หากว่าทั้งสองทำเช่นนี้ต่อ ชาวอาหรับ , ชาวตะวันตกไกล หรือชนเผ่าทุ่งหญ้าแล้วนั้น พวกเขาย่อมขายสินค้าของตนได้ พ่อค้าของชาวแขกอาหรับมีความสนใจในการค้ามากเป็พิเศษ ไม่ว่าสินค้าเ่าั้จะเป็งานฝีมือเช่นเครื่องประดับ , เครื่องนุ่งห่ม , สมุนไพร หรือแม้แต่เครื่องปั้นดินเผาก็ตาม ตราบใดที่สิ่งเหล่านี้สร้างกำไรให้กับพวกเขา พวกเขาก็จะรับซื้อไว้โดยไม่ลังเล
แม้แต่ทาสพ่อค้าชาวอาหรับก็ยังค้าขายเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ภายในต้าถังนั้นใช่ว่าทุกคนจะให้ความสนใจต่อการขุดแร่ และการถลุงแร่ ดังนั้นแล้ว กลุ่มเป้าหมายของพวกเขาย่อมผิดพลาดั้แ่ต้น
นอกจากนี้ยังมีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นในเมืองหลวง ที่สามารถพูดภาษาสันสกฤตได้ แม้ว่าพวกเขาจะหาผู้ซื้อที่มีความมั่งคั่งได้ก็ตาม แต่อุปสรรคด้านการสื่อสารก็ยังเป็ปัญหาที่ทำให้พวกเขาขายสินค้าได้ยากอยู่ดี
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวิธีการของพวกเขาในตอนนี้มันไม่ได้ผลแน่นอน มันจะจบลงที่ความผิดหวังของพวกเขา หรือบางทีมันอาจจะเป็เพราะพวกเขาไม่ได้ตั้งความคาดหวังเอาไว้มากนักสำหรับต้าถังแห่งนี้
ในส่วนลึกของพวกหัวใจพวกเขาอาจจะพร้อมรับความผิดหวังเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว
“ครั้งนี้ต้องเปลี่ยนแปลงชะตาให้ได้ !!”
แววตาของ หวัง ชง เปล่งประกายแรงกล้า ขณะที่เขาก้าวลงจากรถม้า โดยที่ เสิน ไห่ และ เมิ่ง หลง ตามไปอย่างใกล้ชิด
“นมัสการไต้ซือทั้งสอง !!”
หวัง ชง ก้าววออกไปด้านหน้าพร้อมกับทักทายอย่างสุภาพ
เมื่อได้ยินเสียงนั้นภิกษุทั้งสองต่างก็หันไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าคนที่กล่าวทักทายพวกเขาเป็เพียงเด็กหนุ่มเช่นนี้ ใบหน้าของพวกเขาก็แสดงความผิดหวังออกมาทันที
“โปลัว ซาวูดัว....!!”
ภิกษุรูปหนึ่งกล่าวภาษาสันสกฤตออกมาด้วยใบหน้าเคร่งขรึมขณะที่โบกมือไปมาให้กับ หวัง ชง
นี่เป็การปฏิเสธอย่างไม่ต้องสงสัย
เสิน ไห่ และ เมิ่ง หลง มองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะกวาดสายตาออกไปโดยรอบ นั่นทำให้พวกเขามองเห็นความเย้ยหยันจากสายตาของเหล่าผู้คนรอบๆ อย่างชัดเจน
พวกเขาสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าภิกษุทั้งสองคนกำลังมองหาใครบางคน แม้ว่าจะมีบางคนเข้าไปหาพวกเขาแล้วก็ตาม แต่หลังจากสนทนากันได้เพียงเล็กน้อยพวกเขาก็จะถูกปฏิเสธกลับมา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นายน้อยหนุ่มของพวกเขาเป็หนึ่งในเหล่าผู้คนที่ถูกปฏิเสธเช่นกัน
พวกเขาอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับการเดินทางออกมาครั้งนี้ไม่น้อย แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะประเมิน หวัง ชง เอาไว้สูงเกินไป นายน้อยของพวกเขายังคงเป็เพียงเด็กหนุ่มที่ไม่ได้แตกต่างจากเดิมนัก
“ดูเหมือนว่านายน้อยจะถูกปฏิเสธจากพวกเขา !!”
“ไม่ใช่ว่าพวกเขาปฏิเสธหรอก เพียงแค่ว่าพวกเขาไม่อยากคุยด้วยมากกว่า !!”
