ณ สำนักลัทธิบัวขาว วันนี้มีเหล่าสาวกมากันหลายร้อยคน มาเพื่อเปิด อาคารสำนักงานสาขาแรก ที่เมืองม่านกู่ บรรยากาศรอบๆ มีบอดี้การ์ดจากเมฆขาว
มาเพิ่มอีกสามสิบคน เพื่อคอยดูแลความ ปลอดภัยของ เหล่าสาวกที่มาร่วมงาน
พอพิธีเริ่ม เ้าลัทธิบัวขาว แต่งกายด้วยชุดคล้ายกับเทพบน์ มีประกายระยิบ ระยับ สวมมงกุฏเพชร มือถือคทาสีทอง เหล่าบรรดาสาวกคนสนิท
ท่องบทสวดออกมาพร้อมๆ กัน หยางเทียนมองเหล่าสาวก ที่ค่อนข้างศรัทธาต่อเ้าลัทธิบัวขาว ที่บอกกับเหล่าสาวกว่า ท่านคือ พระศรีอาริยเมตไตร มากำเนิดใหม่เพื่อช่วยเหลือเหล่ามนุษย์โลก พิธีดำเนินไปเรื่อยๆ แต่ทันใดนั้น หยางเทียนก็ได้ยินเสียงรถบรรทุกคนจำนวนมากกำลังบุกเข้ามาร้อยคน ล้อมสำนักลัทธิบัวขาวไว้ ที่แท้เป็คนของสำนักลัทธิสุริยัน นั่นเอง พิธีการหยุดนิ่ง สาวกทั้งหมดแตกตื่นใ ส่วนทีมบอดี้การ์ดเมฆขาว เตรียมปืนขึ้นมาคุมเชิงเอาไว้ แต่ ถูกกองกำลังร้อยคน จี้ให้วางอาวุธ อาเปียว จึงต้องสั่งให้ทุกคนวางอาวุธ หยางเทียนก็เช่นกัน
“ นางเฒ่าไป๋หยางฮุ่ย ข้าไม่้าฆ่าใคร มอบตราประทับราชลัญจกร ออกมาซะ ไม่เช่นนั้น อย่าหาว่าข้าโหดร้าย”
“ ของศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิบัวขาว ใช่ว่า จะยกให้ใครก็ได้ พวกมารเช่นเ้าคิดหรือว่า จะแย่งชิงจากข้าได้”
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าจะยิงสาวกของเ้า ทีละคน ดูซิ หัวหน้าลัทธิอย่างเ้า จะทนดูศิษย์สาวกล้มตายได้หรือไม่ จัดการเลย”
คนของลัทธิสุริยัน ลากสาวกบัวขาวมา ต่อหน้าเ้าลัทธิสุริยันสิบคน แล้วใช้ปืนจ่อเข้าที่หัว แล้วพอได้รับคำสั่ง ก็ลั่นไกทันที หยางเทียนทนดูไม่ได้ กำเม็ดะุปืนเตรียมเอาไว้แล้ว เหวี่ยงใส่ มือปืนทั้งสิบคน ะุพุ่งเข้าเจาะหน้าผาก หงายหลังตายคาที่ไปพร้อมกันหมด
เ้าลัทธิสุริยัน เห็นแล้วใยิ่ง ออกคำสั่งลูกน้องฆ่าทิ้งให้หมด
อาเปียวกับพวกเข้าแย่งปืนกันมาได้ เหตุการณ์ชุลมุน เสียงปืนดังลั่นไปทั่วสำนัก
มีคนเริ่มล้มตายไม่รู้กี่คน หยางเทียน ใช้ปืนสั้นสองกระบอก ะโหมุนตัว ยิงใส่คนของลัทธิสุริยัน เป้าหมายเดียวคือ ศรีษะ ล้วนตายภายในะุเม็ดเดียว ทั้งนั้น
“ นังเฒ่าไป๋ มอบตราประทับราชลัญจกรออกมา” เ้าลัทธิสุริยัน แทงคทาสุริยัน
พุ่งตรงไปที่ร่างของเ้าลัทธิบัวขาว ที่ยังนั่งสมาธิ พนมมือข้างเดียว ซึ่งยังคงมองเ้าลัทธิสุริยันด้วยสายตาเฉยเมย
“ วันนี้เพื่อความสุขมวลมนุษย์ ข้าจะต้องกวาดล้างมารชั่วให้หมดสิ้น” นางปล่อยกงจักรกลีบดอกบัว ออกไปสี่อัน แสงวาร์ปปานสายฟ้าแลบ พุ่งเข้าใส่ร่างของลัทธิสุริยัน เพล้ง ๆ ๆ ๆ คทาสุริยัน ถูกกระแทกด้วยกงจักรกลีบดอกบัว จนร่างของเ้าลัทธิต้องถอยหลังไปหลายก้าว รองเ้าสำนักพุ่งตัวออกมาจากด้านข้าง ถือปืนสั้นเจาะเกราะ กระหน่ำยิงใส่ ร่างของ เ้าลัทธิบัวขาว เปรี้ยงๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ !!
