หยางเค่อกอดคอฉันดื่มเหล้าแล้วหอมแก้มฉันฟอดใหญ่ แต่ฉันผลักเขาออกเบาๆเป็การหยอกเย้าตามประสาคนเคยใกล้ชิดกันมาก่อน พอเริ่มดึกหยางเค่อเริ่มเมามากขึ้น ส่วนฉันก็เมามากเช่นกันเพราะดื่มเหล้าไปหลายถ้วย หยางเค่อเริ่มกอดหอมและจูบฉันบ่อยขึ้นมือก็เริ่มซุกซนลูบคลำพยายามล้วงมือเข้าในเสื้อเพื่อบีบคลำหน้าอก
ซึ่งฉันเองก็พยายามเบี่ยงตัวไม่ให้เขาล้วงมือเข้าไป เขาจึงขยับตัวมากระซิบข้างหูฉันว่า “คืนนี้ข้า้าร่วมเตียงกับเ้า อยากให้เ้าปรนนิบัติข้าให้ถึงใจจะเฆี่ยนหรือทุบตีข้าก็ตามใจเ้าได้ทั้งนั้น” ฉันจึงแสร้งยิ้มให้เขาแต่ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธคำชวนเขาแต่อย่างใด
แต่ภายในใจคิดว่าถ้าฉันค้างคืนในห้องเขาคืนนี้ ลูกแกะน้อยคงไม่รอดถูกหมาป่าจับกินแน่นอน แม้ฉันจะมีอารมณ์หวั่นไหวในบางครั้งที่ถูกหยางเค่อััลูบไล้ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นอยากทำกิจกรรมร่วมเตียงกับเขา ฉันจึงรีบผละหนีออกจากหยางเค่อแล้วบอกว่า ฉันจะไปนอนแล้ว จากนั้นฉันจึงรีบเดินโซเซกลับห้องพักแล้วทิ้งให้หยางเค่อนั่งดื่มเหล้าต่อไปคนเดียว
เวลาขณะนี้ดึกแล้วคนในบ้านเข้านอนกันหมดรวมทั้งสาวใช้ที่เคยเดินกันอยู่หลายคนเมื่อตอนหัวค่ำ ตอนนี้ต่างก็เข้านอนกันหมดจนบ้านเงียบเชียบ ฉันเดินมึนโซเซมาถึงประตูห้องพักตัวเองยังคงมืดเพราะสาวใช้ไม่มาจุดเทียนให้ในห้องพัก
ในขณะที่กำลังจะผลักประตูห้อง ก็รู้สึกว่ามีใครคนหนึ่งเข้ามาโอบกอดฉันทางด้านหลังแล้วผลักดันฉันเข้าไปภายในห้อง ฉันที่มีอาการมึนเมาอยู่ไม่มีแรงขัดขืนจึงถูกคนดังกล่าวเอามือปิดปากฉันไว้ไม่ให้ส่งเสียงดัง
จากนั้นจับฉันพลิกตัวกลับมาแล้วหยิบมีดพกขนาดเล็กออกมาจ่อที่คอ แล้วดันฉันไปยืนชิดติดกับผนังข้างฝา เบียดตัวเข้าแนบชิดแล้วใช้ขาข้างหนึ่งสอดแทรกเข้ามาตรงหว่างขาดันชิดติดเนินหว่างขาเพื่อไม่ให้ฉันขยับหนี ซึ่งฉันเองก็ไม่กล้าขยับไม่กล้าส่งเสียงร้องเพราะถูกมีดจ่ออยู่ที่คออีกทั้งมึนเมาจนไม่มีแรงจะขัดขืน ชายลึกลับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆแล้วถามฉันด้วยน้ำเสียงหล่อแต่ดุดันว่า
ชายลึกลับ : เ้ากับหานหยางเค่อ ไปทำอะไรที่บ้านสกุลเฉา?
มี่จื่อ : ปะ ไปดูแผนที่เที่ยวน้ำตก!
ชายลึกลับ : เมื่อกี้พูดคุยอะไรกับหานหยางเค่อ?
