ประตูปิดสนิทลงพร้อมกับความว่างเปล่าที่เข้าปกคลุมดินทิ้งตัวลงนั่งเคว้งคว้างจมอยู่กับความคับแค้นใจและความรู้สึกผิด เขาเพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานเกมแก้แค้นของวีเพียงเพราะผู้หญิงคนนั้นต้องการครอบครองผู้ชายคนเดียว เขานึกถึงชาขึ้นมาทันทีแม้รู้ดีว่าเวลานี้มันสายเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้อีกแล้วก็ตาม
ในจังหวะนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของดินก็ดังขึ้นแต่เขาไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะหยิบขึ้นมาดูปัดนิ้วตัดสายทิ้งแล้วตัดสินใจกดปิดเครื่องหนีโลกภายนอกทั้งหมด ในค่ำคืนนี้เขาต้องกลับมานอนจมอยู่ลำพังคนเดียวท่ามกลางความเงียบเหงาและความว่างเปล่าที่คุ้นเคยดินค่อย ๆ หลับตาลง ปล่อยให้ความมืดมิดกลืนกินความรู้สึกทั้งหมดไปอย่างช้า ๆ
❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉
ฉันมาที่คอนโดฝั่งตรงข้ามที่นัชบอกว่าจะมาเช่าไว้ให้ฉันอยู่ช่วงคราว น่าแปลกที่ในห้องเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของนัชหลายชิ้นทั้งเสื้อผ้าและรองเท้าที่วางเรียงรายราวกับว่าเจ้าของห้องแวะเวียนกลับมาใช้งานอยู่เป็นประจำ
"เอ.....มาเช่าไว้นานแล้วเหรอ?”
“อืม...นานแล้วแหละ”
ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรเพราะในตอนแรก เขาพูดเหมือนว่าจะเช่าห้องที่คอนโดตรงข้ามให้ฉันอยู่แต่มันกลายเป็นคอนโดที่เขาเช่าไว้นานแล้ว...ทำไมต้องเช่าห้องฝั่งตรงข้ามไว้อีกห้องหรือมันเป็นห้อง...ที่เก็บไว้เพื่ออยู่กับใครในสมองฉันตอนนี้ไม่มีความคิดในแง่ดีสักอย่าง ทุกอย่างมันดูมีพิรุธและน่าสงสัยแต่ถึงกระนั้นฉันก็ไม่ได้ถามอะไร
หลังจากจัดการเสื้อผ้าที่น้อยนิดของฉันเสร็จแล้ว นัชก็พาออกไปหาอะไรกินนอกบ้านก่อนจะกลับเข้ามาพักผ่อนและเอ่ยปากชวนให้ฉันเข้าไปอาบน้ำด้วยกัน แน่นอนว่าฉันรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไรการตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่นี่อาจแลกมาด้วยความสะดวกสบาย มีทั้งห้องพักสวยหรูมีงานมั่นคง แถมยังมีรถป้ายแดงให้ขับแต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักสำหรับการคบหากับไอดอลชื่อดังเพียงแต่สิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจฉันเสมอมาคือ... เขาจริงจังกับฉันมากแค่ไหนกันแน่
เวลาผ่านจนกระทั่งการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องยาวปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ ฉันเองก็เริ่มทำงานเป็นผู้จัดการส่วนตัวได้คล่องแคล่วขึ้นนัชมีตารางงานแน่นเอี๊ยดจนน่าใจหาย งานหลั่งไหลเข้ามาทุกวันบางวันรับยาวเหยียดถึงสองหรือสามงานจนฉันอดเป็นห่วงสุขภาพของเขาไม่ได้ ทำให้ช่วงหลังมานี้เราแทบจะไม่มีเวลาสวีตหวานหรือกุ๊กกิ๊กกันเหมือนเก่า
❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉
ในคืนวันหนึ่งที่แสนเหนื่อยฉันเลิกงานดึกดื่นจนเกือบตีหนึ่งหลังจากขับรถไปส่งนัชเข้าที่พักเรียบร้อยฉันกดลิฟต์ขึ้นมาที่ชั้นสิบสอง ในจังหวะที่กำลังจะก้าวเท้าไปไขกุญแจห้องเสียงปลดล็อกประตูจากห้องพักฝั่งตรงข้ามก็ดังขึ้น ฉันหยุดนิ่งแล้วหันหลังไปมองทันใดนั้นเองดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อใบหน้าที่เห็นนั้นคือคนที่คุ้นที่สุด
"ดิน!"ฉันอุทานเรียกชื่อเขาออกมาเสียงดัง
"อ้าวคุณ!ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ"
ดินเองก็มีสีหน้าตื่นตะลึงไม่แพ้กัน
"ฉันต้องเป็นฝ่ายถามนายมากกว่าว่ามาโผล่อยู่ที่นี่ได้ยังไง"
"พอดีหนิงเขามีห้องพักอยู่ที่นี่น่ะครับผมก็เลยตัดสินใจย้ายมาอยู่กับหนิงที่นี่"
อะไรมันจะซวยป่านนั้น อุตส่าห์หนีมาไกลถึงที่นี่แล้วยังต้องมาเจอตัวปัญหานี่อีก
“เหรอ....”
ฉันไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดอีกต่อไปจึงตัดบทด้วยการเดินเข้าห้องพักแล้วปิดประตูกระแทกใส่หน้าเขาทันที ทำไมนะ...ฉันถึงหนีผู้ชายคนนี้ไม่พ้นสักที
ฝ่ายดินเองก็รีบถอยกลับเข้าห้องเช่นกันความจริงคือเขาย้ายเข้ามาอยู่ห้องนี้ได้เกือบอาทิตย์แล้วแต่เขาเลือกที่จะปิดปากเงียบ ไม่บอกเรื่องที่เขาได้เลิกกับหนิงไปแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อนหน้านั้น หลังจากวันที่ดินรู้ความจริงและตัดสินใจเลิกกับหนิงอย่างที่เธอต้องการวีก็โทรเข้ามา
"นี่ฉันเอง...วีนะ"
"เธอ...ต้องการอะไรอีก"
ดินถามด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง
"ทำไมถึงคิดว่าฉันต้องการอะไรจากนายด้วยล่ะ"
"คุณจ้างหนิงให้เลิกกับผมเพื่อแกล้งชาอย่างนั้นเหรอ?"
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะก่อนจะอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจนิดๆ
"รู้เรื่องแล้วงั้นเหรอไม่คิดว่าหล่อนจะกล้าสารภาพกับนายนะ"
"เชื่อไหมว่าผมไม่เคยเจอใครที่แย่ขนาดคุณมาก่อนเลยคุณวางแผนสกปรกให้แฟนตัวเองไปนอนกับเพื่อนสนิท ทำแบบนั้นเพื่ออะไรกัน"
ดินโมโหสุดขีด เริ่มตะคอกเสียงดังใส่
"นั่นมันเรื่องส่วนตัวของฉัน"
“งั้นเราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกัน”
วีเงียบงันไปครู่ใหญ่ก่อนจะยอมปริปาก
"ก็ได้...นัชเคยให้สัญญาไว้กับฉันว่า ถ้าเขาได้ยัยชาเมื่อไหร่เขาจะยอมแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกับฉัน เพราะผู้หญิงคนเดียวที่ที่เขาอยากได้และไม่เคยได้มีแค่ยัยชาคนเดียวนั่นแหละเขาสัญญาว่าจะหยุดเจ้าชู้ถ้าทำภารกิจนี้สำเร็จฉันก็เลยยอมเปิดทางให้เขาได้สมหวัง... เพราะคิดว่ายังไงเสียคนอย่างนัชไม่มีทางที่จะตกหลุมรักผู้หญิงน่าเบื่ออย่างชาจริง ๆ จัง ๆได้หรอก"
“อยากได้ผู้ชาย...ก็เลยขายเพื่อนงั้นเหรอ คุณนิมันทุเรศได้ใจจริงๆ”
"ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมาครอบครองต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรฉันก็ยอมทั้งนั้น...เอาไว้ฉันจะโทรมาหานายใหม่ตอนที่นายอารมณ์เย็นกว่านี้ก็แล้วกัน"
"ไม่ต้อง!ผมจะเอาชากลับคืนมาจากนายนัชนั่นเองแต่ไม่ใช่เพราะคุณ...เพราะผมไม่อยากให้ชาถูกใช้เป็นเครื่องมือสนองความต้องการของคุณกับนายนัชนั่นอีกต่อไป”
วันต่อมา คีย์การ์ถูกส่งมาให้ดินที่ห้อง มีกระดาษใบหนึ่งแนบมาด้วยเนื้อหาภายในเขียนไว้ว่า
"นี่คือกุญแจห้องที่ฉันเตรียมไว้ให้ย้ายเข้าไปอยู่มันเป็นห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องของนัชพอดิบพอดีฉันเดาไว้ไม่มีผิดว่าเขาจะต้องพาชาไปซุกตัวไว้ที่คอนโดเก่าห้องนั้นแน่ๆส่วนที่เหลือ..นายจะจัดการยังไงก็แล้วแต่"