ทั้งสองกล่าวพลางหัวเราะออกมาเบาๆ
แต่แล้วเื่น่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น
“อย่าเพิ่งรีบร้อนด่วนปฏิเสธข้า แม้ว่าข้าจะเป็เพียงแค่เด็ก แต่ข้าก็เป็คนที่เหมาะสมที่สุดในการซื้อเหล็กหวู่จือจากพวกท่าน !!”
น้ำเสียงของ หวัง ชง เปลี่ยนไป เขากล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มบาง ซึ่งเป็สิ่งที่ เสิน ไห่ และ เมิ่ง หลง ไม่เคยเห็นท่าทีเช่นนี้จากนายน้อยของพวกเขามาก่อน
ทั้ง เสิน ไห่ และ เมิ่ง หลง ต่างผงะถอยออกไปโดยไม่รู้ตัว สำเนียงการพูดของ หวัง ชง ในตอนนี้เหมือนกับภิกษุทั้งสองอย่างไม่ผิดเพี้ยน
นายน้อยของพวกเขาสามารถพูดภาษาสันสกฤตได้ !!
นี่มันเป็ไปได้อย่างไร !?
ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง และไม่เชื่อสายตาอย่างชัดเจน ภาษาสันสกฤตที่ หวัง ชง กล่าวออกมานั้นไม่ได้ติดขัดแม้แต่นิดเดียว แต่กลับเป็คำกล่าวที่กล่าวออกมาอย่างคล่องแคล่ว
ดูราวกับว่าเขาเรียนรู้ภาษานี้มากว่าสิบปีแล้วก็ว่าได้
แต่ปัญหาคือ นายน้อยของพวกเขาเรียนภาษานี้มาจากที่ใด
พวกเขาอาศัยอยู่ภายในตำหนักตระกูล หวัง มากว่าหลายสิบปีแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่เคยเห็น หวัง ชง ได้เรียนภาษาสันสกฤตจากอาจารย์คนใดมาก่อน ความจริงแล้วไม่เคยมีอาจารย์สอนภาษาสันสกฤตมาที่ตำหนักตระกูล หวัง ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาด้วยซ้ำ
แล้วเช่นนั้นทำไมนายน้อยของพวกเขาจึงสามารถพูดภาษาสันสกฤตออกมาได้อย่างคล่องแคล่วเช่นนี้ !?
“เ้าสามารถพูดภาษาสันสกฤตได้หรือ !?”
ภิกษุทั้งสองประหลาดใจยิ่งกว่า เสิน ไห่ และ เมิ่ง หลง ด้วยซ้ำ ขณะเดียวกันนั้น ภิกษุชาวซาร์ที่เบือนหน้าออกไปในตอนแรกก็ต้องประหลาดใจอย่างมากเช่นกัน
พวกเขาเดินทางมายังทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์เป็เวลาหลายเดือนแล้ว แต่นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นชาวฮั่นพูดภาษาสันสกฤต อีกทั้งยังเป็เพียงแค่เด็กหนุ่มอีกด้วย
นั่นทำให้ภิกษุทั้งสองมีความเป็มิตรต่อเด็กหนุ่มคนนี้ขึ้นมาอย่างมาก
“ไม่น่าเชื่อใช่ไหมว่าเด็กหนุ่มเช่นนี้จะสามารถพูดภาษาสันสกฤตได้ !?”
หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบ เขาได้เรียนรู้ภาษาสันสกฤตมากว่าสามสิบปีใน่ชีวิตที่แล้วของเขา ในตอนนั้นมีคนจำนวนไม่น้อยที่สามารถพูดภาษาสันสกฤตได้ แต่ทว่าในตอนนี้ หวัง ชง เป็เพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถพูดภาษาสันสกฤตได้ภายในเมืองหลวง
“ข้าจะไม่ปิดบังพวกท่าน ข้าเป็หลานชายของท่าน จิ่วกง แห่งต้าถัง ตามที่ท่านได้เห็นแล้วไม่ว่าจะเป็ในถิ่นของพวกท่าน , กษัตริย์ หรือภายในทวีปดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีคนไม่มากนักที่สนใจเหล็กหวู่จือ และยินดีจะซื้อมันไว้ แต่ข้าเป็หนึ่งในนั้น !!”
หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยความมั่นใจขณะที่เขาดึงตราใต้เสื้อคลุ่มบริเวณหน้าออกออกมา ก่อนจะเก็บกลับไปอย่างรวดเร็ว
“พวกท่านเห็นคนทั้งสองที่อยู่ด้านหลังข้าไหม !? พวกเขาคือผู้พิทักษ์ของข้า ตอนนี้พวกท่านน่าจะเชื่อข้าแล้ว !!”
