กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข เผยแพร่โรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (NovelCoronavirus Pneumonia) ออกแถลงการณ์ว่าเนื่องจากมีการระบาดของโรคติดต่อทางเดินหายใจจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เมือง อู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน
แนะนำผู้เดินทางที่จะเดินทางไปเมืองอู่ฮั่นหรือใกล้เคียงในเื่พฤติกรรมสุขภาพหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัดไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม หากจำเป็ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชนหลีกเลี่ยงการเข้าไปตลาดค้าสัตว์ และไม่ััหรืออยู่ใกล้ชิดกับสัตว์โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่ป่วย หรือตายและหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำและสบู่ หรือ แอลกอฮอล์ เจลล้างมือ
ภายใน 14 วัน หลังเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง หากมีไข้ ร่วมกับอาการทางเดินหายใจได้แก่ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทางไปเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน
ทั้งนี้มีรายงานจากการสังเกตการณ์สาเหตุติดเชื้อมาจากละอองเสมหะ ไอ จาม ไม่ใช่จากเชื้อในอากาศ ผู้ที่ติดเชื้อCOVID-19 จะมีอาการเช่นเดียวกับผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจโดยจะแสดงอาการั้แ่ระดับความรุนแรงน้อย ไม่ว่าจะเป็ การคัดจมูก เจ็บคอ ไอและมีไข้ บางรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการปอดบวมหรือหายใจลำบากร่วมด้วยบางรายก็รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ มีไข้ไอแห้งๆ ไม่มี เรี่ยวแรง ไอแบบมีเสมหะ หายใจลำบาก เจ็บคอ ปวดหัวปวดกล้ามเนื้อ หนาวสั่น คลื่นไส้และอาเจียน คัดจมูก ท้องเสีย ทั้งนี้สังเกตว่าหากมีน้ำมูกไหล ไม่ใช่อาการโควิด -19
เสียงปรบมือต้อนรับหัวหน้าทีมคนใหม่ดังขึ้นภายในห้องประชุมของ กรมควบคุมโรค
ท่านยุทธกล่าวรายงานในที่ประชุม พร้อมยกเครดิตความดีความชอบให้กับ “หมอช่อ”ที่ส่งรายงานละเอียดยิบจากการเฝ้าสังเกตการณ์และหาข้อมูลจากคนไข้จัดงานเป็รายงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในบรรดากลุ่มของหมออเวนเจอร์ด้วยกัน
แน่นอนว่าหลังเสียงปรบมือประกาศแต่งตั้งให้ “ช่อ” เป็ หัวหน้าหน่วยงานพิเศษ
“ระหว่างปฏิบัติงานกว่าสัปดาห์ สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีเป็ที่น่าพอใจ ยิ่งไปกว่านั้น ความมุ่งมั่นตั้งใจของ คุณหมอช่อทำให้หน่วยงานมีข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพียงพอ สำหรับการส่งต่อไปยังสาธารณะเพื่อให้ประชาชนทุกคนห่างไกลโรค”
เสียงปรบมือดังอีกรอบบรรดาบุคลากรทางการแพทย์ ต่างยกนิ้วให้กับหมอรุ่นใหม่ไฟแรง ที่ทุ่มเทอย่างบ้าคลั่งประจำด่านควบคุมโรคอีกทั้งยังมีเวลาจดรายงานบันทึกจนหน่วยงานมีข้อมูลเพียงพอที่ประกาศให้ประชาชนป้องกันตัว
คุณหมอช่อกลายเป็ “ดาวเด่น” หลังจากนี้เขาจะได้เป็ “หัวหน้ากลุ่มหมออเวนเจอร์”รับคำสั่งโดยตรงจากผอ. แล้วมาสั่งเพื่อนๆ อีกที
“มันไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหนวะ” ปิงปองถามเพื่อนในกลุ่ม
เมษา“มันอึดจริงๆ จริงแหละ เข้าเวรวันละแปดชั่วโมง ยังจะมีแรงไปค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคอีก”
ปิงปอง“ตกลงคืนนั้นแกได้ไปนครปฐมปะ”
จุฑาส่ายหัวปฏิเสธ
“ถ้าแกตามผู้ป่วยรายแรกไป ป่านนี้จอมแลคเชอร์อย่างแกได้ข้อมูลดีกว่ามันอีก”
“ทีนี้ ทำเป็ชม แล้วที่ผ่านมาข่มไอ้จุฑาทำไม” เมษาถามเพื่อน
“เก่งก็กดไว้สิเดี๋ยวจะเด่นกว่าเรา แต่เห็นวันนี้แล้ว คิดว่าถ้ามีคนควรจะได้รับการชื่นชมจริงๆคนคนนั้น น่าจะเป็แกมากกว่าจุฑา”
“ตกลงเสี้ยม หรือหวังดี ไอเทเบิลเทนนิส” หมอเมษาจอมรู้ทันและดักคอเพื่อน
“ฉันเห็นด้วยนะ นายเป็ตัวตั้งตัวตีให้ไปรณรงค์แล้วก็ตั้งศูนย์ควบคุมแต่แรก เราถึงยังควบคุมมันได้ สำหรับฉัน ฉันชื่นชมนายนะจุฑา”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับสำหรับเขาแล้วไตรทิพย์เป็เพื่อนที่คอยให้กำลังใจมาเสมอ
“แต่เื่นี้สอนให้รู้ว่ามาก่อน ก็ใช่ว่าจะได้ก่อนเสมอไป”ปิงปองพูดสวนทางกับสุภาษิต เป็คติให้คิดเล็กๆ น้อยๆ
“ยังไม่หยุด อย่าไปอิจฉามันเลย เตรียมตัวเป็ลูกน้อง ท่านกันดีกว่า”
“ใช่ เราต้องมีน้ำใจนักกีฬานะเทเบิลเทนนิสรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยงัย” ไตรทิพย์พูดหยอก พร้อมทำท่าไฟท์ติ้ง
“บ่าวไม่ติดเลยคร๊าบบบบ เพียงแต่โคตรเสียดายรางวัลว่าจะใช้เส้นเลือกไปใช้ทุนที่บ้านเกิดซะหน่อย”
“ฉันก็แห้งไม่แพ้กันอยากถูกส่งตัวไปอยู่กับ อาจารย์อุณา(แพทย์ไต ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ) ” หมอไตรทิพย์ อยากศึกษาทางด้านนี้
“โอกาสข้ามขั้นในการเป็ เดนท์ ไวๆ คงต้องจบไปเช่นกัน” เมษากล่าวเขาฟิตหุ่นเพราะรู้ว่าที่นั่นเป็ ดงเอลฟ์(มีแต่หมอหล่อๆ สวยๆ ดูดี สะอาดสะอ้านคนรุ่นใหม่ที่เรียนเก่งแล้วก็ดูแลตัวเอง)
เมษามีรสนิยมที่ต้องปิดเป็ความลับ
“เธอล่ะ มีความฝันอะไรมั๊ย จุฑา”
เขาส่ายหัวอีกเช่นเคยก่อนจะขอตัวไปจากห้อง
จุฑาเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างเงียบๆ
แม้จะมีผู้ใหญ่บุคลากร มากล่าวขอบคุณและแสดงความยินดีกับ หมอช่อ มากแต่ทุกคนไม่ใช่เป้าหมายงานครั้งนี้ จริงๆ ปมของเขา ก็แค่อยากเอาชนะจุฑา
คนที่แต่เล็กจนโตทำให้คนเก่งและดีพร้อมอย่างเขา ไปถึง ที่ 1 สักครั้ง
ช่อคิดถึงภาพในวัยเด็กเขามาจากจังหวัดสงขลา เป็เด็กเรียนดีที่สุดของจังหวัดจนชั้นมัธยมปลายสอบได้โรงเรียนประจำ ที่เด่นเื่วิทยาศาสตร์เป็อันดับ 1 ของประเทศ มีสถิติเด็กนักเรียนสอบติดแพทย์ยกชั้น
ที่นั่นเองที่ทำให้เขาได้รู้จักกับเพื่อนหมอกลุ่มอเวนเจอร์ ซึ่งแต่ละคนก็ไม่ธรรมดาแต่ที่สุดยอดมากที่สุด ได้คะแนนเหนือเขาทุกครั้ง โดยที่เขาโค่นไม่เคยธรรมดาเป็ปรากฏการณ์ของชีวิต คือ นายจุฑา
ถ้าไม่มีจุฑาเขาคงขึ้นไปถึงสูงสุดของการแข่งขันได้
นั่นคือ“ที่ 1”
“จะรีบไปไหน ไม่แสดงความยินดีกับฉันหน่อย” ช่อวิ่งมาถามเพื่อน
จุฑา“แกได้รางวัลตั้งมากมาย คงไม่อยากได้คำพูดแสดงความยินดีจากฉันหรอก”แพทย์หนุ่มฝึกหัดพูดกับเพื่อน ก่อนจะมองหน้าเขาเต็มๆ
หมอช่อหน้านิ่งพยายามสะกดอารมณ์ เขาก็รู้อยู่ว่าที่เขามีความดีความชอบครั้งนี้เพราะใคร??
“แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็อยากจะพูด ยินดีด้วยว่ะเพื่อน” ชาย หนุ่มตบไหล่แสดงความยินดีจากใจจริง
“ไม่อยากจะเชื่อ แกแสดงความยินดีกับฉัน”
แพทย์ฝึกหัดหนุ่มงงมองหน้าคนพูดอย่างไม่เข้าใจ
“ที่ผ่านมา ถ้าแกจำได้ ฉันเคยแต่แสดงความยินดีกับแก เพราะไม่ว่าจะแข่งขันอะไรแกก็เป็ที่หนึ่ง”
“เราต่างก็เคยเป็ที่หนึ่ง”
“นั่นเพราะฉันอยู่ทีมแก แต่พอต้องมาแข่งกันเองแล้ว แกเอาที่หนึ่งไป”
“เฮ้ย เพื่อน แกอยากเป็ที่หนึ่งขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ไม่ใช่ ฉันก็แค่อยากเป็บ้าง”
ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปาก“เอาล่ะ ยังไงวันนี้นายก็ได้แล้ว ยินดีด้วยนะเพื่อน สองครั้งแล้วนะที่ฉันพูดกับแก”
จุฑาบอกกับเพื่อนก่อนจะขอตัวเดินออกไป เขาออกตัวไม่กี่ก้าว ยังมีเสียงตามหลังมาอีก“ฉันอยากจะแสดงความยินดีกับแกอีก ครั้งที่สาม สี่ ห้า ทำให้ได้ต่อไปอีกนะเพื่อน”
“อย่าห่วงเลย แกได้ยินดีกับฉันอีกแน่” หมอช่อพูดพลางยิ้มโหด
ไม่มีใครคิดว่าจากการแข่งขันวิชาการธรรมดาจะกลายเป็ปมใหญ่ ให้เด็กอยากเอาชนะ และติดนิสัยมาจนโต
ปมของคนที่เป็รองไม่เคยเป็ที่หนึ่ง
ที่1 ตัวจริง อยู่ตรงนี้“ขอเชิญมิสยูลีก มาสวมมงกุฎให้กับ มิสยูลีก คนใหม่ ในการแข่งขันอาทิตย์หน้าด้วยค่ะ”ไลน์กรุป มิสยูลีก บอกฉันให้เตรียมตัวมอบมงกุฎปีหน้า
“หนึ่งปีแล้วสินะ เร็วจัง” ฉันมองนาฬิกา สองทุ่มแล้ว ได้เวลากลับบ้าน
ระหว่างเก็บกระเป๋าฉันเหลือบไปเห็นแบงก์ร้อยประมาณสามใบ มีมือสะอาดๆ ยื่นให้ฉันมาแฮนด์ของคุณหมอจุฑาค่ะ
“ขอบคุณที่ดูแลผมคืนนั้น ผมยุ่งๆ เลยเพิ่งนึกขึ้นได้”
“เดี๋ยวนะคะ ฉันก็เพิ่งนึกขึ้นได้เหมือนกัน” ฉันรับเงินก่อนจะหาสมุดโน๊ตลายไชนิสมาคืนให้กับคุณหมอ
หมอจุฑามองมาที่หนังสืออยู่นานเหมือน เพ่งกสิณ อะไรสักอย่าง ก่อนจะรับไป แล้วทิ้งลงถังใส่หน้าฉัน
“คุณหมอทำอะไรคะ”
“ทิ้งขยะ”
“ขยะอะไร สมุดแล็คเชอร์ของคุณหมอไงคะ วันก่อน ยังยื้อแย่งกับฉันแทบเป็แทบตายคุณหมอไม่พอใจอะไรหรือเปล่า”
“เปล่านี่ครับ ผมแค่ไม่้าแล้ว มันไม่มีประโยชน์แล้ว”
เขาพูดเหมือนไม่สนใจแล้วเดินไปประจำโต๊ะ
ฉันเหลือบมองที่ถังขยะเขายังหันหลังอยู่ วินาทีนั้นฉันเอามือล้วงขยะไปคีบสมุดโน๊ต ออกมาแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไป
ระหว่างล้างมือด้วยน้ำสบู่คิดย้อนไปตอนที่เขาจดทุกอย่างใส่สมุดเล่มนี้ บอกวิธีการจดสามช่องสี่ช่องแล้ววันนี้ กลับทิ้งลงถังเสียดื้อๆ
“ต้องมีอะไรแน่ ถามคุณหมอช่อดีกว่า” ฉันเอาทิชชูห่อสมุดโน๊ตแล้วก็ใส่ถุงพลาสติก ราวกับวัตถุพยานสำคัญ
