หลังข้อความจาก MidnightAdmin เด้งขึ้นมา ห้องเช่าของผมก็ไม่เหมือนห้องเดิมอีก
พัดลมยังหมุน โต๊ะยังรก เงินห้าหมื่นยังวางอยู่ข้างคีย์บอร์ด แต่ทุกอย่างดูเหมือนถูกจัดไว้เป็นฉากรอเหตุการณ์หนึ่ง ผมมองประตูไม้ มองลูกบิด มองโซ่คล้อง แล้วภาพแขนสีดำในคลิปก็ซ้อนขึ้นมาเองในหัว
อีกไม่นาน มันจะมาเคาะ
ผมไม่รู้ว่าถ้าหนีออกจากห้องตอนนี้จะรอดไหม ในคลิปผมเห็นตัวเองยืนอยู่หน้าประตู แต่คลิปอาจโกหกก็ได้ หรือแย่กว่านั้น มันอาจอยากให้ผมหนี เพื่อให้ผมทำเหมือนคนก่อนหน้า
โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง
MidnightAdmin ส่งรูปหนึ่งมา เป็นภาพข่าวเก่าจากเว็บท้องถิ่น หัวข้อสั้น ๆ
ช่างคอมเสียชีวิตปริศนาคาห้องพัก
ผมซูมภาพ มือเริ่มสั่น ห้องในข่าวคล้ายห้องผมจนน่าขนลุก โต๊ะซ่อมคอม เคสสีดำ เงินสดห้าปึก และรอยมือดำบนพื้นลากจากประตูไปถึงเก้าอี้ ในข่าวบอกว่าผู้ตายชื่อชัย เป็นช่างคอมรับจ้างเหมือนผม เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลว แต่คอของเขาในภาพถูกบิดผิดรูปจนผมต้องรีบเลื่อนหนี
ใต้รูป MidnightAdmin พิมพ์มาอีก
ชัยไม่ทำตามกฎ
ผมนั่งนิ่งอยู่หน้าจอ ความคิดในหัววิ่งชนกันไปหมด ชายที่เอาเครื่องมาให้ผมคือใคร เป็นชัยหรือเปล่า เป็นคนส่งต่อหลังชัยตาย หรือเป็นแค่คนของระบบที่ทำหน้าที่พาเครื่องไปหาช่างคนใหม่
คอมบนโต๊ะส่งเสียงแกรกเบา ๆ
หน้าต่างแชตเปิดขึ้นเองบนจอ คราวนี้ข้อความไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษยาก ๆ หรือคำสั่งคอม มันพิมพ์เป็นภาษาไทยชัดเจน เหมือนตั้งใจให้ผมเข้าใจทุกคำ
กฎสำหรับช่างคอมคนใหม่
1. ห้ามปิดหน้าต่างแชตจนกว่าจะเห็นคำว่า "จบงาน" หลังเวลา 06.00 น.
2. ถ้าเงาในจอแตะหลังคุณ ให้ลดแสงหน้าจอให้มืดที่สุด เพื่อไม่ให้มันเห็นคุณชัด
3. เวลา 03:33 มันจะเคาะประตูจริง ห้ามหันไปมอง ห้ามตอบ ห้ามเปิด ให้พิมพ์คำว่า เริ่มใหม่ ซ้ำ ๆ เพื่อทำให้คลิปสะดุด
4. ถ้าในจอมันกอดคุณ ให้ดึงสายเมาส์กับคีย์บอร์ดออกทันที เพราะมันจะใช้มือคุณแทนมือมัน
5. ถ้าไฟในห้องดับ ห้ามให้หน้าคุณหายไปในความมืด ต้องมีแสงจากจอส่องหน้าไว้
ผมอ่านกฎซ้ำสองรอบ
มันดูเหมือนคู่มือเอาตัวรอด แต่ยิ่งอ่านยิ่งรู้ว่ามันตั้งใจให้ขัดกันเอง ข้อสองบอกให้ลดแสงจอจนมืด ถ้าเงาแตะหลัง ข้อห้าบอกว่าถ้าไฟดับ ต้องให้จอส่องหน้าไว้ ถ้าสองอย่างเกิดพร้อมกัน ผมต้องเลือกเอง และเลือกผิดก็อาจตายเหมือนชัย
