4.ทำการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
“พี่รองเมื่อไหร่ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่จะกลับมาขอรับ”
“รอก่อนเถิดเสี่ยวชุน ทหารต้องตามหาพวกท่านเจอแน่ๆพี่เชื่อว่าต้องเจอพวกท่านแน่นอน”ิเย่วได้แต่เอ่ยปลอบไปเพราะนางก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
ยามอู่ (11.00-12.59)ทหารพาคนเจ็บเข้ามาอีกรอบโดยรอบนี้ได้มีการรายงานว่าค้นหาคนจนทั่วบริเวณแล้วไม่พบผู้รอดชีวิตหรือผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกได้ยินดังนั้นิเย่วก็ใจหายวาบ แล้วท่านพ่อล่ะ ท่านแม่ พี่ใหญ่ข้าล่ะทำไมยังไม่เห็นพวกเขาเลยละ ถ้าค้นทั่วแล้วก็ต้องเจอสิ
แต่ก่อนที่ิเย่วจะเอ่ยอันใดออกไป อยู่ๆชายที่ถูกหามเข้ามาก็ยื่นมือออกมาจับชายเสื้อของทหารไว้พร้อมเอ่ยเสียงแหบแห้งแ่เบา
“ยะ ยังมี ยังมีคนอยู่” พูดด้วยเสียงอ่อนแรงและเบามากจนทหารนายนั้นต้องก้มลงไปใกล้ๆปากของเขาเพื่อให้ได้ยินชัดเจนขึ้นเมื่อได้ยินก็รับรายงานท่านเ้าเมืองที่เข้ามาตรวจงานให้ทราบทันที
“ชายผู้นี้บอกว่ายังมีคนรอดขอรับแต่เพราะหินปิดปากทางอยู่จึงออกมาไม่ได้ขอรับ”ท่านเ้าเมืองและนายอำเภอเมื่อได้ยินก็ใมากรีบเดินไปหาท่านลุงคนนั้นทันที
“ยังมีคนอยู่อีกรึ หลายคนหรือไม่” ท่านเ้าเมืองรีบถามอย่างรวดเร็ว
“จากตรงที่ข้านอนเจ็บได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือยู่ขอรับแต่เบามากข้าไม่แน่ใจว่ามีกี่คนกันขอรับ” ชายคนนั้นค่อยๆ พูดออกมาช้าๆอย่างอ่อนแรงเต็มทน
“เรียนท่านเ้าเมืองตอนที่ข้าน้อยไปถึงไม่ได้ยินเสียงใดเลยหากมีคนอยู่จริงเป็ไปได้ว่าอาจจะสลบไปเพราะอ่อนแรงหรือาเ็ก็เป็ได้ขอรับ”นายทหารที่ได้รับหน้าที่ค้นหาชาวบ้านเอ่ยขึ้นมา
“เช่นนั้นเราจะรอช้าไม่ได้แล้วต้องรับตรวจสอบหากมีคนติดอยู่จริงต้องรีบช่วยคนออกมาเพราะนี้ก็ 2 วันเข้าไปแล้ว”ท่านเ้าเมืองกล่าวแล้วและให้ทหารพาคนเจ็บไปรักษาจากนั้นก็เดินเข้าไปที่กระโจมเพื่อสั่งการทหารและนายอำเภอและวางแผนเพื่อหาทางช่วยชาวบ้านออกมาทันทีและยังต้องแข่งกับเวลาด้วย
บริเวณที่พวกเขาพูดคุยกันในตอนแรกนั้นเป็ด้านหน้าค่ายพักแรมมีชาวบ้านหลายๆ คนอยู่จึงทำให้ได้ยินว่ายังมีคนติดอยู่ในเหมืองและิเย่วก็ได้ยินเช่นกันได้แต่ภาวนาว่าให้คนที่รอดอยู่นั้นเป็ครอบครัวของนางด้วยเถิดเพราะนางเชื่อตามบันทึกนั้นที่ได้รับรู้ในชาติภพก่อนว่านางเป็ผู้มีชะตานำพาโชคดีหนุนนำตระกูล….
อีกด้านหนึ่ง..
