ขั้นตอนการฝึกฝนของหยุนเช่อไม่เพียงเรียบง่ายอย่างยิ่งหากทว่ายังสุดปลายอย่างยิ่ง และน่าหวาดหวั่นอย่างยิ่งยวด
การใช้พลังอันมหาศาลในการตกกระทบของน้ำตกชายหนุ่มพลังลมปราณแตกกระจาย ขณะเดียวกันกลับยังคงทนทานอาการบาดเจ็บขนาดหนักซึ่งส่งผลกระทบถึงพลังชีวิตจากนั้น ภายใต้สถานการณ์คับขันที่พลังลมปราณถูกเผาผลาญแทบหมดสิ้นชายหนุ่มใช้ประโยชน์และทลายขีดจำกัดของร่างกายและพลังลมปราณของตนเอง
เนื่องเพราะการขยายขีดจำกัดย่อมหมายถึงความก้าวหน้าของพลังฝีมือขึ้นอีกขั้นหนึ่ง
ทว่า ขณะผ่านกระบวนการเหล่านี้ ความเผอเรอเพียงเล็กน้อยล้วนสามารถนำมาซึ่งผลลัพธ์ถึงตายได้ในทันที!
หลังจากนั้นหยุนเช่อแช่ร่างกายของตนลงในน้ำยาที่ผสมขึ้นจากเถากะโหลกมาร เถากะโหลกมารมีสรรพคุณเป็นพิษรุนแรงทว่ายังคงสามารถกระตุ้นร่างกายได้อย่างฉับพลัน หลังจากชายหนุ่มหมดสติไปเซลล์เนื้อเยื่อบนผิวหนังจะยังคงถูกกระตุ้นให้เกิดการกระตุก เชื่อมต่อและเสริมเติมพลัง อัตราการฟื้นฟูด้วยความเร็วระดับนี้บีบคั้นผลักดันร่างกายของชายหนุ่มให้พัฒนาขึ้นอีกขั้น และก้าวข้ามขีดจำกัดก่อนหน้าส่วนพิษของเถากะโหลกมารที่แฝงมาในตัวยาหยุนเช่อผู้ซึ่งครอบครองไข่มุกพิษสวรรค์ล้วนไม่ได้รับผลกระทบอันใดแม้เพียงเส้นผม
นี่คือกระบวนการฝึกฝนทั้งหมดที่หยุนเช่อกระทำในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาชายหนุ่มวางชีวิตเป็นเดิมพันในการฝึกฝนโดยวิธีการสุดปลายเยี่ยงนี้คนคล้ายกลายเป็นคนบ้าที่กำลังพยายามฆ่าตัวตาย
“หืม หากเจ้าต้องการเสี่ยงชีวิตถึงขั้นนี้เราเจ้าหญิงย่อมไม่หยุดยั้งเจ้าอีก เช่นนั้นเจ้าวางแผนว่าจะอยู่ฝึกฝนที่นี่อีกนานเท่าไร?”จัสมินกล่าวอย่างเย่อหยิ่งด้วยสุ้มเสียงไพเราะของนาง
“แน่นอนข้าจะอยู่จนกระทั่งข้าสามารถชนะเจ้าน้ำตกนี่ได้!” หยุนเช่อกล่าวด้วยความมุ่งมาดสองตาสะท้อนประกายเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ “หากข้าไม่อาจชนะกระทั่งน้ำตกนี่ข้าจะมีคุณสมบัติใดในการเอาชนะเป้าหมายของข้าได้!”
“ตกลงเช่นนั้นเราเจ้าหญิงจะคอยดูว่าเจ้าจะใช้เวลาเท่าใดในการเอาชนะน้ำตกนี้แต่ก่อนเรื่องนั้น…” จัสมินเบือนดวงหน้าเล็กจ้อยบอบบางของตนไปทางด้านข้างสองแก้มปรากฏริ้วสีแดงจางๆ “จงไปจัดซื้อชุดใหม่ให้แก่เราเจ้าหญิงเดี๋ยวนี้!รวมไปถึงชั้นใน รองเท้าชั้นนอก และสายรัดผมด้วย!”