แต่ว่าเ้าลัทธิบัวขาว ยกแขนเสื้อขึ้นมา ะุหยุดอยู่ที่เสื้อของเ้าลัทธิไม่อาจยิงทะลุไปได้
“ เสื้อเกราะกิเลน” รองห้วหน้าลัทธิสุริยัน เอ่ยด้วยความใ
“ คิดลอบกัดข้ารึ? ตายกันไปซะให้หมด”
เ้าลัทธิบัวขาว พุ่งไปบนท้องฟ้า แล้วหมุนตัวไปรอบๆ มี กลีบดอกบัวสีเงิน กระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณ พอกลีบดอกบัวโดนตัวของใคร คนผู้นั้นก็คล้ายถูกพิษ ร่างกายเขียวคล้ำ ริมฝีปากดำสนิท ตายไปในทันที รองเ้าลัทธิสุริยันหนีไม่พ้น ถูกกลีบดอกบัวเข้าที่แขน พิษไล่ไปตามแขน จึงต้อง ตัดแขนซ้ายของตนเองทิ้งไป
แต่ว่า เ้าลัทธิบัวขาวไม่ปล่อยเอาไว้ ลอยตัวมาปล่อยฝ่ามือกระแทกใส่ที่ศรีษะ
ตูม !! หัวของรองหัวหน้าลัทธิสุริยันแตกเป็เสี่ยงๆ ดูแล้วน่ากลัวยิ่งนัก
กลีบดอกบัวยังคง กระจายไปทั่ว เวลานี้ทั้งคนของลัทธิสุริยัน และ คนของลัทธิบัวขาว ล้วนต่างถูกกลีบดอกบัวพิษ ไม่แยกแยะว่าเป็ใคร หยางเทียนหยุดยิงรีบไปะโไป ดึงผ้าไวนิลแผ่นใหญ่ ที่เขียนป้ายของลัทธิบัวขาว เอามาสะบัดกลีบดอกบัวพิษ จนสลายหายไปหมด
หัวหน้าลัทธิมองหน้า หยางเทียนตาเขียว ส่วนหัวหน้าลัทธิสุริยัน ะโพุ่งตัวเข้ามาใกล้ ไป๋หยางฮุ่ย แล้วแทงใส่ด้วยคทาสุริยัน ไป๋หยางฮุ่ยเ้าลัทธิบัวขาว
ใช้มือจับเอาไว้แน่น แล้วเ้าลัทธิสุริยันปล่อย งูแสงอาฑิตย์ออกมาจากแขนเสื้อ
พุ่งเข้ากัดคอของ เ้าลัทธิบัวขาว แต่พองูเข้าใกล้ ก็ถูกกลีบดอกบัว พุ่งจากแขนเสื้อของเ้าลัทธิบัวขาวตัดจนขาดกลาง
“ พลังเทพบัวขาวสำแดงเดช” เ้าลัทธิบัวขาว ะโออกมาเสียงดัง เืภายในร่างของเ้าลัทธิสุริยัน ถูกดูดเข้ามาในหยกสีเขียวจน เปลี่ยนสีเป็สีเื
ร่างของเ้าลัทธิสุริยันกลายเป็ซากศพที่แห้งกรัง จากนั้นคนที่อยู่ในสำนักล้วนถูกหยกสีเขียวดูดเืเข้าไปอีกเป็จำนวนมาก ไม่เว้นแม้พวกของลัทธิบัวขาวด้วยกันเอง ก็ถูกดูดไปด้วย คนของบอดี้การ์ดเมฆขาว กำลังถูกดูดเืตามไปด้วย หยางเทียน ใช้ปืนพกกระหน่ำยิงใส่ เ้าลัทธิบัวขาว