ใน่แรก เหล่าผู้เล่นต่างพากันงัดสกิลฝีปากระดับเทพแห่งตลาดยามเช้ามาต่อรองราคากับเกอร์สกันอย่างดุเดือด ทุกคนพยายามเค้นสมองเค้นวาจาเพื่อจะคั้นเอาเหรียญทองแดงออกจากกระเป๋าของพ่อค้าคนใหม่นี้ให้ได้มากที่สุด
ทว่าในไม่ช้า... พวกเขาก็ได้ซึ้งถึงสัจธรรมที่ว่า "มันเป็ไปไม่ได้เลยเว้ย!"
ถ้าหากเอาไอ้หน้าเืระดับตำนานอย่างกราซิเยส์หรือแกรนเดต์มาเทียบกับเกอร์สแล้วล่ะก็ สองคนนั้นจะกลายเป็แค่เด็กอมมือหัดขายอมยิ้มไปเลยทันที!
เพราะนายเกอร์สคนนี้โดดเด่นเหนือชั้นด้วยคุณสมบัติ ‘ะเหนือน้ำคำ’ ไม่ว่าจะใช้ไม้นวมออดอ้อน หรือไม้แข็งข่มขู่ พี่แกก็ไม่สะทกสะท้าน แถมยังไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง!
เขาส่งยิ้มหวาน พูดจาไพเราะเพราะพริ้งคะขาชวนเคลิ้มทุกคำ แต่พอมองดูราคาที่พี่แกยื่นคำขาด... แข็งเป๊กยิ่งกว่าหินแกรนิตเสียอีก!
เมื่อเห็นว่าขืนดึงดันตื๊อจะต่อราคาต่อไปก็มีแต่จะเสียเวลาเปล่า พวกผู้เล่นจึงเริ่มตระหนักได้ว่า: การมานั่งเถียงกับเอ็นพีซีหน้าเืนี่มันโคตรจะน่าเบื่อเลยว่ะ สู้ยอมขาย ๆ ไปตามราคาที่มันเสนอมาให้จบ ๆ จะได้รีบเอาเงินไปฟาร์มต่อดีกว่า!
หลังจากปะฉะดะกันอยู่ครึ่งค่อนวัน เกอร์สก็ปิดดีลทุกอย่างลงด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจอันเป็เอกลักษณ์
และในที่สุด ตัวเลขสรุปยอดเหรียญทองแดงที่เกอร์สควักจ่ายออกไปก็หยุดอยู่ที่ 1,200 เหรียญทองแดง!
ด้วยเหตุนี้ ขยะเบ็ดเตล็ดร้อยแปดพันเก้าของพวกผู้เล่นที่เคยซุกฝากเอาไว้ในคลังของฟรานซ์ ส่วนใหญ่จึงย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ในมือของพ่อค้าชำจอมกะล่อนคนนี้เป็ที่เรียบร้อย
คำถามสำคัญคือ... แล้วไอ้กองขยะมหึมาที่รับซื้อมาด้วยเงิน 1,200 เหรียญทองแดงเนี่ย มันจะเอาไปขายต่อได้สักกี่มากน้อยกันเชียว?
จุดนี้แหละที่จะเป็ตัวบททดสอบ "ช่องทางการจัดจำหน่าย" ของฟรานซ์อย่างแท้จริง
อันที่จริง ในฐานะพ่อค้าเร่ เกอร์สมีฟังก์ชันติดตัวในการนำสินค้าออกไปตระเวนขายตามเมืองต่าง ๆ ทางตอนใต้ได้อยู่แล้ว ฟรานซ์สามารถสะบัดบ๊อบโยนงานทั้งหมดให้เกอร์สรับผิดชอบ แล้วปล่อยให้เขาหอบข้าวของออกไปเร่ขายตามอัธยาศัยได้เลย
ไม่ต้องมานั่งระแวงด้วยว่าเกอร์สจะหอบสินค้าหนีตามแม่ยายไป เพราะระบบการันตีความภักดีอยู่แล้ว
แต่! ฟรานซ์ยังไม่คิดจะทำแบบนั้นในตอนนี้หรอกนะ
เหตุผลข้อแรกคือ ข้าวของที่รับซื้อมามันกองพะเนินเทินทึกกลายเป็ูเาเลากาขนาดเล็ก แม้จะคัดเลือกไอเทมที่มีประโยชน์บางส่วนเก็บไว้ใช้เองแล้ว ทว่าขยะส่วนที่เหลือก็ยังต้องใช้รถม้าลากขนาดใหญ่อย่างน้อยถึงสองคันเต็ม ๆ ถึงจะขนไปหมด
แล้วหมู่บ้านมันฝรั่งซอมซ่อขนาดนี้ ข้าจะไปขุดเอารถม้าสองคันมาจากไหนให้พ่อค้าของชำกันล่ะ?!
