บทที่ 14 ตัดสินใจได้เร็วจี๋ (รีไรท์)
ในตอนแรก พี่สะใภ้ของหลิวเยว่ทั้งสามคนยังกังวลว่าน้องสามีจะตอบตกลงข้อเสนอของแม่สามี แต่ยังดีที่เธอไม่ได้ตอบรับ แน่นอนว่าต่อให้หลิวเยว่้าเงินของเซียวเจี้ยนฟางจริง พวกเธอก็ไม่กล้าพูดอะไร
ทว่าเป็เื่ดีที่น้องสามีคนนี้ยังรู้จักขอบเขต มันทำให้พวกเธอรู้สึกวางใจขึ้นไม่น้อย
หลิวเยว่ถือว่ายังมีเงินพอ ตอนตกลงเื่หมั้นหมายกับเยี่ยเสิ่นเหยียน เด็กนั่นก็มอบเงินมาให้ถึง 100 หยวนซึ่งไม่ได้นับรวมเข้าไปกับค่าของหมั้น บอกว่าให้เสิ่นทิงหงเอาไว้ใช้สอย
เมื่อรวมเข้ากับส่วนแบ่งจากการแยกบ้านก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เงินที่เยี่ยเสิ่นเหยียนให้มาก็ไม่เคยคิดจะไปแตะต้อง นั่นเป็ส่วนที่จะเก็บไว้ให้ลูกสาว ตอนนี้มีเงินพอที่จะก่อสร้างบ้านแล้วก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปใช้เงินของลูกสาวเช่นกัน
เยี่ยเสิ่นเหยียนนั้นยุ่งมาก ปกติแล้วต้องกลับเข้าไปที่กองทัพเสมอ จึงไม่มีเวลามาวุ่นวายเื่งานแต่ง
หลิวเยว่คิดว่าหลังจากลูกสาวแต่งออกไป รอจนเยี่ยเสิ่นเหยียนได้เลื่อนขั้นก็สามารถเข้าร่วมกองทัพได้แล้วไม่ต้องมาอยู่ที่หมู่บ้านชนบทนี้อีก เป็เหตุผลที่ทำให้หลิวเยว่กระตือรือร้นไปพูดคุยเื่หมั้นหมายกับเยี่ยเสิ่นเหยียน
ที่สำคัญคือเยี่ยเสิ่นเหยียนนั้นตัวคนเดียว พอเสิ่นทิงหงแต่งเข้าไปก็จะกลายเป็นายหญิงของบ้านทันที
ในหมู่บ้านไม่รู้ว่ามีหญิงสาวเยอะแค่ไหนที่คอยจับจ้องอยู่ แต่ก็ยังเป็หลิวเยว่ที่ลงมือได้ก่อน
เยี่ยเสิ่นเหยียนยังเป็คนง่าย ๆ มีสาว ๆ ในกองทัพหลายคนมาชอบพอเขา พอกับสาว ๆ ในหมู่บ้านยิ่งไม่ต้องพูดถึง คุณสมบัติดีขนาดนี้ใครบ้างไม่อยากได้
อย่างเื่ที่เสิ่นทิงหงาเ็ครั้งนี้ก็เพราะเสิ่นปี้เหลียนอยากได้เยี่ยเสิ่นเหยียนไม่ใช่เหรอ?
การที่เยี่ยเสิ่นเหยียนตกปากรับคำในตอนนั้น หนึ่งก็เพราะไหวพริบของหลิวเยว่เอง คนในยุคนี้ต่างก็หัวโบราณอนุรักษนิยม แม้แต่เยี่ยเสิ่นเหยียนก็ไม่เว้น
เื่แต่งงานช้าเร็วก็ต้องจัด บวกกับที่เยี่ยเสิ่นเหยียนยังไม่มีคนที่ชอบ เขาเลยตกปากรับคำ
ที่สำคัญก็คือ เมื่อตอนที่พ่อแม่ของเยี่ยเสิ่นเหยียนเพิ่งจากไปได้ไม่นาน หลิวเยว่ที่รู้สึกสงสารได้ส่งของกินไปให้อยู่หลายครั้ง
เยี่ยเสิ่นเหยียนเป็คนรู้คุณคน ถึงอย่างไรก็ต้องแต่งกับใครสักคน งั้นแต่งกับลูกสาวหลิวเยว่ก็ได้
เยี่ยเสิ่นเหยียนยังรู้จักเข้าใจผู้หญิงดีด้วย ถึงเสิ่นทิงหงจะดูหยิ่งไปสักหน่อย แต่กิตติศัพท์เื่นิสัยของลูกสาวหลิวเยว่เขาก็เคยได้ยินมาบ้าง
ก็คนเขาได้รับการดูแลอย่างถนุถนอมมาแต่เล็ก เพราะงั้นเยี่ยเสิ่นเหยียนเลยไม่นับว่านี่เป็ปัญหา
สุดท้ายจึงลงเอยกันแบบนี้ ดูจากความทรงจำของร่างเดิม เสิ่นทิงหงก็รู้จักกับเยี่ยเสิ่นเหยียน พวกเขาเคยพบเจอกันสองสามครั้ง ความจริงแล้วภาพในความทรงจำนั้นเด่นชัดมาก
แต่เื่พวกนี้ไว้ค่อยพูดกันวันหลังแล้วกัน
พวกเขาเดินคุยเล่นกันจนมาถึงบ้านของเสิ่นเว่ยจวินแล้ว และเป็บ้านของเสิ่นชิงชิง เพื่อนรักของเธอด้วยเช่นกัน
“หัวหน้าหมู่บ้านคะ อยู่บ้านรึเปล่า?”
