บทที่53 เบาๆ
ห้องของผู้อำนวยการโรงเรียนทหารที่2
แจคสันนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์เบื้องหน้าของเขาคือพันเอกมอแกนซึ่งเป็นผู้คุมสอบในตอนที่เทวาสมัครเรียนนั้นเอง
“ไม่นึกเลยนะครับว่าเด็กหนุ่มของซีโร่จะทำอาหารได้เหลือเชื่อมากขนาดนี้”มอแกนเอ่ยกับแจคสันอย่างเคารพ
“ฮ่าๆฉันเองก็แปลกใจเหมือนกัน ไม่นึกว่าเจ้าหนูนี่จะมีพรสวรรค์อะไรแบบนี้ด้วย”แจคสันยิ้มกริ่ม
บนโต๊ะของเขามีจานข้าวของเทวาอยู่ด้วยเขาสั่งให้นักเรียนไปซื้อมาให้จึงได้ลองทานอาหารฝีมือพระเจ้าแบบนี้และเขาก็รู้สึกติดใจเป็นอันมาก
“เขาดูมีความลี้ลับมากเลยนะครับทุกครั้งที่มองผมเหมือนจะรู้จักตัวเขาแต่ก็เหมือนกับไม่รู้จักอะไรเลย”มอแกนกล่าว
“อย่าว่าแต่เธอเลยแม้แต่ฉันหรือซีโร่เองก็ยังมองเจ้าเด็กนี่ไม่ขาดเรื่องนิสัยหรือภายนอกนั้นพอมองออกบ้างแต่พลังของเขานั้นจนถึงตอนนี้พวกเราก็ยังไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรแต่ก็เอาเถอะ ใครบ้างไม่มีความลับและโลกนี้นั้นกว้างใหญ่ จะมีคนที่มีความสามารถแปลกๆก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใช่ไหมล่ะอย่างไรก็ตามเราก็ครอบครองพื้นที่โลกแค่5-10%ของโลกนี้เท่านั้น”แจคสันกล่าวเรียบๆก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า
“โลกนี้นั้นกว้างใหญ่นัก”
“...”
“ว่าแต่คุยเรื่องของเด็กนั่นเพลินเลยเธอมาหาฉันเรื่องอะไรล่ะ?”
“อ้อผมจะมาบอกท่านว่าตอนนี้ท่านคาเรนอยู่ที่โรงเรียนเราครับ”
“หา!?”
“จากกล้องวงจรปิดและการตรวจจับอัตลักษณ์พลังงานระบบว่าเป็นท่านคาเรนอย่างแน่นอนและตอนนี้ท่านก็อยู่กับเทวาครับ”
ระบบตรวจจับอัตลักษณ์พลังงานนี้มีมาได้ประมาณสิบกว่าปีแล้วมันเป็นระบบที่ล้ำยุคที่สามารถตรวจจับพลังงานของบุคคลได้มันจะถูกติดตั้งลงในเมืองใหญ่และโรงเรียนทหารก็มีเช่นเดียวกันเครื่องนี้มีประโยชน์มากมันทำให้สามารถรู้ได้ว่าเมืองนั้นมีใครไปเยือนบ้าง
นอกจากนั้นมันยังใช้สำหรับป้องกันได้ในระดับหนึ่งหากมีตัวอันตรายไปยังเมืองนั้นๆ
“เธอคงจะมาเพราะได้กลิ่นอาหารแน่นอน”แจคสันรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย
“ว่าแต่ท่านครับผมเคยได้ยินแต่ชื่อเสียงของท่านคาเรน ตกลงว่าเธอ...แข็งแกร่งแค่ไหนครับ?”
