AIBO 相棒
5.2 ศึกสิบห้างบางลำพู (2)
ตอนนี้เขายืนงงในดงเครื่องแบบ.............สับสนไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้น
“เอ่อ....ผม...นินครับ.....ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เขายื่นมือไปจับกับผู้การ
ผู้การจับมือเขา บีบมือไว้แน่น “เก่งมากนะครับที่รอดมาได้เกิน 48 ชั่วโมง”
เขารีบดึงมือออกยกขึ้นเกาหัวแกรก...ๆ “อ่า....ก็ไม่หรอกครับ.....โชคดีน่ะครับเลยรอดมาได้”
ผู้การหันมาจ้องตาเขาเขม็งแล้วยิ้มนิดๆ “โชคดี? ......หรือว่า.........มีของดี? ......เหรอครับ?”
เขารู้สึกเย็นวาบเขาไม่สบายใจกับสายตาที่จ้องจับผิดของชายคนนี้มาก
ริเวียแจ้งแผนการทำลายศัตรูและวางเส้นทางหนีให้กับเขา ตรงถนนด้านนอกมีสิบเอ็ดคน ข้างใน-นอกอาคารมีแปดคน
ให้ฉันจัดการเลยนะ เขาใกับความคิดของเธอ “ใจเย็นๆ ครับคุณริเวีย ผมคิดว่าตอนนี้เราน่าจะยังปลอดภัย”
“ตึง.....ตึง.......ตึง......” เสียงฝีเท้าหนักๆ ใกล้เข้ามา พื้นสั่นะเืตามจังหวะของเสียงฝีเท้านั้น
เสียงจากวิทยุดังขึ้น “ซ่า...ซ่า...ทีมภาคพื้นทั้งหมด......ไคจูกลายพันธุ์ระดับ 3 ขึ้นฝั่งที่ท่าพระอาทิตย์แล้ว....เปลี่ยน...แก็ก”
ผู้การแมทสั่งเสียงดังเ้าหน้าที่ทุกคนขยับตัวรับทันที “ประจำตำแหน่ง.....ทำตามแผนที่วางมา”
“รับทราบ” ตอนนี้ทุกคนแยกกันไปประจำตำแหน่งกันอย่างเร่งรีบ
ผู้การแมทหันมาพูดกับเขา “ตามผมมา......สิ่งนี้ผมคิดว่ามันน่าจะมีประโยชน์กับคุณ”
.................................................
ผู้การแมทและเ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งขึ้นมาบนดาดฟ้าของห้างพร้อมอุปกรณ์หลายอย่าง พวกเขาพานินขึ้นมาด้วย
ทุกคนมองจากบนดาดฟ้าห้างตั้งฮั่วเส็งหันไปทางท่าพระอาทิตย์ มีเสียงดังโครมครามพร้อมแรงสั่นะเืตามมา
ไคจูกลายพันธุ์ระดับสามมันตัวใหญ่กว่าตึกที่พวกเขายืนกันอยู่พอสมควร มันสูงเกือบ 40 เมตรโดยประมาณ
ตอนนี้ท่าพระอาทิตย์ตกอยู่ในทะเลเพลิง ตัวประหลาดมีรยางค์สี่สาย คล้ายคนไม่มีหัว ิัเหมือนยางสีดำน่าขยะแขยง
มีละอองสีม่วงเรืองแสงเป็จังหวะคล้ายแสงกะพริบของหิ่งห้อยอยู่ภายใต้ิัสีดำนั้น
มันมุ่งหน้าตรงสู่บางลำพู อาคารบ้านเรือนพังพินาศย่อยยับไปตลอดเส้นทางที่มันเดินผ่าน
เขาหันมามองผู้การแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็กังวล “ทำไมไม่อพยพคนหล่ะครับ? ตรงนั้นไม่มีคนอยู่แล้วเหรอ? .......?”
ผู้การแมทไม่ได้ตอบอะไรเขากำลังอ่านข้อมูลบางอย่างจากแท็ปเบล็ดในมือ
“พับๆๆๆ .....พับๆๆๆ ......” เสียงเฮลิคอปเตอร์หลายลำบินเข้ามาใกล้ พวกมันบินผ่านหัวพวกเขาไป
เขาสังเกตว่า มีแท่งเหล็กขนาดใหญ่รูปร่างแปลกตา ผูกอยู่ด้านใต้ท้องเครื่องของเฮลิคอปเตอร์ทุกลำ
.....................................................................................
นักบินเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งกดปุ่มใช้วิทยุสื่อสารแล้วพูดขึ้น
“ซ่า......ถึงจุดนัดหมายแล้ว.....แยกกันปล่อยแกนโลหะกักพลัง..........เปลี่ยน
ตอนนี้ฝูงบินเฮลิคอปเตอร์มีจำนวนสี่ลำบินอยู่บนท้องฟ้า ทั้งหมดแปรขบวนแยกออกเป็สองทาง เส้นทางละสองลำ
เมื่อพวกมันบินไปสักระยะ ฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ก็ทิ้งแท่งเหล็กหน้าตาประหลาดพวกนั้นลงมา
“ตึงๆ .....ตึงๆ” เสียงอะไรใหญ่ๆ หนักๆ ปักลงพื้นดังขึ้น พอแท่งเหล็กลงถึงพื้นก็มีขาหยั่งเล็กๆ หลายอันออกมาช่วยพยุงมันไว้
ตอนนี้พวกมันทั้งสี่อันปักอยู่บนพื้นตรงสามแยกถนนจักรพงษ์ตัดกับถนนไกรสีห์ กระจายตัวคล้ายกำแพงแบบหยาบๆ
เ้าหน้าที่วิทยุที่อยู่บนดาดฟ้าขยับหูฟังแล้วพูดขึ้น “ตอนนี้แกนโลหะกักพลังอยู่ในตำแหน่งแล้วค่ะ”
“ฮุมมมม....” เ้าไคจูกลายพันธุ์ส่งเสียงคำรามออกมา พลังเสียงของมันทำเอาพวกในเครื่องแบบขาสั่นกันไปบ้างด้วยความกลัว
ตอนนี้มันมาถึงมัสยิดจักรพงษ์แล้ว อีกไม่ไกลก็จะถึงดาดฟ้าห้างที่พวกเขายืนอยู่
“...ฟู่...” มีเสียงเหมือนลมถูกปล่อยออกจากยางช้าๆ แท่งเหล็กหน้าตาประหลาดตรงสามแยกมีควันสีม่วงลอยอ้อยอิ่งออกมา
ไคจูกลายพันธุ์ส่งเสียงคำรามเบาๆ มันหันหน้าแล้วมุ่งตรงไปที่แท่งเหล็กพวกนั้นทันที
ผู้การแมทยืนอยู่บนดาดฟ้ามองดูสถานการณ์ เบื้องหน้าอย่างเยือกเย็น อยู่ๆ ก็พูดขึ้นด้วยเสียงเฉียบขาด
........ “เริ่มปฏิบัติการตามแผนได้” .......
เ้าหน้าที่วิทยุรับคำผู้การ “รับทราบ” แล้วเธอก็ถ่ายทอดคำสั่งของผู้การทันที
เสียงวิทยุคำสั่งดังออกจากวิทยุสื่อสารทุกเครื่องทุกหน่อย “ซ่า.........หน่วยไอโบปฏิบัติการได้...........แก็ก”
..............................................................
“ซ่า.........หน่วยไอโบปฏิบัติการได้...........แก็ก” เสียงดังออกมาจากวิทยุสื่อสารสนาม ที่วางอยู่บนหลังคารถสปอร์ตคันหรู
มันจอดอยู่กลางสามแยกถนนสิบสามห้าง มีคนยืนอยู่ข้างรถคันนั้น เขาเป็ชายตาหรี่เล็กผิวขาวอมเหลือง ไว้ผมสั้นสีทอง
ใส่สูทสุดเนี๊ยบกางเกงและไทท์เข้าชุดสีดำ รองเท้าหนังสีน้ำตาล เสื้อเชิ้ตขาวสะอาดใส่ทับในเรียบร้อบติดกระดุมถึงคอ
ชายคนนั้นปิดประตูรถสปอร์ต เดินตรงเข้าไปหาเ้าไคจูกลายพันธุ์แบบสบายๆ เหมือนเดินไปสังสรรค์หลังเลิกงาน
เขาเอื้อมมือไปเอาบุหรี่ออกจากปากแล้วพูดขึ้นเบาๆ “.....AIBO-03 (ไอโบศูนย์สาม) .....”