ข้อความสุดท้ายขึ้นมา
อย่าพยายามเก่งกว่ากฎ ให้หาช่องว่างในกฎ
ผมกลืนน้ำลาย
นั่นเป็นประโยคที่ฟังเหมือนคำแนะนำ แต่ก็เหมือนคำเยาะเย้ย คนที่เขียนกฎรู้ดีว่าคนกลัวจะทำตามทุกคำ และคนทำตามทุกคำจะพลาดในจุดที่กฎไม่พูด
ผมเริ่มเตรียมตัวอย่างที่ช่างคอมจน ๆ คนหนึ่งพอจะทำได้
ผมขยับคีย์บอร์ดให้อยู่ใกล้มือที่สุด วางนิ้วบนแป้น พิมพ์คำว่า "เริ่มใหม่" ลองไว้ในหัวซ้ำ ๆ ไม่กล้ากดส่งก่อนเวลา ผมจับสายเมาส์กับคีย์บอร์ดให้รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน ถ้าต้องดึงในความมืดจะได้ไม่พลาด ผมหันจอเข้าหาตัวมากขึ้น เผื่อไฟดับจริง ๆ อย่างน้อยแสงจากจอจะยังโดนหน้า
ผมไม่กล้าขยับเงินบนโต๊ะ
แบงก์พันห้าปึกวางเงียบเหมือนไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งที่มันเป็นเหตุผลที่ผมนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรก ถ้าไม่มีเงิน ผมคงไม่เปิดประตูให้ชายคนนั้น ถ้าไม่มีหนี้ ผมคงไม่ยอมรับงานที่ไม่มีชื่อ ไม่มีเบอร์ ไม่มีใบรับเครื่อง
แต่ถ้าผมทิ้งเงินแล้วหนี เฮียตงก็ยังอยู่
ความกลัวผีอย่างหนึ่ง ความกลัวคนทวงหนี้อีกอย่างหนึ่ง มันยืนขนาบผมคนละฝั่ง และทั้งคู่ไม่ยอมให้ผมเดินออกไปง่าย ๆ
03:20
คลิปอนาคตยังเล่นวนอยู่บนจอ ภาพผมยืนหน้าประตู แขนสีดำบิดลูกบิด เวลา 03:33 กะพริบอยู่มุมล่าง ผมพยายามมองหาสิ่งที่ต่างจากห้องจริง รอยรองเท้า ตำแหน่งเงิน เงาประตู บางอย่างที่บอกได้ว่าถ้าเปลี่ยนตำแหน่งของสิ่งของ อนาคตอาจเปลี่ยน
ผมเลื่อนเก้าอี้ออกจากหน้าประตูนิดหนึ่ง
ในคลิป เก้าอี้ก็เลื่อนตาม
ผมเอากล่องเครื่องมือไปขวางประตู
ในคลิป กล่องเครื่องมือก็ไปอยู่ตรงนั้น
เหมือนอนาคตปรับตัวตามผมทันที ไม่ว่าผมจะทำอะไร ภาพปลายทางยังเป็นประตูบานเดิม แขนสีดำเดิม และผมที่ยืนตัวแข็งเหมือนรอให้มันเข้ามา
ผมเกือบถอดใจ
แล้วผมสังเกตเห็นสิ่งหนึ่ง
ในคลิป มือของผมว่าง
แต่ตอนนี้มือซ้ายผมจับสายคีย์บอร์ดไว้
ภาพในคลิปไม่ได้เปลี่ยนจุดนี้ทันที มันเหมือนมองเห็นสิ่งใหญ่ ๆ ในห้อง แต่ไม่ทันสิ่งเล็ก ๆ ที่ผมตั้งใจทำเงียบ ๆ นั่นอาจเป็นช่องว่าง
ผมดึงสายเมาส์กับคีย์บอร์ดให้หลวมกว่าเดิม ให้ปลั๊กพร้อมหลุดถ้ากระชากแรงพอ แล้วใช้เทปพันสายไฟติดปลายสายไว้กับข้อมือตัวเองหลวม ๆ ถ้าผมหมดสติหรือถูกดึง มืออาจกระชากสายออกเอง อย่างน้อยก็มีโอกาส
ลำโพงเก่าบนชั้นดังซ่า
"ฉลาด..."
เสียงนั้นทำให้ผมหยุดหายใจ
"แต่... ยัง... ช้า..."
