ชายชราคือปู่ซานและเป็นที่เคารพนับถือของคนในหมู่บ้าน เขากำลังกำไม้เท้าไว้แน่นในมือ
เหมือนกับกำลังหวนรำลึกถึงเรื่องราวเมื่อหลายสิบปีก่อน
เขายังจำได้ว่าครั้งหนึ่งเขากับเพื่อนๆได้เจอโสมต้นหนึ่ง อายุประมาณหกสิบปีบนภูเขา
ยุคนั้นชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบากกว่าตอนนี้มากแต่โสมกลับมีราคาสูงลิ่ว
พวกเขาจึงคิดจะขุดโสมนั้นขึ้นมา
แต่ตอนนั้นพวกเขายังเด็กเกินไปไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้างในการขุดโสมสุดท้ายก็อาศัยความกล้าหาญเพียงอย่างเดียว พร้อมกับเครื่องมือเล็กๆ น้อยๆก่อนจะออกเดินทาง
ใครจะรู้ว่าข้างๆโสมต้นนั้นกลับมีงูเหลือมขนาดใหญ่คอยเฝ้าอยู่
ถึงจะเจองูเหลือมแต่ทั้งสองคนก็ยังอยากจะขุดโสมไปให้ได้ เพราะถ้าขุดโสมต้นนี้ได้คนในครอบครัวของพวกเขาสองบ้านก็จะไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออีกต่อไป
ในบ้านยังมีน้องๆอีกหลายคนที่รอคอยอาหารอยู่ แต้มแรงงานที่ได้รับมาก็ไม่เพียงพอเสบียงที่ถูกแบ่งมาให้ก็น้อยเกินไป ทำให้น้องๆ อดอยากแทบขาดใจ
จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่ได้พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงดู
คนหนึ่งเข้าไปจัดการกับงูเหลือมส่วนอีกคนรีบขุดโสม
"ฉันเห็นรากของโสมแล้วแต่ทันใดนั้นฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงปร้าง" ชายชรารำลึกความหลัง"ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาก็อยู่เชิงเขาแล้วส่วนเพื่อนของฉันถูกงูกัด จนอาการสาหัส"
“จากที่เขาเล่าให้ฟังฉันถึงรู้ว่าโสมต้นนั้นไม่ได้ถูกขุดออกมาแล้วก็มีใครบางคนที่มีน้ำใจช่วยชีวิตพวกเราไว้”
"ตั้งแต่นั้นฉันก็รู้ว่าโสมต้นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะแตะต้อง"
โดยเฉพาะโสมที่มีอายุมากยิ่งมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง
"แต่ต่อมาฉันก็ยังไม่อยากยอมแพ้ฉันกลับขึ้นไปดูอีกครั้ง มันยังคงเป็นตำแหน่งเดิม ฉันเห็นรอยที่ฉันทำไว้"
"แต่ฉันหาโสมต้นนั้นไม่เจอแล้ว"
ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบชาวบ้านที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ต่างรู้สึกขนลุกซู่
ถึงโสมจะมีราคาแพงมากแต่ชีวิตก็มีค่ามากเหมือนกัน
"ถ้าเป็นแบบนั้น แล้วจะทำไม?"หวังซิ่วฉินไม่ฟังอะไรทั้งนั้น "ทำไมนางสารเลวนี่ถึงไม่ยอมบอกพวกเราตั้งแต่แรกล่ะ?"
"นางนั่นทำให้ลูกชายฉันต้องถูกตัดขาพวกมันต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ฉัน อย่างน้อยต้องชดใช้ให้ฉันหนึ่งหมื่นหยวน!"
เมื่อกี้เฉียนจือกลับไปขอเงินจากเธอ
เธอยังไม่ทันตั้งตัว เฉียนจือก็ระเบิดอารมณ์ขว้างปาข้าวของในบ้านพลางตะโกนลั่นว่า 'ขาของหลี่ซิงชางถูกตัดไปแล้ว'
เมื่อคืนค้างค่าผ่าตัดโรงพยาบาลไว้ตั้งมากมายถ้ายังไม่จ่ายเงิน พรุ่งนี้หลี่ซิงชางจะถูกไล่ออกจากโรงพยาบาล
หวังซิ่วฉินได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับมึนงงพวกเธอจะมีเงินมากมายขนาดนั้นได้ยังไงกัน?
ต่อให้มีแล้วเอาไปรักษาหลี่ซิงชางทั้งหมดแล้วต่อไปจะทำยังไง?
