บทที่ 1 หมู่บ้านภูต
แสงสีนวลจากดวงจันทร์ ส่องสว่างเหนือป่าที่เงียบสงบ สายลมเย็นปลายฤดูหนาวพัดผ่านแมกไม้สีเขียวที่เหล่าผู้ใช้เวทขนานนามว่า ป่ามนตรา ป่าซึ่งซ่อนความลึกลับ มนขลังและสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติมากมาย รวมถึงเหล่าภูต ที่หลบซ่อนตัวจากมนุษย์มายังป่ามนตราอยู่ร่วมกับเหล่าสัตว์และใช้ชีวิตอย่างสงบจนค่ำคืนนี้การกลับมาของภูตหนุ่มที่ปรากฏตัวพร้อมเด็กชายในอ้อมแขน จะนำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่เหล่าภูตภูตหนุ่มผมดำอุ้มเด็กชายมายังกลางหมู่บ้านภูต ก่อนจะเอ่ยคำสัตย์แด่เหล่าภูต“แด่เหล่าภูตแห่งมนตรา ผู้รับใช้แห่งแสง ข้าขอเอื้อนเอ่ยคำร้องเรียกเหล่าเพื่อนพ้อง เพื่อรับฟังคำสัตย์แห่งข้า” ทันทีที่เอ่ยจบเหล่าภูตมากมายปรากฏตัวรายล้อมภูตหนุ่ม“ลุค เจ้ารู้หรือไม่? ในช่วงชีวิตของภูต เราสามารถเอ่ยคำสัตย์แห่งมนตราได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น สำหรับภูตที่มีอายุขัยหลายร้อยปี อายุสิบห้าถือว่าเร็วมาก” ภูตหนุ่มผมเงินด้านหน้าสุดเอ่ยถามลุคที่ค่อย ๆ วางเด็กชายลงบนแปลเถาวัลย์ที่ภูตสาวผมเขียวเสกขึ้น เหล่าภูตเด็กเข้ามามุงดูเด็กที่ยังคงหลับอย่างเป็นสุข“ขอบคุณครับ พี่มารีอา” ลุคบอกภูตสาวก่อนจะหันไปตอบภูตหนุ่มที่เข้ามากันเด็ก ๆ ไม่ให้มามุงดู “ผมรู้ท่านคาร์เนเซียล แต่คำสัตย์แห่งมนตราเป็นวิธีเดียวครับ ที่จะทำให้ทุกคนยอมรับให้มนุษย์มาอยู่ร่วมกับเราได้”“งั้นเจ้าจะขอให้เด็กคนนี้อยู่ร่วมกับเรา?” คาร์เนเซียลถามเพื่อความแน่ใจ เพราะสำหรับภูต คำสัตย์แห่งมนตราคือคำขอที่จะเอ่ยขอคำสัญญากับเหล่าภูตทุกตนและเอ่ยได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นในหนึ่งช่วงอายุขัย“ครับ ผมจะขอให้เหล่าภูตรับปากว่าจะช่วยผมดูแลเขา เพื่อให้เขาปลอดภัย” ลุคบอกยืนยันสิ่งที่ตัวเองตั้งใจจะขอ“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าลุค ทำไมเราต้องทำให้เขาปลอดภัย” ภูตหนุ่มผมแดงอีกคนเอ่ยถาม“ครอบครัวเขาถูกฆ่าครับ ท่านแคสปิเอล เขาเป็นคนเดียวที่รอด ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะปลอดภัยถ้าฆาตกรยังไม่ถูกจับ” คำตอบของลุคทำให้แคสปิเอลพยักหน้าอย่างเข้าใจ เหล่าภูตเริ่มร่วมกลุ่มปรึกษาถึงคำขอของลุค“งั้นจนกว่าฆาตกรจะถูกจับ เด็กต้องอยู่ที่นี้ใช่หรือเปล่า?” คำถามจากภูตผมสีน้ำตาลทำให้ลุคส่ายหน้าปฏิเสธ“ผมคิดว่าฆาตกรคงลอยนวลท่านเดมอเรียล เพราะในที่เกิดเหตุไม่มีหลักฐานหรือพยาน นอกจากผม ถึงผมจะช่วยเขามาจากฆาตกร แต่ภูตคงไม่สามารถเป็นพยานให้ได้” คำบอกเล่าของลุค ทำให้เดมอเรียลมองเด็กชายอย่างเวทนา เพราะพวกเขาคือภูตกลุ่มสุดท้ายที่เหลืออยู่จึงไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับมนุษย์ รวมถึงกฎหมายยุ่งยากของเผ่าพันธุ์ที่มนุษย์ตั้งขึ้นการเป็นพยานจึงไม่สามารถทำได้“เขาชื่อว่าอะไร?” ภูตผมสีน้ำเงินถามขึ้น“เขาชื่อราล์ฟ...