“ย้ายโรงเรียน” นิลัหรือนิล ลูกชายคนเดียวของตระกูลดุรงค์คุณากรร้องด้วยความใเมื่อทราบถึงการตัดสินใจของพ่อกับแม่
“ใช่แล้ว” ดำเกิงผู้เป็พ่อตอบอย่างสงบ ราวกับคาดไว้แล้วว่าจะต้องได้ยินคำคัดค้านจากลูกชาย นิลเป็เด็กติดบ้าน ขนาดไปเข้าค่ายแค่ไม่กี่วันยังโทรกลับมาไม่หยุด แต่ไม่ได้โทรมาถามสารทุกข์สุกดิบของพ่อแม่หรอกนะ เ้าเด็กนี่โทรมาถามว่าสีหมอก ม้าตัวโปรดเป็ยังไงบ้างต่างหาก
“โรงเรียนเก่าไม่ดียังไงล่ะครับ พ่อ” นิลว่า เขาเรียนโรงเรียนนี้มาั้แ่อนุบาล รู้จักเพื่อนและครูทุกคน อีกทั้งยังอยู่ใกล้ถึงขนาดเดินไปกลับได้ โรงเรียนดีอย่างนี้ ทำไมต้องย้ายด้วย
“ฉันจะส่งแกไปเรียนที่กรุงเทพฯ” ดำเกิงว่า เมื่อเห็นลูกชายอ้าปากทำท่าจะคัดค้านก็พูดว่า “สักวันหนึ่งแกก็ต้องไปเรียนมหา’ลัยอยู่ดี สาขาที่แกอยากเรียนน่ะ ไม่มีสอนที่นี่ แกก็รู้นี่”
"อีกตั้งสามปี” นิลบ่น
“ลูกไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนดูแลนะ” วันเพ็ญผู้เป็แม่พูดขึ้นมาบ้าง “ป้านิ่มจะไปด้วย”
นิลค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อยที่ป้านิ่ม พี่เลี้ยงที่เลี้ยงเขามาั้แ่เด็กจะไปด้วย เพราะคุณพ่อเป็นักธุรกิจที่บริหารฟาร์มม้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพาะพันธุ์ม้าแข่งพันธุ์ดีออกมามากมาย และแม่เป็อาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยจึงไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูกอย่างเขาสักเท่าไหร่ แต่ใช่ว่านิลจะขาดความอบอุ่นเพราะแม้จะมีเวลาอยู่ด้วยกันเพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็เวลาคุณภาพทั้งสิ้น อีกทั้งป้านิ่มก็ดูแลเขาอย่างดี เขาจึงนับถือเธอเป็ดังป้าแท้ๆ ไม่ใช่แค่คนรับใช้
“ใช่ค่ะ คุณหนู” ป้านิ่มยืนยัน “ป้าจะไปด้วยค่ะ”
“ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องเรียกผมว่าคุณหนู” นิลพูดอย่างขัดเขิน พอนิ่มเรียกเขาว่าคุณหนูทีไร เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็เด็กตัวกระเปี๊ยกทุกที
“ค่ะ คุณนิล” ป้านิ่มยอมตาม
“เอาเป็ว่าแกตกลงไปเรียนที่อโณทัยวิทยานะ” ดำเกิงรวบรัดตัดความ
นิลพยักหน้า เอาเถอะ แค่ย้ายโรงเรียนจะเป็อะไรไป คนอย่างนิลัไม่เคยกลัวใครหรืออะไรอยู่แล้ว
เมื่อถึงวันที่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ นิลก็ไปลาเ้าสีหมอก ร่ำรำพันอยู่นานจนคนขับรถต้องบีบแตรเรียก เ้าสีหมอกเป็ม้าตัวโปรดของนิล เด็กหนุ่มตั้งชื่อมันตามม้าของขุนแผนในวรรณคดี แต่มันไม่มีอะไรเหมือนกับม้านักรบในวรรณคดีเลยแม้แต่น้อย ทั้งสีและลักษณะนิสัย มันเป็ม้าเซื่องๆ เหมาะสำหรับให้เด็กหัดขี่
“เร็วๆค่ะ คุณหนู” ป้านิ่มะโเร่ง
“มาแล้วครับ” นิลว่า พลางไถลมาที่รถ ทำเอาวันเพ็ญที่มายื่นส่งส่ายหน้า
“เดินดีๆไม่ได้หรือไงกัน เ้านิล” วันเพ็ญดุ “เดี๋ยวหกล้มก็ต้องเสียเวลาทำแผลอีก”
“ผมไม่เป็อะไรสักหน่อย” นิลเถียง ก่อนจะรีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งรถ
“ออกรถเลยครับ ลุงชาติ” นิลบอกกับคนขับรถ ก่อนที่แม่จะทันบ่นต่อ
รถยนต์ขับออกไป มุ่งสู่กรุงเทพฯ ทิ้งพ่อกับแม่ ฟาร์มม้าดุรงค์คุณากรและเ้าสีหมอกไว้ข้างหลัง ไม่มีใครรู้ว่าโรงเรียนอโณทัยวิทยาจะเป็ยังไง แต่นิลก็มั่นใจว่าจะผ่านทุกอย่างไปได้อย่างแน่นอน