บทที่7
กลุ่มคนเข้าทำร้าย
ท้องนภาปกคลุมด้วยม่านเมฆสีดำทางเชื่อมต่อระหว่างสองเมือง บนท้องถนนที่ไร้ผู้คนสองข้างทางเต็มไปด้วยป่าลึกสายฝนจาก์โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสายฝนพรำๆร่างของสองพ่อลูกที่กำลังหลบอยู่ใต้เงาต้นไม้ใหญ่โดนกลุ่มคนปริศนาประมาณห้าคนเข้ามาล้อมรอบพวกเขาเอาไว้
“ ส่งของมา ” ชายผู้ถือกระบี่ก้าวมาด้านหน้าสุดกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าจริงจัง
คนผู้นั้นเมื่อพูดออกมาแม้มันจะไม่ได้ระบุเอาไว้อย่างแน่นอนว่าหมายถึงอันใดแต่ว่าลู่หยางก็รู้ได้ในทันทีว่าของที่พวกมันกำลังตามหาอยู่คงจะไม่พ้นสิ่งที่อยู่ด้านหลังของเขาอย่างแน่นอน
หนิงหนิงที่อยู่ด้านหลังในตอนนี้นางกำลังแสดงท่าทางสั่นกลัวออกมาร่างของนางสั่นะเืมองเห็นกลุ่มคนที่นางเคยพบเห็น
ภาพความทรงจำใน่วันที่เลวร้ายภายในหัวของหนิงหนิงหวนกลับมาอีกครั้งนางนึกย้อนกลับไปถึงภาพในวันนั้น สายฝนโปรยปรายเช่นเดียวกันวันนี้ ท้องนภาปกคลุมไปด้วยม่านเมฆสีดำพื้นดินที่เปียกแฉะ ร่างของกลุ่มคนที่สวมใส่ชุดสีดำมากมายยืนอยู่ด้านหน้า
หนิงหนิงต่ำลงไปสู่ความทรงจำที่มันเลวร้ายอีกครั้งดวงตาทั้งสองข้างของนางจ้องมองกลุ่มคนที่อยู่ภายในความทรงจำของนางอย่างไม่วางตามือเล็กๆของนางยื่นไปจับชายเสื้อของบิดาเอาไว้อย่างแน่น
ลู่หยางที่กำลังยืนประเชิญหน้ากับพวกกลุ่มคนด้านหน้าอยู่เขาหันกลับมามองเห็นร่างกายของบุตรสาวที่กำลังสั่นกลัวมันทำให้เขารู้ได้ในทันทีว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้าเป็พวกเดียวกับที่เขาคิดเอาไว้
สิ่งที่พวกมัน้าคือสิ่งที่อยู่ด้านหลังของเขาลู่หยางย้อนถึงท่านลุงเหอหรือว่าถ้าลุงผู้นั้นจะเป็พรรคพวกเดียวกับคนเหล่านี้ด้วย ‘ ไม่ใช่!!การพูดคุยก่อนหน้านี้ดูไม่สนิทสนมนักคนพวกนี้คงจะแพ้มาสอบถามเราเอาข้อมูลจากท่านลุงเหอ’
ผู้ที่ถือกระบี่อยู่ด้านหน้าก้าวเท้ามาอีกหนึ่งก้าวดวงตาของมันปรากฏจิตสังหารมากขึ้นพยายามใช้ดวงตาที่ดุร้ายคู่นั้นข่มขู่ลู่หยางพร้อมกับพูดย้ำออกมา“ ส่งของสิ่งนั้นมาให้ข้ารู้ว่ามันอยู่กับพวกเ้า ”
ลู่หยางยังคงเงียบเขาทำการย่อกายของตนลงไปแล้วก็หันใบหน้าไปหาบุตรสาวที่อยู่ด้านหลังก่อนที่จะกล่าวข้างหูของนาง“ ไปแอบหลังต้นไม้ ออกมาถ้าพ่อไม่ทำการเรียก ”
หนิงหนิงพี่กำลังแสดงท่าทางหวาดกลัวร่างกายที่สั่นกลัวของนางได้สติขึ้นมารีบวิ่งไปบริเวณด้านหลังต้นไม้ขนาดใหญ่
เมื่อวิ่งไปถึงหลังต้นไม้นางย่อกายของตนเองต่ำลงนั่งกอดเข่าอยู่ใต้ต้นไม้พร้อมกับปิดตาทั้งสองข้างลง
ลู่หยางส่งบุตรสาวของตนเองในด้านหลังต้นไม้เสร็จเรียบร้อยเขาลุกยืนขึ้นหันมาเผชิญหน้ากับคนพวกนั้นอีกครั้งนำสัมภาระที่บรรจุเอาไว้ภายในห่อผ้าด้านหลังโยนไปข้างๆ
