บทที่ 5 การเอาเปรียบครอบครัวเดียวไม่พอ! สองครอบครัวมารวมกัน! เอาเปรียบทั้งนั้น!
"ฉันไม่เอาสามสิ่งหนึ่งเสียง*[1]ของตระกูลกู้กลับไปด้วย" ถงฮั่วพูด
หวังฟางไม่เคยคิดจะให้เธอนำสิ่งเหล่านี้กลับไปด้วยเลย
ถงฮั่วคำนวณบัญชีให้พวกเขาด้วยตัวเอง "ของหมั้นที่ตระกูลกู้ให้มา สามสิ่งหนึ่งเสียงมีมูลค่าประมาณสี่ร้อยกว่าหยวน ปีแรกที่ฉันทำงาน ฉันได้เงินเดือนละยี่สิบหยวน รวมทั้งปีเป็สองร้อยสี่สิบหยวน ปีที่สองฉันได้เงินเดือนยี่สิบห้าหยวน รวมทั้งปีเป็สามร้อยหยวน ปีที่สามเดือนละสามสิบหกหยวน หนึ่งปีเป็สี่ร้อยสามสิบสองหยวน รวมเงินเดือนทั้งสามปีแล้วก็ประมาณหนึ่งพันหยวน”
หวังฟางพูดด้วยท่าทางระแวดระวัง "แกพูดเื่พวกนี้ทำไม"
ถงฮั่วพูดว่า "สินสอดของตระกูลกู้สามร้อยหยวน รวมของหมั้นอย่างสามสิ่งหนึ่งเสียงก็ประมาณสี่ร้อยหยวน เพิ่มเงินเดือนอีกหนึ่งพันหยวน รวมเป็หนึ่งพันเจ็ดร้อยหยวน ฉันก็ไม่้าอะไรมาก แต่ฉัน้าเงินสองพันหยวนเป็สินสอด ส่วนที่เหลืออีกสามร้อยหยวนก็ให้ถือว่าเป็เงินชดเชยพ่อแม่ที่ให้ฉัน เป็เงินติดตัวของฉัน”
หวังฟางหัวเราะด้วยความขบขัน ถงฮั่วกล้าหน้าหนามาขอสินสอดสองพันหยวนจากเธอหรือ?
แม้แต่ลูกสาวของผู้จัดการโรงงานกู้ก็ยังไม่แน่ว่าจะมีสินสอดถึงสองพันหยวนเลย!
เธอคิดว่าตัวเองเป็ใคร? เธอคู่ควรหรือ?
"อย่าทำให้เื่วุ่นวายอีกเลย" หวังฟางพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ
ถงฮั่วไม่โต้แย้ง แต่พูดตามความ้าของตัวเองว่า "ถ้าอย่างนั้นพวกคุณก็พักผ่อนเร็ว ๆ นะ วันนี้ฉันเหนื่อยมาก ต้องนอนเร็วเหมือนกัน"
หวังฟางอึ้งไป "แกคิดถึงแต่เื่เงินจนเป็บ้าไปแล้วหรือ? ที่บ้านจะมีเงินมากขนาดนั้นให้แกได้ยังไง?"
ถงฮั่วพูดด้วยสีหน้าไร้เดียงสาว่า "ใต้โต๊ะข้างเตียงของคุณมีหลุม ในหลุมนั้นมีกล่องฝังอยู่..."
หวังฟางสีหน้าเขียวคล้ำ "หุบปาก! แกรู้เื่นี้ได้ยังไง?"
ถงฮั่วหันไปมองถงชุนชู่ที่แอบฟังอยู่ตรงประตู
ถงชุนชู่ตกตะลึงทันที "ไม่ใช่ผมนะ! ผมไม่เคยบอกเธอ..."
หวังฟางมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวง "แกก็รู้เหรอ?"
ถงชุนชู่มองฟ้ามองดินแต่ไม่ยอมมองแม่ของเขา
หวังฟางพูดว่า "ไปนอนซะ!"
