ข้าเหนื่อยจะรักใครอีกแล้ว

    บทที่ 3 ไม่ยอมรับ

            บทที่ 3 ไม่ยอมรับ

             

            วันต่อมาเผิงฟู่หลินที่กำลังร้อนใจ เมื่อคืนนางแทบนอนไม่หลับทั้งคืนในใจได้แต่คับแค้นใจกับราชโองการที่ประกาศออกมา

            “เจ้าจู...เจ้าจู...”เผิงฟู่หลินร้องเรียกสาวใช้คนสนิทเข้ามาภายในห้องนอนอย่างเร่งรีบ

            “เจ้าค่ะคุณหนูเหตุใดจึงตื่นเช้ายิ่งนัก” เจ้าจูวิ่งหน้าตื่นเข้ามาภายในห้องนอนอย่างร้อนรน

            “พาข้าไปอาบน้ำข้าจะไปพบท่านพี่ซูเว่ย” เผิงฟู่หลินออกคำสั่งออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกทำเอาเจ้าจูขึ้นกับขนลุก

            “คุณหนู อย่าทำอะไรผลีผลามเลยนะเจ้าคะหากนายท่านรู้เข้า คุณหนูจะโดนเอ็ดเอานะเจ้าคะ”เจ้าจูรีบปรามนายหญิงของตนด้วยความเป็นห่วง

            “ท่านพ่อไม่รักข้าแล้วเหตุใดข้าต้องกลัวด้วยเล่า หากข้าไม่ทำสิ่งใดเจ้าจะให้ข้านั่งมองเสี่ยวว่านแย่งคนรักของข้าไปงั้นหรือ” เผิงฟู่หลินกัดฟันแน่นน้ำเสียงที่แค่นออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวยิ่งนัก

            “แต่ว่า...”เจ้าจูพยายามทัดทานอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่นางจะพูดจบสายตาคมกริบของนายหญิงก็จ้องมองนางอย่างขุ่นเคือง ทำเอาเจ้าจูถึงกับก้มหน้านิ่งและรีบทำตามคำสั่งโดยไม่กล้าเปล่งเสียงใด ๆ ออกมา

            เผิงฟู่หลินให้เจ้าจูแต่งตัวให้นางด้วยชุดที่สวยและราคาแพงที่สุดนางมองกระจกตรงหน้าอย่างพึงพอใจยิ่งนักคนในเมืองหลวงต่างยกย่องให้ความงามของนางเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองจากผู้ใดความงามที่แทบจะสยบบรรดาชายหนุ่มทั้งหลายให้หมอบแทบเท้าของนางแทบทั้งสิ้นแต่เพราะหัวใจของนางได้ยกให้หนี่ซูเว่ยเสียจนหมดสิ้นทำให้ในสายตาของเผิงฟู่หลินไม่เคยแม้แต่จะชายตามองผู้ใดมาก่อนเสียด้วยซ้ำ

            เผิงฟู่หลินให้เจ้าจูจัดเตรียมรถม้าพร้อมเร่งเดินทางไปจวนรัชทายาทเพื่อขอเข้าพบหนี่ซูเว่ยในช่วงสายของวัน

            รถม้าเคลื่อนไปตามถนนของเมืองหลวงที่เริ่มมีผู้คนสัญจรไปมา เผิงฟู่หลินกล่าวกำชับให้คนขับเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้นตอนนี้ในใจนางร้อนรุ่มจนแทบอยากไปหายตัวไปอยู่ตรงหน้าชายคนรักเสียเดี๋ยวนี้ทีเดียว

            รถม้าจอดเทียบหน้าจวนรัชทายาทเจ้าจูรีบประคองเผิงฟู่หลินลงจากรถม้าด้วยความเอาใจใส่เผิงฟูหลินเดินตรงไปยังหน้าจวนพร้อมแจ้งให้ทหารไปเรียนหนี่ซูเว่ยให้ทราบทันที

            ในห้องโถงจวนรัชทายาท หนี่ซูเว่ยที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ภายในห้องอักษรเขากำลังภูมิใจที่สามารถโน้มน้าวให้บิดาของตนมอบสมรสให้กับหญิงสาวที่ตนพึงใจเผิงเสี่ยวว่าน หญิงสาวที่มีใบหน้าหวานละมุนแต่กลับแฝงไปด้วยความเศร้าหมองที่ยากจะมองข้ามใบหน้านั้นยังคงติดตรึงในใจของเขาอย่างไม่เคยลบเลือน

            พลันความคิดของหนี่ซูเว่ยก็ต้องดับลง เมื่อพ่อบ้านได้เข้ามาภายในห้องอักษร

            “เรียนไท่จื่อคุณหนูรองเผิงมารอพบที่หน้าจวนเพื่อขอเข้าพบขอรับ”

            เมื่อหนี่ซูเว่ยได้รับรายงานจากพ่อบ้านก็ได้แต่ทำหน้าอึดอัดรำคาญใจ

            “บอกนางไปว่าข้าไม่อยู่” เขากล่าวอย่างตัดรำคาญกับพ่อบ้านในทันที

            พ่อบ้านได้แต่ทำท่าทางอึกอักลำบากใจก่อนจะตัดสินใจพูดเตือนสตินายท่านของตน “ข้าเกรงว่าหากไท่จื่อไม่ยอมให้พบ คุณหนูรองเผิงคงไม่มีวันเลิกราเป็นแน่”