กลุ่มชายฉกรรจ์ที่อยู่ด้านหน้าแสดงใบน่าประหลาดใจมองเห็นบุรุษผู้นี้แสดงท่าทางเช่นนั้นออกมาผู้ที่เป็มือปราบของเมืองอู่เซียนที่กำลังยืนอยู่เพียงพออย่างสงสัย “เ้ากำลังทำอันใด? ”
ลู่หยางเขาทำท่าทางสงบใจกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย“ ก่อนที่จะมอบมันให้กับพวกเ้าข้าขอถามบางอย่าง ”
ผู้ที่อยู่ด้านหน้าสุดเอียงคอเล็กน้อยขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากัน
ลู่หยางไม่รอคำตอบเอ่ยถามสิ่งที่ตนเองสงสัยไปในทันที“ ผู้ใดที่เป็คนกระทำเกี่ยวกับเื่นี้? ”
พวกมันยังคงเงียบนิ่งคนพวกนี้ถูกสั่งสอนมาเป็อย่างดีแม้ว่าพวกมันตายพวกมันก็คงจะไม่ยอมคายความลับของผู้เป็นายออกมา
ลู่หยางเห็นพวกมันไม่ยอมแม้กระทั่งการเปิดปากเพียงเล็กน้อยเขาจึงกล่าวขึ้นมา “ เข้ามาเอาไปสิ ”
ผู้ที่อยู่ด้านหน้าสุดทำการหันไปหาผู้ติดตามของมันที่อยู่ด้านหลังพยักหน้าสั่งการให้หนึ่งในกลุ่มชายการที่ถือดาบเดินออกไปเพื่อไปนำของสำคัญของพวกมันกลับมา
ผู้ที่อยู่ด้านหลังรับคำสั่งอย่างรวดเร็วชายฉกรรจ์ร่างกายใหญ่โตที่สวมใส่ชุดสีดำและปกปิดใบหน้าด้วยผ้าสีดำเดินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็ว
มือข้างขวาของมันยังคงถือดาบเหล็กอันแหลมคมเอาไว้เมื่อมันเข้าไปประชิดร่างกายของลู่หยางความใหญ่โตของร่างกายมันเพียงแค่มันเดินเข้าไปประชิดร่างกายของลู่หยางก็ทำให้มันบดบังร่างกายของลู่หยางจนผู้ที่ยืนอยู่ด้านหลังนั้นมองไม่เห็น
ในขณะที่คนเ่าั้มองไม่เห็นมีผู้ใดจะคิดเล่าลู่หยางใช้โอกาสนั้นอย่างรวดเร็วในขณะที่ชายร่างกายใหญ่โตด้านหน้ากำลังจะยื่นมือเข้ามา
ทักษะการต่อสู้ของเขาที่มันติดมาจากสัญชาตญาณการฝึกฝนทักษะการป้องกันตัวในชีวิตก่อนมือของเขาเอื้อมไปหยิบมีดเล่มเล็กๆที่เหน็บเอาไว้ที่เอวอย่างรวดเร็ว
พริบตานั้นดวงตาทั้งสองข้างแฝงเร้นจิตสังหารแผ่ซ่านออกมาซึ่งรังสีอาฆาต
ผู้ที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าร่างกายของมันผงะไปชั่วขณะมันสามารถััได้ถึงจิตสังหารที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากผู้ที่อยู่ด้านหน้าของมันดวงตาที่แฝงเร้นความเ็าทำให้ร่างกายของมันไม่สามารถขยับได้
ฟิ้ว!!!ฉึก!!! โลหิตสีแดงกระจายออกมา ลู่หยางใช้มีดของตนเองแทงเข้าไปที่ของมันปิดชีพคนผู้นั้นภายในครั้งเดียวบังเกิดกลายเป็ภาพสยดสยองท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย
ร่างกายใหญ่โตที่กำลังยืนอยู่ค่อยๆเอนลงไปด้านหลังอย่างช้าๆร่างกายของมันกระแทกลงไปที่พื้นอันเปียกแฉะน้ำฝนที่เปียกแฉะอยู่ที่พื้นกระจอยออกเป็วงกว้างตรึง!!!