ราล์ฟ ลอว์ไลท์ท่านอเมนาเดียล” ลุคบอกอเมนาเดียลมองเด็กชายที่ยังคงหลับอยู่บนแปล แล้วหันไปปรึกษาภูตตนอื่นต่อ ก่อนจะได้ขอสรุปที่จะเป็นทางออกให้กับลุค“ลุค เรายังคงมีกฎเก่าแก่ถึงการอยู่ร่วมกับมนุษย์นั่นคือการเป็นภูตประจำตัว แค่เธอต้องทำพันธสัญญากับราล์ฟ แล้วเขาจะสามารถอยู่ที่นี่ได้ อยู่ร่วมกับเราได้”“ได้ ผมจะทำ” ลุคตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล พลางก้มลงข้างแปลเด็กชาย ภูตสี่ตนนำโดยคาร์เนเซียลจะมาล้อมแปลของเด็กชายไว้ ทั้งสี่ยกมือขึ้นไขว้กันกลางอก ก่อนเอ่ยวลีแห่งพันธสัญญา“ด้วยอำนาจแห่งมนตรา และพันธสัญญาแห่งเผ่าพันธุ์ ในนามของภูตผู้ปกครองทิศทั้งสี่ ข้าขอผูกพันธสัญญาแด่บุตรแห่งภูตเพื่อปกป้องและดูแลบุตรแห่งมนตรา”“ข้าคาร์เนเซียล ราชาภูตประจำทิศตะวันออกขอเป็นพยาน”“ข้าแคสปิเอล ราชาภูตประจำทิศใต้ขอเป็นพยาน”“ข้าอเมนาเดียล ราชาภูตประจำทิศตะวันตกขอเป็นพยาน”“ข้าเดมอเรียล ราชาภูตประจำทิศเหนือขอเป็นพยาน”ทันทีที่ราชาภูตทั้งสี่เอ่ยจบ แสงสีขาวโอบล้อมภูตหนุ่มกับเด็กชายไว้ ก่อนจะขยายขึ้นปกคลุมเหล่าราชาภูต“ข้าเหล่าภูตผู้รับใช้ขอเป็นพยาน” เมื่อเหล่าภูตขานรับ แสงสีขาวจากหายไปก่อนลุคจะยืนขึ้นอีกครั้ง“ตอนแรกผมคิดว่าจะยุ่งยากว่านี้” ลุคเอ่ยกับราชาภูต ก่อนจะยิ้มให้มารีอาที่เข้ามาอุ้มราล์ฟขึ้นจากแปล“พี่ว่าเราคงต้องสร้างบ้านให้เขาก่อนนะลุค อย่าลืมว่าทันทีที่เรากลับคืนร่างภูต เรามีความสูงไม่เกินสิบเซน และมีบ้านเล็ก ๆ บนต้นไม้” มารีอาบอกลุคผู้เป็นน้องชายก่อนจะส่งเด็กชายให้ภูตสาวอีกคนไปดูแลในกระโจมที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเวทของเดมอเรียล“นี่ต่างหากความยุ่งยากลุค เธอคงต้องรับหน้าที่นี้ เพราะเราคงให้เขาโตในกระโจมไม่ได้ ราตรีสวัสดิ์ภูตน้อย” แคสปิเอลบอกอย่างอารมณ์ดีที่มีโอกาสเอาคืนภูตหนุ่มที่มักหนีออกไปสร้างปัญหานอกป่ามนตราเป็นประจำ ก่อนเปลี่ยนร่างกลับเป็นภูตที่มีความสูงเก้าเซน และมีปีกเล็ก ๆ กลางหลัง บินกลับไปยังบ้านของตนบนต้นไม้ ตามด้วยภูตตนอื่นที่บินกลับบ้านของตนด้วยรอยยิ้มขบขันกับวิธีเอาคืนของแคสปิเอลเหลือเพียงลุคกับมารีอา“เดี๋ยวสิทุกคน ไม่เอาน่าช่วยกันหน่อย ผมทำคนเดียวไม่ไหวหรอก” ดูเหมือนคำโอดครวญของลุคจะไม่ได้ผล เมื่อยังเหลือแค่เขากับผู้เป็นพี่สาว“สู้ ๆ นะลุค พี่ขอตัวไปดูแลราล์ฟก่อน” มารีอาพูดด้วยรอยยิ้ม โดยไม่สนใจสีหน้าขอความช่วยเหลือจากน้องชาย“พี่ ผมทำคนเดียว....” ไม่ทันที่ลุคจะพูดจบ มาเรียก็เดินหายไปยังกระโจม ปล่อยให้ลุคถอนหายใจอย่างไม่มีทางเลือก เขาจึงร่ายเวททำให้ต้นไม้สองต้นโน้มเข้าหากันก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนรูปและโอบล้อม แบ่งเป็นพื้นที่ห้องแล้วขยายขึ้น เป็นบ้านที่มีหลังคาจากใบไม้และกิ่ง ผนังจากลำต้น ฐานรากจากรากไม้รวมถึงประตูจากเปลือกไม้ ถึงโดยรวมจะเหมือนต้นไม้ใหญ่รูปร่างประหลาดมากกว่าบ้าน แต่ลุคก็ยิ้มอย่างพอใจในผลงานแล้วเปลี่ยนร่างกลับเป็นภูต