แววตาของภิกษุทั้งสองเต็มไปด้วยความประหลาดใจมากขึ้น แม้ว่าบุคคลที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาจะยังเป็เพียงแค่เด็กหนุ่ม แต่เขากลับรับรู้ถึงกษัตริย์ของพวกเขาอย่างไม่น่าเชื่อ
อย่างไรก็ตาม ไม่นานใบหน้าของพวกเขาก็เริ่มมืดมนลง
“เหล็กหวู่จือ !? ข้าเกรงว่าท่านกำลังเข้าใจผิด เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อขายเหล็กหวู่จือ แต่มาที่นี่เพื่อขายแร่ไฮเดอราบาด !!”
“เหตุผลที่พวกเราเดินทางมาที่ทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ก็เพื่อหาผู้ซื้อที่ร่ำรวย และรับซื้อแร่จากพวกเราในระยะยาว !!”
ภิกษุทั้งสองกล่าว
“ห๊ะ !!”
หวัง ชง ถึงกับสะดุ้งเฮือก คำตอบของพวกเขาต่างจากที่เขาคาดเอาไว้ แต่ หวัง ชง กลับกังวลเกี่ยวกับสิ่งอื่นมากกว่า
“แร่ไฮเดอรราบาด !? พวกท่านไม่ได้ขายเหล็กหวู่จือหรอกรึ !?”
“ใช่ !!”
ภิกษุทั้งสองพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
หวัง ชง ตกตะลึงอย่างมาก นี่เป็เื่ตลกร้ายสำหรับเขาอย่างชัดเจน แต่เดิมแล้วเขาคิดว่าภิกษุเหล่านี้้าขายเหล็กหวู่จือที่ถลุงมาแล้ว แต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะขายแร่ดิบเช่นนี้
หลังจากครุ่นคิดเื่นี้อย่างละเอียดแล้วนั้น เขาก็พบว่าหลังจากเหมืองไฮเดอราบาดเปิดขึ้น อีกหนึ่งถึงสองปีต่อมาชื่อของเหล็กหวู่จือจึงเป็ที่รู้จักในภายหลัง
เขาลืมเื่นี้ไปแล้ว และพูดชื่อของมันออกมาก่อน
“คุณชาย ั้แ่ที่พวกเรามายังทวีปดินแดนศักดิ์สิทธิ์ พวกเราก็ยังไม่เคยได้ยินชื่อเหล็กหวู่จือมาก่อน ไม่ทราบว่าคุณชายได้ยินชื่อเหล็กหวู่จือมาจากที่ใดหรือ !?”
ภิกษุคนหนึ่งกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัยพลางขมวดคิ้วแน่น
“เอิ่ม.....ข้าได้ยินมาว่าแร่ไฮเดอราบาดของชาวสินธุสามารถนำมาถลุงเป็เหล็กหวู่จือที่ยอดเยี่ยมได้ นั่นจึงทำให้ข้าคิดว่าพวกท่านขายเหล็กหวู่จือ !!”
แน่นอนว่า หวัง ชง ไม่สามารถบอกได้ว่าเขารู้จักเหล็กหวู่จือมาก่อน เขาจึงต้องหาคำอธิบายอื่นสำหรับเื่นี้ออกมา
“จริงหรือ !?”
ภิกษุเ่าั้ประหลาดใจอย่างมาก หลังจากสนทนากันอยู่นาน พวกเขาก็ตระหนักได้ว่า หวัง ชง เข้าใจผิดว่าแร่ไฮเดอราบาดของพวกเขาคือ เหล็กหวู่จือ
“พวกเรามีเพียงเหมืองแร่ไฮเดอราบาดเท่านั้น ไม่มีแร่ชนิดใดที่ชื่อว่าเหล็กหวู่จือเลย เกรงว่าคุณชายจะเข้าใจผิดแล้ว !!”
“อย่างไรก็ตาม ชื่อเหล็กหวู่จือเป็ชื่อที่ไพเราะมาก หากว่าคุณชายไม่ถือสา พวกเราขอนำชื่อนี้กลับไปยังบ้านเกิดของพวกเรา บางทีมันอาจจะกลายเป็ชื่อจริงของแร่ไฮเดอราบาด !!”
“ไม่เป็ไร !! เอาไปเถอะ !!”