ที่บัดนี้หน้าแดงหน้าเขียวกลายเป็นางมารไปแล้ว ไม่สนว่าใครจะตาย แต่ะุล้วนไม่สามารถผ่านชุดเกราะกิเลนไปได้ แถมยังปล่อยกรงจักรกลีบบัวทั้งสี่อัน พุ่งใส่อีก หยางเทียนหลบได้แล้วเข้าประชิดตัว หมัดไม่มีรูต่อยเข้าไปที่ใบหน้าที่เลอโฉมของ เ้าลัทธิบัวขาว ตูม !! ใบหน้าของเ้าลัทธิ เป็รอยหมัด เืไหลออกจากจมูก มองหน้าหยางเทียน อย่างโกรธแค้น
“ คนธรรมดาอย่างเ้า กล้าบังอาจทำร้าย เทพเซียนอย่างข้าเชียวรึ จงรับโทษทัณฑ์ตายไปซะ” คราวนี้แสงจากหยกสีเขียว เพิ่มพลังดูดเืเพิ่มขึ้น โดยโฟกัสเข้ามาที่ หยางเทียน มากกว่าผู้อื่น หยางเทียนรู้สึกว่าหยกบ้านี่ ไม่น่าใช่หยกวิเศษ หรือ ตราประทับราชลัญจกร แล้ว นี่มันเป็หยกปีศาจดูดเืมากกว่า
เืในกายของหยางเทียนเดือดพล่านขึ้นมาอย่างกระทันหัน แต่น่าแปลกหยกปีศาจไม่สามารถดูดเืของ หยางเทียนออกไปได้ หยางเทียน ท่องมนตร์ทำลายปีศาจ แล้วเป่าเพี้ยง ไปที่ปืนในมือ แล้วพุ่งตัวหมุนเป็เกลียว เข้าไปยืนซึ่งหน้า เ้าลัทธิบัวขาว
“ หาที่ตาย” มือของเ้าลัทธิอันเรียวยาวสวยงาม กลับกลายเป็มือที่มีกรงเล็บ คว้าหมับเข้าที่คอของหยางเทียน
เปรี้ยง !! หยางเทียนยิงปืนเข้าใส่ร่างของเ้าลัทธิเพียงนัดเดียว ซึ่งเ้าลัทธิบัวขาวหาได้เป็อะไรไม่
“ เหอ เหอ เหอ คิดหรือว่าลูกปืนธรรมดาจะทำอะไร ข้าได้ ข้ามีร่างเทพบัวขาวคุ้มกายอยู่” ใบหน้าที่สวยงามหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัว
“ ข้าไม่ได้ยิงร่างเ้าสักหน่อย ” หยางเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เ้าลัทธิหันมองหน้าอกของตน พบว่า หยกตราประทับ ถูกยิงแตกสลายไปแล้วก็ใ ร่างกายที่เต่งตึง ก็ค่อยๆ เหี่ยวย่น มือที่แข็งแร็งที่บีบคอหยางเทียนก็เหี่ยวแห้ง แล้วเส้นผมที่ดกเงางาม ก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็สีขาว ใบหน้ากลายเป็คนแก่ชราอายุ ร้อยปี คลายมือออกจากคอของหยางเทียน แล้วค่อยๆ ลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น ไม่แม้แต่จะมีแรงยืน หมดสภาพเ้าลัทธิผู้เลอโฉม สาวกทั้งหลายไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ มีแต่ป้าคนรับใช้ที่สนิทเข้ามาประคองเอาไว้