แต่ก็จะไม่ช่วยชีวิตลูกชายตัวเองไม่ได้!
ด้วยความร้อนใจหวังซิ่วฉินจึงโทษทุกอย่างว่าเป็นความผิดของต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงเป็นที่มาของการมาอาละวาดในครั้งนี้
พอได้ยินว่าตัวเองจะต้องจ่ายค่าชดใช้เป็นหมื่นหยวนต่งเสี่ยวเสี่ยวก็แค่นหัวเราในลำคอ
"ฉันตกลงกับหมอเผยหัวหน้าแผนกศัลยกรรมของโรงพยาบาลในตำบลว่าจะไปเฝ้าอาการต่ออีกสองวันเพราะกลัวว่าจะมีภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด แต่ตอนนี้ฉันว่าฉันไม่จำเป็นต้องไปแล้ว"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยืนพิงประตู"เมื่อคืนน่าจะมีหลายคนที่เห็นใช่ไหมคะว่ากระดูกของเขาถูกกัดจนแตก เนื้อก็หายไปแล้ว แล้วแบบนี้จะรักษาได้ยังไง?"
"เรื่องที่ถูกงูกัดยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย พิษก็แพร่กระจายไปทั่วตัวแล้ว" ต่งเสี่ยวเสี่ยวเงยหน้ามองหวังซิ่วฉิน"จะว่าไปแล้วคุณกับลูกชายไปขุดโสมบนภูเขาคุณน่าจะรู้ว่างูพิษตัวนั้นเป็นพันธุ์อะไรนี่?"
คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านมักจะแยกประเภทของงูพิษได้อย่างแม่นยำ
หวังซิ่วฉินนึกขึ้นได้ว่าเป็นงูแมวเซา
มันมีพิษร้ายแรงมาก
ตอนแรกทุกคนต่างมุงกันเข้ามาเพื่อดูเรื่องสนุกแต่พอเห็นท่าทีของหวังซิ่วฉินก็มีหลายคนที่ส่งเสียงฮึดฮัด
"สหายต่งต่อไปนี้ก็อย่าไปช่วยคนง่ายๆ เลยดีกว่า จะทำให้ตัวเองเดือดร้อนเปล่าๆ"
"นั่นสิ เมื่อคืนใครๆก็รู้ว่าพิษแพร่กระจายไปหมดแล้ว ถ้าไม่ตัดขาที่บาดเจ็บออก คนก็ไม่รอด"
"ป้าซิ่วฉินครั้งนี้ป้าทำเกินไปจริงๆ"
"ต่อให้สหายต่งบอกเรื่องขุดโสมให้ลูกชายป้ารู้แล้วพวกป้าก็ยังขึ้นไปขุดโสมอยู่ดีนั่นแหละ ใครจะต้านทานแรงเย้ายวนนั้นได้กัน!"
ในที่สุดก็มีคนพูดในสิ่งที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวคิดเธอเงยหน้ามองเป็นสะใภ้จากหมู่บ้านอื่นที่เพิ่งแต่งเข้ามาในหมู่บ้านเมื่อไม่นานมานี้
เธอน่าจะกำลังตั้งครรภ์ท้องป่องเหมือนคนที่กำลังท้องได้หกเดือนแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเหลือบมองเธอแววตาเต็มไปด้วยความขอบคุณ
หลายๆ คนพูดเข้าข้างต่งเสี่ยวเสี่ยวหวังซิ่วฉินก็รู้ตัวว่าตัวเองผิด แต่...
