ฟ้าลืมดาว_End

    บทที่ 1 เกลียดชัง.. 75%

            “ปังงงง!!!!....”


            เสียงแฟ้มเอกสารกระแทกลงที่โต๊ะทำงานของจุฑาธช จะมีใครกันล่ะที่ทำอย่างนั้นได้ นอกจากตัวเ๽้าของโต๊ะทำงานคนเดียวนั้นแหละ


            “เธอทำงานประสาอะไรของเธอ ไม่ได้เ๱ื่๵๹เลย ไปทำมาใหม่ และฉัน๻้๵๹๠า๱ภายในวันนี้ เข้าใจนะ!!!!”


            และก็ตามมาด้วยเสียงอันเกรี้ยวกราดทรงอำนาจของเ๽้าของโต๊ะคนเดิม


            ฉันทพิชญายื่นมือเรียวเล็ก ไปหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาถือไว้ในมือ เลี่ยงเดินออกมาจากห้องนั้นทันที โดยไม่พูดแย้งอะไรออกมา เพราะคิดว่าถึงจะพูดไปยังไงเปล่าประโยชน์ เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่า ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็๲เ๽้านายของเธอ จะต้องหาเ๱ื่๵๹เธออย่างนี้อย่างแน่นอน และก็เป็๲จริงตามที่เธอคิดไว้ซะด้วย


            ‘เธอจะต้องรับกับเ๱ื่๵๹พวกนี้ให้ได้นะดาว เธอจะต้องตอบแทนบุญคุณของครอบครัวนี้ให้ถึงที่สุด ไม่งั้นเธอจะถูกตราหน้าว่าเป็๲คนเนรคุณเอาได้นะ’


            ฉันทพิชญานั่งลงที่โต๊ะทำงานของเธอ สายตาจ้องมองอยู่ที่แฟ้มเอกสารเ๽้าปัญหา ที่เธอถือออกมาจากห้องทำงานของ จุฑาธช สมองก็คิดให้กำลังใจตัวเองไป เพื่อไม่ให้ตนเองท้อและถอดใจไปแต่เนิ่นๆ


            ฉันทพิชญาเปิดแฟ้มเอกสารเ๽้าปัญหานั้นออก นั่งอ่านรายงานการประชุม ที่เธอถอดคำพูดออกมาจากไฟล์เสียง ที่เธอได้อัดไว้ด้วยเครื่องอัดเสียง ก็ไม่เห็นว่าจะมีตรงไหนที่ไม่โอเคสักคำ แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อเขาอยากให้เธอทำใหม่ เธอก็จะทำให้ใหม่


            ฉันทพิชญาเปิดลิ้นชักออก หยิบเอาสายหูฟังออกมาต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะเปิดไฟล์เสียงรายงานการประชุมฟังใหม่อีกรอบ ซึ่งไฟล์เสียงรายงานการประชุมดังกล่าว เธอได้นำมาจัดเก็บลงไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว


            ฉันทพิชญานั่งฟัง และเรียบเรียงคำพูดของผู้ที่เข้าร่วมประชุม เป็๲ภาษาเขียนแบบเป็๲ทางการ จนกระทั้งเวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงสองทุ่ม การแก้ไขรายงานการประชุมดังกล่าวก็เสร็จสิ้นลง ฉันทพิชญาทำการกดปริ้นรายงานการประชุมออกมา จัดใส่แฟ้มเอกสาร ถือไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของจุฑาธช ซึ่ง ณ เวลานั้น จุฑาธชได้ออกจากบริษัทเป็๲เป็๲ที่เรียบร้อยแล้ว


            ฉันทพิชญาวางแฟ้มเอกสารลงไว้บนโต๊ะทำงานของจุฑาธช  แล้วก็ออกมาเก็บอุปกรณ์สำนักงานให้เข้าที่เข้าทาง ปิดคอมพิวเตอร์ หยิบกระเป๋าสะพายออกมาจากลิ้นชัก ลุกขึ้นเดินตรงไปยังลิฟต์ เพื่อโดยสารลงไปยังชั้นล่างของตึก และพอประตูลิฟต์เปิดออก ฉันทพิชญาก็รีบจ้ำเดินออกไปที่หน้าตึก ไปโดยสารรถเมล์กลับไปยังบ้านนราเกรียงไกรโดยเร็วไว


            :


            ฉันทพิชญามาถึงบ้านนราเกรียงไกร ก็เป็๲เวลาเกือบจะสามทุ่ม


            “งานเยอะเหรอหนูดาว หรือว่าไอ้ธชมันกลั่งแกล้งอะไรเราหรือเปล่า?”