ไฟนีออนกะพริบ
ในจอ เงาดำหายไปจากหลังชั้นวาง
ผมไม่กล้าหันไปมองว่ามันไปอยู่ตรงไหนในห้องจริงหรือเปล่า สายตาผมจ้องจออย่างเดียว จนเห็นภาพในคลิปเปลี่ยน เงาดำนั้นมายืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของผมแล้ว ในจอ ปลายมือของมันยื่นเข้าหาแผ่นหลังผม
ความเย็นแตะท้ายทอยจริง ๆ
ไม่ใช่ลมจากพัดลม ไม่ใช่อากาศห้องแอร์ มันเย็นเหมือนมีผ้าเปียกที่แช่ไว้ในน้ำศพมาวางบนคอ ผมสะดุ้ง แต่นึกถึงกฎทัน
ถ้าเงาในจอแตะหลังคุณ ให้ลดแสงหน้าจอให้มืดที่สุด
ผมเอื้อมมือไปกดปุ่มจอ นิ้วสั่นจนกดผิด เมนูเล็ก ๆ เด้งขึ้น ผมกดลดแสงรัว ๆ
80
50
20
0
หน้าจอมืดลง
เงาในจอจางไปพร้อมแสง เสียงซ่าของลำโพงเบาลง ผมหายใจออกได้ครึ่งหนึ่ง
แล้วไฟห้องดับ
มืดสนิท
กฎข้อห้าพุ่งเข้ามาในหัวทันที ถ้าไฟในห้องดับ ห้ามให้หน้าคุณหายไปในความมืด ต้องมีแสงจากจอส่องหน้าไว้
แต่ผมเพิ่งลดแสงจอเป็นศูนย์
ผมเข้าใจแล้วว่ากฎไม่ได้ถูกเขียนเพื่อช่วย มันถูกเขียนเพื่อบีบให้ผมต้องเลือกระหว่างตายสองแบบ ถ้าเพิ่มแสง มันอาจเห็นผม ถ้าไม่เพิ่มแสง หน้าผมหายไปในความมืด และผมไม่รู้ว่าความมืดนั้นจะเอาอะไรไปจากผม
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อก
ก๊อก
ก๊อก
เบามาก
สุภาพมาก
และตรงเวลาจนผมเย็นทั้งตัว
03:33
ผมวางนิ้วบนคีย์บอร์ดในความมืด แล้วพิมพ์
เริ่มใหม่
Enter
เริ่มใหม่
Enter
เริ่มใหม่
Enter
ทุกครั้งที่ผมกดส่ง เสียงเคาะประตูจะสะดุดเหมือนเทปถูกกรอกลับครึ่งวินาที ลูกบิดที่กำลังหมุนหมุนกลับไปนิดหนึ่ง แล้วเริ่มใหม่อีกครั้ง ผมเข้าใจทันทีว่าเหตุผลของคำนี้ไม่ใช่ทำให้มันหาย แต่ทำให้ช่วงเวลาที่มันเข้ามาถูกเริ่มซ้ำ จนมันไปต่อไม่ได้
ผมรัวคำเดิมต่อ นิ้วเริ่มปวด หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดจากอก
หน้าจอมืดเกือบสนิท แต่มีแสงจาง ๆ จากตัวหนังสือในแชตพอให้เห็นหน้าตัวเองสะท้อน ผมต้องก้มให้แสงนั้นโดนหน้าไว้ ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ให้เงาเห็นชัดเกินไป
นี่แหละช่องว่าง
ไม่สว่างพอให้มันเห็น
ไม่มืดพอให้มันเอาผมไป
ผมพิมพ์ต่อจนคำว่าเริ่มใหม่ไม่เหมือนคำอีกต่อไป มันกลายเป็นจังหวะหายใจ เป็นเสียงนิ้วกระแทกแป้น เป็นเชือกเส้นเดียวที่รั้งประตูไว้ไม่ให้เปิด
แล้วคีย์บอร์ดก็เริ่มพิมพ์เอง
ไม่ใช่คำว่าเริ่มใหม่
มันพิมพ์ว่า
คืนค่า
คืนค่า
คืนค่า
ผมรู้ทันทีว่ามันกำลังแย่งมือผม
ในจอ เงาดำโน้มเข้ากอดร่างของผมจากด้านหลัง
กฎข้อสี่
ถ้าในจอมันกอดคุณ ให้ดึงสายเมาส์กับคีย์บอร์ดออกทันที
ผมกระชากข้อมือสุดแรง
สายที่พันไว้หลุดจากเครื่องพร้อมกัน ประกายไฟสีเขียวแลบใต้โต๊ะ เสียงฮาร์ดดิสก์กรีดสูงเหมือนคนร้องผ่านโลหะ ประตูหยุดเคาะทันที
ห้องเงียบ
เงียบจนผมได้ยินเสียงตัวเองหอบ
จากลำโพงเก่าบนชั้น เสียงกระซิบดังขึ้นช้า ๆ
"ยัง... ไม่... จบ..."
หน้าจอสว่างขึ้นเองเพียงเสี้ยวหนึ่ง
ข้อความสีขาวกลางจอเขียนว่า
เป้าหมายรอดชั่วคราว
กำลังสร้างสำเนา