“........ปัปๆๆๆ .......บรื๊นนๆๆ .......” เสียงเครื่องบินใบพัดแบบโบราณหลายลำดังกระหึ่มมาจากด้านหลังของเขา
พวกมันบินผ่านหัวเขาไปอย่างเร็วตามด้วยระดมยิงจรวดใส่ไคจูกลายพันธุ์เกิดเป็เสียงะเิดังสนั่นติดๆ กัน” ...ตูมมๆๆ ....”
เ้าั์กระตุกอย่างแรง แล้วส่งเสียงคำรามออกมา” ......ฮูมมมมม.......”
เสียงปืน เสียงะเิที่รุนแรง และเสียงจากเครื่องบินใบพัดดังกระหึ่มต่อเนื่องไม่มีหยุด” .....ปังๆๆ ...ตูมๆๆ .....ตูมมมๆ .....”
ตอนนี้ฝูงบินวินเทจ มิตซูบิชิ เอ6เอ็ม ซีโร่สี่ลำกำลังรุมถล่มเ้าไคจูอย่างหนัก
เครื่องยนต์ของพวกมันคำรามขณะทำลายเป้าหมายเหมือนสัตว์ร้ายกำลังเข้าขย้ำเหยื่อ
พื้นที่ตรงนั้นมีแต่เปลวไฟและฝุ่นควันปกคลุมจนมองอะไรไม่ถนัด
ชายในสูทดำเอามือแตะหูฟังสองทีแล้วพูดเสียงเรียบๆ “หยางมี่? .....เธออยู่ไหนเนี่ย?”
..............................................................
เสียงดังกระหึ่มจากท่อไอเสียของเครื่องยนต์แรงม้าสูงลั่นไปทั้งบางลำพู “.........แว๊นส์ๆๆๆๆ ..........แว๊นนนนน.........”
มอเตอร์ไซค์คันใหญ่สีแดงพุ่งทะยานขึ้นจากสะพานนรรัตน์สถานข้ามคลองมุ่งหน้าเข้าไปสามแยกที่เ้าไคจูยืนอยู่
เด็กสาวตัวเล็กผิวขาวใสหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ถักเปียคู่ยาวถึงสะโพก เปียข้างนึงเป็สีน้ำเงินอีกข้างนึงเป็สีขาว
คร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์สีแดงคันนั้น เธอใส่เสื้อยืดสีดำตัวหลวมโคร่งมีรูปปีศาจและตัวอักษร Metallica อยู่บนเสื้อ
กางเกงขาสั้นมากๆ จนเหมือนว่าเธอไม่ได้ใส่กางเกง สาวน้อยหยางมี่มองไปที่เ้าั์ขนาดสี่สิบเมตรตรงหน้า
เธอทำตาโตที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ไอ๋หยา? .......อาเคงจิ? ........มังใหญ่กว่าที่ลื้อบ็อกนิหว่า?” เธอพูดติดสำเนียงจีนนิดๆ
ชายใส่สูทที่ถูกเรียกว่าเคนจิตอนนี้อยู่ห่างจากสามแยกไม่ถึงยี่สิบเมตรแล้ว
เขามองหน้าเ้าไคจูชัดๆ มันพยายามเข้าจับแท่งกักพลังอันหนึ่ง แม้ว่ากำลังโดนโจมตีอย่างหนักจากทางอากาศ
เขาจ้องเ้าตัวประหลาดเขม็งเหมือนพยามหาอะไรบางอย่าง เขาหยิบบุหรี่มาใส่ปาก แล้วเอามือล้วงไฟแช็กขึ้นมาจุด
“...........ตูมมม..........” มอเตอร์ไซค์คันใหญ่สีแดงที่หยางมี่ขี่มาจากอีกทางลอยผ่านหน้าเคนจิพุ่งชนเ้าไคจูเต็มแรง
รถมอเตอร์ไซค์ะเิออกเสียงดังสนั่น เปลวไฟพุ่งออกมา ร่างของหยางมี่ลอยกระเด็นไปในอากาศ
เธอหันมายักคิ้วให้เขา ริมฝีปากสีแดงสดของหยางมี่ขยับเหมือนพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาไม่ได้ยินเสียงเธอ
ทันใดนั้นชายใส่เกราะแบบนักรบจีนโบราณสีขาวสะอาดค่อยๆ ปรากฏตัวออกมา ในมือข้างหนึ่งของเขาถือทวนยาวสีเงิน