แต่แท้จริงแล้วการได้ทำงานที่ด่าน สอนให้เราต้องระวังแทบทุกเื่
ออกจากห้องน้ำต้องเดินผ่านด่านเหงาๆ เพราะรอบสองทุ่มถึงแปดโมงเช้า เป็รอบที่มีนักเดินทางน้อยฉันกับพี่สุณี เราไม่ใช่เ้าหน้าที่จากหน่วยงานหลัก เพียงแต่เป็กำลังเสริมจึงประจำการั้แ่แปดโมงถึงสองทุ่มเท่านั้น
พี่สุณีเป็คนตรงเวลากลับไปก่อนแล้ว เหลือฉันกำลังกลับ แต่มาเจอคุณหมอจุฑาเสียก่อน
เสียงเทอร์โมสแกนดังลั่นเสียงหญิงชาวจีน แผดร้องดังยิ่งกว่าอะไร ฉันข่มใจไม่ได้ยิน อยากจะกลับบ้านไม่อยากปวดหัวประสานงาน เพราะไม่ได้เก่งเท่าพี่สุณี
แต่เสียงแผดร้องยังไม่หยุด่หลังเหมือนเสียงหวยโหนซะด้วย ฉันทนฟังไม่ไหวแล้ว รีบสับขาไปแต่ไม่ได้ไปที่ประตูทางออกนะคะ สับกลับ ฝันสลาย
คุณแม่วัยกลางคนมาเที่ยวกับลูกชายวัย 8 ขวบ ลูกชายตัวร้อนมาก เกิน 38 องศา ต้องกักตัว แต่เครื่องบินจะขึ้นในอีกหนึ่งชั่วโมง
เ้าหน้าที่สายการบินและท่าอากาศยานให้คุณแม่กรอกประวัติไว้ และให้รอที่สนามบินปลายทาง หากตรวจแล้วน้องไม่ได้ติดเชื้อ จะรีบส่งตัวน้องเดินทางในเที่ยวถัดไปให้เร็วที่สุด
“แต่ถ้าติดเชื้อ” ระหว่างนี้เป็บทซาวน์แทรกที่ดิฉันจะป้อนให้กับทุกคนนะคะ
“น้องจะอยู่รักษาตัวที่เมืองไทย ซึ่งคุณแม่จะอยู่ก็ได้ แต่เราคิดว่าไม่จำเป็ต้องอยู่”
“ลูกฉันทั้งคน คุณจะมาพรากลูกพรากแม่แบบนี้ได้ยังไง”หญิงต่างชาติตบหน้าเ้าหน้าที่พนักงาน เริ่มเกรี้ยวกราด ความเครียด ความกดดันทำให้ทนไม่ไหว
“ไม่ใช่นะคะคุณแม่ เราเป็ห่วงสวัสดิภาพของคุณแม่ ถ้าน้องติดเชื้อโอกาสแพร่เชื้อมีสูงมาก ถ้าติดทั้งแม่และลูก จะกลายเป็เื่ใหญ่”เ้าหน้าที่คนนั้นยังมีสติ ชี้แจงเหตุผล
แต่หญิงจีนยังตบอีกฉาด“เอาลูกฉันคืนมา”
ลูกชายคนแม่อยู่ในความควบคุมของ คุณหมอจุฑา
คุณแม่ตรงไปหาหมอเตรียมเอาสิ่งมีชีวิตที่รักที่สุดคืน แม้ไม่มีอาวุธ แต่สองมือของแม่ก็พร้อมลุยแน่นอนว่าเมื่อผู้ป่วยถึงมือ เป็ตายร้ายดียังไงก็คงคืนให้ไม่ได้
หญิงจีนง้างมือเตรียมทำร้ายคุณหมอของฉันเพลี๊ยะ!!! ฉันโดนตบเป็รายที่สอง หน้ากากอนามัยที่ใส่ถึงขั้นเบี้ยวไปเลย
ฉันล็อกตัวหญิงจีนเอาไว้และสั่งให้คุณหมอพอเด็กชายคนนั้นไปที่ห้องควบคุม เครื่องบินจะขึ้นให้ขึ้นไปความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็สำคัญ คุณหมอ เ้าหน้าที่ที่ท่าอากาศยานทำหน้าที่ของแต่ละคน
ส่วนฉันอยู่ในห้องสอบสวน กับ นักท่องเที่ยวหญิงจีนคนนั้น
คุณหมอจุฑาไลน์มาบอก ขอห้องต่างหาก เพราะคุณแม่ก็สุ่มเสี่ยงเหมือนกัน แต่เ้าหน้าที่ไม่มีห้องแล้ว และไม่อยากให้เป็เื่ใหญ่ฉันถึงพาหญิงจีนกลับมาที่ฐาน ด่วนตรวจเหมือนเดิม