ถงชุนชู่มองถงฮั่วด้วยสายตาดุดันอย่างโกรธเคืองและอับอาย สมควรแล้วที่เธอจะถูกกู้จินเยว่ทิ้ง
"ฮั่วฮั่ว ฉันรู้ว่าวันนี้แกโกรธมาก และก็เป็ความผิดของพวกเราที่ไม่ไปบ้านตระกูลกู้เพื่อออกหน้าช่วยแก แต่พ่อของกู้จินเยว่เป็ผู้จัดการโรงงาน..." หวังฟางพยายามพูดอย่างนุ่มนวล เธอรู้วิธีจัดการกับถงฮั่ว
ถงฮั่วรังเกียจและขัดจังหวะคำพูดของอีกฝ่าย เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังโมโหจนแทบจะตาย
"ฉันสู้เื่พ่อแม่ไม่ได้หรอก ที่บ้านตระกูลกู้ฉันถูกกำหนดให้ต่ำต้อยกว่าคนอื่นและไม่สามารถเชิดหน้าชูตาได้ บ้านเดิมของฉันก็ไม่สามารถให้การสนับสนุนฉันได้ ถ้าฉันไม่เอาเงินสินสอดไปบ้าง แล้วฉันจะมีชีวิตอยู่ในตระกูลกู้ได้ยังไง?"
ถงต้าไหลหน้าแดงก่ำ เขารู้สึกโกรธจนแทบตาย!
หวังฟางรู้ว่าเธอใจอ่อนกับคนในครอบครัว ถ้ามันส่งผลกระทบต่อการแต่งงานของพี่ชายและน้องชาย เธอคงจะไม่ยืนกรานเรียกร้องเงินเหล่านี้อีกต่อไปหรือเปล่า?
"พี่ชายสองคนกับน้องชายอีกหนึ่งของแกยังไม่ได้แต่งงาน ถ้าเงินในบ้านทั้งหมดให้แกไปแล้ว พวกเขาจะทำอย่างไร?" หวังฟางบ่นด้วยความทุกข์ใจ
ถงฮั่วแสดงสีหน้าเรียบเฉย "นั่นเป็ความรับผิดชอบของพวกคุณในฐานะพ่อแม่ ไม่ใช่ความรับผิดชอบของฉัน อีกอย่าง พวกคุณก็เกาะตระกูลกู้เพราะการแต่งงานครั้งนี้ของฉันอยู่แล้วนี่ บางทีปีหน้า พ่ออาจจะได้เป็รองผู้จัดการโรงงานแล้วก็ได้"
ดวงตาของถงต้าไหลวาบขึ้นด้วยประกายแสง เขาคิดแผนการนี้ไว้พอดี!
"ฮั่วฮั่ว คนที่บ้านเราก็ต้องใช้ชีวิตกัน ฉันให้แกได้แค่สองร้อยหยวนเท่านั้น"
หวังฟางไม่อยากให้แม้แต่สองร้อยหยวน แต่เดิมเธอไม่อยากจ่ายแม้แต่แดงเดียวด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ต้องจ่ายเงินสองร้อยหยวน เธอก็รู้สึกเ็ปราวกับเืกำลังหยดออกมา
ถงฮั่วกลับยังยืนกรานตัวเลขนี้ "ฉัน้าแค่สองพันหยวน ถ้าขาดไปแม้แต่แดงเดียว วันนี้ฉันจะไม่ไปบ้านตระกูลกู้!"
หวังฟางรู้สึกเหมือนมีเืจุกอยู่ลำคอ ในแววดวงตาเต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว "แก้าทำให้บ้านเราหมดเนื้อหมดตัวหรือไง? ทำไมแกถึงเห็นแก่ตัวแบบนี้?"
ถงฮั่วหาวหนึ่งทีแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า "งั้นฉันไม่ไปแล้ว และจะไม่เอาเงินสักแดงด้วย"
หวังฟางรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก หน้าอกเหมือนจะะเิ เธอกลายเป็คนแบบนี้ไปได้อย่างไร
"ให้เธอไป!" ถงต้าไหลพูดเสียงทุ้มหนัก
หวังฟางรู้สึกโกรธและอัดอั้นตันใจ เธอกัดฟันพูดว่า "เธอ้าเงินสองพันหยวนนะ! ไม่ใช่สองร้อยหยวน!"
ถงต้าไหลขมวดคิ้วพูดว่า "ฉันบอกว่าเอาให้เธอไป!"