“อยู่ ๆ!” เสิ่นเว่ยจวินเดินออกมาจากบ้าน
“มาแล้วเหรอต้าเฉียง รีบเข้ามานั่งข้างในมา ชิงชิง นีเอ่อร์มาหา รีบออกมาเร็ว”
เสิ่นเว่ยจวินพูดขึ้น
ไม่นานนัก เสิ่นชิงชิงก็รีบวิ่งออกมา ครู่เดียวก็วิ่งมาถึงหน้าเสิ่นทิงหงแล้ว
“อ่า... ทำไมฉันถึงได้พลาดเื่สนุกประจำเลยนะ ฉันเพิ่งขึ้นเขาไปเก็บฟืนมาเอง พวกเธอก็แยกบ้านกันแล้ว” เสิ่นชิงชิงพูดอย่างตื่นเต้น
“แค่ก ๆ ชิงชิง” เสิ่นเว่ยจวินส่งเสียงสื่อให้ชิงชิงระวังคำพูด
เวลานี้ชิงชิงถึงเพิ่งรู้ตัวว่ายังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ในห้องด้วย ไม่ได้มีแต่เพื่อนรักของตัวเอง
“แหะ ๆ”
“ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร เื่แยกบ้านนี่ใคร ๆ ก็ยินดี”
เสิ่นชิงชิงยิ้มขึ้นมาหลังจากได้ยิน แล้วจึงลากเสิ่นทิงหงให้เข้ามาคุยกันต่อที่ห้องตัวเอง
เด็ก ๆ ออกไปกันแล้ว เสิ่นต้าลี่กับหลิวเยว่ถึงได้เริ่มพูดคุยเื่สร้างบ้านกับเสิ่นเว่ยจวิน
“หัวหน้าหมู่บ้านคะ ตอนนี้หน้าเก็บเกี่ยวก็ผ่านไปแล้ว พวกเราอยากจะเริ่มสร้างบ้านกันน่ะค่ะ คุณเองก็รู้สถานการณ์ของบ้านพวกเราดีอยู่ พวกเราเลยมาหาคุณ คุณสามารถช่วยพวกเราหาที่ได้ไหมคะ?” หลิวเยว่พูดขึ้น
ตอนนี้การสร้างบ้านยังไม่ยุ่งยากเหมือนในยุคหลัง ๆ ขอเพียงได้ใบทะเบียนมาก็สามารถหาที่ได้แล้ว
พื้นที่ในชนบทมีเหลือเยอะ ขอเพียงไม่ใช่พื้นที่สำหรับทำการเกษตร อยากได้ที่ตรงไหนก็สามารถหาได้
“ได้สิ พวกเธอก็ลองไปหาดูว่าอยากได้ที่ตรงไหนมาแล้วกัน” เสิ่นเว่ยจวินตอบ
เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเสิ่นชิงชิงกับเสิ่นทิงหง ความสัมพันธ์ระหว่างสองบ้านจึงไม่เลวนัก เสิ่นเว่ยจวินรู้สึกยินดีไปกับพวกเขาอย่างใจจริง
ไม่ว่ายังไง ถ้าสามารถใช้ชีวิตอยู่หลังบานประตูตัวเองได้ ใครบ้างที่อยากจะไปอยู่รวม ๆ คลุกคลีตีโมงกับคนอื่น บ้านนั้นยังมีเื่ที่คอยกวนใจมากมาย สามารถแยกบ้านออกมาอยู่กันเองได้ก็ถือว่าเป็เื่ดีแล้ว
“แม่คะ พวกเราไปสร้างบ้านแถวท้ายหมู่บ้านกันเถอะ แถวนั้นสะอาดสดชื่นมากเลย”
ขณะที่หลิวเยว่กำลังจะบอกว่า อยากจะหาที่สร้างบ้านให้อยู่ไม่ไกลจากบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านมากนั้น เสิ่นทิงหงก็โผล่ออกมาจากห้องของเสิ่นชิงชิงพอดี