หวัง ชง กล่าวพลางโบกมือไปมาแสดงให้เห็นว่ามันไม่ใช่เรื่อสำคัญนัก ในเวลาเดียวกันนั้น ความรู้สึกแปลกๆ ก็เกิดขึ้นภายในหัวใจของเขา
หวัง ชง ลืมไปแล้วว่าเหล็กหวู่จือนั้นมีมาก่อนใน่ชีวิตที่แล้วของเขา หากดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะกลายเป็คนตั้งชื่อให้กับเหล็กหวู่จือก็ว่าได้
สิ่งนี้ทำให้ หวัง ชง ประทับใจอย่างมากทีเดียวกับการมีส่วนร่วมสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาเช่นนี้
“ขอบคุณคุณชาย !!”
เมื่อเห็นว่า หวัง ชง ไม่ได้ติอะไรมันก็ทำให้ภิกษุทั้งสองยิ้มออกมาทันที อีกทั้งความประทับใจของพวกเขาต่อเด็กหนุ่มคนนี้ยังเพิ่มสูงมากขึ้นอีกด้วย
“ก่อนจะเริ่มคุยเื่การค้า ข้าขอดูแร่ไฮเดอราบาดของพวกท่านสักหน่อยได้หรือไม่ !!”
หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอน !!”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของ หวัง ชง เช่นนั้น ภิกษุทั้งสองก็รีบตกลงออกมาทันที ก่อนการเริ่มเจรจานั้น การขอดูสินค้าก่อนย่อมไม่ใช่เื่แปลกแต่อย่างใด
ภิกษุรูปหนึ่งอุ้มกระป๋องบรรจุหินแร่สีดำที่ดูสกปรกขึ้นมาใบหนึ่ง รูปร่างของมันดูประหลาดอยู่ไม่น้อย
“สิ่งนี้หรือ !?”
หวัง ชง ประหลาดใจอย่างมาก แต่เดิมแล้วเขาเห็นกระป๋องใบนี้อยู่ก่อนแล้ว จากรูปลักษณ์ภายนอกของมันก็สามารถรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่ภายในทวีปดินแดนศักดิ์สิทธิ์
อย่างไรก็ตาม หวัง ชง ไม่คาดหวังว่าพวกเขาจะพกพามันไปมาโดยซ่อนเอาไว้เช่นนี้
“สิ่งนี้แหละ !!”
ภิกษุรูปหนึ่งกล่าวพร้อมกับเปิดฝ่าของกระป๋องออก พร้อมกับหยิบก้อนแร่ขึ้นมา นั่นทำให้แร่ที่มีผิวสีดำ และพื้นผิวขรุขระปรากฏขึ้นต่อหน้าของ หวัง ชง
เมื่อมองดูแร่ก้อนนี้ หัวใจของ หวัง ชง ก็เต้นแรงขึ้นอย่างกะทันหัน มันคือแร่ไฮเดอราบาด ในที่สุดเขาก็ได้พบกับแร่ในตำนานนั้น
“ในที่สุดข้าก็พบมัน !!”
หัวใจของ หวัง ชง เต้นระรัวราวกลองศึก
เมื่อเทียบกับ่ชีวิตที่แล้วนั้น แร่ไฮเดอราบาดมีชื่อเสียงที่โด่งดังอย่างมาก แต่ในตอนนี้มันต่างกันออกไป
หวัง ชง กล้าเดิมพันจนหมดตัวด้วยซ้ำ แม้แต่ภิกษุทั้งสองก็ยังไม่รู้คุณค่าที่แท้จริงของแร่สีดำในมือของพวกเขา
ถนนวารีคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมาก มีผู้คนที่มีความมั่งคั่งจำนวนนับไม่ถ้วนบนท้องถนน แต่ทว่าไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะใส่ใจกับสิ่งนี้
หวัง ชง ตระหนักดีว่าหากเขาไม่ปรากฏตัวต่อหน้าภิกษุทั้งสองแล้วนั้น ต้าถังจะไม่มีโอกาสได้ผลผลิตอันมีค่าจากเหมืองไฮเดอราบาดแน่นอน
“ฮู่...!!”
หวัง ชง ยื่นฝ่ามือออกไปหยิบแร่ดำออกมาจากมือของภิกษุด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบ
“หนักมาก !!”
นี่เป็ความรู้สึกแรกเมื่อเขาได้ัักับแร่ไฮเดอราบาด หวัง ชง ทำการประเมินคร่าวเขาพบว่ามันหนักราวๆ สี่สิบถึงห้าสิบจินด้วยซ้ำ (1 จิน = 0.5 กก.)
ด้วยความแข็งแกร่งของ หวัง ชง ในตอนนี้ เขาแทบจะต้องใช้เรี่ยวแรงอันมหาศาลในการยกมันขึ้นมาด้วยซ้ำ
“ภิกษุทั้งสองรูปแข็งแกร่งมาก !!”