“…มันจำเป็นถึงขั้นนั้นจริงๆ? ข้าคิดว่าเครื่องแต่งกายของท่านตอนนี้ล้วนน่าดูยิ่ง?” หยุนเช่อประเมินจัสมินด้วยสายตาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าพร้อมกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งเครียดจริงจัง
“หากเจ้าไม่ไปซื้อมันมาละก็เราเจ้าหญิงจะโกรธมาก” ทันใดนั้นเองคลื่นรังสีฆ่าฟันอันเย็นยะเยียบพลันถูกปล่อยออกมาจากร่างกายของจัสมิน
“ตกลงข้าจะไปหลังจากฟื้นฟูพลังปราณเสร็จสิ้นแล้ว”
หยุนเช่อขยับปรับท่าทางของตนภายในแอ่งน้ำยาและสงบจิตใจและปรับลมหายใจเข้าออกชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงเส้นชีพจรลมปราณอันว่างเปล่าของตนเอง ที่ค่อยๆเติมเต็มขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อผ่านไปครู่หนึ่งชายหนุ่มกลับถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “จัสมิน ก่อนที่ท่านจะเข้าสู่ไข่มุกพิษสวรรค์คราวที่แล้วมีคำถามบางคำที่ท่านยังไม่ได้ตอบข้า…ท่านมาจากที่ใดกันแน่? ท่านเป็นเจ้าหญิงจากอาณาจักรใดใช่หรือไม่?”
จัสมินเหยียดกายยืนหยัดพร้อมกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบว่า “เราแน่นอนว่าเป็นเจ้าหญิงทว่ามิใช่เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์อันใด ส่วนที่ว่าเราเจ้าหญิงมาจากที่แห่งใด…เจ้าไม่มีทางรู้จักที่แห่งนั้นแม้ข้าจะบอกออกมา…ที่นั่นห่างไกลจากที่แห่งนี้อย่างที่สุด!”
จากท่าทางอาการของจัสมินแน่ชัดเป็นอย่างยิ่งว่านางไม่ต้องการตอบคำถามของหยุนเช่อ ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า“หากที่นั่นห่างไกลเช่นนั้น ท่านมาที่เมืองเมฆาล่องเพื่ออันใดกัน? หรือจะเป็นผู้คนที่ตามล่าบีบบังคับให้ท่านต้องหลบหนีมาถึงที่นี่?”
คิ้วโค้งบอบบางของจัสมินกดต่ำลงเด็กสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชายะเยียบว่า“ทุกผู้คนที่ตามล่าเราเจ้าหญิงล้วนตกตายไปหมดแล้ว ทว่า เราเจ้าหญิงกลับคาดคิดมิถึงว่าพวกมันกลับมียาพิษต้องห้ามเช่นนี้ เราถูกแพร่พิษโดยไม่รู้ตัว!สาเหตุที่เรามายังสถานที่นี้ เพียงเพื่อตามหาแดนลับเทพอสูรทั้งห้าที่ถูกกล่าวถึงในความทรงจำตกค้างของโลหิตเทพอสูรหนึ่งในแดนลับเทพอสูรถูกบ่งชี้ว่าตั้งอยู่บริเวณด้านตะวันออกของอาณาจักรวายุครามแห่งนี้ขณะที่เราเจ้าหญิงกำลังตามหา พิษรสังหารกลับกำเริบขึ้นมา…ส่วนเรื่องราวที่เหลือเจ้าเองคงเข้าใจได้เป็นอย่างดี”
“แดนลับเทพอสูรทั้งห้า?”ใบหน้าของหยุนเช่อเต็มเปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจอย่างเหลือล้น
“ความทรงจำตกค้างของเทพอสูรบ่งบอกว่าดินแดนลมปราณฟ้าล้วนถูกสร้างขึ้นโดยเทพอสูรณ เวลานั้น บนดินแดนลมปราณฟ้าแห่งนี้ เทพอสูรสร้างสถานที่หลบภัยไว้ห้าแห่งก่อนการสูญสลายของเทพอสูร มันได้ทิ้ง “เมล็ด” ของมันไว้ในสถานที่ทั้งห้าแห่งนี้นี่ล้วนบ่งบอกชัดว่า…” จัสมินตวัดสายตามองมายังหยุนเช่อ“มีเพียงบุคคลผู้ซึ่งรับสืบทอดอำนาจของมัน จึงสามารถตามหาสิ่งเหล่านี้จนพบ!”
“นี่หมายความว่ามีเพียงพวกเราที่สามารถหาพวกมันพบ?”คลื่นความตื่นเต้นกระทบสู่จิตใจหยุนเช่อ ชายหนุ่มกล่าวอย่างรวดเร็ว“เมล็ดทั้งห้านี่คือสิ่งใดกันแน่? พวกมันมีพลังอำนาจเช่นไร? ข้าจะหามันพบได้อย่างไร?”