“ระหว่างทาง ขออะไรคุณพี่ตม. หน่อยได้มั๊ยคะ”
ฉันขอนายตำรวจ 2 นาย ช่วยเดินประกบซ้ายขวา และพานางเดินวนไปเพื่อเรียกสติความขึงขังและเ้าหน้าที่ สายตาของคนที่มอง ทำให้หญิงชาวจีนคนนั้นรู้สึกกลัว
“เราจะไปไหนกัน” นางถามฉัน ฉันทำเป็สนใจ แต่ไม่ตอบ พร้อมชี้ไปที่มือถือให้นางแล้วแอพฯ เราจะคุยกันผ่านโปรแกรมนี้ อย่างน้อยๆ ให้มีขั้นตอนมากขึ้นหน่อยไม่ใช่เอะอะ ยกมือตบอย่างเดียว
เปลี่ยนเอามือมาจิ้มบางทีอาจแก้ปัญหาได้ดีกว่า
“เรากำลังจะไปที่ทางออก” ฉันพิมพ์ แอพฯ พูด
“ออกไปไหน เจอหรือยัง ผ่านประตูมาตั้งเยอะ ฉันจะไปหาลูก ต้องออกประตูไหน”
“นั่นล่ะ บานที่ฉันกำลังหาอยู่”
“หมายความว่ายังไง”
“ถ้าคุณใช้อารมณ์ คุณจะไม่ได้เจอลูก อย่างต่ำๆ ก็วันสองวันนี้แต่ถ้าคุณใช้สติ บางที ฉันอาจช่วยคุณได้เลย”
“ไปๆ ตกลงฉันจะไปที่ประตูนั้น อยู่ตรงไหน”
“อยู่ที่คุณ” ฉันชี้ “คุณต้องมีสติ ใจเย็นกว่านี้คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายเ้าหน้าที่ ทุกคนทำเพื่อส่วนร่วม”
เธอเงียบไปท่าทีสงบลง เหมือนสำนึกและรู้สึกผิดจริงๆ
“ฉันก้าวมาที่ประตูนี้แล้ว ต้องทำอย่างไร ถึงจะเข้าไปได้”
“ฉันเปิดแล้ว คุณเข้ามาเลย” คำหลังเป็คำง่ายๆ ที่ฉันพูดได้แล้วฉันก็อยากจะพูดกับเธอ
เราสองคนนั่งลงตรงที่นั่งแถวนั้นหน้าตาเธอเหมือนรับฟังฉันมากขึ้น
ฉันขอบคุณเ้าหน้าที่“รู้สึกเหมือนออกมาเดินเล่น แล้วได้เห็นนางเอกในละครเลยครับ” ตม.หนุ่มหน้าตาดีเอ่ยปากชมฉัน ตอนแรกที่ฉันขอกำลัง หัวหน้าเขาดูอิดออด ได้คุณคนนี้แหละที่อาสาและบังคับเพื่อนอีกคนมาให้
“ผม อาชวินครับ เป็ ตม. อยู่ที่นี่ ไม่ทราบว่าคุณ”
“เชิญขวัญค่ะ เป็เ้าหน้าที่ของกรมท่องเที่ยวฯ”
“คุณเชิญขวัญ คุณเป็ผู้หญิงที่สุดยอดมากครับ” เขายกนิ้วโป้งให้ฉันถ้าเป็รุ่นเดียวกัน เพศเดียวกัน นิ้วโป้งคือการไม่พอใจ ไม่ชอบใจแต่ถ้าเป็เพศตรงข้าม เขาพอใจอย่างยิ่ง
ฉันม้วนตัวกรี๊ดดดด ก่อนที่จะเห็นสีหน้าคุณแม่ชาวจีน ที่ดูเป็ทุกข์ระทมหนักมาก อีกปัญหาที่ต้องจัดการ
นางปรับทุกข์กับฉันเป็สิบนาทีหัวอกของแม่ที่ต้องห่างลูก ไม่อยากทิ้งลูกไว้ในห้องคนเดียว เธอกังวลหลายอย่างว่าลูกเธอจะกลัวมั๊ย และจะคุยกับใคร เธอเพิ่งโยนโทรศัพท์ลูกทิ้งหลังจากที่เขาเล่นแต่โทรศัพท์ ไม่สนใจคำพูดของเธอ
นั่นเป็ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้รู้อย่างนี้ เธอไม่น่าจะใช้อารมณ์ อย่างน้อยๆ ลูกก็ยังมีโทรศัพท์เป็เพื่อน
พร้อมเหตุผลที่ต้องกลับบ้านคุณปู่ ป่วยหนักมาก อยากจะเห็นหน้าหลานเป็ครั้งสุดท้ายเธอกลัวเหลือเกินว่าจะไปไม่ทัน!