มี่จื่อ : อ่ะ! เอ่อ! พูดคุยกันเื่ทั่วไป
ชายลึกลับ : พูดคุยกันเื่อะไร บอกมาถ้ายังไม่อยากตาย!
มี่จื่อ : ระ เื่จะไปงานเลี้ยงฉลองที่จวนท่านเสนาบดีขั้นสอง
ฉันพยายามมองหน้าชายลึกลับที่เข้าจู่โจมฉันแต่ก็มองเห็นหน้าไม่ชัดเพราะมืด แต่ฉันได้กลิ่นกายหอมอ่อนๆจากตัวเขาเป็กลิ่นหอมกลิ่นเดียวกันกับชายที่เคยลูบไล้ตัวฉันข้างกำแพงในหอนางโลมและเป็กลิ่นกายเดียวกับชายชุดขาวคนนั้น
ซึ่งเขาก็รู้ว่าฉันพยายามมองหน้าจึงเก็บมีดพกแล้วประกบปากจูบสอดใส่ลิ้นเข้ามาในปากจนลึก ทำให้ฉันเกิดอารมณ์วูบวาบยอมปล่อยตัวให้เขาจูบ แต่ทำเพียงแค่ใช้มือดันอกเขาให้ออกห่างเท่านั้น เขาเริ่มลูบไล้ฉันไปทั่วตัวั้แ่หน้าอก หลัง ก้น และลูบไล้มือไปที่เนินหว่างขา เขาขยับตัวเบียดแนบชิดให้แท่งเนื้อแข็งมาััที่เนินหว่างขาขยับถูไถและกระชับกอดรัดแน่นจูบดูดดื่มอีกครั้ง
แล้วจู่ๆชายลึกลับก็ปล่อยมือคลายกอดผละเดินออกจากห้องไป ใจหนึ่งยังนึกเสียดายจูบนั้น ส่วนอีกใจหนึ่งก็รู้สึกโล่งอกที่เขาไม่ได้ลงไม้ลงมือทำร้ายฉัน จึงรีบเดินไปปิดประตูห้องพัก และคิดว่าผู้ชายคนนี้ต้องเป็คนๆเดียวกันกับชายชุดขาวแน่ๆ ทั้งลักษณะรูปร่าง ความสูง และกลิ่นกายหอมอ่อนๆที่เหมือนกัน แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาตามดูฉันทำไมและ้าอะไร หรือเขาจะเป็พวกสตอล์เกอร์ชอบสะกดรอยตามคนที่ตัวเองคลั่งไคล้เป็แน่ เห็นทีต้องระวังตัวให้มากขึ้นกว่าเดิมแล้ว
มี่จื่อ : ฮึ่ม! ไอ้บ้าไอ้โรคจิต! เล่นซะเคลิ้มเลย! ถ้ามาอีกเจอเข่าทลายขุนเขาแน่ จะเอาให้เดินไม่ได้ไปเจ็ดวันเลย
พอรุ่งเช้าฉันไปหาหยางเค่อที่เรือน เขาบ่นว่าทำไมเมื่อคืนฉันไม่อยู่ปรนนิบัติ ฉันตอบไปว่าเมื่อคืนฉันเองก็เมามากจึงกลับไปนอน หยางเค่อจับแก้มฉันบีบแล้วข่มขู่ด้วยน้ำเสียงจริงจังว่าถ้าฉันทิ้งเขาไปแบบเมื่อคืนอีก เขาจะจับฉันขังไว้ในห้องให้อยู่ปรนนิบัติเขาทั้งวันทั้งคืน
จากนั้นหยางเค่อเดินไปหยิบตำราในหีบแล้วส่งมาให้ฉันสองเล่มบอกให้อ่านให้จบ ก่อนที่จะถึงวันงานเลี้ยงฉลองวันเกิดท่านเสนาบดีขั้นสอง เพราะอาจต้องใช้วิชาที่อ่านจากตำราสองเล่มนี้ ซึ่งเป็ตำรามีตัวอักษรแปลกประหลาดแตกต่างกันทั้งสองเล่มจึงเปิดดูภายใน
ลองอ่านดูคร่าวๆก็ต้องแปลกใจจึงเอ่ยถามหยางเค่อให้แน่ใจอีกครั้งว่า นี่คือตำราวิธีเลี้ยงแกะขนฟู กับเคล็ดลับปลูกมันให้หัวใหญ่ ทำให้หยางเค่อถึงกับถามซ้ำด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่แปลกใจมากกว่า ว่าเป็ตำราอะไรกันแน่
มี่จื่อ : นี่คือตำราวิธีเลี้ยงแกะ กับวิธีปลูกมัน...ข้าต้องไปเลี้ยงแกะกับปลูกมันที่จวนท่านเสนาบดีขั้นสองด้วยรึ?! การเป็สาวใช้ที่บ้านท่านต้องทำให้ได้ขนาดนี้เชียวหรือนี่ งานหนักเอาการแฮะ!