มืออีกข้างหนึ่งคว้าตัวหยางมี่ที่ลอยอยู่ในอากาศหน้าตาลัลล้าเกินพอดีมากอดไว้
มีผลึกน้ำแข็งบางๆ ห่อหุ้มทั้งคู่ไว้ ดูเหมือนจะเป็เกราะป้องกันพวกเขาจากเปลวไฟและแรงะเิ
นักรบจีนโบราณะโยืนบนแท่นน้ำแข็งกลางอากาศที่ปรากฏออกมาจากใต้เท้าของเขา
มันดูเหมือนแผ่นน้ำแข็งบางๆ ที่ลอยอยู่ นักรบจีนโบราณะโอีกสองสามทีก็ถึงพื้น เขาค่อยๆ วางเธอลงอย่างระมัดระวัง
หยางมี่ยืนขึ้นเท้าสะเอวชี้นิ้วแล้วพูดไปที่เ้าไคจูกลายพันธุ์ ว่า “จักกางมังเลย........อาเฮียจูล่ง”
พูดจบนักรบจีนโบราณที่เธอเรียกว่าจูล่งก็พุ่งไปข้างหน้าทันที
เขาซัดหอกสีเงินในมือใส่ขาของไคจูกลายพันธุ์ “...ปึกก...” หอกของเขาปักเข้าในผิวของมัน ลึกเกือบครึ่งนึงของความยาวหอก
“แกร็กๆ ......เปรี๊ยๆ” ส่วนที่โดนหอกแทงมีเกล็ดน้ำแข็งมากมายลามขึ้นมาเกาะทันที
เขาะโขึ้นไปจับด้ามหอกของเขาไว้แล้วง้างตัวเตะส่วนปลายหอกที่ติดอยู่กับตัวของเ้าไคจูอย่างแรง
“......เปรี้ยงงงง......” หอกสีเงินและตัวเขาลอยสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า ขาเ้าไคจูส่วนที่หอกปักอยู่แตกกระจุย
ชิ้นส่วนของไคจูที่เย็นจนแข็งเป็น้ำแข็งกระเด็นเกลื่อนถนนไปหมด “....ครืนนนน....” เสียงเ้าไคจูครูดไปกับอาคาร
มันเสียหลักทรุดลงตอนนี้ขามันใช้งานไม่ได้ไปหนึ่งข้างแล้ว “....ฮืมมมม....” เ้าไคจูส่งเสียงคำรามในคอ
“..........ฟิ้ววว........” เสียงแหวกอากาศดังมาจากบนท้องฟ้าเหนือหัวเ้าไคจู มันค่อยๆ ขยับตัวขึ้นไปมอง้า
ลำแสงสีขาวคล้ายลูกศรขนาดใหญ่พุ่งลงมาจากบนท้องฟ้า ที่ส่วนปลายหางมีละอองน้ำแข็งลอยอ้อยอิ่งออกมา
ภายในลำแสงคือจูล่งและหอกสีเงินในมือของเขา “....ตูมมมม...” แสงสีขาวพุ่งปะทะร่างของเ้าไคจูอย่างแรง
ไหล่ของเ้าไคจูกลายพันธุ์แหลกกระจุย ลำแสงสีขาวทะลวงผ่านร่างกายของเ้าไคจูง่ายดายเหมือนฉีกกระดาษ
รยางค์ที่เหมือนแขนของมัน ขาดออกร่วงลงสู่พื้นเกิดเป็เสียงดังสนั่น “......โครม....ครืน......ตึง.....” มันทิ้งตัวล้มลงทันที
สิ้นเสียงและฝุ่นควันที่ค่อยๆ จางลง ผู้การกับนิน และทุกๆ คนบนดาดฟ้าห้างล้วนมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
ตอนนี้เ้าไคจูเริ่มระเหิดเป็ควันสีม่วงแล้ว “แวปๆ ..แวปๆ ...มีแสงไฟติดขึ้นที่แกนโลหะกักพลังทั้งสี่ต้น......
ควันสีม่วงลอยเข้าไปในเสาหน้าตาประหลาดพวกนั้นเหมือนฮู้ดดูดควันในครัว
เขาหันไปหาผู้การแมทแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสน “พวกคุณไม่ใช่หน่วยกู้ภัย.........พวกคุณเป็ใครกัน?”
................................................................................................................
つづく