ที่ผ่านมาเป็สะใภ้ใจแข็ง ไม่ยอมให้บ้านสามี จนถึงวันนี้ รู้สึกผิด เพราะชีวิตก็มีกันเท่านี้เลยกดดันมาก อยากจะไปขอโทษ และพาหลานชายไปให้ปู่เห็นหน้าให้จงได้
“ใจเย็นๆ ค่ะ ในเมืองไทย เรามีคำว่า วีรสตรี ใช้เรียกหญิงเก่งที่ผ่านมาได้ทุกสถานการณ์ ฉันว่า เท้าของคุณเหยียบผืนแผ่นดินไทยแล้วซึ่งเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ บางทีสิ่งศักดิ์สิทธิ์บ้านฉัน อาจทำให้คุณเป็วีรสตรีผ่านเื่ราวเหตุการณ์ร้ายๆ นี้ไปได้”
นางกุมมือฉันแล้วขอบคุณฉันขอตัวไปประสานงานให้ เผื่อมีโอกาสที่เธอจะได้เจอน่าลูกฉันขอร้องให้เธอรออย่างสงบนิ่งที่ด่านกักกัน ใส่ Mask แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
ประตูบานแรกที่ฉันวิ่งไปห้องน้ำค่ะ ล้างมือ
ก่อนจะหาคุณหมอจุฑาที่ห้องกักกัน
“ไข้ลดหรือยังคะ”
“ตอบไม่ได้ ต้องรอสองชั่วโมง”
“ให้ยาลดไข้ได้มั๊ยคะ พอไข้ลง ก็น่าจะขึ้นเครื่องได้”
คุณหมอหันมาจ้องฉันอย่างดุ“ถ้าให้กินยาลดไข้ แล้วจะกักตัวไปเพื่อ คนไข้ต้องแสดงอาการจริงสิ เราถึงจะประเมินได้”
“บางทีนะคะคุณหมอ อาจไม่ใช่เชื้อร้ายอย่างที่เราระแวงกันก็ได้เด็กอาจจะเป็หวัดแดด หรือไม่ก็หวัดฝนธรรมดาบอกสายการบินจัดที่นั่งพิเศษให้ดีมั๊ยค่ะ”
“ผมไม่มีอำนาจ ต้องทำตามขั้นตอน คุณเองก็ควรทำเหมือนกันนะ”
“คุณหมอ ฉันอุตส่าห์ยื่นหน้าบางๆ ปกป้องคุณหมอนะคะทำไมถึงได้ไม่คิดถึงบุญคุณกันเลย”
“เื่นั้นผมก็ขอบใจอยู่นะ เอาไว้จะหาทางตอบแทนเื่อื่นๆแต่เื่นี้คงไม่ได้ อีกสักชั่วโมงผมจะตรวจซ้ำ ถ้าร่างกายสูงเกินกว่าค่าเกินกำหนดจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทาง พร้อมกับส่งตัวไปที่โรงพยาบาลเลย”
“แต่คุณแม่เด็ก มีความจำเป็ต้องเดินทางกลับนะคะ”
“จำเป็แค่ไหน”
“จำเป็ถึงชีวิตค่ะ ปู่เด็กกำลังจะเสียเธออยากพาเด็กไปเจอปู่เป็ครั้งสุดท้าย นอกจากนั้นเธอยังอยากจะขอโทษคุณปู่ที่เป็สะใภ้หัวดี พาหลานชายออกจากตระกูล หนีออกมาโดย ไม่ได้ลา”
“นี่คุณไปซักประวัติอะไรมาเยอะแยะ ผมเป็แพทย์ยัง ซักไม่เท่าคุณเลย เชื่อเลยจริงๆ”
“ให้แม่เด็กเดินทางไปก่อน แล้วลูกค่อยเดินทางหลังจากที่หายดีแล้ว เด็กโตสามารถเดินทางคนเดียวได้ ถ้าไม่สบายใจ จะขอเ้าหน้าที่ที่ท่าอากาศยานจะช่วยประสานสายการบินให้อีกที”
“ทำไมหมอโหดขนาดนี้ ไม่เห็นสายใยบางๆ ระหว่างแม่กับลูกที่คิดถึงกันต้องไปด้วยกันเสมอเหรอคะ”
“มองไม่เห็นนะ ที่เห็นก็นี้ คุณมาดูสิ”
คุณหมอหนุ่มอนุญาตให้ฉันไปที่ห้องควบคุมมองเด็กจากประตูที่มีแผ่นกระจกกั้น