“ฮึ่มมม เราจะรู้ได้อย่างไร! ทว่าเมื่มันเป็นสิ่งของที่ถูกตกทอดมาจากเทพอสูร ย่อมไม่มีทางด้อยพลังอย่างแน่นอนอย่างไรก็ตาม เจ้าสมควรเลิกคิดฟุ้งซ่านวุ่นวายในขณะนี้ แดนลับเทพอสูรทั้งห้าบริเวณโดยรอบย่อมต้องรายล้อมไปด้วยขุมพลังแข็งแกร่งเจ้าในตอนนี้ไม่มีทางเข้าใกล้หรือจับต้องมันได้อย่างแน่นอน! สักวันเมื่อถึงเวลาที่เจ้าเองสามารถทอดตาก้มมองทั่วอาณาจักรวายุครามได้เมื่อไหร่ค่อยคิดถึงมันก็ยังไม่สาย”จัสมินกล่าวด้วยท่าทางราวผู้อาวุโสทรงภูมิปัญญาและประสบการณ์
“…” หยุนเช่อเพียงสามารถหุบปากลงสำรวมจิตใจ พร้อมทั้งฟื้นฟูลมปราณของตนต่อไปอย่างเงียบสงบ
……………………………………
เวลาล้วนล่วงเลยมาถึงเจ็ดวันแล้วไม่มีทางที่เซียวกวงหยุนและพวกจะยังคงอยู่ในเมืองไม้ขจีอย่างแน่นอนหยุนเช่อนำเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาจากไข่มุกพิษสวรรค์เพื่อผลัดเปลี่ยนจากนั้นเดินทางเข้าสู่เมืองไม้ขจี ด้วยจุดมุ่งหมายเพียงหนึ่งเดียวคือ…ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้แก่จัสมิน
ทว่า ท้ายที่สุดหยุนเช่อกลับต้องกลับมามือเปล่า…
นี่สืบเนื่องจากเหตุการณ์ล้วนเป็นไปตามนี้…
“จัสมิน เสื้อชุดนี้เป็นอย่างไร? นี่ล้วนดูดีไม่เลวเลย”
“ไม่เอา! เราเจ้าหญิงไม่มีทางสวมใส่อันใดสีม่วงโดยเด็ดขาด!”
“อย่างนั้น แล้วตัวนี้เล่า…”
“เหตุใดเสื้อผ้าทั้งหลายในที่นี้ล้วนหยาบกระด้าง!เราเจ้าหญิงจะไม่สวมใส่สิ่งใดที่ไม่มีความละเอียดอ่อน!”
“…นี่เป็นเพียงเมืองชนบทเล็กๆเสื้อผ้าในร้านนี้นับว่าหรูหราที่สุดในเมืองแล้ว มันก็เหมือนๆกัน แค่ใส่มันไป…”
“เรายอมไม่ใส่อะไรเลยดีกว่ายอมใส่เสื้อหยาบๆเช่นนี้! เราไม่ต้องการเสื้อผ้าชุดใดในร้านนี้ทั้งสิ้น!”
“…รอให้ข้าเอาชนะน้ำตกใหญ่ได้ซะก่อนแล้วข้าจะตรงไปเมืองจันทราใหม่ ที่นั่นต้องทีเสื้อผ้าที่ดีกว่าที่นี่อย่างแน่นอนถ้าท่านไม่เอาเสื้อผ้าที่นี่ เราค่อยไปซื้อเสื้อใหม่ที่นั่นละกัน”
“เฮอะ!”
“หรือว่า…ลองดูชั้นในก่อนมั้ย?”
“เจ้า…อยาก…ตาย…ใช่มั้ย~~…พนันกันมั้ยว่าข้าจะฆ่าเจ้ารึเปล่า!!”