การจะให้เงินสองพันหยวนเป็สินสอดกับถงฮั่ว หวังฟางทำไม่ได้เด็ดขาด มันทำให้เธอเ็ปยิ่งกว่าการเฉือนเนื้อตัวเองเสียอีก
ถงต้าไหลเห็นว่าเธอไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองจึงเดินเข้าห้องไปจะหยิบเงินเอง
หวังฟางขมวดคิ้วจนเส้นเืบนหน้าผากปูดโปน เธอกัดฟันจนได้ยินเสียงดังกรอด ๆ
เธอไม่เคยคิดเลยว่าเด็กสาวน่ารังเกียจที่เธอคอยบงการมาั้แ่เด็กจะสามารถแว้งกัดได้ขนาดนี้
เงินสองพันหยวนนั้น เธอจะต้องเอากลับคืนมาให้ได้แน่!
พอถงฮั่วออกจากบ้านไปหวังฟางก็รีบเข้าไปในห้องของเธอ หลังจากค้นหาอย่างละเอียดแล้วกลับไม่พบเงินแม้แต่เหรียญเดียว มันทำให้เธอโกรธจนแทบจะกัดฟันแตก
เมื่อออกจากบ้านตระกูลถง สีหน้าของถงฮั่วก็ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ
เธอยังคงต้องไปที่บ้านตระกูลกู้ แต่เธอไม่ได้ไปเพื่อเป็คนตระกูลกู้ เธอจะไปเพื่อยกเลิกการแต่งงานและหาเงิน
ในชาติก่อน ถงฮั่วคิดว่าตัวเองไปที่บ้านสามีแล้วจะน่าอับอาย จึงใช้เส้นทางลัดเล็ก ๆ แต่ตอนนี้บนเส้นทางนั้นกำลังมีอันธพาลสองคนเดินผ่านไป พวกเขาวางแผนจะดักซุ่มโจมตีเธอ
อันธพาลสองคนนั้นเคยข่มขู่เธอเพื่อเรียกเอาเงินด้วย แต่เธอจะไม่ปล่อยพวกเขาไปง่าย ๆ แน่ ยังมีเวลาอีกยาวไกล
กู้ซือยุ่งอยู่ที่สำนักงานเทศบาลกับนายกเทศมนตรีจนถึงตอนนี้ นายกเทศมนตรีรู้ว่าสุขภาพของกู้ซือไม่ค่อยดี จึงสั่งให้คนขับรถพาเลขานุการกู้กลับบ้านด้วยในตอนขากลับ
เมื่อรถยนต์แล่นผ่านถงฮั่ว คนขับรถก็ขับช้าลงโดยไม่รู้ตัวแล้วเหลือบมองออกไปนอกรถ คิดว่าดึกดื่นป่านนี้ผู้หญิงคนหนึ่งมาเดินเพ่นพ่านอยู่บนท้องถนนคงไม่ปลอดภัยแน่
"หยุดรถ" กู้ซือซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังจำถงฮั่วภายใต้แสงไฟถนนได้
แต่เขาสั่งให้รถหยุดไม่ใช่เพราะถงฮั่วเป็ภรรยาของหลานชายเขา
แต่เป็เพราะเขาจำยางรัดผมบนเปียเกลียวของถงฮั่วได้ สายรัดผมนั้นมีกระดุมที่มาจากเสื้อผ้าของเขาซึ่งใส่ตอนถูกคนลักพาตัว
ตอนนั้น เขากับกู้จินเยว่ถูกลักพาตัวไปด้วยกัน ครอบครัวของเขาทอดทิ้งเขาและเลือกที่จะช่วยกู้จินเยว่แทน
ขณะที่เขากำลังรอความตาย มีเด็กสาวคนหนึ่งแอบคลานเข้ามาช่องทางสุนัขและแก้เชือกที่มัดข้อมือของเขา
เด็กผู้หญิงตัวเล็กที่ร่างกายและใบหน้าสกปรก ดูคล้ายกับคนเก็บขยะ
"พี่ชาย ฉันจะช่วยคุณออกไป"
เขาจำใบหน้าของเด็กผู้หญิงไม่ได้ แต่เขาจะจำคำพูดนี้ของเธอไปตลอดกาล
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เธอตกอยู่ในอันตราย เขาดึงกระดุมสองเม็ดใส่ไว้ในมือของเธอ แล้วบอกให้เธอไปแจ้งความ
หลังจากนั้นตำรวจก็ตามมาถึง ตอนนั้นเขาต่อสู้กับพวกโจรลักพาตัวไปแล้วและได้รับาเ็สาหัส
เขาฟื้นขึ้นมาหลังจากผ่านไปสามวัน และพยายามขอให้คนช่วยตามหาเด็กผู้หญิงคนนั้น แต่ก็หาไม่เจอแล้ว
เป็ไปได้ไหมว่าเด็กที่ช่วยชีวิตเขาในตอนนั้นคือถงฮั่ว?
