“ปังงงง!!!!....”
เสียงแฟ้มเอกสารกระแทกลงที่โต๊ะทำงานของจุฑาธช จะมีใครกันล่ะที่ทำอย่างนั้นได้ นอกจากตัวเ้าของโต๊ะทำงานคนเดียวนั้นแหละ
“เธอทำงานประสาอะไรของเธอ ไม่ได้เื่เลย ไปทำมาใหม่ และฉัน้าภายในวันนี้ เข้าใจนะ!!!!”
และก็ตามมาด้วยเสียงอันเกรี้ยวกราดทรงอำนาจของเ้าของโต๊ะคนเดิม
ฉันทพิชญายื่นมือเรียวเล็ก ไปหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาถือไว้ในมือ เลี่ยงเดินออกมาจากห้องนั้นทันที โดยไม่พูดแย้งอะไรออกมา เพราะคิดว่าถึงจะพูดไปยังไงเปล่าประโยชน์ เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่า ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็เ้านายของเธอ จะต้องหาเื่เธออย่างนี้อย่างแน่นอน และก็เป็จริงตามที่เธอคิดไว้ซะด้วย
‘เธอจะต้องรับกับเื่พวกนี้ให้ได้นะดาว เธอจะต้องตอบแทนบุญคุณของครอบครัวนี้ให้ถึงที่สุด ไม่งั้นเธอจะถูกตราหน้าว่าเป็คนเนรคุณเอาได้นะ’
ฉันทพิชญานั่งลงที่โต๊ะทำงานของเธอ สายตาจ้องมองอยู่ที่แฟ้มเอกสารเ้าปัญหา ที่เธอถือออกมาจากห้องทำงานของ จุฑาธช สมองก็คิดให้กำลังใจตัวเองไป เพื่อไม่ให้ตนเองท้อและถอดใจไปแต่เนิ่นๆ
ฉันทพิชญาเปิดแฟ้มเอกสารเ้าปัญหานั้นออก นั่งอ่านรายงานการประชุม ที่เธอถอดคำพูดออกมาจากไฟล์เสียง ที่เธอได้อัดไว้ด้วยเครื่องอัดเสียง ก็ไม่เห็นว่าจะมีตรงไหนที่ไม่โอเคสักคำ แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อเขาอยากให้เธอทำใหม่ เธอก็จะทำให้ใหม่
ฉันทพิชญาเปิดลิ้นชักออก หยิบเอาสายหูฟังออกมาต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะเปิดไฟล์เสียงรายงานการประชุมฟังใหม่อีกรอบ ซึ่งไฟล์เสียงรายงานการประชุมดังกล่าว เธอได้นำมาจัดเก็บลงไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว
ฉันทพิชญานั่งฟัง และเรียบเรียงคำพูดของผู้ที่เข้าร่วมประชุม เป็ภาษาเขียนแบบเป็ทางการ จนกระทั้งเวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงสองทุ่ม การแก้ไขรายงานการประชุมดังกล่าวก็เสร็จสิ้นลง ฉันทพิชญาทำการกดปริ้นรายงานการประชุมออกมา จัดใส่แฟ้มเอกสาร ถือไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของจุฑาธช ซึ่ง ณ เวลานั้น จุฑาธชได้ออกจากบริษัทเป็เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ฉันทพิชญาวางแฟ้มเอกสารลงไว้บนโต๊ะทำงานของจุฑาธช แล้วก็ออกมาเก็บอุปกรณ์สำนักงานให้เข้าที่เข้าทาง ปิดคอมพิวเตอร์ หยิบกระเป๋าสะพายออกมาจากลิ้นชัก ลุกขึ้นเดินตรงไปยังลิฟต์ เพื่อโดยสารลงไปยังชั้นล่างของตึก และพอประตูลิฟต์เปิดออก ฉันทพิชญาก็รีบจ้ำเดินออกไปที่หน้าตึก ไปโดยสารรถเมล์กลับไปยังบ้านนราเกรียงไกรโดยเร็วไว
:
ฉันทพิชญามาถึงบ้านนราเกรียงไกร ก็เป็เวลาเกือบจะสามทุ่ม
“งานเยอะเหรอหนูดาว หรือว่าไอ้ธชมันกลั่งแกล้งอะไรเราหรือเปล่า?”
เอกราชที่เดินลงมาจากชั้นบน เห็นฉันทพิชญาเดินเข้ามาในบ้านพอดี ก็ร้องถามด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
“คุณยชไม่ได้แกล้งหรอกค่ะ งานเยอะนะคะ ดาวไม่อยากให้คั่งค้าง ก็เลยทำให้เสร็จทีเดียวเลยน่ะค่ะ”
ฉันทพิชญาไม่อยากให้จุฑาธช โดนตำหนิ จึงพูดแก้ต่างให้ไปอีกทาง
“อืม!! แล้วนี่กินอะไรมาหรือยังล่ะ?”
เอกราชพยักหน้าเข้าใจ ถามขึ้นอีกด้วยความเป็ห่วง เพราะเอกราชเห็นฉันทพิชญา เป็เหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง ถึงแม้จะเป็แค่ลูกของลูกน้องคนสนิทก็เถอะ แต่เอกราชก็รักและเอ็นดูราวกับลูกหลานของตัวเองก็ไม่ปาน
“ยังค่ะ แต่เดี๋ยวดาวไปทานค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็ห่วง คุณราชลงมา้าอะไรหรือเปล่าคะ? เดี๋ยวดาวไปเอาให้”
ฉันทพิชญาตอบไปตามความเป็จริง ก็เธอยังไม่ได้หาอะไรใส่ท้องจริงๆ นี้น่า แต่ก็ไม่ได้เป็กังวลอะไร เพราะแค่ไข่เจียวเธอก็อิ่มแล้วล่ะ
“โอ้ย! ไม่เป็ไรฉันไปเอาเองได้ หนูดาวไปหาอะไรกินแล้วไปพักผ่อนเถอะ”
เอกราชโบกไม้โบกมือห้ามอย่างเร็วไว ไม่อยากให้ฉันทพิชญาต้องมาเหนื่อยด้วย จึงได้ไล่ให้ไปพักผ่อน ก่อนจะเดินเลยผ่านฉันทพิชญาไปยังห้องทำงาน
ฉันทพิชญาจึงเดินไปห้องนอนของเธอ เพื่อเก็บกระเป๋าสะพาย และค่อยออกมาจากห้องนอน ไปยังห้องครัว ซึ่งในห้องครัวนั้น ฉันทพิชญาเห็นมีอาหารวางไว้ที่โต๊ะอาหาร โดยมีฝาชีครอบเอาไว้ ซึ่งนั้นแสดงว่า อาหารนั้นได้เก็บไว้สำหรับให้เธอกลับมารับประทานนั้นเอง ฉันทพิชญารู้สึกตื้นตันใจผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็ผู้อุปการะเลี้ยงดูเธอ หลังจากบิดามารดาของเธอเสียชีวิตไปแล้ว
ฉันทพิชญานั่งลงทานข้าวปลาอาหาร ที่วางอยู่บนโต๊ะจนอิ่ม แล้วจึงทำการเก็บล้างทำความสะอาด เก็บจานชามให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะกลับเข้าไปในห้องนอนของเธอ เพื่อทำการพักผ่อนเอาแรง เพื่อว่าวันพรุ่งนี้จะได้ตื่นมาแต่เช้า เพื่อเริ่มต้นในการทำงานใหม่อีกครั้ง
๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