ทีนี้ต้าเหนิงจะไปหาบ้านถูก ๆ ในอำเภอที่ราคาไม่เกิน 4000หยวน ส่วนเงินที่เหลือเธอก็จะเก็บไว้เป็ทุนและไว้ใช้ในยามที่จำเป็ นี่เป็ก้าวแรกที่จะนำพาเธอไปสู่ความสำเร็จ สามีหาภรรยาก็หา ช่วย ๆ กันอีกไม่นานชีวิตของเธอก็จะดีเอง
ต้าเหนิงกำลังเก็บกวาดบ้านอยู่นั้น อยู่ๆ จื่อหยวนก็เดินมาสวมกอดจากทางด้านหลัง ร่างบางสะดุ้งโหยงใแต่ก็ไม่ได้ผลักเขาออกห่าง ปล่อยให้จื่อหยวนกอดเธออยู่อย่างนั้น
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงใสเอ่ยถามด้วยความสงสัย ปกติสามีจะไม่ได้อ้อนเธอแบบนี้
“เปล่าครับ ผมแค่อยากกอดคุณน่ะ” แขนแกร่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นมากกว่าเดิม ั้แ่วันที่ภรรยาแท้งแล้วตื่นขึ้นมา เธอก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน
ภรรยาที่เคยดุด่าว่าร้ายเขามาโดยตลอด ตอนนี้กลายเป็ภรรยาที่พูดเพราะมีเหตุผล จากที่เคยไม่ทำอะไรเลย เวลานี้กลับทำงานบ้านทุกอย่าง เขาแทบไม่ต้องทำอะไรด้วยซ้ำนอกจากออกไปทำงานแลกแต้มกลับบ้านมาทำงานช่วยภรรยา
จากที่ไม่เคยหางานทำเอาแต่นอนอยู่ที่บ้าน ตอนนี้กลับต่างจากเมื่อก่อน เธอดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เงินมาและทำให้ชีวิตดีขึ้น และแล้ววันนี้ก็เป็จริง พวกเขามีเงินเก็บก้อนแรกที่จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาให้ดีกว่านี้
“เหนิงเอ๋อร์ ~” เสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยกระซิบเรียกชื่อเธอเบา ๆ ริมฝีปากหนาคลอเคลียที่แก้มนวล ทำให้ใบหน้าเรียวสวยถึงกับร้อนผ่าว
“ว่าไงคะ” ต้าเหนิงเอ่ยถามพลางเก็บกวาดของที่อยู่บนโต๊ะไปด้วย
ลมหายใจร้อน ๆ ที่กำลังรดต้นคอเธออยู่ทำให้รู้สึกเคอะเขินทำตัวไม่ถูก ใช่ว่าเธอจะไม่เคยผ่านเื่แบบนี้มาก่อน แต่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จื่อหยวนไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวเธอเลยนอกจากนอนกอดเท่านั้น
“ตอนนี้เราก็มีเงินพอจุนเจือครอบครัวแล้ว เราไม่ลำบากเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะครับ”
“ค่ะ แล้วยังไงคะ” แม้นว่าภายในใจจะรู้อยู่แล้วก็ตามว่าสามี้าจะพูดอะไร ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงอยากจะแหย่ประสาทสามีสักหน่อย
“ก็...” จื่อหยวนอ้ำอึ้งไม่กล้าบอกภรรยาออกไปตรงๆ
เขาได้ยินชาวบ้านบอกภรรยาแท้งลูกสุขภาพจะไม่ค่อยดี ให้พักกิจกรรมบนเตียงไว้ก่อน เขาไม่อยากให้มีผลกระทบต่อสุขภาพของภรรยา จึงพยายามห้ามอารมณ์ตัวเองไว้นานหลายเดือน นี่ก็ผ่านมาห้าหกเดือนแล้ว จื่อหยวนคิดว่าถึงเวลาแสดงความรักกับภรรยาสักที
“ว่ายังไงเอ่ย ~ มีอะไรก็พูดมาสิคะ” ต้าเหนิงยังทำเหมือนไม่รู้อะไร กลับแอบหลบหน้ายิ้มอยู่คนเดียว