เหตุผลข้อต่อมาคือ โลกภายนอกมันโคตรจะอันตราย! ยิ่งหมู่บ้านมันฝรั่งตั้งอยู่ในเขตชายแดนห่างไกลความเจริญแบบนี้ ขืนปล่อยให้เกอร์สขับรถบรรทุกสินค้าสองคันโต ๆ ออกไปตระเวนขายของโดยไม่มีการ์ดคอยคุ้มกัน... มีหวังไม่ต่างอะไรจากการหอบของขวัญไปแจกให้พวกโจรป่าฟรี ๆ เลยสักนิด!
ซึ่งในปัจจุบัน ฟรานซ์เองก็ยังไม่มีทรัพยากรหรือกำลังคนมากพอที่จะจัดตั้งทีมบอดี้การ์ดส่วนตัวให้เกอร์สได้เสียด้วย
ดังนั้น แทนที่จะส่งพ่อค้าออกไปเสี่ยงชีพเร่ขายของ แผนการของฟรานซ์คือการ "ดึงดูดการลงทุน" และเชื่อมต่อเส้นทางการค้าจาก เมืองทูนซานน์ ที่อยู่ทางตอนใต้ หรือเมืองอื่น ๆ ที่อยู่ถัดออกไปให้หลั่งไหลเข้ามาหาเองต่างหาก!
ในเื่การเปิดเส้นทางการค้านี้ ฟรานซ์ค่อนข้างมั่นใจในตัวเองสูงมาก
ก่อนหน้านี้ แทบจะไม่มีพ่อค้าจากภายนอกย่างกรายเข้ามาที่หมู่บ้านมันฝรั่งเลย มีข่าวลือว่าคาราวานสินค้ากลุ่มสุดท้ายที่หลงเข้ามาทำมาค้าขายที่นี่... มันก็นานกว่าสองปีมาแล้ว!
สาเหตุที่ไม่มีใครยอมมามันก็เข้าใจง่ายมาก
ก็เพราะหมู่บ้านมันฝรั่งมันจนกรอบจนแทบจะเคี้ยวหินแทนข้าว ไม่มีศักยภาพทางการค้า และไม่สามารถสร้างกำไรให้ใครได้เลย พ่อค้าส่วนใหญ่เลยเลือกจะมาแค่ปีเว้นปี หรือไม่กี่ปีครั้ง พอให้ได้เงินติดปลายนวมนิด ๆ หน่อย ๆ ก็เผ่นแน่บ
แต่ตอนนี้ ภายใต้การปกครองของข้า... หมู่บ้านมันฝรั่งจะเปลี่ยนไปหน้ามือเป็หลังมือ!
ขอแค่พวกพ่อค้าตระหนักได้ว่า การมาทำธุรกิจที่หมู่บ้านมันฝรั่งสามารถทำเงินได้จริง ๆ เดี๋ยวพวกกองคาราวานสินค้าก็จะพากันหลั่งไหลมาหาเองโดยไม่ต้องร้องขอ
เมื่อถึงเวลานั้น พวกผู้เล่นก็จะสามารถนำของเบ็ดเตล็ด แร่ธาตุ หรือหินส่วนเกินที่ขุดมาได้ไปขายให้พ่อค้าเ่าั้โดยตรง ส่วนฝั่งพ่อค้าก็สามารถนำสินค้าแปลก ๆ ที่ไม่มีขายในหมู่บ้านมาปล่อยขายโก่งราคาให้พวกผู้เล่นได้อีกทอด วิน-วิน กันทั้งสองฝ่าย ข้าเองก็นั่งเก็บภาษีพุงกาง... มันไม่ยอดเยี่ยมหรอกรึ?
