บทที่ 13 ฮวาปู๋ลั่ว
“ใกล้จะเที่ยงแล้ว ทำไมเสี่ยวเอ๋อร์ยังไม่กลับมาอีก” ผู้หญิงวัยกลางคนรูปร่างอวบอั๋นและมีบุคลิกดีพูดอย่างไม่พอใจ
ผู้หญิงวัยกลางคนที่ยังคงความสง่างามและมีเสน่ห์ผู้นี้คือติงเยี่ยน แม่ของหลินเสวี่ยเอ๋อร์
เธอแสดงความไม่พอใจต่อหน้าสาธารณชนเพราะวันนี้เป็วันเกิดของสามี แต่ลูกสาวยังไม่กลับมาสักที
“คุณป้าใจเย็นก่อนนะครับ บางทีเสี่ยวเอ๋อร์อาจจะกำลังเดินทางกลับบ้านแล้วก็ได้” ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งและดูมีชีวิตชีวาพูดด้วยความเข้าอกเข้าใจ
“เสี่ยวลั่วพูดจาน่าฟังจริง ๆ ถ้าในอนาคตเสี่ยวเอ๋อร์ได้แต่งงานกับเธอแล้วทำให้พวกเราสบายใจได้แบบนี้ ลุงกับป้าคงต้องจุดธูปขอบคุณทุกวันเลยละ”
แม้ใบหน้าของชายหนุ่มที่ชื่อฮวาปู๋ลั่วจะประดับด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น แต่ในใจเขากลับรู้สึกไม่ค่อยพอใจอยู่บ้าง ในฐานะบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในสหรัฐอเมริกา บวกกับภูมิหลังที่ร่ำรวยและมีอำนาจของครอบครัวในเมืองเจียงเฉิง มีสาวสวยไฮโซจำนวนไม่น้อยที่ใฝ่ฝันอยากจะคบหากับเขา
ฮวาปู๋ลั่วเป็คนที่ค่อนข้างเลือกเฟ้นเื่คู่ครอง จนกระทั่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ในงานเลี้ยงสังสรรค์ของกลุ่มลูกหลานตระกูลใหญ่ เขาได้พบกับหลินเสวี่ยเอ๋อร์ร์โดยบังเอิญ และรู้สึกประทับใจในความสวยของเธอทันที เขาเชื่อว่าเธอคือคู่แท้ของเขา
เพื่อที่จะเอาชนะใจหลินเสวี่ยเอ๋อร์ ฮวาปู๋ลั่วได้ทุ่มเทความพยายามอย่างมาก
ไม่ว่าฮวาปู๋ลั่วจะพยายามเอาใจหลินเสวี่ยเอ๋อร์แค่ไหน เธอก็ไม่เคยสนใจเขาเลย และในที่สุดก็บล็อกเบอร์โทรศัพท์ของเขา ทำให้เขาไม่สามารถติดต่อเธอได้อีกต่อไป
เมื่อนึกถึงเื่นี้ฮวาปู๋ลั่วก็รู้สึกขุ่นเคืองใจอย่างมาก แต่แน่นอนว่าเขาจะไม่แสดงความรู้สึกนี้ต่อหน้าคนอื่น เพื่อไม่ให้พ่อแม่ของหลินเสวี่ยเอ๋อร์คิดว่าเขาไม่มีมารยาท
ไม่นานก็มีหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งและมีส่วนโค้งเว้าที่สวยงาม ก้าวเข้ามาในงานอย่างสง่างามราวกับลูกแมวน้อยที่น่ารัก
“พ่อขา แม่ขา หนูกลับมาแล้วคิดถึงหนูไหมคะ?” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนขณะที่เข้ามาแล้วจับแขนติงเยี่ยน
ชายวัยกลางคนมองหลินเสวี่ยเอ๋อร์ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิ “ทำไมถึงมาช้าล่ะ พี่ลั่วเขามารออยู่ตั้งนานแล้ว ไปคุยเป็เพื่อนพี่เขาหน่อยเถอะ”
“ที่จริงแล้ววันเกิดคุณพ่อเราฉลองกันในครอบครัวก็พอแล้ว ทำไมฮวาปู๋ลั่วต้องมาที่บ้านเราด้วย” หลินเสวี่ยเอ๋อร์พูดพร้อมกับทำปากยื่นอย่างน่ารัก
คำพูดของหลินเสวี่ยเอ๋อร์ทำให้ฮวาปู๋ลั่วเสียหน้าต่อหน้าทุกคน
สีหน้าของฮวาปู๋ลั่วแข็งทื่อ เขาคิดในใจอย่างขุ่นเคืองว่า ‘ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเป็เด็กสาวที่หน้าตาดี มีการศึกษาและภูมิหลังครอบครัวที่ดี ฉันจะมาที่บ้านเธอให้เสียเวลาทำไม แม่งเอ้ย! เธอยังกล้าทำหน้าไม่พอใจใส่ฉันั้แ่ก้าวเข้ามาในบ้าน ถ้าวันหนึ่งเธอตกอยู่ในมือฉัน ฉันจะเอาคืนให้สาสมเลยคอยดู!’
“สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า” เฉินเซิงเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับของขวัญ เมื่อเห็นว่าพ่อตาและแม่ยายในอนาคตที่ไม่เคยชอบหน้าเขากำลังมองมา เขาจึงพูดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ว่า “ผมได้ยินมาว่าวันนี้เป็วันเกิดของคุณลุงหลิน เพื่อที่จะเตรียมของขวัญให้คุณลุง ผมกับเสวี่ยเอ๋อร์เลยมาช้าไปหน่อยครับ คุณลุงคุณป้าอย่าโกรธเลยนะครับ”
“เสี่ยวเฉินมาได้ฉันก็ดีใจแล้ว ของขวัญอะไรนั่นไม่จำเป็ก็ได้” หลินตงฟางหยุดพูดไปนิดแล้วพูดต่อว่า “ปกติคนที่อยากมาเอาใจฉันมีเยอะแยะ แต่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา วันเกิดฉันเลยไม่ได้บอกคนนอกครอบครัว แต่ไม่คิดว่าวันนี้นายจะมาด้วย”
เฉินเซิงและหลินเสวี่ยเอ๋อร์ต่างก็แสดงสีหน้าแปลกใจออกมาพร้อมกัน ที่พวกเขาจำได้หลินตงฟางเพิ่งจะพูดจาดี ๆ กับเฉินเซิงเป็ครั้งแรก
“ไม่คิดว่าเสี่ยวเฉินจะมาด้วย อย่ามัวแต่ยืนอยู่ที่หน้าประตูเลย เข้ามาข้างในก่อนเถอะ” ติงเยี่ยนก็เปลี่ยนจากที่เคยพูดจาถากถากเสียดสีเฉินเซิงก็เปลี่ยนไปเป็พูดจาต้อนรับอย่างเป็มิตร
สาเหตุที่หลินตงฟางและติงเยี่ยนเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อเฉินเซิงอย่างมาก เป็เพราะ่นี้พวกเขาฝันแปลก ๆ ซ้ำ ๆ กัน ทั้งสองคนฝันว่าหลินเสวี่ยเอ๋อร์เสียชีวิตอย่างกะทันหันที่ธนาคาร โดยที่ฆาตกรยังลอยนวล ต่อมาเฉินเซิงได้ฆ่าชาวญี่ปุ่นที่เป็คนร้ายที่หลุมศพของลูกสาวพวกเขา
ความฝันประหลาดนี้ส่งผลให้ทั้งคู่มองเฉินเซิงในแง่ดีขึ้น แม้ว่าพวกเขาจะยังรู้สึกว่าเฉินเซิงไม่ค่อยเหมาะสมกับลูกสาวของพวกเขา แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านเขาเหมือนเมื่อก่อน
เฉินเซิงใช้ทักษะอ่านใจก็ทำให้เขาเข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ของหลินเสวี่ย เอ๋อร์ถึงดีกับเขากะทันหัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาว
ในใจของหลินตงฟางและภรรยาพวกเขาแค่ฝันไป แต่สำหรับเฉินเซิง มันคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ส่วนสาเหตุที่ทั้งคู่ฝันแบบนั้นเฉินเซิงก็ไม่ทราบ
“คุณคือเพื่อนผู้ชายที่สนิทกับหลินเสวี่ยเอ๋อร์ใช่ไหม?” ฮวาปู๋ลั่วมองเฉินเซิงแล้วถาม
เมื่อคิดถึงเื่ที่ว่าไอ้บ้านนอกคนนี้ดันโชคดีกว่าตน ที่ได้หัวใจของหลินเสวี่ยเอ๋อร์ไปก่อน ในใจเขาอยากจะฉีกเฉินเซิงออกเป็ชิ้น ๆ แต่พออยู่ต่อหน้าคนอื่น เขาต้องแสร้งทำเป็คนใจกว้าง แล้วก็ยื่นมือออกไปทักทายด้วยท่าทางแบบสุภาพบุรุษ
เฉินเชิงมองฮวาปู๋ลั่วที่ทำหน้าหยิ่งผยองจากนั้นก็หันหน้าหนี ทำให้ฮวาปู๋ลั่วที่กำลังยื่นมือออกมาแข็งค้างอยู่กับที่
ในชาติที่แล้วไม่กี่วันหลังจากที่หลินเสวี่ยเอ๋อร์เกิดเื่ ฮวาปู๋ลั่วก็หมั้นกับลูกสาวของรองนายกเทศมนตรีเมืองเจียงเฉิง เมื่อนึกถึงความใจดำของคน ๆ นี้แล้วเฉินเชิงจึงไม่อยากจะสนใจเขา
“ผมรู้ว่าคุณชื่อเฉินเซิงและรู้ว่าคางคกอย่างคุณอยากกินเนื้อหงส์มาตลอด ผมแนะนำให้คุณเลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว คุณลุงคุณป้าไม่มีทางยอมให้เสี่ยวเอ๋อร์คบกับคนไร้อนาคตอย่างคุณหรอก คุณคบกับเสี่ยวเอ๋อร์แล้วจะให้อะไรเธอได้ หากคุณอยากให้เสี่ยวเอ๋อร์มีความสุขจริง ๆ ก็เลิกกับเธอไปซะ…”
ฮวาปู๋ลั่วไม่ได้ตั้งใจที่จะเผชิญหน้ากับเฉินเชิงศัตรูหัวใจั้แ่แรกเห็น แต่ตอนนี้กลับถูกอีกฝ่ายเมินเฉยจนโกรธ จึงออกมาสั่งสอนอีกฝ่าย
“ฉันจะคบกับใครมันก็เื่ของฉัน ไม่ต้องให้คนนอกอย่างนายมายุ่ง” หลินเสวี่ยเอ๋อร์มองฮวาปู๋ลั่วด้วยสายตาที่ไม่พอใจ
เมื่อเห็นหลินเสวี่ยเอ๋อร์ดุด่าตัวเองอย่างไม่ไว้หน้า ฮวาปู๋ลั่วก็ยิ่งโกรธจึงะโว่า “เฉินเชิง นายคงไม่ไร้ศักดิ์ศรีถึงขนาดนี้หรอก ถึงกับต้องให้ผู้หญิงมาเป็โล่ให้ ทำไมนายไม่ตอบคำถามฉัน?”