คนของลัทธิสุริยัน เห็นเ้าลัทธิของตนตายกลายเป็ซากศพ ก็ไม่สู้ก็หนีกลับไปจนหมด อาเปียวกับ พี่ต้าสงก็เดินเข้ามายืนข้างๆ หยางเทียน มองสภาพเ้าลัทธิบัวขาว ที่กลายเป็คนชราไร้เรี่ยวแรง ก็พากันสังเวชใจ เหล่าสาวกก็เริ่มหนีหาย
เหลือแต่พวกที่มาจากเมืองจีน ต่างร้องห่มร้องไห้ แต่ไม่มีใครต่อว่าหยางเทียนที่ทำกับเ้าลัทธิเช่นนี้ เพราะหากไม่ทำอะไร พวกเขาอีกหลายคนก็ต้องถูกดูดพลังชีวิต ตายแน่
“ เอายังไงต่อดีครับ” ต้าสงกระซิบถามอาเปียว ซึ่งกำลังสับสน ไม่รู้จะเอ่ยอย่างไร ที่นายจ้างกลายเป็ปีศาจ ดูดเืผู้คนอย่างบ้าเืเช่นนี้
“ กลับไปรายงาน ผอ. ก่อนดีกว่า หากว่าเ้าลัทธิฟื้นคืนกลับมาได้อีก พวกเราจะเป็อันตราย พวกเราคงทำงานต่อไป ไม่ได้แล้ว พวกเรากลับกันเถอะ”
ในที่สุดงานนี้ก็ได้เงินค่าจ้างเพียงครึ่งเดียว เพราะท่านผอ. แจ้งว่า เ้าลัทธิกลายเป็คนชราความจำเสื่อมแล้วบินกลับประเทศจีนไปแล้ว
วันนี้ หยางเทียน ถูกเรียกไปรับงานใหม่ แต่งานนี้ต้องไปทำเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ ที่ผ่านมา เธอทำผลงานได้ดี ครั้งนี้จะเป็งานเดี่ยวงานแรกของเธอ คือ คุ้มกัน นักศึกษาแพทย์ปีที่ 1 ของมหาลัยแพทย์อาเซียน พ่อของลูกค้าคือ ผบ. ซุนเว่ย เป็ผู้บัญชาการหน่วยปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเขาก็เคยเป็ศิษย์สำนักเมฆขาวด้วยเช่นกัน จึงอยากให้คนในสำนักเมฆขาว ที่พอไว้ใจได้ คุ้มครองลูกสาวของเขาด้วย เพราะใน่นี้ เขากำลังทำคดีที่อันตราย เกรงว่าคนร้ายจะอาศัยลูกสาว เป็เครื่องต่อรองกับเขา เอาไว้เขาจัดการกับ หัวหน้าคนร้ายคนนี้ได้แล้ว เราก็หมดหน้าที่”
“ แล้วผมจะต้องทำอย่างไรครับ”
“ นี่คือบัตรนักศึกษาแพทย์ปีสอง ห้องเดียวกันกับ ซุนหลิง ลูกสาวของ ผบ.
