังจากนั้นนางหวังก็เดินออกจากศาลาไปทำให้ตอนนี้ศาลากลับมาเงียบดังเดิมเพราะท่านแม่ก็กับไปทำการปักผ้าต่อ เห็นดังนั้นฉันจึงหันกลับมาเล่นตุ๊กตาต่อจะว่าไปการเล่นตุ๊กตาก็สนุกดีเหมือนกันนะเนี่ยอย่างน้อยก็ดีกว่าไม่มีอะไรให้เล่นเลย แต่แล้วฉันก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้ไม่ค่อยเข้าใจว่าท่านแม่ให้พี่เซียนเออร์เรียนอะไรดังนั้นฉันจึงถามขึ้นมา

    “ท่านแม่เจ้าคะ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครหรอเจ้าคะ แล้วมาทำอะไรที่จวนของเรา”