หลิวเยว่ที่มักคล้อยตามเสิ่นทิงหงเสมอมา พอได้ยินลูกสาวบอกแบบนี้ก็พูดออกไปอย่างไม่ลังเล
“หัวหน้าหมู่บ้านคะ พวกเราอยากได้ที่แถวท้ายหมู่บ้าน ช่วยหาให้พวกเราสักผืนนะคะ”
เสิ่นเว่ยจวินพลันยกยิ้มที่มุมปาก
เื่ใหญ่อย่างการสร้างบ้านนี้ยังสามารถตัดสินใจได้เร็วขนาดนี้ เขาเคยเจอคนที่ตามใจลูกมาก็ไม่น้อย แต่ที่ตามใจถึงขั้นนี้กลับเพิ่งเคยเจอ
“ได้สิ พวกเธอวางแผนกันไว้ยังไงล่ะ?” เสิ่นเว่ยจวินถามขึ้นอีกครั้ง
“พวกเราวางแผนกันว่าจะสร้างบ้านอิฐค่ะ ถึงบ้านดินจะสามารถสร้างให้เสร็จได้เร็ว แต่กลับไม่ทน พอเวลาผ่านไป เจอทั้งลม เจอทั้งฝน คงทนได้อยู่ไม่นาน” หลิวเยว่บอก
เสิ่นเว่ยจวินพยักหน้าเห็นด้วย
“ก็จริง ถึงบ้านอิฐจะต้องใช้เงินมากหน่อย แต่พอสร้างเสร็จแล้วกลับสามารถอยู่ได้นานหลายปี”
บ้านของเยี่ยเสิ่นเยียนเป็เพียงบ้านหลังเดียวในระแวกนี้ที่ใช้อิฐก่อสร้าง
พูดถึงบ้านอิฐของเยี่ยเสิ่นเหยียน ไม่มีใครไม่รู้สึกว่าน่าเสียดายเลย
เพราะบ้านของเยี่ยเสิ่นเหยียนหลังนั้นเพิ่งสร้างขึ้นหลังจากเขาไปเข้าร่วมกับกองทัพ นี่ยังไม่ถึงสองปีเลย แต่เพราะว่าเขาไม่ค่อยได้กลับมา จึงไม่เคยได้เข้าไปอาศัยอยู่ ถือว่าน่าเสียดายจริง ๆ
ในตอนที่เริ่มก่อสร้างแรก ๆ นั้นก็ยังมาไหว้วานให้เสิ่นเว่ยจวินช่วยดูอยู่เลย
ก็มีแต่คนที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านอิฐเท่านั้นแหละที่จะรู้ข้อดีของการอยู่บ้านอิฐ เสิ่นเว่ยจวินเองก็รู้สึกว่าบ้านอิฐดีกว่าบ้านดิน แต่ใช่ว่าทุกคนมีกำลังพอที่จะสร้าง
แม้ค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้านสมัยนี้ไม่ได้มากมายอะไร แต่อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีร้อยสองร้อยหยวน แล้วถ้าอยากจะซื้อเครื่องเรือนของใช้ด้วยอีก ยิ่งต้องใช้เงินอีกหลายร้อย
“ในเมื่อพวกเธออยากสร้างบ้าน งั้นฉันจะเขียนรายการให้ พวกเธอเอาไปยื่นให้โรงงานเผาอิฐนะ ฉันรู้จักกับคนที่นั่นดี พวกเธอเอาใบรายการนี้ไปบอกว่าฉันแนะนำมา แล้วพวกเขาก็จะตกลงขายง่ายขึ้น”
ตอนนี้ถ้าใครอยากจะซื้ออิฐยังต้องอาศัยจดหมายแนะนำ เพราะถึงต่อให้คุณมีใบรายการของที่จะซื้อก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้
เสิ่นเว่ยจวินสามารถเอ่ยปากออกมาได้แบบนี้ หลิวเยว่กับเสิ่นต้าเฉียงรู้สึกดีใจมาก อย่างน้อยก็ทำให้สะดวกขึ้นเยอะ