[อดีตชาติ] ยามเหม่า ณ เรือนโบราณแห่งหนึ่ง ่กลางถึงปลายราชวงศ์ิ
ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ ลับหายไปที่ขอบฟ้า สถานที่ขุดค้นเริ่มพร่ามัวในความมืดที่คืบคลานเข้ามา เงามืดกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว จ้าวหยูซินรู้สึกราวกับร่างของเธอไร้น้ำหนัก ติดค้างอยู่ในช่องว่างบางอย่างระหว่างความจริงและบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินจะเข้าใจ ชีพจรของเธอเต้นแรงขึ้นเมื่อความมืดที่เงียบงันเปลี่ยนเป็แสงสว่างอ่อน ๆ แสงจากเปลวเทียนที่สั่นไหวค่อย ๆ ลอยมาหาเธอ กลิ่นธูปที่เผาไหม้เบา ๆ ทำให้หญิงสาวสะท้านเล็กน้อย มันไม่ใช่กลิ่นของดินและฝุ่นอีกต่อไป
เธอไม่ได้อยู่ในพื้นที่ขุดค้นกลางหุบเขาแล้ว สถานที่รอบตัวเปลี่ยนไป มือของเธอที่เคยเปื้อนฝุ่น ตอนนี้สะอาดและเปลือยเปล่า เธอรู้สึกถึงความโปร่งแสงของร่างกาย เหมือนเธอเป็เพียงเงาราง ๆ แต่สายตาของเธอกลับจับจ้องไปที่สตรีอีกคนหนึ่ง เธอผู้นั้นยืนอยู่ตรงหน้า ผมสีดำขลับของเธอยาวสยายลงไปถึงกลางหลัง ดวงตาสีเขียวหยกจับจ้องไปที่สิ่งที่อยู่เบื้องหน้า หญิงสาวผู้นั้นสวมชุดหานฝู [1] ที่พลิ้วไหวในความเงียบงัน ท่ามกลางบรรยากาศโบราณของเรือนไม้ ราวกับถูกดึงออกมาจากยุคสมัยที่ถูกลืมเลือนไปนานแล้ว
สิ่งที่ทำให้จ้าวหยูซินรู้สึกสะท้านในใจคือ สตรีสาวผู้นั้นมีใบหน้าที่เหมือนกับเธอ ราวกับว่าพวกเธอเป็คนเดียวกัน หยกชิ้นหนึ่งวางอยู่ตรงหน้าหญิงสาว หยกดิบที่ยังไม่ได้ถูกแตะต้อง ราวกับว่ากำลังรอให้ใครสักคนสร้างรูปลักษณ์ที่แท้จริงให้กับมัน มือของหญิงสาวยกสิ่วขึ้น ราวกับเธอรู้โดยสัญชาตญาณว่าต้องทำอย่างไร ทุกการเคลื่อนไหวของเธอนุ่มนวลและแม่นยำ ราวกับว่าความชำนาญนี้เป็ส่วนหนึ่งของชีวิตเธอมาเนิ่นนาน การแกะสลักหยกของเธอนั้นไม่ได้เป็เพียงการทำงาน แต่มันเหมือนเป็การร่ายรำอย่างงดงามระหว่างเธอกับหยกชิ้นนั้น ทุกััที่ส่งผ่านเครื่องมือช่างแน่วแน่และเต็มไปด้วยความตั้งใจ
แต่สิ่งที่ควบคุมมือของสตรีคนนั้นไม่ใช่เพียงทักษะ มันมีพลังบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเืของเธอ พลังที่เก่าแก่และลึกลับ ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้กาลเวลาจะผ่านไป พลังนี้ถูกส่งผ่านจากมือของเธอเข้าสู่หยก ที่ค่อย ๆ ปรากฏเป็รูปเป็ร่างทีละน้อย มันไม่ใช่เป็เพียงวัตถุธรรมดาเท่านั้น แต่เป็ราวกับสิ่งมีชีวิต ที่มีพลัง เหมือนกับว่าันั้นกำลังจะตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน หญิงสาวรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของพลังงานโบราณในตัวเธอ พลังของ "เทพผู้พิทักษ์" ที่นำทางมือของสตรีสาวผู้นี้ในทุกจังหวะ
ชื่อหนึ่งดังก้องขึ้นในจิตใจของจ้าวหยูซิน ราวกับเสียงกระซิบจากอดีตที่ถูกลืมเลือนไปนานแล้ว
