“คิดดูดีๆนะสาวน้อย ทั้งเงิน ทั้งชื่อเสียงซึ่งมันจะทำให้เธอกับครอบครัวสบายไปทั้งชาติ คนฉลาดเขาก็เลือกทางนี้ทั้งนั้น”
มือใหญ่รั้งร่างบอบบางเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเขาสามารถััเข้ากับแก้มนวลเนียน
“แต่นิดไม่ชอบวิธีนี้ ปล่อยนิดนะคะ ปล่อย”
เด็กสาวเริ่มเสียงดังอย่างตื่นตระหนก พร้อมกับพยายามแกะมือเขาออกจากต้นแขนของตน พลันทันใดนั้นเองเสียงของคิรากรก็ดังก้องขึ้น
“ปล่อยนิดเดียวนี้นะครับพี่เดช”
ขจรเดชชะงักเขาปล่อยมือจากเด็กสาวอย่างไม่เต็มใจก่อนยักไหล่แล้วเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เป็อะไรหรือเปล่าครับนิด”
คิรากรรีบเข้าไปถามเด็กสาวด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรค่ะ แค่ใเท่านั้นเอง”
เด็กสาวหน้าซีดตัวสั่นพลางลูบต้นแขนของที่ถูกบีบอยู่ป้อยๆ
“อย่าอยู่คนเดียวอีกเลยนะครับ ไปนั่งอยู่กับพี่ที่ริมสระว่ายน้ำโน้นดีกว่า”
ชายหนุ่มบอก และวนิศราก็รีบตามเขาไปอย่างไม่ลังเล เพราะเขาดูน่าไว้ใจกว่านายขจรเดชนั้นตั้งหลายเท่า
+ + + + + + + + + + + + + +
ในเช้าวันจันทร์เมื่อวนิศราไปเรียนที่มหาวิทยาลัยตามปกติเด็กสาวก็ต้องเจอกับสายตาแปลกๆของเพื่อนที่มองมา บางครั้งบางกลุ่มก็ถึงกับซุบซิบนินทากันเลยทีเดียว เมื่อเธอลองเดินเข้าไปใกล้พวกเขาก็รีบทำท่าเหมือนไม่มีอะไร
จนเมื่อได้พบกับจันทนีย์เด็กสาวจึงได้รู้สาเหตุว่าทำไมเพื่อนๆจึงมีท่าทีอย่างนั้น จันทนีย์ได้นำหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งมาให้ดู ในนั้นมีภาพที่เธอกำลังเดินเล่นอยู่ริมทะเลกับคิรากรดารานักร้องชื่อดัง อะไรไม่ร้ายเท่ากับในเนื้อข่าวนั้นได้เขียนว่าเธอเป็ผู้หญิงยามว่างของเขา ซึ่งมันทำให้เธอเสียหายอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
“นิด เป็อะไรไปหรือเปล่า”
จันทนีย์เขย่าแขนเพื่อนที่หน้าซีดเผือดและอึ้งไปทันทีที่เห็นข่าว
“ทำไมละนีย์ ทำไมต้องเกิดเื่อย่างนี้ขึ้นกับฉันด้วย”
วนิศราทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“ไม่เป็ไรนะนิด...”
จันทนีย์พูดได้เท่านั้นเองเพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะปลอบเพื่อนอย่างไรดี
“วนิศราอาจารย์รสรินให้เข้าไปพบ”
เพื่อนคนหนึ่งเดินเข้ามาบอก
วนิศราสบตากับจันทนีย์ด้วยความหวั่นใจ เดาได้ทันทีว่ามันต้องเกี่ยวกับเื่ที่เป็ข่าวในหนังสือพิมพ์นั้นแน่นอน
“ไป ฉันจะไปเป็เพื่อน”
จันทนีย์กล่าวอย่างเห็นใจ