และเพื่อการนั้น... ฟรานซ์จำเป็ต้องเดินทางไปยังเมืองทูนซานน์รวมถึงเมืองรอบ ๆ เพื่อเจรจาแผนโปรโมตดึงดูดการลงทุนในครั้งนี้
งานระดับบิ๊กโปรเจกต์แบบนี้คงไม่มีชาวบ้านหน้าไหนทำแทนได้ ท่านลอร์ดฟรานซ์จึงต้องยอมสลัดความคร้าน ลงมือออกทริปทำธุรกิจด้วยตัวเอง
โชคดีที่เมืองทูนซานน์ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมันฝรั่งเท่าไหร่นัก มุ่งหน้าลงใต้ไปประมาณ 100 กิโลเมตร ผ่านด่านตรวจสุดอันตรายไปก็จะถึงเมืองทูนซานน์ทันที
แม้ว่าตลอดเส้นทางจะมีถนนหนทางตัดผ่านค่อนข้างน้อย แต่ภูมิประเทศโดยรวมค่อนข้างราบเรียบ ควบม้าไปไม่นานก็คงถึงจุดหมาย
ไม่รอช้า ฟรานซ์ะโเรียกเสียงดังลั่นคฤหาสน์ทันที
"อาเนอร์! อาเนอร์!" "เตรียมม้าด่วน!"
ฟรานซ์จัดทรงผมให้เข้าทรงหล่อเหลาสไตล์ท่านลอร์ดผู้สูงศักดิ์ สวมชุดเกราะสุดเท่เต็มยศ ก่อนจะขึ้นไปนั่งแท่นทำหน้าที่เป็สารถีขับรถม้าด้วยตัวเอง
ส่วนอาเนอร์... สาวใช้ตัวน้อยกลับต้องลงมานั่งตัวเกร็งเป็ผู้โดยสารอยู่ข้างในด้วยความเลิกลัก
มันดูไม่เหมาะสมอย่างแรงที่ท่านลอร์ดผู้เป็นายต้องมาขับรถม้าให้สาวใช้คนโปรด แต่มันช่วยไม่ได้จริง ๆ ... ก็อาเนอร์ขี่ม้าไม่เป็นี่หว่า!
เมื่อเห็นท่านลอร์ดฟรานซ์เตรียมตัวจะเดินทางออกจากหมู่บ้าน เหล่าผู้เล่นที่ว่างงานอยู่ต่างก็พากันวิ่งกรูกันเข้ามาล้อมมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทุกคนต่างพากันตั้งข้อสงสัย: อ้าว? ทำไมจู่ ๆ ท่านลอร์ดถึงสลัดเก้าอี้ประจำตำแหน่ง แล้วเตรียมจะวาร์ปไปไหนวะนั่น?
"เฮ้ย! พี่ฟรานซ์แกจะหนีเที่ยวปะวะ?!"
"เฮ้ย หรือว่านี่จะเป็การปลดล็อกเนื้อเื่ใหม่? แบบว่าพี่ฟรานซ์กำลังเดินทางเข้าเมืองหลวงแล้วโดนาาสั่งเก็บ จากนั้นพวกเราผู้เล่นก็ชูธงปฏิวัติลุกฮือขึ้นสู้เพื่อล้างแค้นให้ท่านลอร์ด ยุคสมัยแห่งการปฎิวัติสุดมันส์ได้เริ่มขึ้นแล้ว!"
"ถุย! แกช่วยพูดอะไรที่เป็มงคลหน่อยได้ไหมฟะ?"