มอแกนไม่ได้รู้จักกับคาเรนเป็นการส่วนตัวแต่ระบบที่แจ้งเตือนมานั้นบ่งบอกว่าเธอคือผู้ที่ต้องเฝ้าระวังระดับ4ดังนั้นเขาจึงเพิกเฉยไม่ได้จึงมาบอกกับแจคสันทันที
“นั่นสินะคาเรนเป็นนักสู้รุ่นแรกที่อายุน้อยที่สุดและน้อยคนนักจะรู้จักเธอเพราะเธอไม่ค่อยได้ต่อสู้เท่าไหร่ทำให้มีแต่คนระดับสูงเท่านั้นที่รู้จักเธอเธอมักจะทำตามใจตัวเองเสมอและสิ่งที่เธอสนใจเพียงอย่างเดียวคืออาหารอร่อยเธอไม่สนใจใครหรืออะไรทั้งนั้นและทำอะไรก็ตามที่เธออยากจะทำ”แจคสันถอนหายใจก่อนจะกล่าวต่อไปว่า
“เมื่อครั้งที่กึ่งเทพได้รับพลังจากEternal Stoneนั้นคาเรนก็อยู่ด้วยตอนนั้นเธอเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆที่บังเอิญไปอยู่ผิดที่ผิดทางดังนั้นเธอจึงได้รับเศษพลังจากEternalStone หลังจากนั้นมาก็เกิดบางสิ่งขึ้นกับเธอเธอเติบโตช้ามากจนถึงตอนนี้แม้ว่าอายุจริงของเธอจะ60กว่าแล้วแต่อายุของจิตใจและร่างกายของเธอกลับเป็นเพียงเด็กสาวอายุ20เท่านั้น...”
“และหากจะถามว่าพลังของเธอมีมากแค่ไหนนั้นฉันก็สามารถบอกได้ว่าเธอสามารถทำลายเมืองนี้ได้ในพริบตาเดียว”
คำกล่าวของแจคสันทำให้มอแกนถึงกับอึ้ง
“นั่น...ไม่ใช่พลังระดับพลเอกหรือครับ?”
“ในจำนวนพลเอกนั้นแม้จะมีบางคนที่แข็งแกร่งจนสามารถทำลายเมืองใหญ่ได้แต่มันก็ยังแตกต่างจากของคาเรนอยู่นะในอดีตนั้นเธอเคยทำลายเมืองขนาดกลางของเขต3จนราบเป็นหน้ากลองมาแล้วดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอถูกระบุให้เป็นผู้ที่ต้องเฝ้าจับตามองระดับ4ไงล่ะ”
ระดับของเขตนั้นบ่งบอกถึงระดับของพลังอำนาจโดยเขตหนึ่งนั้นแข็งแกร่งที่สุดและถือว่าเป็นปราการด้านสุดท้ายของมนุษยชาติดังนั้นเมืองระดับกลางในเขต3นั้นสามารถบอกได้ว่ามันแข็งแกร่งแค่ไหนเมืองระดับกลางในเขต1-5นั้นบางเมืองอาจจะร้ายกาจกว่าเมืองใหญ่ของเขต12เลยก็ได้
ดังนั้นการที่คาเรนสามารถทำลายเมืองระดับกลางได้นั้นย่อมบ่งบอกระดับฝีมือของเธอได้เป็นอย่างดี
“เพราะความเอาแต่ใจและทำตามใจตัวเองรวมถึงไม่ฟังคำสั่งใครนี่แหละทำให้เธอได้รับฉายาว่าอสูรน้อยจะว่าไปแล้วฉันเคยเห็นเธอสู้อยู่ครั้งหนึ่งนะมันเป็นเหตุการณ์ที่ฉันลืมไม่ลงเลยจริงๆ”แจคสันเอนกายบนเก้าอี้ราวกับกำลังคิดถึงความหลัง
“แล้วกึ่งเทพไม่ทำอะไรเลยเหรอครับ?”
“ในบรรดากึ่งเทพนั้นมีคนที่เอ็นดูคาเรนราวกับลูกหลานอยู่ดังนั้นจะมีใครกล้ายุ่งกับเธอได้ยังไง”
“เอ่อทำไมท่านคาเรนถึงทำลายเมืองนั้นล่ะครับ?”มอแกนสงสัย
“ไม่มีเหตุผลอะไรมากเพราะเธอหิวและไม่มีอาหารอร่อยเธอจึงทำลายเมืองไงล่ะ”
“...”