            หนี่ซูเว่ยปรายตามองหน้าพ่อบ้านด้วยความขุ่นเคืองหากแต่เมื่อเขาคิดทบทวนตามคำพูดดังกล่าวก็ล้วนแล้วแต่เห็นด้วยเขาจึงได้แต่ถอนหายใจออกมา “ไปเชิญนางเข้ามา” เมื่อได้ยินคำสั่งของนายท่านพ่อบ้านก็เร่งรีบเดินไปเชิญเผิงฟู่หลินเข้ามาในจวนเป็นการด่วน

            หนี่ซูเว่ยลุกขึ้นก่อนจะเดินตรงไปที่ลานสวนด้านหน้าจวนสีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเขารู้ดีว่าเผิงฟู่หลินต้องการเข้าพบเขาเพราะเหตุใดและนั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากจะเผชิญหน้ากับนางเสียเหลือเกิน

            เผิงฟู่หลินเด็กสาวที่มารดาของเขาหมายมั่นปั้นมือให้เป็นว่าที่พระชายาของเขาตั้งแต่วัยเยาว์เขาเองก็ยอมรับว่านางเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งเช่นกัน แต่หากเพราะตั้งแต่เด็กเผิงฟู่หลินก็คอยเอาแต่ติดตามเขาต้อย ๆ จนเขานึกเอือมระอาทั้งนางยังมีนิสัยอารมณ์ร้อนและเอาแต่ใจ หากมีหญิงใดเข้าใกล้เขามากเกินไปนางก็จะใช้อำนาจของบิดาจัดการพวกหญิงสาวเหล่านั้นออกไปให้พ้นทางนั่นยิ่งทำให้หนี่ซูเว่ยรู้สึกรังเกียจและเอือมระอาเผิงฟู่หลินยิ่งนักเขารู้สึกเช่นนางเป็นปลิงที่คอยติดแข้งติดขาเขาไม่หยุด

            จนเมื่อเขาได้พบกับเผิงเสี่ยวว่านทำให้เขามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนตัวว่าที่พระชายาของตนให้สำเร็จและในตอนนี้เขาก็ได้สมปรารถนาแล้ว เหลือเพียงเผิงฟู่หลินเท่านั้นที่เขาจำต้องสลัดให้หลุดจากตัวเสียที

            เผิงฟู่หลินเดินเข้ามาภายในจวนทันทีที่นางเห็นหนี่ซูเว่ย นางก็รีบปรี่เข้ามาฉุดกระชากแขนเขาอย่างแรง

            “ท่านพี่ซูเว่ย เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้...เหตุใด...ผู้ที่แต่งงานกับท่านจึงไม่ใช่ข้า”เผิงฟู่หลินโวยวายอย่างลืมตัว นางน้ำตาเอ่อคลอมองเขาด้วยความน้อยใจ

            หนี่ซูเว่ยได้แต่ถอนหายใจอย่างนึกรำคาญพลางสะบัดมือจากการเกาะกุมของเผิงฟู่หลินออกจากตัว

            “หลินเอ๋อร์ ข้ารักว่านเอ๋อร์และคนเดียวที่ข้าจะแต่งงานด้วย ก็คือพี่สาวของเจ้า”หนี่ซูเว่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังเขามองหน้านางด้วยความหนักใจอย่างไม่อาจปิดบัง

            เผิงฟู่หลินถึงกับชะงักไป นางพลันหน้าถอดสีมองหนี่ซูเว่ยด้วยแววตาตัดพ้อ “เป็นไปไม่ได้ ข้ากับท่าน เรารักกันมาตลอดมิใช่หรือข้ามอบใจให้เพียงท่าน และจงรักภักดีต่อท่านมาตลอด” นางถึงกับโอดครวญออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

            “หลินเอ๋อร์...ข้าเห็นเจ้าเป็นเพียงน้องสาวของข้ามาโดยตลอดและข้าก็ไม่เคยคิดจะแต่งงานกับเจ้า ข้าหวังว่าเจ้าจะยอมรับมัน” หนี่ซูเว่ยกล่าวออกมาอย่างไร้เยื่อใย

            เผิงฟู่หลินมองดูหนี่ซูเว่ยด้วยสายตาที่ผิดหวังและปวดร้าว“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้”

            “เจ้ากลับไปเสียเถิดข้าหวังว่าเจ้าจะร่วมอวยพรให้พวกเราทั้งสองคน” หนี่ซูเว่ยพูดออกมาก่อนจะสะบัดแขนนางออกจากตัว“พ่อบ้าน ส่งแขก” เขาหันมาสั่งพ่อบ้านในทันที ก่อนจะเดินหนีไปอย่างตัดรำคาญ

            เผิงฟู่หลินได้แต่ยืนนิ่งอย่างตกตะลึงนางมองเขาเดินไปจนลับสายตา น้ำตาไหลรินออกมาเต็มสองแก้ม“ท่านใจร้ายกับข้าเหลือเกิน” นางกล่าวตัดพ้อออกมาก่อนจะเดินออกจากจวนด้วยความสิ้นหวัง