“ฟังจากที่คุณพูดแล้ว คุณตั้งใจจะสื่อว่าคุณประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แล้วถ้าเสวี่ยเอ๋อร์คบกับคุณ เธอก็จะมีความสุขไปตลอดชีวิตงั้นสิ?” เฉินเชิงดึงหลินเสวี่ยเอ๋อร์ไปอยู่ข้างหลังเขา แล้วถามฮวาปู๋ลั่ว
“แน่นอน ฉันจบจากฮาร์วาร์ดสหรัฐอเมริกา และเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองั้แ่ยังเป็นักศึกษาภายในเวลาไม่กี่ปี ทรัพย์สินของบริษัทฉันก็สูงถึงสิบล้านหยวนแล้ว ตอนนี้ต่อให้ฉันนอนอยู่บ้านเฉย ๆ ก็ยังมีโครงการเป็ล้านๆ โครงการวิ่งเข้ามาหาฉัน…” ฮวาปู๋ลั่วพูดอย่างภาคภูมิใจ
“คุณชายฮวาบอกว่าตัวเองเริ่มต้นธุรกิจั้แ่ตอนเรียนที่อเมริกา ไม่ทราบว่าบริษัทที่คุณก่อตั้งอยู่นั้นอยู่ในอเมริกาหรือเปล่า?” เฉินเชิงพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยเล็กน้อย
เฉินเชิงไม่ต้องถามก็รู้คำตอบ ฮวาปู๋ลั่วเคยเรียนที่อเมริกาจริง แต่จะได้เรียนรู้อะไรมาบ้างก็ไม่มีใครรู้ ด้วยความสามารถแค่นี้ เขาอาจจะเอาเงินของพ่อไปเที่ยวหาผู้หญิงได้ แต่เื่การเริ่มต้นธุรกิจในอเมริกาคงไม่ใช่เื่ง่าย
พ่อของฮวาปู๋ลั่วเป็หัวหน้าสำนักงานบริหารจัดการเมืองเจียงเฉิง เขาจึงสะดวกที่จะแอบอ้างบารมีของพ่อไปอวดดีในเมืองเจียงเฉิงที่ไหนก็ได้
โครงการบ้านจัดสรรใหม่ ๆ ในเมือง ก่อนจะเปิดขายได้ ต้องไปขอใบอนุญาตขายจากพ่อของฮวาปู๋ลั่ว
เมื่อลูกชายของหัวหน้าสำนักงานบริหารจัดการเมืองมาหา นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เ่าั้ย่อมไม่กล้าปฏิเสธ ความสำเร็จทั้งหมดของฮวาปู๋ลั่วจึงสร้างขึ้นจากคอนเน็กชั่นของพ่อเขา ถ้าไม่มีบารมีของพ่อ บริษัทของเขาคงปิดตัวไปนานแล้ว
เพราะรู้เื่นี้เฉินเชิงจึงเยาะเย้ยอีกฝ่ายอย่างไม่ปรานี
ฮวาปู๋ลั่วถึงกับพูดไม่ออก เขาพูดเก่งก็จริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่เฉินเชิงพูดนั้นเป็ความจริง
ภายใต้สายตาที่ดูถูกของเฉินเชิงและหลินเสวี่ยเอ๋อร์สีหน้าของเขาจึงดูแย่มาก
ฮวาปู๋ลั่วสบถในใจว่า ‘แม่งเอ้ย! แกเป็แค่คนบ้านนอกกล้าดียังไงมาหัวเราะเยาะฉัน พ่อฉันเก่งแล้วมันผิดตรงไหน นั่นมันเป็โชควาสนาของฉันต่างหากหลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ยังเข้าข้างไอ้บ้านนอกนี่อีกแล้วยังมาหัวเราะเยาะเราอีก คอยดูเถอะ ฉันจะเอาคืนพวกแกให้สาสมแน่!’