เธอจะต้องไปเรียนกับ เธอทุกวัน แต่ไม่ต้องแสดงตัว ว่าเป็บอดี้การ์ด ซุนหลิงไม่ชอบ ให้ใครมาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของเธอ พ่อของเธอกำชับหนักหนา ว่า ไม่ว่าอย่างไร ห้ามบอกว่า เป็บอดี้การ์ด”
“ แล้วผมต้องคอย คุ้มครองเธอตลอด 24 ชั่วโมงเลยหรือเปล่าครับ”
“ ไม่ต้อง ตอนเช้ามีตำรวจไปรับ ไปส่งอยู่แล้ว เราแค่คอยเฝ้าดูเฉพาะตอนกลางวันที่ภายในมหาลัยเท่านั้น”
“ แล้วต้องใช้เวลานานเท่าไรครับ”
“ ตามที่ตกลงไว้ คือ 1 เดือน ส่วนเื่ชุดนักศึกษา ให้ต้าสงเขาจัดเตรียมให้แล้ว เงินค่าจ้างที่ผ่านมา ฉันโอนเข้าบัญชีให้แล้ว ส่วนของใหม่นี้ไว้รอเสร็จงานฉันจะโอนให้เหมือนเดิม”
“ ครับ”
หยางเทียนออกมาหา ต้าสง ที่เตรียมเสื้อผ้าเอาไว้ให้ทั้งหมด ห้าชุด และบอกว่า
“ ในมหาลัย มีคนรู้ว่านายเป็บอดี้การ์ด เพียงคนเดียวคือ ท่านผอ. มหาลัย ดังนั้นหากมีปัญหาเื่การเรียน หรือ อาจารย์คนอื่น นายก็ไปขอท่านผอ. ได้เลย และนี่คือตารางเรียน ที่เหมือนกันกับ คุณหนูซุนหลิง อย่าลืม ห้ามเปิดเผยตัวตน ไม่จำเป็ไม่ต้องลงมือ ใช้มือถือนี้แจ้ง 191 หากเกิดเื่ด่วน เื่ร้ายแรง”
“ มหาลัยแพทย์นี่ไกลจากที่นี่ไหมครับ”
“ ไม่ไกลหรอก นายนั่งเท๊กซี่ไปกลับได้เลย”
ตอนเช้า เป็วันแรกของการเข้าไปมหาลัย ในมือถือของเขานั้น มีแค่เพียงรูปภาพคุณหนูซุนหลิงเพียงใบเดียวเท่านั้น รายละเอียดอย่างอื่นไม่มี ผอ.เฉียนคง บอกว่าไม่จำเป็ หยางเทียนนั่งรอดูที่โต๊ะใต้ต้นไม้ เพื่อรอการมาของคุณหนูซุนหลิง แล้วก็มีรถตู้สีดำ ก็มาส่งตามเวลา คุณหนูซุนหลิง เดินมาจากรถด้วยชุดนักศึกษา มีเพื่อนที่หน้าตาสดใสคล้ายกันเดินมาทัก แล้วเดินเคียงคู่กันไปที่โรงอาหาร หยางเทียนมองแล้วก็คิดว่า
ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร มากนัก เพราะที่นี่ มีแต่นักศึกษาแพทย์ล้วนๆ ไม่มีคณะอื่นๆ มาเจือปน คงไม่มีใครมาสร้างความวุ่นวายให้กับ คุณหนูซุนหลิง แน่ๆ
หยางเทียนเดินเข้าไปในโรงอาหาร เพื่อหาอะไรกิน และจะได้เฝ้าดู คุณหนูซุนหลิงอยู่ห่างๆ พอเข้าไปสั่งอาหารในโรงอาหาร ก็สำรวจนักศึกษาแพทย์ แต่ละคนล้วนไม่หน้าจะใช่คนที่จะมาสร้างปัญหาได้เลย งานนี้คงต้องตกอยู่สภาพแบบนี้ไปตลอดเดือนไม่ได้บู้กับใครแน่ๆ เลย