ถงฮั่วเห็นกู้ซือที่อยู่ในรถ ดวงตาของเธอก็เปล่งประกายด้วยความประหลาดใจและดีใจ เธอกำลังกังวลว่าถ้าไปที่บ้านตระกูลกู้แล้วไม่เจอกู้ซือจะทำอย่างไรดี?
"ขึ้นรถ" กู้ซือพูดเรียบ ๆ
ถงฮั่วไม่ได้เกรงใจ เธอวิ่งเหยาะ ๆ ไปอีกด้านแล้วขึ้นรถ
หน้าตาของกู้ซือนั้นหล่อเหลามาก แต่เนื่องจากเขาเป็เลขานุการของนายกเทศมนตรี ปกติแล้วจึงไม่ค่อยยิ้มและดูเคร่งขรึมตลอดเวลา ทำให้ดูเ็าและเด็ดขาด
รุ่นน้องต่างเกรงกลัวเขาและหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้ แม้แต่รุ่นพี่ก็ไม่กล้าอาศัยความเป็ผู้าุโวางอำนาจกับเขา
"อากู้!"
กู้ซืออายุไม่มาก เขาอายุยี่สิบเก้าปี แก่กว่ากู้จินเยว่เพียงห้าปีเท่านั้น แต่ในแง่ของลำดับญาติ เขาเป็อาแท้ ๆ ของกู้จินเยว่
ถงฮั่วขึ้นรถ สายตาของกู้ซือตกลงบนกระดุมที่อยู่บนเปียเกลียวของถงฮั่ว
ถงฮั่วสังเกตเห็นสายตาของกู้ซือ หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความประหม่า
เธอไม่รู้ว่าจะสามารถหลอกกู้ซือได้หรือไม่ เพราะเื่เกี่ยวกับกระดุมสองเม็ดนั้นเธอไม่รู้เื่มาก เมื่อกู้ซือสืบสาวราวเื่ เธออาจจะพลาดท่าในตอนสุดท้าย
กู้ซือมองเธอด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก "เธอกลัวฉันมากเลยหรือ?"
ถงฮั่วกลัวเขาจริง ๆ กลัวว่าเขาจะมองทะลุตัวตนของเธอ กลัวว่าเขาจะกลายเป็ที่พึ่งของข่งมี่เสวี่ยเหมือนชาติก่อนอีก!
"อากู้… ฉัน… ฉันจะไปบ้านตระกูลกู้เพื่อยกเลิกการแต่งงาน" ถงฮั่วพูดพลางก้มหน้า
อีกด้านหนึ่งมันเป็อธิบายว่าทำไมถงฮั่วถึงรู้สึกกังวลมาก
เธอไปบ้านตระกูลกู้เพื่อยกเลิกการแต่งงาน เธอกลัวว่ากู้ซือจะลำบากใจเพราะคนตระกูลกู้ทำให้เธอลำบาก
กู้ซือขมวดคิ้วเล็กน้อย วันนี้เขาไม่ได้เข้าร่วมงานแต่ง ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ถงฮั่วเห็นสีหน้าประหลาดใจของเขาจึงเล่าเื่ที่กู้จินเยว่ทิ้งเธอไว้กลางงานให้ฟัง
กู้ซือขมวดคิ้วแล้วถามว่า "เธอแน่ใจหรือว่า้ายกเลิก?"
การยกเลิกการแต่งงานในสมัยนี้จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของฝ่ายหญิงมากกว่า การแต่งงานในอนาคตของถงฮั่วอาจจะไม่ราบรื่นเท่าไหร่ ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าเขาจะไม่คุ้นเคยกับถงฮั่ว แต่ก็เคยได้ยินมาว่าถงฮั่วมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อหลานชายของเขา
ถงฮั่วพูดด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยวว่า "ฉัน้ายกเลิกการแต่งงาน!"
[1] สามสิ่งหนึ่งเสียง : หมายถึง เครื่องใช้ไฟฟ้าสามอย่างและเครื่องเสียงหนึ่งอย่าง ซึ่งเป็สัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและความเจริญก้าวหน้าในชีวิตครอบครัวของจีนในอดีต