“คุณก็รู้อยู่นิครับว่าผมหมายถึงอะไร” ริมฝีปากหนายังคงคลอเคลียที่แก้มนวล เริ่มเรื่อยต่ำลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น
“คุณคะ จะทำอะไรคะเนี่ย คุณเรียกฉันมีอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ” ต้าเหนิงรู้ว่าสามีเริ่มจะทนไม่ไหวจึงอยากจะแหย่เขาอีกสักหน่อย
“เหนิงเอ๋อร์ ผมอยากมีลูก คุณให้ผมได้ไหม? ” ได้ยินแบบนั้นคนตัวเล็กแทบกลั้นขำไว้ไม่อยู่ แต่งงานเป็สามีภรรยากันแล้ว เื่นี้ยังต้องขอกันอีกเหรอ
“ถ้าฉันบอกว่าไม่ให้ล่ะคะ คุณจะยอมไหม? ”
“ไม่ให้จริงเหรอครับ ถ้าคุณไม่ให้ผมก็คงต้องยอม จะทำยังไงได้ล่ะครับ”
จื่อหยวนผละอ้อมกอดแล้วแย่งผ้าในมือภรรยาไป เห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของสามี ต้าเหนิงก็อดที่จะยิ้มไม่ได้
“คุณอยากมีลูกมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ใช่ครับ เดี๋ยวอายุมากกว่านี้จะไม่ได้เห็นพวกเขาเติบโต” จะว่าไปจื่อหยวนก็อายุยี่สิบเก้าแล้ว ไม่แปลกที่เขาจะปรารถนาอยากจะมีลูก
ต้าเหนิงแนบมือที่แก้มสากให้จื่อหยวนหันกลับมามองหน้าเธอ ใบหน้าเรียวสวยโน้มเข้าไปใกล้ใบหน้าคมเข้มของจื่อหยวน ริมฝีปากบางประทับลงที่ริมฝีปากหนาเบาๆ
“อย่าทำหน้าเศร้าสิคะ อยากจะมีลูกต้องอารมณ์ดี ยิ้มเยอะๆ ค่ะ” ร่างบางโผล่เข้ากอดร่างกำยำของสามีแน่น
“หมายความว่าคุณยอมแล้วใช่ไหมครับ” จื่อหยวนเอ่ยถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง ั้แ่วันที่เข้าหอแล้วถูกเธอวีน จื่อหยวนจะทำอะไรก็จะคอยถามความคิดเห็นจากภรรยาอยู่ทุกครั้ง
“เื่นี้คุณอย่าถามอีกนะคะ เป็สามีภรรยากันแล้วใครจะไปถามกันเล่า”
ต้าเหนิงผละอ้อมกอด ก่อนจะหันกายเดินออกไปข้างนอก แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไป ร่างบางของเธอก็ถูกจื่อหยวนอุ้มไปที่เตียงเสียแล้ว แสงไฟสลัวจากตะเกียงทำให้ต้าเหนิงมองหน้าจื่อ หยวนไม่ค่อยชัด แต่รู้ว่าเขาหล่อ สายตาที่มองมาอบอุ่นเสียจนเธอรู้สึกเขินไปหมด
“หลังจากคืนนี้ ผมจะบำรุงร่างกายคุณให้เต็มที่เลย จะไม่ให้คุณทำงานบ้านอีกแล้ว”
สิ้นประโยค จื่อหยวนก็โน้มลงไปบดขยี้ริมฝีปากบาง หลายเดือนที่ไม่ได้ปลดปล่อยทำให้ไฟราคะในกายพลุกพล่านปั่นป่วนไปหมด มือหนาค่อย ๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของภรรยาออก คืนนี้เป็อีกคืนสิ้นปีที่อบอวลไปด้วยความรัก จื่อหยวนบรรเลงรักพร่ำบอกรักภรรยาจวนฟ้างสาง...
วันเวลาผ่านไป จื่อหยวนและต้าเหนิงยุ่งกับการทำหน้าที่ของตัวเองทุกวัน ตกเย็นเข้าไปที่อำเภอพวกเขาก็จะหาที่ทำเลดี ๆ แต่ที่ไหนก็แพงเสียจนพวกเขารู้สึกท้อไปหมด โชคดีที่เธอมีจื่อหยวนคอยอยู่เคียงข้าง ทุกครั้งที่เธอรู้สึกท้อหรือไม่สบายใจ จื่อหยวนจะคอยให้กำลังใจและปลอบใจอยู่ข้าง ๆ ...