"ซ่งหยูเฟิง" ชื่อนั้นลอยขึ้นมาในหัวของนักโบราณคดีสาวอย่างชัดเจน หญิงสาวผู้นี้ เธอคือซ่งหยูเฟิง สตรีที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา จ้าวหยูซินรู้ทันทีว่าเธอไม่ได้เป็เพียงแค่นักโบราณคดีที่บังเอิญค้นพบหยกโบราณชิ้นนี้ แต่เธอคือหนึ่งเดียวกับหญิงสาวในอดีตที่ถูกลืมผู้นี้ จ้าวหยูซินและซ่งหยูเฟิงไม่ใช่คนละคน พวกเธอคือคนๆ เดียวกัน มาจากจิติญญาดวงเดียวกันหยกที่แกะสลักนั้นไม่เป็เพียงวัตถุชิ้นหนึ่ง หากแต่เป็สิ่งที่เชื่อมต่อจิติญญาของเธอทั้งสอง่เวลาเข้าด้วยกัน
ในขณะเดียวกัน จู่ๆ ความเ็ปลึก ๆ ก็แทรกซึมเข้ามาในหัวใจของจ้าว หยูซิน เป็ความเ็ปจากการถูกทรยศและการสูญเสียความไว้วางใจ ความทรงจำที่เลือนรางแต่เจ็บแปลบนี้ทำให้หัวใจของเธอบิดเกร็ง เธอพยายามค้นหาว่าความรู้สึกนี้มาจากไหน และใครคือผู้ทำให้เธอรู้สึกเช่นนี้ แต่ภาพในหัวกลับเลือนราง ราวกับอยู่ไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง
ทันใดนั้น แสงเทียนค่อย ๆ เลือนหาย ภาพของเรือนโบราณเริ่มหลอมละลายกลับสู่ความเงียบงัน จ้าวหยูซินตระหนักว่าทุกสิ่งที่เธอค้นพบในวันนี้ไม่ใช่แค่ภาพหลอนหรือความฝัน แต่เป็เื่ราวของชีวิตที่เชื่อมโยงกับจิติญญาของเธอเอง
******************************************
[ชาติปัจจุบัน]
จ้าวหยูซินอ้าปากค้าง ลมหายใจของหญิงสาวถี่กระชั้น ราวกับว่าทุกสิ่งที่เธอรู้จักกำลังสั่นคลอนต่อหน้า ภาพความฝันที่ปะทุขึ้นในจิตใจเริ่มเลือนหายไป แต่สิ่งที่คงเหลือคือความจริงอันน่าตื่นตะลึง เธอกลับมาอยู่ที่เดิม ในสถานที่ขุดค้นแห่งนี้ ร่างของเธอทรุดลงช้า ๆ เธอกำลังนั่งยองๆ อยู่ต่อหน้าหยกั หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก อากาศรอบตัวเย็นะเื ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว เหลือเพียงความเงียบงันและแสงจาง ๆ ที่ห่อหุ้มหยกชิ้นนั้น
มือของเธอสั่นขณะที่พยายามรวบรวมสติ ภาพที่เพิ่งเกิดขึ้นชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ มันไม่ใช่แค่ความฝันเท่านั้น หญิงสาวเคยฝันถึงผู้หญิงคนนั้นมาก่อน ฝันถึงภาพเลือนรางของชีวิตที่ไม่คุ้นเคย แต่ครั้งนี้ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง มันไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป จ้าวหยูซินรู้สึกได้ว่าตัวเธอเองก็คือ ผู้หญิงคนนั้น ราวกับว่าชีวิตของทั้งสองได้หลอมรวมเป็หนึ่งเดียว
ดวงตาสีเขียวหยกของเธอจ้องมองลงไปที่หยกัอีกครั้ง ดวงตาของัยังคงเปล่งประกายอยู่ในแสงสลัว ราวกับกำลังจ้องมองเธอกลับ ความเชื่อมโยงระหว่างเธอกับหยกชิ้นนี้ชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ หยกัชิ้นนี้ถูกแกะสลักโดยซ่งหยูเฟิง สตรีในอดีต ผู้ที่ได้หล่อหลอมมันด้วยจิติญญาของเธอเอง และตอนนี้มันได้กลับมาหาจ้าวหยูซินอีกครั้ง ราวกับว่าโชคชะตาได้ขีดเส้นทางนี้ไว้ั้แ่แรก
แต่ทำไม?ทำไมเธอถึงเห็นภาพเหล่านี้?หยกั้าอะไรจากเธอ?