“อืมไม่รู้ว่าการที่เธอมาพบเด็กเทวาจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีกันแน่นะฉันชักจะเริ่มปวดหัวแล้วสิ”แจคสันกล่าว
เทวาที่ได้รับภารกิจนี้มาก็เครียดจนสมองชาหนึบเขาแอบกลืนน้ำลายเหนียวคออย่างยากลำบากพลางมองเด็กสาวที่อายุประมาณ12-13ปีด้านข้าง
เธอมีใบหน้างดงามราวกับตุ๊กตาผิวเรียบเนียนชุ่มชื่นขาวอมชมพู ดวงตากลมโตสดใสเปล่งประกายราวกับอัญมณีเส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยปานเส้นไหมน่าสัมผัสใบหน้าอันน่ารักที่เพียงแค่เห็นก็แทบจะอดใจไม่ไหวที่จะจับเล่นรวมๆแล้วเธอเป็นโลลิที่น่ารักมากจนใครๆก็อาจจะหลงในความน่ารักของเธอ
หากเทวาไม่ได้มีดวงตาที่สามารถอ่านข้อมูลของเธอได้เขาก็คงจะถูกภาพลักษณ์ของเธอหลอกลวงไปแล้ว
สัมผัสอันเฉียบคมของเขาที่ใช้ตรวจจับอันตรายนั้นใช้ไม่ได้กับเธอ
มันราวกับว่าเธอเป็นแค่คนธรรมดาๆเท่านั้น
และเรื่องนี้เองที่ทำให้เทวาถึงกับหวาดกลัวเธออย่างมากเพราะว่าเขามีสัมผัสที่ค่อนข้างไวกับคนเก่งๆแต่กลับสัมผัสอะไรเธอไม่ได้มันน่ากลัวสำหรับเขาอย่างมาก
‘อ้ากกกกตรูจะทำยังไงดีฟะ!หากทำภารกิจไม่สำเร็จทักษะสุดเทพที่ใช้เกี้ยวสาวก็จะหายไป นี่มันแย่มากไม่ดีต่อใจของยอดชายนายเทวาเลยจริงๆ โถ่ทำไมสวรรค์ถึงทำร้ายคนที่แสนดีอย่างเราได้ขนาดนี้ ฮือๆๆๆ’เทวาร่ำร้องในใจ
[สวรรค์ไม่เกี่ยวหรอกโฮสต์ควรขอบคุณฉันที่ให้ภารกิจง่ายๆแบบนี้]
‘อ้ากกกกกกกกกกกกกกกแกยังจะตามมาซ้ำเติมฉันอีกเหรอ หรือว่าที่ผ่านมาฉันดูแลแกไม่ดี ฉันที่ให้ที่พักสร้างบ้านเล็กๆให้ ให้อาหาร พาแกออกไปเดินเล่นบ่อยๆทุกเช้ากระดูกชิ้นไหนที่แกชอบฉันก็ซื้อมาให้แกแทะเล่น แล้วทำไมแกทรยศฉันแบบนี้ ไอ้เนรคุณ! เลี้ยงเสียข้าวสุก ฮือๆ คอยดูนะเวลาแกเจอตัวเมียที่แกชอบฉันจะตอนแก!!!’เทวาเริ่มบ้าและพูดอะไรไร้สาระ
[ฉันไม่ได้เป็นหมอนะ]
‘หมาเฟ้ยไม่ใช่หมอ!’
[ฟ้ามฟ่าม!]
‘…’
[...]
‘นี่ตรูเครียดถึงกับเล่นตบมุกกับระบบไปแล้วเหรอเนี่ย’เทวารู้สึกสิ้นหวัง
เทวาถอนหายใจยาวๆและพยายามใจเย็นๆ
‘เย็นเข้าไว้ใจข้าความจริงแล้วเธอก็แค่เด็กอายุ13 เธอไม่รู้นี่ว่าเรารู้อายุรุ่นยายของเธอรูปร่างของเธอก็เป็นแค่เด็กน้อย ท่าทางของเธอก็เป็นแค่เด็กน้อย เธอน่ารัก ผิวขาวหน้าอกแฟบแบบนี้ไม่ใช่สเปคเรา...เอิ่ม ประเด็นไม่ใช่ตรงนั้น สิ่งสำคัญคือเราสามารถทำแค่เธอเป็นเด็กและเธอก็ไม่รู้ว่าเรารู้อายุจริงของเธอเราสามารถใช้จุดนี้ทำภารกิจได้’เทวาเริ่มใจเย็นลง
เทวาเหลือบตามองคาเรนที่ยังทานข้างไข่เจียวอย่างเป็นสุขอยู่