……………………………………………………………
อย่างไม่ทันรู้ตัวเวลาผ่านพ้นไปถึงสี่เดือนเต็ม
เทือกเขามังกรแดง สายน้ำตกใหญ่ท่ามกลางขุนเขา
ลมเหมันต์เริ่มพัดมาอย่างเงียบเชียบธารน้ำตกเองเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นยิ่งมายิ่งหนาวยะเยียบบาดกระดูก อย่างไรก็ตามเด็กหนุ่มยังยืนหยัดท่ามกลางสายน้ำอยู่ตลอดเวลา ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าสองตาปิดแน่นเมื่อชายหนุ่มปล่อยให้กระแสน้ำเย็นดุจน้ำแข็งไหลบ่ากดทับลงบนร่างกายใบหน้าของชายหนุ่มนิ่งสงบปราศจากความลังเลใจประดุจดั่งมันได้งอกรากฝังลงกลายเป็นหินผาที่ไม่อาจโยกคลอนได้ ภายในร่างกายคลื่นพลังลมปราณทะลักทลายปั่นป่วนเพื่อต่อต้านแรงกระเทือนจากสายน้ำตกภายนอก…กระทั่งพลังลมปราณหยดสุดท้ายล้วนถูกรีดเค้นจนแห้งเหือดหมดสิ้น
ตูม…
ร่างกายของเด็กหนุ่มเริ่มปรากฏอาการสั่นสะท้านจากนั้นคล้ายกับว่าไม่สามารถประคองตนเองไว้ได้อีกต่อไปชายหนุ่มร่วงหล่นกระแทกลงบนแอ่งน้ำตกไหลเชี่ยว
หลังจากปีนขึ้นจากน้ำด้วยความยากลำบากหยุนเช่อหอบหายใจอย่างหนักหน่วงพร้อมทั้งเดินเข้าไปหาแอ่งน้ำสีดำเล็กๆที่ตนเองขุดขึ้นมาและแช่ร่างลงไปในน้ำชายหนุ่มคว้ายาเม็ดสมุนไพรสีดำสนิททางด้านข้างสองสามเม็ดขึ้นมาพร้อมส่งมันเข้าไปภายในปาก…เหล่านี้คือเม็ดยาฟื้นฟูพลังลมปราณระดับต่ำซึ่งสกัดจากผลทรายเหล็กที่สามารถเก็บได้จากบริเวณโดยรอบมันสามารถเร่งอัตราการฟื้นฟูลมปราณได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
หลังจากย่อยสลายยาเม็ดฟื้นฟูลมปราณหยุนเช่อถอนหายใจยาว ปิดเปลือกตาลงพร้อมเข้าสู่การนั่งสมาธิจุดเส้นชีพจรลมปราณทั้งห้าสิบสี่จุดเปิดออกเร่งเร้าการฟื้นฟูพลังลมปราณซึ่งขาดสมดุลอย่างรุนแรง
สองสามเดือนที่ผ่านมา ชายหนุ่มอาศัยอยู่ยังสุดปลายน้ำตกนี้มาโดยตลอดเขาฉีกทลายขีดจำกัดของตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะเดียวกันไม่มีความเสียหายหรือบาดแผลร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้น
สืบเนื่องจากกรรมวิธีการแช่ร่างกายลงในน้ำยาเถากะโหลกมาร
จัสมินเฝ้าดูอยู่ไกลๆอย่างเงียบงันเรื่องวิธีการฝึกฝนแบบฆ่าตัวตายของหยุนเช่อนั้น เด็กสาวกลับกลายเป็นเฝ้าสังเกตการณ์จนเคยชินนางเคยคาดการณ์ว่าชายหนุ่มเพียงสามารถอดทนรับการฝึกฝนระดับนี้ได้เพียงสองสามวันเท่านั้นทว่า สิ่งที่ทำให้นางต้องตกตะลึงอย่างที่สุดคือ ช่วงเวลาสี่เดือนเต็มๆ ที่ชายหนุ่มกระทำซ้ำพฤติกรรมแบบเดิมทุกวัน โดยไม่พักผ่อนเลยแม้แต่เพียงวันเดียว อย่างไรก็ตามการเคี่ยวกรำตนเองอย่างบ้าคลั่งมิใช่สัญญาณว่าหยุนเช่อเสียสติไปแล้วแต่อย่างใดเมื่อใดก็ตามที่ชายหนุ่มรู้สึกว่าความเสียหายและบาดแผลบนร่างกายของตนมากเกินไปเขาจะเดินกลับมาแช่ร่างของตนลงในบ่อน้ำยาเถากะโหลกมารเพื่อค่อยๆฟื้นฟูร่างกายให้กลับมามีพละกำลังอีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านไป ปริมาณของเถากะโหลกมารที่ชายหนุ่มเก็บรวบรวมยิ่งมายิ่งมากขึ้นปริมาณสารสกัดจากเถากะโหลกมารยิ่งมายิ่งหนาแน่นความเข้มข้นของมันสูงส่งถึงขั้นทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นลมปราณแรกเริ่มสามารถตกตายในทันทีที่แช่ร่างลงไปเพียงห้าวินาทีเท่านั้น
