ตอนที่ 17 ลูกเจี๊ยบ (2)
วันรุ่งขึ้น เสี่ยวจือจือผู้น่าสงสารเดินคอตกพร้อมปิดปากไปโรงเรียน
หวังซานผิงเห็นว่าวันนี้เธอไม่ได้พกขนมมาด้วยก็แปลกใจอย่างมาก
อดทนรอจนกระทั่งเลิกคาบ ก็เห็นเสี่ยวจือจือนอนฟุบอยู่บนเก้าอี้เงียบๆ
หวังซานผิงร้อนรนใจ ถามขึ้นด้วยความสงสัย “ลูกพี่จือจือ วันนี้พี่ไม่พกขนมมาแล้วเหรอ เพราะไม่มีขนมใช่ไหมพี่เลยหงอยน่ะ”
เสี่ยวจือจือส่ายหน้า และยังคงไม่พูดอะไร
หลี่เซี่ยงเฉียนอาศัยจังหวะนี้ตบศีรษะของหวังซานผิงหนึ่งฉาด พร้อมด่าออกไป “ไอ้โง่เอ๊ย ต้องเป็เพราะที่บ้านจือจือจนเกินไป เลยซื้อขนมไม่ไหวแล้วต่างหากเล่า”
พูดจบ หลี่เซี่ยงเฉียนก็หยิบลูกอมกระต่ายเม็ดหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง ยื่นให้จือจือพร้อมพูด “เมื่อวานฉันได้ยินพ่อบอกว่า พ่อเธอไม่มีเงินสัมปทานเหมืองถ่านหินแล้ว ต้องไม่มีเงินซื้อขนมด้วยแน่นอน ไม่ต้องห่วงนะ หลังจากนี้ฉันมีขนมอะไรจะแบ่งเธอด้วยครึ่งหนึ่ง”
“ไม่ใช่สักหน่อย พ่อของฉันมีเงินซื้อขนมให้ฉันกิน” เมื่อได้ยินเด็กคนอื่นเอ่ยว่าพ่อของตนจน เสี่ยวจือจือก็รีบเถียงโดยทันที แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจถึงความหมายของคำว่ามีเงินหรือไม่มีเงินก็ตาม
ผลสุดท้ายเมื่อเสี่ยวจือจือเปิดปากโต้เถียง ความจริงของฟันหน้าที่หลอไปก็ถูกเปิดเผย
หวังซานผิงร้องโวยวาย “จือจือ หรือเพราะว่าเธออยากกินขนม แล้วพ่อของเธอไม่มีเงินเลยตีเธอใช่ไหม ตีจนเธอฟันร่วงเลยเนี่ยนะ พ่อของเธอทำฟันเธอหลอใช่ไหม” ขณะที่พูด หวังซานผิงก็คิดถึงฟันของตัวเอง พูดไปพลางก็ร้องไห้ครวญครางไปพลาง
เสี่ยวจือจือมองเด็กอ้วนตรงหน้าร้องไห้ จู่ๆ ก็นึกอยากร้องขึ้นมาบ้าง เธอร้องห่มร้องไห้เดินไปหาเอ้อร์หู่และตรงกลับบ้านทันที
ข้างหลังยังได้ยินเสียงโต้เถียงของหลี่เซี่ยงเฉียนและหวังซานผิงดังตามมา
“เป็เพราะว่าพ่อของเธอไม่มีเงิน...”
“เป็เพราะว่าพ่อของเธอทุบตีเธอ...”
“พ่อของเธอไม่มีเงินก็เลยทุบตีเธอ...”
ภายในบริเวณบ้าน พอดีกับเวลาที่โจวมู่ยังไม่ทันได้ออกจากบ้าน ก็เห็นลูกสาวสุดที่รักของตนร้องไห้จนหอบกลับบ้านมา
ชวนให้ใอย่างมาก
“เป็อะไรไป จือจือ ใครรังแกหนู” โจวมู่ซึ่งปกติจะแสดงออกด้วยท่าทีซื่อๆ ตอนนี้ใบหน้ากลับเคร่งเครียด
แม้แต่ปราชญ์เฒ่าที่มีสีหน้านิ่งสงบ ตอนนี้ยังเปลี่ยนเป็ตื่นตระหนก
ได้ยินเสี่ยวจือจือร้องไห้พลางตอบว่า “พวกเขาบอกว่าพ่อจนมากๆ พ่อคะ หลังจากนี้หนูจะไม่กินขนมอีกแล้ว หลังจากนี้หนูจะกินข้าวทุกมื้อให้น้อยๆ กินแค่ถ้วยเดียว หนึ่งอาทิตย์จะกินไก่ย่างแค่ตัวเดียว ดีไหมคะ แบบนี้พ่อก็จะมีเงิน ไม่จนแล้ว”
โจวมู่อ้าปากค้าง ไม่รู้ควรยิ้มหรือร้องไห้ดี ่นี้เพราะว่าเื่เหมืองถ่านหินของตน เขาจึงต้องวิ่งไปทั่ว แต่กลับไม่คิดว่าเสี่ยวจือจือจะร้องไห้เพราะเื่นี้
ปราชญ์เฒ่าหันกายเดินออกไปเงียบๆ และตรงกลับเข้าไปในห้อง ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็เดินกลับมาออกมาพร้อมภาพม้วนหนึ่ง แล้วโยนไปให้โจวมู่
โจวมู่รู้สึกค่อนข้างไม่สบายใจ แม้เขาจะเคยคิดถึงความเป็ไปได้ในเื่ทำนองนี้บ้างแล้ว แต่นั่นก็แค่คิดเท่านั้น มันเกินคาดมากไปจริงๆ แต่เมื่อย้อนนึกดูว่าถ้าเป็ปราชญ์เฒ่าจริงๆ เขาหายไปหลายปีขนาดนั้น จึงปฏิเสธกลับไป
“ตาแก่ ไม่ต้องหรอก คุณอยู่บ้านสบายๆ ไปเถอะ ผมไม่เอาผลงานของคุณไปขายหรอก”
ปราชญ์เฒ่าไม่ได้สนใจเขา กลับหันไปเช็ดน้ำตาให้เสี่ยวจือจือแทน
ก่อนจะพูดโดยไม่แม้แต่หันกลับมามองโจวมู่ “อยากขายก็ขาย นั่นของแท้นะ”
โจวมู่คลี่ม้วนภาพออกดู นี่คือภาพลูกเจี๊ยบของฉีป๋ายสือรูปนั้นนี่นา ข้างบนยังเลอะคราบน้ำมันอยู่หน่อยๆ...ภาพที่วันนั้นหนูน้อยหยิบมาปูรองขณะที่กินไก่ย่าง...บ้าไปแล้ว!