            เอกราชที่เดินลงมาจากชั้นบน เห็นฉันทพิชญาเดินเข้ามาในบ้านพอดี ก็ร้องถามด้วยความเป็๲ห่วงเป็๲ใย


            “คุณยชไม่ได้แกล้งหรอกค่ะ งานเยอะนะคะ ดาวไม่อยากให้คั่งค้าง ก็เลยทำให้เสร็จทีเดียวเลยน่ะค่ะ” 


            ฉันทพิชญาไม่อยากให้จุฑาธช โดนตำหนิ จึงพูดแก้ต่างให้ไปอีกทาง


            “อืม!! แล้วนี่กินอะไรมาหรือยังล่ะ?”


            เอกราชพยักหน้าเข้าใจ ถามขึ้นอีกด้วยความเป็๲ห่วง เพราะเอกราชเห็นฉันทพิชญา เป็๲เหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง ถึงแม้จะเป็๲แค่ลูกของลูกน้องคนสนิทก็เถอะ แต่เอกราชก็รักและเอ็นดูราวกับลูกหลานของตัวเองก็ไม่ปาน


            “ยังค่ะ แต่เดี๋ยวดาวไปทานค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็๲ห่วง คุณราชลงมา๻้๵๹๠า๱อะไรหรือเปล่าคะ? เดี๋ยวดาวไปเอาให้”


            ฉันทพิชญาตอบไปตามความเป็๲จริง ก็เธอยังไม่ได้หาอะไรใส่ท้องจริงๆ นี้น่า แต่ก็ไม่ได้เป็๲กังวลอะไร เพราะแค่ไข่เจียวเธอก็อิ่มแล้วล่ะ


            “โอ้ย! ไม่เป็๲ไรฉันไปเอาเองได้ หนูดาวไปหาอะไรกินแล้วไปพักผ่อนเถอะ”


            เอกราชโบกไม้โบกมือห้ามอย่างเร็วไว ไม่อยากให้ฉันทพิชญาต้องมาเหนื่อยด้วย จึงได้ไล่ให้ไปพักผ่อน ก่อนจะเดินเลยผ่านฉันทพิชญาไปยังห้องทำงาน


            ฉันทพิชญาจึงเดินไปห้องนอนของเธอ เพื่อเก็บกระเป๋าสะพาย และค่อยออกมาจากห้องนอน ไปยังห้องครัว ซึ่งในห้องครัวนั้น ฉันทพิชญาเห็นมีอาหารวางไว้ที่โต๊ะอาหาร โดยมีฝาชีครอบเอาไว้ ซึ่งนั้นแสดงว่า อาหารนั้นได้เก็บไว้สำหรับให้เธอกลับมารับประทานนั้นเอง ฉันทพิชญารู้สึกตื้นตันใจผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็๲ผู้อุปการะเลี้ยงดูเธอ หลังจากบิดามารดาของเธอเสียชีวิตไปแล้ว


            ฉันทพิชญานั่งลงทานข้าวปลาอาหาร ที่วางอยู่บนโต๊ะจนอิ่ม แล้วจึงทำการเก็บล้างทำความสะอาด เก็บจานชามให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะกลับเข้าไปในห้องนอนของเธอ เพื่อทำการพักผ่อนเอาแรง เพื่อว่าวันพรุ่งนี้จะได้ตื่นมาแต่เช้า เพื่อเริ่มต้นในการทำงานใหม่อีกครั้ง


    ๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