ดินขยำกระดาษแผ่นนั้นทิ้งแล้วก็หัวเราะในลำคอด้วยความสมเพช แต่ถึงกระนั้น...เขาก็เก็บเสื้อผ้าเตรียมย้ายไปอยู่ที่นั่นทันที
หลังจากนั้น ดินก็ย้ายเข้าไปอยู่ในห้องฝั่งตรงข้ามที่วีมอบคีย์การ์ดให้เขาคอยใช้ช่องตาแมวแอบมองความเป็นไปของชาอยู่เสมอทุกครั้งที่เธอเดินผ่านหรือกลับมาดึกดื่น บางวันเธอหายหน้าไปไม่กลับห้องเลยด้วยซ้ำและบางครั้งก็ดูเหน็ดเหนื่อยกลับมาเขาเฝ้ารอคอยจังหวะเวลาที่เหมาะสมเพื่อจะได้พบหน้าเธออีกครั้ง
จนกระทั่งในคืนนี้ เขายืนรออยู่นานจนเห็นเธอเดินกลับมา จึงแกล้งทำเป็นบังเอิญออกมาเจอกันที่ทางเดินหน้าห้อง
❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉
ฉันไม่ได้บอกเรื่องที่นายดินย้ายมาอยู่ห้องตรงข้ามให้นัชฟัง เพราะขืนบอกไปมีหวังเขาต้องอาละวาดและไม่ยอมให้ฉันพักอยู่ที่นี่ต่อแน่ ๆ แต่ถึงอย่างนั้น...ทำไมฉันจะต้องอยากอยู่ที่นี่ต่อด้วยล่ะ? พอคิดดูแล้ว ฉันไม่ได้สนใจเรื่องนายดินแล้วด้วยซ้ำในตอนนี้สมองมันยุ่งกับงาน และนัชเท่านั้น แต่ก็นั่นแหละ ความโกรธมันเลือนรางลงหลังได้ทบทวนหลายอย่างอาจเป็นเพราะลึกๆ แล้วฉันรู้ดีว่า การที่เขาเลือกหนิงในวันนั้นส่วนหนึ่งก็มาจากความไม่ชัดเจนของตัวฉันเองด้วย
ด้วยงานที่ยุ่งประกอบกับการกลับบ้านที่ไม่ตรงเวลาของฉันทำให้หลังจากวันนั้น ก็ไม่เจอนายดินอีก ฉันทำงานหนักมากจนเริ่มป่วยนัชเห็นใจเลยจ้างผู้ช่วยมาช่วยฉันอีกคน เธอชื่อ “แอน”เธอมีประสบการณ์ทำงานมาหลายปี เคยเป็นผู้จัดการให้ดารามาหลายคนที่สำคัญ..เธอสวยเช้งอย่าบอกใครเลยทีเดียว
หลังจากที่เธอมาทำงานแทนฉันที่ป่วยได้ไม่กี่วัน ก็มีงานเข้ามา ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องหนึ่งติดต่อมาอยากให้นัชไปแคสติ้งบทพระเอกภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นโปรเจกต์ใหญ่ระดับร้อยล้านจากผู้ฝีมือการกำกับของผู้กำกับชื่อดังที่ฝากผลงานทำเงินมาแล้วหลายเรื่องเมื่อรู้ว่าเขาสนใจในตัวนัช เขาก็รีบตกลงรับปากทันทีโดยไม่ต้องคิด
แต่ว่าคิวงานของนัชที่ฉันถืออยู่...ยาวเหยียดไปถึงสิ้นปีเลยทีเดียวถ้าจะรับงานนี้ ต้องยกเลิกตารางงานเยอะมากแค่คิดว่าต้องโทรไปขอยกเลิกงานกับบริษัทต่างๆ ฉันก็เวียนหัวขึ้นมาอีกรอบทันที
นัชตัดสินใจเดินทางไปแคสติ้งบทตามนัดหมาย โดยมี คุณอาคมผู้กำกับชื่อดัง ลงมาควบคุมการคัดเลือกนักแสดงด้วยตัวเอง บรรยากาศในห้องออดิชั่นมีทีมงานคนเขียนบท และดาราอยู่หลายคน ฉันที่ตามมาด้วยยังรู้สึกเกร็งและทำตัวไม่ถูกผิดกับนัชที่คุ้นชินกับการตกเป็นเป้าสายตาของคนหมู่มากจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา
*¨**¨*•.¸❤︎¸.•*¨**¨*