เด็กชายคนนั้นเล่นโทรศัพท์เพลิดเพลินไม่เดือดร้อน ไม่สนใจอะไร ก่อนหันมาเจอฉันที่จ้องเขาอยู่ เขาร้องไห้ค่ะ
หรือิญญานักสังคมสงเคราะห์จะเอ่อล้นทำให้เด็กรู้สึกตัวได้ ว่าต้องแสดงอารมณ์ที่แท้จริง อย่ากดมันไว้
“เป็อะไรลูก หนูเป็อะไร” ฉันพยายามจะเปิดลูกกลอนแต่มือของคุณหมอก็มากุมมือฉัน แล้วดันออกไป ไม่ให้เปิด
“ทำไม เด็กขอความช่วยเหลืออยู่นะคะ”
“ให้เขามาบอก ว่าเขา้าอะไร”
หมอกวักมือเรียกเด็กอย่างง่ายด่ายเด็กเปิดภาพยำยำช้างน้อยจากโทรศัพท์
น้องจะรู้มั๊ยนั่นสมัยพี่ยังเป็วุ้นอยู่เลยนะ เอายี่ห้อที่อัปเดตกว่านี้ คงไม่ใช่งานช้าง
ฉันเปิดน้ำร้อนชงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ตุนไว้สองถ้วย
“รุ่นนั้นเป็ตำนานไปแล้ว หวังว่าบะหมี่รุ่นใหม่นี้ คงทดแทนพอได้นี่ให้เด็ก ส่วนนี่ ให้คุณหมอค่ะ”
“ผมเหรอ ผมไม่ชอบ ไม่มีสารอาหาร”
“เก๋จะตาย กินอาหารแล้วไม่มีอาหาร อิ่มทิพย์หรือเปล่าก็ไม่รู้ นี่แหละมื้อวิเศษ รับไปเถอะค่ะ ซดให้ชุ่มคอ”
“ชูรสล้วนๆ ที่ชอบกันน่ะ ชอบบะหมี่ หรือชอบชูรส”
“เอ๊ะ คุณหมอ ทำไมถึงได้ขวางโลกแบบนี้”
“ขวางอะไร ผมก็หมุนตามโลกอยู่นะ คุณนั่นแหละ ที่ขวาง กฎมีก็จะหาทางแหกอยู่เรื่อยๆเช่น เื่นี้ไง”
คุณหมอรับบะหมี่จากฉันไปซดชูรส 55 จังหวะนี้
“ถือว่าเป็สินบนนะคะ เดี๋ยวทำตามที่ขอด้วย” ฉันฝากบะหมี่ไปให้เด็กแล้ววิ่งปรู๊ดไปหาแม่เด็ก
ภาพลูกชายกินบะหมี่เอร็ดอร่อยบวกกับเล่นมือถือ ที่สายเข้าระวิง แล้วก็ตัดทิ้ง เนื่องจากเป็มือถือของคุณหมอจุฑาอุปกรณ์อย่างเดียวที่หาได้ ให้เด็กไม่รู้สึกเครียดทำให้คุณแม่ชาวจีนผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง
เธอคว้าโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาพิมพ์“ฝากโทรศัพท์นี้ และเงินจำนวนนี้ ให้แกด้วย บอกฉัน ว่าฉันจะรอแกที่สนามบิน”
เธอเลือกตามดีลที่คุณหมอให้บินกลับไปก่อน แล้วทิ้งลูกไว้รักษาตัว ไม่ต้องเป็ห่วง ให้เชื่อใจเ้าหน้าที่ทุกคน
ก๊อกมือซนๆ ของฉัน เคาะที่กระจก ก่อนเธอจะไป ฉันก็อยากให้ลูกได้ร่ำลากันบ้าง
เด็กชายเห็นแม่ผ่านช่องกระจกที่ประตูวิ่งมา
คุณหมอรีบเอาตัวบังพวกเราก่อนจะบิดลูกบิด เปิดประตูเข้าไปในห้องเพื่ออยู่กับน้อง
คุณหมอพูดอะไรกับเด็กบ้างเราไม่ได้ยินเสียง รู้แต่เด็กท่าทางเชื่อฟังคุณหมอมาก
คงเป็พร์อย่างหนึ่งของคนเป็หมอที่คุยกับคนรุ่นเดียวกันไม่เข้าใจ แต่คุยกับเด็กรู้เื่(สมองเท่าเด็กหรือเปล่านะ??)