"ลูกพี่ฟรานซ์ น่าจะเป็เอ็นพีซีประเภทเป็ะอมรวมปะ ไม่ต้องห่วงเื่ความปลอดภัยแกหรอก นี่มันเห็น ๆ กันอยู่ว่าเป็การเปิดอีเวนต์เนื้อเื่ชัด ๆ"
"จำได้ปะว่าก่อนหน้านี้มีผู้เล่นสองคนเคยแอบเดินไปถึงเมืองทางใต้มาแล้วอ่ะ? ฉันเดาว่าพี่ฟรานซ์ก็น่าจะกำลังเดินทางไปทำธุระที่เมืองนั้นเหมือนกัน พวกแกคอยดูเถอะ จากประสบการณ์การเล่นเกมออนไลน์มาหลายปีของฉัน อีกเดี๋ยวต้องมีเควสต์เนื้อเื่ใหม่เด้งขึ้นมาแน่!"
ผู้เล่นบางคนที่หัวไวพอมองเห็นฟรานซ์กำลังจะเคลื่อนรถออกจากหมู่บ้าน ก็รีบพุ่งตัวเข้ามาใกล้ ๆ หวังจะเผชิญหน้าเผื่อฟลุ๊กได้ทริกเกอร์รับเควสต์พิเศษ
หัวหน้าแก๊งเกวาร่า วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมรอยยิ้มประจบสอพลอ "นายท่านครับ ทำไมขับรถม้าเองล่ะครับนั่น? มา ๆ นายท่านจะไปไหนเดี่ยวผมขับให้ แถมพ่วงตำแหน่งบอดี้การ์ดสุดหล่อให้ด้วยเลย!"
ผู้เล่นอีกคนอย่าง แพนด้าปีศาจ ก็รีบเบียดตัวเข้ามาสมทบ "พี่ฟูครับ พี่กำลังจะไปเมืองทางใต้ใช่ปะ? หนีบผมไปด้วยดิ! พี่เป็ถึงลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่แห่งหมู่บ้านมันฝรั่งอันเกรียงไกรทางตอนเหนือ จะออกไปข้างนอกทั้งทีโดยไม่มีลูกน้องคอยเดินตามต้อย ๆ มันจะดูไม่สมฐานะเอาได้นะคุณ!"
อันที่จริง ฟรานซ์ไม่ได้แคร์เื่หน้าตาหรือศักดิ์ศรีการไม่มีลูกน้องตามเลยสักนิด สิ่งที่เขาเป็กังวลจริง ๆ ก็คือ "ไอ้พวกผู้เล่น" กลุ่มนี้ต่างหาก—เพราะการเดินทางไปเจรจาธุรกิจนอกหมู่บ้านมันฝรั่งรอบนี้ อย่างน้อย ๆ ต้องใช้เวลาสักวันสองวัน
แล้วในระหว่างวันสองวันนี้... ไอ้พวกตัวป่วนพวกนี้มันจะไม่พังหมู่บ้านมันฝรั่งจนราบเป็หน้ากลองใช่ไหมฟะ?!
ฟรานซ์มั่นใจใน "ศักยภาพด้านการทำลายล้าง" ของพวกผู้เล่นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์—หรือว่าข้าควรจะสั่งปิดเซิร์ฟเวอร์เพื่อปรับปรุงระบบชั่วคราวดีนะ? จะได้สกัดไม่ให้พวกบ้านี่อาละวาดตอนข้าไม่อยู่
เฮ้อ... ตอนนี้ข้าเข้าใจความรู้สึกแจ่มแจ้งเลยล่ะ
ทำไมพวกฮ่องเต้หรือจักรพรรดิในสมัยโบราณถึงไม่ค่อยยอมเสด็จออกจากเมืองหลวงกัน
มันเป็เื่ปกติเกินไปแล้ว ที่ฮ่องเต้อุตส่าห์เสด็จประพาสข้างนอก แต่พอพ้นเขตเมืองปุ๊บ... หันกลับมาอีกที อ้าว! มีคนแย่งเก้าอี้ฮ่องเต้ไปนั่งแทนเรียบร้อยแล้วซะงั้น!