ครึ่งชั่วยามผ่านไปหยุนเช่อเปิดเปลือกตาและกระโดดออกมาจากในแอ่งน้ำยา ชายหนุ่มเช็ดทำความสะอาดร่างกายคว้าเศษขนมปังที่เหลือจากมื้อก่อน พร้อมทั้งขย้ำเข้าไปเต็มเขี้ยว
“รอบนี้ทนทานได้ยี่สิบสามวินาทีเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยจากรอบที่แล้ว” จัสมินกลับมาข้างกายชายหนุ่มสองมือยกขึ้นกอดรอบอกน้อยๆ ของนาง พร้อมทั้งกล่าวออกมาอย่างไร้อารมณ์
“ด้วยความก้าวหน้าระดับนี้ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนครึ่ง เจ้าคงสามารถบรรลุขั้นที่ห้าของลมปราณแรกเริ่มได้ความเร็วระดับนี้ นับได้ว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ”
“ฮู่…เช่นนั้น…ท่านจะสอนเคล็ดวิชาลมปราณให้ข้าเมื่อใด? ท่านใช้ชื่อว่าเป็นอาจารย์ข้ามาถึงสี่เดือนแล้วแต่ทว่ายังไม่ได้สอนอันใดแก่ข้าเลยแม้แต่น้อย”หยุนเช่อกล่าวอู้อี้ออกมาระหว่างกำลังเคี้ยวอาหาร”เจ้าเองรู้ดีถึงวิธีการฝึกลมปราณพื้นฐานดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งใดจากเรา” จัสมินทำหน้าเคร่งขรึมจริงจัง เลียนแบบท่าทางของอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยความภาคภูมิ“สิ่งที่เจ้าจำเป็นต้องทำในขณะนี้คือการฝึกปรือลมปราณแรกเริ่มของเจ้าให้แข็งแกร่งขึ้น หลังจากเจ้าทะลุทะลวงเข้าสู่ชั้นลมปราณแท้จริงเมื่อใดเราเจ้าหญิงจึงจะสอนเคล็ดวิชาต่างๆให้แก่เจ้า”
เมื่อเด็กสาวกล่าวถึงตอนนี้นัยน์ตาของนางพลันบังเกิดคลื่นเป็นระลอก สุ้มเสียงของนางพลันแปรเปลี่ยนเป็นแผ่วเบา“มีคนกำลังมา”
“มิใช่ว่ามีคนมาที่นี่ประจำหรอกหรือ?” หยุนเช่อกล่าวอย่างปลอดโปร่ง
“ทั้งหมดมีห้าคนระดับพลังลมปราณล้วนอยู่ในขั้นลมปราณฟ้า และหนึ่งในนั้นอยู่ในขั้นครึ่งก้าวสู่ปราณจักรพรรดิ!” จัสมินค่อยๆ ขมวดหัวคิ้วเข้าหากันสุ้มเสียงของนางเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจังจากอาการเพ่งสมาธิอย่างหนักหน่วง
“อะไร..นะ!!”หยุนเช่อแทบกัดลิ้นตนเองเมื่อเขาตะโกนออกมาอย่างตื่นตระหนก
ขอบเขตลมปราณฟ้า? ภายในเขตเทือกเขามังกรแดงเมืองไม้ขจีเล็กๆ นี่เหตุใดจึงปรากฏยอดยุทธ์ลมปราณฟ้าขึ้นมาได้? ยอดฝีมือระดับลมปราณฟ้านับว่าอยู่บนยอดสุดของอาณาจักรวายุครามนี้มันคือระดับที่มีเพียงบุคคลที่มีคุณลักษณะเช่น ฉู่เยว่หลี่เป็นต้นสามารถเข้าถึงได้ พวกมันล้วนเป็นที่นิยมชื่นชอบของผู้คน เป็นตัวตนดุจเทพจำแลง!
ครึ่งก้าวสู่ปราณจักรพรรดิคือผู้ที่มีพลังฝีมืออยู่ในระดับขีดสูงสุดของขั้นที่สิบขอบเขตลมปราณฟ้าแน่นอนว่าย่อมมีพลังฝีมือสูงส่งสุดยอดเมื่อมันยืนอยู่เพียงครึ่งก้าวจากระดับลมปราณจักรพรรดิ!ความแข็งแกร่งนี้คือตัวตนสุดยอดที่มีพลังอำนาจเพียงพอในการถูกเรียกว่ายอดฝีมือหนึ่งในสิบของอาณาจักรวายุครามนี้!
ผู้คนเหล่านี้แน่นอนว่าย่อมถูกสรรค์สร้างมาในพรรคตระกูลยิ่งใหญ่ที่ทรงอิทธิพลยาวนานแม้แต่ในพรรคใหญ่เหล่านั้น ศักดิ์ฐานะของพวกมันนับว่าสูงส่งอย่างยิ่งพวกมันล้วนไม่เคยปรากฏตัวให้ผู้คนธรรมดาได้พบเห็นโดยง่ายเหตุใดพวกมันจึงมาปรากฏตัวในที่ห่างไกลเช่นนี้? ไม่เพียงเท่านั้นถึงกับปรากฏตัวพร้อมกันห้าคนในคราวเดียว!