ผู้ที่อยู่ด้านหลังต่างพากันจ้องมองภาพที่อยู่ด้านหน้าด้วยความตกตะลึงพวกมันมองเห็นเช่นเดียวกันสายโลหิตที่หลั่งไหลเป็สีแดงมีดสั้นภายในมือที่อาบชโลมไปด้วยเื
ร่างกายของกลุ่มชายฉกรรจ์พวกนั้นพากันตกตะลึงลู่หยางหลังจากที่สังหารคนพวกนั้นไปได้แล้วเขาย่อกายของตนเองต่ำลงเล็กน้อยใช้มือข้างซ้ายยื่นไปหยิบดาบเหล็กเล่มยาวจากมือของร่างไร้ิญญาผู้นั้นขึ้นมา
ผู้ที่เป็มือปราบของเมืองอู่เซียนพี่กำลังอยู่ด้านหน้าใบหน้าของมันโกรธจนแดงก่ำเมื่อได้สติทำการเปล่งเสียงออกมาด้วยน้ำเสียงที่เกี้ยวกราด “ ฆ่ามัน!!! ”
สิ้นสุดเสียงนั้นพวกที่อยู่ด้านหลังที่เหลืออีกสามชีวิตพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ลู่หยางที่กำลังยืนอยู่เขาไม่ได้สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อยเขาทำการยกดาบเหล็กภายในมือข้างซ้ายของตนเองขึ้นไปด้านหน้าเข้าหาตัวคนแรกที่วิ่งเข้ามาประชิด
ชายผู้นั้นยกดาบขึ้นมาป้องกันเอาไว้ได้โลหะทั้งสองยามที่กระทบเข้าหากันอย่างสุดแรงบังเกิดเสียงกึกก้อง
แต่มันไม่ได้จบเพียงแค่นั้นในขณะที่อีกฝ่ายรับการโจมตีได้ลู่หยางมองเห็นช่องว่างใช้มีดภายในมือข้างขวาจิ้มเข้าไปที่คอของมันอีกคน
แม้ว่าจะเป็มีดเล่มเล็กๆและความรวดเร็วนั้นมากกว่าดาบและมันก็ยังมีความคมเช่นเดียวกันคนที่เข้าไปภายในอวัยวะเช่นคอไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน
หลังจากที่เขาสั่งหารคนที่อยู่ด้านหน้าได้แล้วอีกสองคนพุ่งเข้ามาจากทางด้านซ้ายและขวา
พวกมันใช้ดาบของตนเองตวัดเข้ามาอย่างรวดเร็วการโจมตีจากสองข้าง
ลู่หยางบิดตัวท่ามกลางสายฝนแต่ในขณะที่เขาทำการบิดตัวเท้าของเขาที่เหยียบลงที่พื้นทันเปียกแฉะเสียสมดุลพลิกตัวคว่ำลงที่พื้นเกิดเป็เสียงดัง ตู้บ!!!