‘ใช่แล้วเราต้องทำได้ ในช่วงเทวาที่เธอกำลังเผลอนี่แหละมันจะทำให้เรารอด ภารกิจก็จะสำเร็จการ์ดสร้างทักษะเราก็จะได้ ทักษะทำอาหารสุดเมพของเราก็จะยังอยู่ไว้แอ้วสาวดีล่ะลงมือเลย!’เทวาตัดสินใจเด็ดขาด
ทันใดนั้นเขาก็ค่อยๆขยับเข้าไปใกล้กับคาเรนทีละนิดๆ
มือของเขาเอื้อมออกไป
เป้าหมายคือเศษข้าวที่ติดอยู่ที่มุมปากของเธอ
‘เธอก็น่ารักดีนะเวลาทานอาหารแบบนี้ ถึงว่าทำไมชาวหมีถึงชื่นชอบโลลินัก มันดีต่อใจแบบนี้นี่เอง’เทวาเริ่มคิดเมื่อเห็นภาพที่น่ารักของคาเรน
‘อ่ะไม่ได้ๆ เราจะสมาธิหลุดแบบนี้ไม่ได้ เราต้องทำตามเป้าหมายของเราให้เสร็จ หลังจากนั้นทุกอย่างก็จะจบลงฟู! ใจเย็นๆ นายทำได้!’เทวาสูดลมหายใจ
เทวาค่อยๆเอื้อมมือเข้าไป
ใกล้เข้าๆ
รอบด้านเหมือนกับช้าลง
‘อีกนิดอีกนิดเดียว!’
ทันใดนั้นเอง
[ผ้าห่อศพยังมีขายอยู่นะ]
เสียงระบบดังขึ้นทำให้เทวาสะดุ้งโหยงชักมือกลับ
‘อ้ากกกกกกกกกกกให้ระบบบ้า! แกไม่ต้องบอกในจังหวะแบบนี้ก็ได้ แล้วนี่อะไรผ้าห่อศพอะไร ฉันไม่ต้องการเฟ้ย ฮึ่ม!’
[ฉันแค่หวังดี]
‘เก็บความหวังดีของแกไปเลยและก็หุบปาก!’
เทวาสูดหายใจเข้าออกเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ของตนเอง
คาเรนก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรทำให้เทวาผ่อนคลายลง
เขาเริ่มดำเนินการอีกครั้ง
มือของเขาเอื้อมออกไปคว้ามับเข้าให้!
เม็ดข้าวที่ติดอยู่บนมุมปากของคาเรนอยู่ในมือของเทวาในที่สุด
คาเรนชะงักกึกจ้องมองมา
เทวากลืนน้ำลาย
“ดะเด็กๆไม่ควรรีบกินนะเดี๋ยวมันจะติดคอ มาพี่ชายช่วยเอง แต่จะทิ้งก็น่าเสียดายชาวนาอุตส่าห์ทำนาอย่างยากลำบากเพื่อให้ได้ข้าวแต่ละเม็ด เอาแบบนี้แล้วกัน ง่ำ!”เทวาตัวสั่นเทาแล้วหยิบเม็ดข้าวเข้าปากของตนเองทันที
‘สำเร็จแล้วโว้ยยยยยยยยยยย’เทวาร้องไชโยในใจอย่างตื่นเต้น
คาเรนที่เห็นเทวาทำแบบนั้นก็ชะงักและอึ้งเป็นอย่างมากทันใดนั้นความรู้สึกทั้งอายทั้งโกรธและไม่คาดคิดก็ปะทุออกมาจนทำให้...
ฟุบ!!!
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงง
เกิดเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นโรงเรียนทหารที่2สั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว ผู้คนพากันตกใจและหันไปมองจุดกำเนิดเสียงทันทีมีผู้คนอำจำนวนมากพุ่งมาดูจุดกำเนิดเสียงอย่างรวดเร็ว พวกเขาทั้งหมดต่างก็อึ้งในคลองสายตานั้นเห็นร่องลึกเหมือนกับร่องเหวลากยาวเป็นเส้นทางยาวกว่าสองกิโลเมตร
ในจุดที่มีกลุ่มควันนั้นมีหลุมลึกปรากฏอยู่และร่างปางตายนอนหมดสภาพอยู่ในหลุมนั้น
ร่างยับเยินนี้คือเทวานั่นเอง
‘ผะผมจะไม่ยุ่งกะโลลิอีกแล้วครับคุณตำรวจ คร๊อก!’เทวาสลบเหมือดไป
..............................