ด้วยความกังวลใจเล็กลึกในอก ฟรานซ์จึงจำใจบังคับรถม้าเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านมันฝรั่งไป...
ทว่า ผ่านไปเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง
ฟรานซ์ก็กลับมาแล้ว!
และฟรานซ์ไม่ได้กลับมาตัวเปล่า แต่เขาหอบเอากองคาราวานสินค้าขนาดเล็กติดสอยห้อยตามกลับมาด้วยกลุ่มหนึ่ง!
ปรากฏว่าหลังจากควบรถม้าออกจากหมู่บ้านไปได้ไม่ทันไร ฟรานซ์ก็บังเอิญไปจ๊ะเอ๋เข้ากับกลุ่มพ่อค้าเร่กลุ่มหนึ่ง ซึ่งจุดหมายปลายทางของพวกเขาก็คือหมู่บ้านมันฝรั่งพอดิบพอดี!
หลังจากพูดคุยสอบถาม จึงได้ความว่า เื่ทั้งหมดมันมีต้นตอมาจากไอ้สองตัวแสบอย่าง จ่าเฉยสายปั่น และ ไอ้ปืนโหดโหมดเกรียน ที่เคยแอบเดินทางไปป่วนเปี้ยนแถวชานเมืองทูนซานน์ทางตอนใต้นั่นเอง
แม้ว่าในท้ายที่สุด ทั้งสองคนจะโดนชาวเมืองรุมสกรัมดับอนาถในข้อหาขโมยม้า แต่พฤติกรรมสุดแปลกประหลาดหลุดโลกของพวกเขาก็ได้ทิ้งความประทับใจอันลึกซึ้งไว้ให้กับผู้คนแถวนั้นเป็จำนวนมาก
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนตายไอ้สองหมอนั่นยังได้เที่ยวป่าวประกาศปล่อยข่าวลือทิ้งไว้ว่า: ตอนนี้มีอัศวินผู้ร่ำรวยเงินทองจากเมืองหลวง ย้ายมาดำรงตำแหน่งเป็ท่านลอร์ดคนใหม่แห่งหมู่บ้านมันฝรั่งแล้วนะเว้ย แถมท่านลอร์ดคนนี้ยังหนีบเอาผู้ติดตามหน้าตาแปลก ๆ ติดสอยห้อยตามมาด้วยเพียบเลย!
หมู่บ้านมันฝรั่ง—สถานที่ที่ไม่มีพ่อค้าแวะเวียนมาทำธุรกิจนานหลายปี
หมู่บ้านมันฝรั่ง—ตอนนี้มีอัศวินกระเป๋าตุงจากเมืองหลวงมาเป็ลอร์ดคนใหม่
หมู่บ้านมันฝรั่ง—ที่ที่เต็มไปด้วยคนประหลาด ๆ ที่ท่านลอร์ดหนีบมาด้วย
ข้อมูลชุดนี้มันบ่งบอกอะไรให้กับพวกพ่อค้าล่ะ?
มันบ่งบอกถึง "โอกาสทางธุรกิจอันมหาศาล" ยังไงล่ะ!
แม้ว่าโอกาสทำเงินในหมู่บ้านมันฝรั่งอาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่ระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน แต่พวกพ่อค้ารายย่อยและรายกลางหลายรายก็ยอมจับมือกันฟอร์มทีมเป็กองคาราวานขนาดเล็ก เพื่อเดินทางมาเสี่ยงโชคและหยั่งเชิงที่หมู่บ้านมันฝรั่งดูสักตั้ง
ธรรมชาติของพ่อค้าย่อมพร้อมจะพุ่งตัวเข้าใส่ทุกที่ที่มีกลิ่นอายของเงินตราอยู่แล้ว... ใครจะไปรู้ล่ะ บางทีท่านลอร์ดที่ชื่อฟรานซ์จากเมืองหลวงคนนั้น อาจจะเป็พวก ‘พ่อบุญทุ่มกระเป๋าหนักแต่สมองเบา’ ให้พวกข้าได้หลอกฟันกำไรนิ่ม ๆ ก็ได้ใครจะรู้!