ลู่หยางใบหน้าเสียได้ทันทีอุทานภายในใจของตนเองด้วยความเจ็บใจ‘ บัดซบ!!! ร่างกายไม่ได้แข็งแรงเหมือนกับร่างกายของเรา ’
แม้ว่าเขาจะมีทักษะการต่อสู้ที่ซึมซับได้จากการร่ำเรียนศิลปะการต่อสู้ภายในชีวิตก่อนแต่ช่างน่าเสียดายร่างกายอ่อนแอเกินไปไม่เช่นนั้นก็คงจะสามารถฆ่าพวกมันได้อย่างง่ายดายแล้ว
ร่างกายที่พริกลงไปนอนกับพื้นทั่วทั้งชุดเปื้อนไปด้วยคราบโคลนสีดำแต่นั่นมันไม่ได้เป็จุดที่เขาสนใจเลยแม้แต่น้อย ตามเขามองตรงไปยังด้านหน้าร่างของช่วยกันสองคนที่ยืนอยู่
พวกมันยกดาบภายในมือของตัวเองขึ้นหวังจะจบชีวิตเขาลู่หยางไม่ยอมสิ้นท่าเพียงแค่นี้ ร่างกายของเขาที่นอนอยู่ที่พื้นใช้จังหวะที่พวกมันง้างดาบขึ้นไป้าอย่างสุดแขนทำให้เกิดช่องว่างมากมาย ใช้ดาบและมีดภายในมือของตนเองปาเข้าไปปักที่คอของพวกมัน
ฉึก!!!!ฉึก!!!! มีดและดาบปักเข้าไปที่คอร่างของมือสังหารสองคนนั้นสิ้นใจตายในทันที
ลู่หยางลุกขึ้นมาด้วยท่าทางที่สะบักสะบอมปัดร่างกายของตนเองมองตรงไปที่ประตูที่เหลืออยู่เพียงแค่คนเดียว
คำผู้นั้นยืนอยู่ด้านหน้าแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวออกมา“ ไม่เห็นเหมือนครั้งก่อนเลย ครั้งก่อนเ้าทำไม่ได้แม้กระทั่งจับดาบให้มั่นคง ”
มันบังเกิดความสงสัยในใจอยู่ไม่น้อยผู้ที่อยู่ด้านหน้าของมันตอนที่เจอกันก่อนหน้านี้ทำไม่ได้แม้แต่จะจับดาบให้มั่นคงเพื่อปกป้องลูกและเมียแต่ในครั้งนี้สามารถสังหารบุรุษที่มีร่างกายใหญ่โตและกำยำมีพละกำลังมากมายได้ถึง 4คน
“ แต่ว่าถ้าไม่ใช่คนธรรมดาเป็ผู้ฝึกฝนวรยุทธยอดฝีมือที่มีขั้นลมปราณอยู่ในระดับที่ห้าเพียงแค่สองฝ่ามือเ้าก็ตายแล้ว” สิ้นสุดเสียงนั้นบุรุษที่โกรธเกรี้ยวอยู่ด้านหน้าพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วนี่เป็ครั้งแรกที่มันแสดงวิชาตัวเบาออกมา
ลู่หยางที่กำลังยืนอยู่เต็มไปด้วยความตกตะลึงคนผู้นั้นเห็นเหมือนก้าวเดียวแต่ขับเคลื่อนไหวด้วยระยะราวกับสิบก้าวพริบตาเดียวก็มาอยู่ด้านหน้าของเขาใช้ฝ่ามือข้างขวาซัดเข้ามาที่หน้าอก
ผัวะ!!!ฝ่ามือที่ซัดเข้ามากลางหน้าอกพร้อมกับลมปราณกระแทกร่างของเขาลู่หยางร่างกายกระเด็นออกไปหลายเมตรกระแทกเข้ากับต้นไม้ต้นใหญ่ใบหน้าของเขาแผ่ซ่านไปด้วยความเ็ปความรู้สึกในตอนนี้ไม่ต่างจากโดนะุปืนยิงเข้ากลางหน้าอกเขากระอักโลหิตสีแดงออกมาเป็จำนวนมาก
ก่อนที่ร่างกายจะค่อยๆลงไปสุดต่ำนั่งอยู่กับพื้นฝ่ามือทั้งสองข้างยกขึ้นมาประสานจับกุมที่หน้าอกยังเ็ปภายในหัวนั้นเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ เหตุใดฝ่ามือถึงรุนแรงขนาดนี้
สติของเขาแทบจะหลุดออกไปจากร่างกายภาพที่มองเห็นจากดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆเลือนลางร่างกายที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นล้มลงไปนอนแน่นิ่ง ตู้บ!!!
ลู่หยางดวงตาของเขามองตรงไปยังบุตรสาวของตนเองที่แอบอยู่บริเวณหลังต้นไม้‘ นี่เรา… ’
แม้ว่าภายในใจนั้นอยากจะสู้ต่อแต่ภาพร่างกายไม่สามารถต้านทานความเ็ปนี้ได้ภาพที่เห็นเบื้องหน้าค่อยๆเลือนลางลงไปอย่างช้าๆฝ่ามือของเขายกขึ้นมาพยายามเอื้อมไปหาหนิงหนิงที่กำลังสั่นกลัว “ หนิงหนิง… ”
ดวงตาทั้งสองข้างที่เหนื่อยล้าเต็มทนพับปิดลงร่างของลู่หยางสลบลงท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย
จบบท