เธอเลยนั่งลงกับพื้นแล้วร้องไห้ออกมา
ร้องไห้ไปร้องไห้มาก็รู้สึกว่าหัวหมุนเธอยันพื้นไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วค่อยๆ ล้มลง
ไม่มีใครเข้าไปประคองแม้แต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวที่เห็นก็ไม่สนใจ
เธอไม่ใช่แม่พระเมื่อคืนที่ยอมช่วยหลี่ซิงชาง นั่นก็เพราะเธออยากจะช่วยรักษาคน
ตอนนี้ยังจะให้เธอไปช่วยอีกงั้นเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
"เธอเป็นอะไรไปน่ะ?" มีคนเข้าไปพยุงหวังซิ่วฉินขึ้นมา คนที่พอจะมีความรู้เรื่องยาเดินเข้าไปดู
ด้านหลังของหวังซิ่วฉินเต็มไปด้วยรอยข่วนจากกรงเล็บหมีแผลลึกจนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ดูท่าแล้วคงจะเริ่มอักเสบ
เล็บของหมีก็ไม่สะอาด ถูกข่วนมาแล้วข้ามคืนแน่นอนว่าเชื้อโรคคงจะกระจายไปทั่ว
ถ้าแผลติดเชื้อจะทำให้เกิดการอักเสบตอนนี้หวังซิ่วฉินน่าจะติดเชื้อแล้ว
"ก็ส่งไปให้หมอที่หน้าหมู่บ้านดูเอาเองก็แล้วกัน"
หมอแซ่หวังคนนั้นหายตัวไปตลอดสองวันที่ผ่านมา ประตูสถานีอนามัยก็ปิดสนิทอยู่ตลอด
ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรกันแน่
ก่อนจะไปโรงพยาบาลต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งใจจะแอบถามห้องพักของหมอหลี่ แล้วไปดูอาการเขาสักหน่อย
คนที่แซ่หวังคนนั้นดูยังไงก็ไม่ใช่คนดี
ยิ่งหมอหลี่กลับมาเร็วๆ ยิ่งดีที่สุด
เมื่อเห็นว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ยอมสนใจหวังซิ่วฉินก็แข็งกร้าวขึ้น ต่อให้กำลังจะหมดสติ เธอก็ยังดึงคนที่อยู่ข้างๆ ไว้"ถ้าอย่างนั้นก็พาไปสถานีอนามัยทีถึงจะตายฉันจะไม่ให้มันรักษาเด็ดขาด"
"ยังไงมันก็ต้องชดใช้ให้ฉันหนึ่งหมื่นหยวนไม่งั้นฉันจะไปฟ้องร้อง!"
เรียกได้ว่าเป็นการตื๊อสุดชีวิตหวังซิ่วฉินถึงกับจะปักหลักนอนหน้าบ้านต่งเสี่ยวเสี่ยวทุกวัน ไม่ยอมไปไหน
เธอจะต้องเอาเงินจำนวนนี้มาให้ได้
"พอได้แล้ว!"
จู่ๆ เฉียนจือก็ปรากฏตัวขึ้นมาเธอสะพายของพะรุงพะรังมาเต็มหลัง ในมือจูงลูกสองคนเอาไว้
เห็นหวังซิ่วฉินนอนอยู่กับพื้นอาละวาดเธอก็ส่งเสียงฮึดฮัด "ในเมื่อแม่ไม่ยอมเอาเงินไปช่วยลูกชายแม่ถ้าอย่างงั้นก็ช่วยไม่ได้"
"ลูกชายแม่เซ็นใบหย่ากับฉันแล้วตอนนี้ฉันไปแล้ว ครอบครัวแม่จะเอายังไงต่อก็จัดการกันเองเลย"
เฉียนจือพูดจบก็ให้ลูกสองคนรออยู่ข้างนอกส่วนเธอเดินเข้ามาคำนับต่งเสี่ยวเสี่ยว "เสี่ยวเสี่ยวขอบคุณที่ช่วยสามีฉันเอาไว้ แต่คนใจดำอำมหิตแบบนี้อย่าไปช่วยอีกเลยนะ"
"ขอบคุณมาก ฉันตัดสินใจจะไปแล้ว"
ที่จริงแล้ว พวกเขาเซ็นใบหย่ากันตั้งนานแล้วเพราะหลี่ซิงชางไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งในเมือง เขาอยากจะให้สถานะกับหญิงสาวคนนั้น
แต่เพราะเรื่องการย้ายทะเบียนบ้านของลูกยังไม่เรียบร้อยเฉียนจือเลยยื้อไว้ก่อน
เมื่อกี้เธอได้รับข่าวจากพ่อแม่ว่าจัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว
เพราะงั้นเธอจะไม่สนใจเรื่องวุ่นวายพวกนี้อีกแล้ว
"เธอจะไปไหนไม่ได้ลูกชายฉันนอนอยู่บนเตียงแบบนี้..."
เฉียนจือได้ยินคำพูดของหวังซิ่วฉินก็หันกลับมามองเธอด้วยสายตาคมกริบ"ฉันต้องตอบแทนคนที่ทำร้ายฉันด้วยความดีงั้นเหรอสหายต่งไม่จำเป็นต้องทำ ฉันก็ไม่จำเป็นเหมือนกัน!”