“หม่า ม๊า” เสียงเด็กเรียกขาน คุณแม่ชาวจีน จากที่หน้าซีด กำลังจะเดินไปหยุดกึก
เด็กคนนั้นลากเก้าอี้มาที่หน้าประตูเพราะความสูงยังไม่โผล่พ้นกระจก เป็สัญชาตญาณของความสัมพันธ์ ทำยังไงก็ได้ให้ได้คุยกับแม่
ฉันขนลุกมากๆกับเื่นี้ ปกติการดำเนินชีวิตของคน ใช้ ความรู้ ความคิด สติปัญญา สัญชาตญาณแต่ถูกอย่างผ่านการปรุงแต่งจากสิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์ ถึงผลักดันให้เราทำได้
แต่นี่เป็“แรง” แห่ง “รัก” ล้วนๆ แม้ขาเก้าอี้จะใหญ่ หนักเกินจะยก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาของลูกของแม่เลยเขามีกำลังอย่างอัศจรรย์
ในที่สุดใบหน้าของเด็กชายก็พ้นขอบกระจกมาโบกมือบ๊ายบายผู้เป็แม่
คนเป็แม่ยิ้มแทบขาดใจเธอร้องไห้อย่างอบอุ่น อ้อมแขนของเธอ ล้อมขึ้นมากระชับ เป็สัญลักษณ์เหมือนกอดลูกก่อนจะยกมือถือของตัวเองขึ้นเป็สัญลักษณ์
สมบัติที่เธอจะมอบให้ระหว่างห่างกันเล่นมือถือของแม่นะลูก เอาไว้ติดต่อกัน
ฉันประสานงานเ้าหน้าที่อากาศยานขอโทษผู้โดยสารทุกท่านที่ทำให้เครื่องขึ้นช้าก่อนบ๊ายบายส่งตัวคุณแม่กลับภูมิลำเนา พร้อมให้สัญญาเมื่อผลการตรวจหรือการรักษาเสร็จสิ้น จะส่งตัวลูกชายเธอกลับอย่างปลอดภัย
“วีรสตรี” เธอเรียกฉัน ก่อนยกนิ้วโป้งให้อีกคน
วันจันทร์ที่27 มกราคม 63 นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีกลาโหมออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลได้ยกระดับให้ ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรีไว้เพื่อสั่งการและติดตามสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าอย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความมั่นใจว่ายังสามารถรับมือสถานการณ์ได้100%
สรุปใจความแถลงการณ์ไวรัสโคโรน่าคุมสถานการณ์ได้ 100% ผมได้เน้นย้ำการชี้แจงสถานการณ์ตามข้อเท็จจริงโดยไม่ปิดบังข้อมูลใดๆ และยึดหลักการว่า “ชีวิตและสุขภาพของประชาชนสำคัญที่สุด”ขอให้มั่นได้ว่าการดำเนินงานของรัฐบาลอยู่ในระดับมาตรฐานสากลพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสนี้ 8 ราย ทั้งหมดติดเชื้อจากประเทศจีน โดย 5รายแรกหายแล้ว แพทย์ให้กลับบ้านได้ เหลืออีก 3 ราย คงรักษาในโรงพยาบาลของเรา สถานการณ์ตอนนี้ถือว่าควบคุมได้ 100%แต่เราต้องไม่ประมาท ช่วยกันสอดส่อง เป็หูเป็ตา เฝ้าระวังดูแลตัวเองร่วมมือกับทางการ
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เป็โรคป้องกันได้ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจเน้นดูแลสุขอนามัยเื่ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัยทั้งนี้รัฐบาลขอยืนยันในความพร้อมของระบบการแพทย์และสาธารณสุขที่มีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโลก ติดอันดับ 6 จาก 195 ประเทศ จัดอันดับโดย ม.จอห์น ฮอปกิ้นซึ่งเป็เื่น่าภูมิใจของเราทุกคน ว่าเราเป็ที่ยอมรับในระดับโลก”
ฉันก็เลยเบาใจค่ะ…อันนี้ต้องพูดกงๆ