จนกระทั่งถึงเวลาเข้าห้องเรียน วิชากายวิภาคศาสตร์ หยางเทียนเปิดหนังสือ แล้วมองผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนเปิดไปจนหน้าสุดท้าย แล้วฟังที่อาจารย์สอน หยางเทียนรู้สึกว่า วิชาเหล่านี้เขาไม่เคยร่ำเรียนมาก่อนเลย เหตุใดทำไมมันถึงได้เข้าใจได้ง่ายและจดจำได้แม่นยำยิ่งนัก หยางเทียนเปิดดูตำราเรียนอื่นๆ ที่มี ก็อ่านไปด้วยความสนใจ แต่เหมือนกับว่าเขาเคยอ่านมาจนหมดแล้ว แค่หลับตาก็รู้เลยว่าสรีระต่างๆ ในร่างกายนั้นเรียกว่าอะไร ทำหน้าที่อะไร อยู่ตรงไหน ส่วนระบบปราสาทก็สามารถเข้าใจได้ ทันทีแค่เห็นอ่าน ผ่านๆ เท่านั้น
หยางเทียนเริ่มหลับตานั่งสมาธิทบทวนสิ่งต่างๆ ที่ได้รับรู้ไป เหมือนกับว่า มันเป็สิ่งที่เขาได้เคยเรียนรู้มาก่อน ไม่ใช่แค่เพียงศึกษาเท่านั้น แต่สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บเหล่านี้ได้เลย หยางเทียนลืมตาขึ้นมา ฟังอาจารย์บรรยายไปเรื่อยๆ ก็รู้ว่า มันเริ่มน่าเบื่อ เหมือนกับว่า เขารู้ทุกอย่างหมดแล้ว
หยางเทียนมองคุณหนูซุนหลิง ที่นั่งฟังอย่างตั้งใจ จนจบคาบเรียน แล้วก็เป็เช่นนี้จนจบวัน คุณหนูซุนหลิงก็กลับบ้าน
กลางคืน หยางเทียนก็เริ่มฝันอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเห็นภาพและได้ยินเสียงของตนเอง กำลังตรวจผลสอบ ความถนัดวิชาแพทย์ ที่สอบได้ถึง 20 แล้วไปรวมกับ ผลสอบภาควิชา9สามัญ ที่เขาทำได้อีก 60 ผลรวมออกมา ได้ถึง 80% เขาดีใจมากรีบวิ่งกลับไปหาแม่ของเขาที่บ้าน
“ แม่ครับ ผมสอบหมอได้แล้ว”
“ จริงหรือลูก”
“ จริงครับแม่ ผมสามารถเลือกเรียนหมอได้ทุกมหาลัยเลยครับ”
“ แต่ว่า ค่าเรียนหมอเป็ล้านๆ ไม่ใช่หรือลูก”
“ ไม่เท่าไรหรอกครับ หลักสูตรแพงสุดก็ไม่เกิน สี่แสนบาทหรือ 12,000เหรียญเท่านั้น ครบ 6 ปี ก็ทำงานใช้ทุนรัฐสามปีเท่านั้น”
“ ตั้ง12,000เหรียญแล้วจะเอาที่ไหน ถิงถิง ก็เพิ่งจะขึ้นม.4” แม่ถอนหายใจออกมาอย่างลำบากใจ
“ อย่ากังวลเลยแม่ ผมจะขอทุนเรียนเอง มีทุนให้หมอเรียนเยอะแยะ เขาบอกว่า หากเราคะแนนดี มีทุนเรียนฟรีไม่มีข้อผูกมัดด้วยนะแม่”
“ จริงเหรอ แล้วลูกจะสู้กับคนอื่นได้ไหมเนี่ย”
“ โธ่ แม่ ที่ผ่านมาแม่เคยต้องมาจ่ายค่าเทอมให้ผมหรือเปล่าล่ะ”
“ อืม พ่อคนเก่ง ยังไงก็อย่าประมาทนะลูก” สองคนแม่ลูกดีใจกอดกันแน่น
“ แล้วถิงถิงไปไหนล่ะแม่?”
“ ไปเซเว่น หน้าปากซอย เดี๋ยวก็กลับ แต่นี่ก็นานแล้วนะ”
“ ผมออกไปดูเองครับ” หยางเทียนวัย 18 ปี วิ่งออกไปที่หน้าปากซอยทันที พอไปถึงก็เห็น ถิงถิง กำลังกัดแขนผู้ชายคนหนึ่งวัยยี่สิบปี แล้วถูกมันกระชากผมขึ้นมา แล้วตบใบหน้าล้มคว่ำไปกับพื้น ต่อหน้าต่อตาหยางเทียน
“ ถิงถิง.....”.......