ความเงียบที่ปกคลุมสถานที่ขุดค้นเริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวเธอ นิมิตครั้งนี้ทำให้จ้าวหยูซินรู้สึกเหมือนถูกโอบรัดจนหายใจไม่ออก เธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ขณะพยายามสงบสติจากคำถามที่หมุนวนในหัวของเธอ เธอทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อศึกษาหยก ั้แ่ยังเป็เด็กจนกระทั่งก้าวเข้าสู่การเป็นักโบราณคดีผู้เชี่ยวชาญ แต่ไม่มีสิ่งใดในอดีตที่เตรียมเธอให้พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับสิ่งนี้ การเชื่อมโยงกับชีวิตในอดีตที่เธอไม่เคยร้องขอหรือคาดคิดมาก่อน
จ้าวหยูซินรู้ดีว่าเธอไม่อาจเก็บเื่นี้ไว้เพียงลำพังได้ หยกัไม่ได้เป็เพียงการค้นพบทางโบราณคดีธรรมดาๆ เท่านั้น แต่มันคือกุญแจสำคัญที่เชื่อมโยงเธอกับบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ แต่เธอจะบอกเล่าเื่ราวนี้ให้เพื่อนร่วมงานฟังอย่างไร?จะอธิบายได้อย่างไรให้พวกเขาเชื่อว่าหยกนี้ไม่ใช่เพียงแค่บางสิ่งที่หลงเหลือจากอดีต แต่เป็ส่วนหนึ่งของจิติญญาของเธอเอง?
จ้าวหยูซินหลับตาลง พยายามหายใจลึก ๆ เพื่อรวบรวมสติ ขาทั้งสองของเธอสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ขณะที่เธอพยายามยืนขึ้น หยกัยังคงนอนสงบนิ่งอยู่บนพื้น ราวกับว่ามันรอคอยอะไรบางอย่างมาเป็เวลานานหลายศตวรรษ และในที่สุด มันก็พบเธอแล้ว
“ฉันจะค้นหาความจริง” หญิงสาวกระซิบกับความมืดมิด รัตติกาลรายล้อมตัวเธอ น้ำเสียงของเธอเบาแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ไม่ว่าจะต้องทำอะไร ฉันจะค้นหาความจริงให้ได้”
และที่ไหนสักแห่ง ในเงามืดของกาลเวลา อดีตที่ถูกลืมเลือนกำลังรอคอยการเปิดเผยอีกครั้ง...
[1] หานฝู (Hanfu) เป็ชุดพื้นเมืองแบบดั้งเดิมของชาวจีนที่มีประวัติยาวนานหลายพันปี ั้แ่สมัยราชวงศ์เซี่ยจนถึงราชวงศ์ิ "หานฝู" แปลตรงตัวว่า "ชุดของชาวฮั่น" ซึ่งเป็กลุ่มชาติพันธุ์หลักของจีน