ในเหมืองที่มืดมิดมีเพียงแสงจากซอกหินเพียงเล็กน้อยที่สาดส่องเข้ามาให้เห็นแสงด้านนอกรำไรพื้นดินเฉอะแฉะคิดโคลน ร่างคนราวๆ 20คนทั้งชายหญิงต่างหายใจรวยรินเพราะการาเ็อีกทั้งขาดน้ำและอาหารมา 2 วันเต็มๆหากนานกว่านี้คาดว่าคงไม่อาจรอดแล้ว
“ฮึก ท่านพี่ข้าห่วงลูกเหลือเกินเ้าค่ะ”ร่างที่อ่อนแรงพิงผนังอยู่เอ่ยขึ้นเสียงแหบแห้ง
“พี่ก็ห่วงเช่นกัน พี่ขอโทษจะจิงจิง ที่ดูแลพวกเ้าไม่ดีพ่อขอโทษเ้าด้วยนะอาเฟิง” หากเขาไม่พาลูกเมียมาขุนแร่ในเหมืองก็คงไม่เกิดเื่แบบนี้เขารู้สึกผิดยิ่งนัก
“ท่านพี่อย่าได้พูดเช่นนั้น”มู่ฟางจิงกล่าวปลอบใจสามีอย่างแ่เบาด้วยใกล้หมดแรงเต็มทีแล้ว
“ใช้ขอรับท่านพ่อพวกเราทุกคนต่างไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ท่านอย่าได้โทษตัวเองเลยขอรับ”
“ได้แต่หวังว่าจะมีคนมาช่วยเราโดยเร็ว”จุดที่พวกเขาติดอยู่นั้นเรียกว่าจุดท้ายเหมืองเลยทีเดียวซึ่งอยู่อีกทางด้านของเหมืองแห่งนี้คนที่ติดอยู่เป็ชาวบ้านที่เข้ามาขุดแร่ด้วยกันบางคนก็เสียชีวิตไปแล้วส่วนคนที่เหลือลอดก็พยายามะโขอความช่วยเหลือแต่ก็เสียงเบาเหลือเกินเพราะการาเ็และเหนื่อยล้าที่ได้รับจวบจนตอนนี้ก็แทบหมดแรงหมดลมกันแล้ว…
ด้านนอกนายทหารที่จดจำบริเวณพื้นที่ที่พบกับท่านลุงที่บอกว่ายังมีคนอยู่ได้ก็รับพาทหารมาทันทีแล้วส่งเสียงะโเรียกหาผู้รอดชีวิต
“พวกเ้าหากได้ยินก็กล่าวตอบข้าด้วย หรือส่งสัญญาณให้พวกข้าที”นายทหาระโเสียงดังมากจนผู้ที่ติดอยู่ด้านในพยายามฝืนลืมตาขึ้นมาแต่ก็ไม่มีแรงพอที่จะะโตอบหยางิเฟิงนั้นเมื่อได้ยินก็ฮึดแรงขึ้นมาในบรรดาคนทั้งหมดเขาาเ็น้อยที่สุดแล้วเพราะท่านพ่อท่านแม่เอาตัวกันไว้ให้เขานั้นเองิเฟิงจึงรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีร้องะโตอบสุดเสียงดังก้องกังาลออกมา
“อยู่ขอร๊าบบ พวกข้าอยู่ในนี้ขอราบบบ ช่วยพวกเราด้วยขอร๊าบบ แฮ่ก แฮ่ก แค่กแค่ก” ะโสุดเสียงจนแสบคอ
นายทหารที่ได้ยินเสียงตอบกลับก็รีบส่งสัญญาณนายทหารลงมือช่วยเหลือทันที
“พวกเ้าข้างในรอก่อนพวกข้ากำลังเข้าไปช่วย”พวกเขาต้องเร่งทำเวลาที่สุดเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุดินโคลนถล่ม หรือฝนตกลงมาอีกหากเป็เช่นนั้นคงยากที่จะช่วยคนที่เหลือออกมาได้แล้วทหารร้อยนายช่วยกันขนช่วยกันดันหินดินที่ปิดทางออกจนหมดได้สำเร็จ
ผ่านไป 2ชั่วยามจึงสามารถเปิดทางได้ ก็รีบพาคนเจ็บออกมาทันทีโดยเร็วที่สุด
“พวกเ้ามีกันเท่านี้รึ” ท่านนายกองผู้รับผิดชอบงานนี้เอ่ยถามขึ้นมา
“ขอรับมีเท่านี้” ิเฟิงเป็คนตอบ
“เป็เ้าสินะที่ะโตอบข้า”
“เป็ข้าเองขอรับ”
“รีบไปเถอะ รีบกลับไปหาครอบครัวเ้า” เมื่อช่วยคนได้หมดแล้วและยังตรวจตราอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่าไม่มีชาวบ้านเหลืออีกแล้วก็พาคนเจ็บทั้งหมดรักษาที่กระโจมหมอในค่ายพักแรม คนเจ็บที่ถูกทยอยพาเข้ามาเมื่อคนที่อยู่ในค่ายอยู่ก่อนแล้วเห็นว่าเป็ครอบครัวตนเองต่างก็ร้องห่มร้องไห้ด้วยความดีใจแต่คนแล้วคนเล่าที่ถูกพาเข้ามาก็ยังไม่เห็นท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ใหญ่ของนางเลยอยู่ๆ ิเย่วก็ใจไม่ดี น้ำตาคลอขึ้นมาดึงิชุนเข้ามากอดทันทีแต่ก่อนที่จะปล่อยโฮนั้นก็เห็นร่างคุ้นตาในความทรงจำ นั้นพี่ใหญ่ตามด้วยท่านพ่อและท่านแม่
พวกท่านยังมีชีวิตอยู่เพียงเห็นเท่านั้นิเย่วก็ปล่อยโฮออกมาทันที แม้จิติญญาเป็ผู้ใหญ่แต่ความกังวลและความกดดันต่อเหตุการณ์ที่เจอและยิ่งอยู่ในร่างเด็กวัยเพียง 5 หนาวก็พลอยทำให้นางจิตใจเป็เด็กไปด้วยก็ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกันมั้ยแต่ตอนนี้นางรู้เพียงว่าอยากร้องไห้มากๆ ก็เท่านั้น คิดได้ดังนั้นร่างกายก็ผลิตน้ำตาอาบแก้มกลมๆออกมาทันที….