หยางเค่อ : ฮึ่ย! ไอ้พวกชนเผ่าปลิ้นปล้อน มันบอกว่าเป็ตำราปลดผนึก กับตำราเปิดดวงตาฟ้า น่าเจ็บใจนักกล้ามาหลอกข้า เจอตัวเมื่อไหร่ได้เห็นดีแน่! ฮึ่ม!!
มี่จื่อ : ตกลงท่านจะให้ข้าติดตามท่านไปทำอะไรกันแน่?
หยางเค่อ : ข้าจะให้เ้าไปเอาตำราหมื่นบุปผาที่อยู่จวนฮุ่ยเฉิง แต่ประตูห้องถูกผนึกด้วยมนต์โบราณ เ้าต้องเข้าไปเอาตำราเล่มนั้นมาให้ข้า
มี่จื่อ : ขโมยรึ?! ไม่เอาอ่ะ ถึงข้าจะไม่ใช่คนดีอะไรนัก แต่ข้าก็ไม่เคยคิดขโมยของผู้อื่น
หยางเค่อ : ไม่ได้ขโมย แต่มีคนขโมยตำราของข้าไปต่างหากเล่า เ้าต้องไปเอากลับคืนมาให้ข้า
มี่จื่อ : แล้วทำไมไม่แจ้งทางการว่าตำราของท่านถูกขโมยล่ะ?
หยางเค่อ : ข้าเป็เ้านาย ข้าสั่งให้เ้าทำเ้าก็ต้องทำ หรือ้าให้ข้าส่งเ้ากลับคืนไปที่หอนางโลม อย่าลืมนะว่ายังมีหวังหย่งคู่แค้นอีกคนของเ้ารอแก้แค้นอยู่ที่หอ
มี่จื่อ : ถ้าข้าถูกจับได้ขึ้นมาล่ะ?!!
หยางเค่อ : ไม่ต้องกลัวข้าจะไปช่วยเ้าเอง
มี่จื่อ : ทำไมไม่ให้ข้าทำงานเป็สาวใช้ธรรมดาทำงานบ้านเหมือนที่คนอื่นทำ ทำไมต้องให้ข้าไปขโมยของด้วย?! ข้าไม่อยากทำเลย….
เมื่อฉันถูกหยางเค่อข่มขู่ว่าจะส่งตัวกลับไปที่หอนางโลม จึงไม่มีทางเลือกจำใจยอมทำตามที่หยางเค่อสั่ง ซึ่งสี่วันนี้หยางเค่ออยู่บ้านเตี๊ยมแผนการและบอกแผนที่ภายในจวนเสนาบดีขั้นสองอย่างละเอียด ว่าฉันจะต้องเดินไปทางไหนจึงจะเจอจวนฮุ่ยเฉิงที่เก็บตำราหมื่นบุปผาโดยไม่ให้ใครเห็น
●
●
●
หมายเหตุ
*ฮุ่ยเฉิง แปลว่า ปัญญา ความสำเร็จ
*ไข่มุกริมหนองน้ำ หมายถึง พบของมีค่าในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม หรือพบในสถานที่ไม่สมควรอยู่