หวัง ชง จ้องมองไปที่ภิกษุทั้งสองอย่างไม่รู้ตัว แต่เดิมแล้วเขาให้ความสนใจต่อแร่ไฮเดอราบาดเท่านั้น แต่ไม่ได้ตระหนักถึงความแข็งแกร่งของมัน
เพื่อให้สามารถขนย้ายแร่ไฮเดอราบาดไปไหนมาไหนได้ราวกับว่ามันไม่มีน้ำหนักเช่นนี้ นั่นย่อมหมายความถึงความแข็งแกร่งของภิกษุทั้งสองที่ยากจะหยั่งถึงได้
หวัง ชง ไม่ได้จ้องมองพวกเขานานหนัก เพียงพริบตาความสนใจของเขาก็กลับมายังแร่สีดำในมืออีกครั้ง แร่ไฮเดอราบาดจะมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลกในไม่ช้า แม้ว่าลักษณะภายนอกของมันจะเป็จุดๆ สีดำ จนดูน่าเกลียดก็ตาม
แม้แต่ หวัง ชง เองก็ไม่สามารถแยกแยะโลหะที่ผสมอยู่ภายในแร่ก้อนนี้ได้
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ มันจึงไม่ใช่เื่แปลกแต่อย่างใด ที่แม้ว่าแร่ไฮเดอราบาดจะอยู่ในต้าถัง และแม้ว่าจะมีเหล่าเสนาธิการที่มีความรอบรู้จำนวนมากก็ตาม พวกเขาก็ยังไม่อาจมองเห็นคุณค่าของมันได้
อย่างไรก็ตาม หวัง ชง รู้ดีว่าแร่ หรือโลหะชนิดอื่นนั้นไม่สามารถเทียบกับแร่ชนิดนี้ได้
นี่เป็วัตถุดิบที่มีความคมในตัวเอง และเป็เหล็กที่เหมาะสมที่สุดในการตีอาวุธขึ้นมา
“ในเหมืองไฮเดอราบาดที่พวกเราพบเมื่อเร็วๆ นี้ยังมีแร่ที่หนักกว่าแร่ก้อนนี้อีกสามถึงสี่เท่า ด้วยความแน่นของเนื้อแร่จึงทำให้พวกเรารู้ว่ามันเป็หนึ่งในแร่เหล็กที่ดีที่สุด !!”
เสียงของภิกษุรูปหนึ่งเข้ามาในหูของ หวัง ชง
“แม้ว่าตอนนี้มันยังคงเป็เพียงแค่แร่ดิบ แต่ว่าภายในนั้นก็อัดแน่นไปด้วยเหล็ก ไม่จำเป็ต้องใช้การถลุงที่ซับซ้อนก็สามารถสกัดเหล็กออกมาจากก้อนแร่ได้ หากว่าท่าน้าเหล็กคุณภาพสูงแล้ว แร่ไฮเดอราบาดจะตอบสนองความ้าของท่านได้ !!”
“ยิ่งกว่านั้นแร่ไฮเดอราบาดยังมีความคมมาก พวกเราได้ลองนำมันมาตีเป็มีด แม้ว่าจะยังไม่ได้ลับคมของมัน แต่มันก็สามารถตัดผ่านโลหะชนิดอื่นได้ง่ายดาย ทำให้มันเหมาะสมที่สุดที่จะนำมาทำเป็เหล็ก !!”
“นี่เป็เพียงแค่แร่ชุดแรก ผู้ที่เสนอราคาสูงที่สุดจะได้รับเกียรติและกลายเป็พันธมิตรที่ดียิ่งสำหรับพวกเรา !!”
……….
ภิกษุทั้งสองกล่าวอธิบาย
เมื่อได้ยินคำกล่าวของภิกษุทั้งสองเช่นนี้ หวัง ชง ก็อดไม่ไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา จากคำกล่าวที่ตรงไปตรงมาของพวกเขา มันก็ไม่ใช่เื่แปลกที่พวกเขาจะกลับไปมือเปล่า และทำให้แร่ไฮเดอราบาดหลุดจากการของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
หากเทียบกันแล้ว คำอธิบายเกี่ยวกับเหล็กหวู่จื่อใน่ชีวิตที่แล้วของเขามีความกระชับ และชัดเจนกว่านี้มาก
อาวุธที่งดงาม และมีความคมถึงขีดสุด เป็ฝันร้ายท่ามกลางสมรภูมิรบ
ในแง่นี้ หากเทียบกันแล้ว หวัง ชง มีความรู้มากกว่าภิกษุทั้งสองมาก
............................