บทที่ 23 ท่านแม่...หอมยิ่งนัก (รีไรต์)
เมื่อห่อเกี๊ยวเสร็จสรรพ ก็นำลงไปต้มในหม้อ หม้อเหล็กใบใหญ่ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ สามารถต้มของได้มากมายมหาศาล
เสี่ยวหยวนเป่าและเหล่าพี่ชายต่างพากันล้อมวงอยู่ที่ข้างเตา ทั้งผิงไฟให้อบอุ่นและเฝ้ารอให้เกี๊ยวสุกพร้อมกิน
วันนี้พวกเขายังซื้อโอ่งใส่น้ำใบใหญ่มาด้วย ต้าเป่าและผู้เฒ่าหวังต่างผลัดกันหาบน้ำหิ้วน้ำมาจากบ่อน้ำเก่าประจำหมู่บ้าน จนกระทั่งน้ำเต็มโอ่ง
โอ่งน้ำนั้นถูกวางไว้ในห้องครัว
ห้องครัวนับเป็สถานที่ที่สร้างไว้กว้างขวางรองจากห้องโถงหลัก
ยามนี้คนเจ็ดแปดคนสามารถนั่งล้อมวงที่ข้างเตาไฟได้อย่างพร้อมหน้า รอคอยเกี๊ยวสุกพลางสนทนาหยอกล้อหัวเราะร่า บรรยากาศช่างเปี่ยมสุขยิ่งนัก
การต้มเกี๊ยวให้สุกทั่วกันนั้น ต้องเติมน้ำเย็นลงไปถึงสามครั้ง เพียงเติมน้ำเย็นลงไปครั้งแรก เสี่ยวหยวนเป่าก็ััได้ถึงกลิ่นหอมหวนเสียแล้ว
นางเขย่งปลายเท้า ยืดคอชะเง้อมองลงไปในหม้อตาปรอย "ท่านแม่เ้าคะ...หอมยิ่งนักเ้าค่ะ"
ทุกคนต่างพากันหัวเราะร่า จะไม่ให้หอมได้อย่างไรเล่า!
นี่คือของเลิศรสที่ในรอบปีจะหากินได้ยากยิ่งนัก
เมื่อเกี๊ยวสุกได้ที่ ไฉ่ซื่อก็ตักใส่ชามใบใหญ่ให้เสี่ยวหยวนเป่าเป็คนแรก
ในชามนั้นมีเกี๊ยวตัวโตอัดแน่นอยู่ถึงสิบกว่าตัว!
พอยกมาวางบนโต๊ะอาหารที่ต่อขึ้นอย่างเรียบง่าย เสี่ยวหยวนเป่าก็ลงมือกินทันที ความร้อนของเกี๊ยวทำให้นางสะดุ้งจนเอ่ยพจนาแทบไม่เป็คำ "อะ...อร่อยเ้าค่ะ อร่อยยิ่งนัก..."
ผมแกละสองข้างของนางสะบัดไปมาตามจังหวะการเคี้ยวอย่างร่าเริง
ช่างน่ายินดียิ่งนัก
จากนั้นซานเป่าก็ตามเข้าร่วมศึกบนโต๊ะอาหาร เด็ก ๆ ทุกคนต่างได้รับเกี๊ยวเต็มชามถ้วนหน้า
"อร่อยเหลือเกินเ้าค่ะท่านแม่! อร่อยยิ่งกว่าที่พวกเราเคยกินมาทั้งหมดเลย!"
"ใช่แล้วเ้าค่ะ แม้แต่น้ำแกงก็ยังหวานมากเลย"
"ท่านแม่เ้าคะ แบ่งน้ำแกงเกี๊ยวอุ่น ๆ ให้เหล่าเฮยกินบ้างนะเ้าคะ..."
ยามนี้ เหล่าเฮยกำลังนั่งยอบกายส่งสายตาละห้อยอยู่ที่ประตู
เมื่อไฉ่ซื่อตักเกี๊ยวให้พวกผู้ใหญ่เสร็จสิ้นแล้ว นางก็ตักน้ำแกงเกี๊ยวข้น ๆ ใส่ชามไปวางให้เหล่าเฮยที่หน้าประตู เหล่าเฮยตื่นเต้นดีใจจนส่งเสียงครางอืออา
ทุกคนต่างอิ่มหนำสำราญใจ
เนื้อหมูสองชั่งที่ซื้อมาในวันนี้ นำมาผสมกับใบกุยช่ายที่แม่เฒ่าหวังนำมาให้เพื่อทำเป็ไส้ คลุกเคล้ากับแป้งสาลีเนื้อละเอียดหลายชั่ง รังสรรค์เป็เกี๊ยวหม้อใหญ่ที่เพียงพอสำหรับคนทั้งแปดคน
ไฉ่ซื่อเกรงว่าลูก ๆ จะกินไม่อิ่ม จึงนึ่งวอโถวเตรียมไว้ด้วย ใครอยากจะกินเท่าไหร่ก็กินได้จนอิ่มแปล้
เหล่าเฮยได้ซดน้ำแกงเกี๊ยวร้อน ๆ คู่กับวอโถวอีกสองลูก นับเป็ปริมาณอาหารที่เท่ากับผู้ใหญ่คนหนึ่งกินจนอิ่มท้องทีเดียว
ทว่าผู้ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเสี่ยวหยวนเป่าและซานเป่า
เสี่ยวหยวนเป่าจัดการเกี๊ยวไปหนึ่งชามครึ่ง ส่วนซานเป่ากินเกี๊ยวหนึ่งชามใหญ่และวอโถวลูกใหญ่อีกหนึ่งลูก
ทั้งสองคนต่างมีพุงที่กลมป่องด้วยความอิ่มเอม
ความสุขช่างเปี่ยมล้นจนแทบจะกลั่นออกมาเป็หยดน้ำตา!
หลายปีให้หลัง เมื่อเหล่าพี่น้องหวนระลึกถึงรสชาติแห่งความสุข ทุกคนต่างเริ่มต้นนับจากวันนี้เป็ต้นไป
ซาลาเปาไส้เนื้อว่าอร่อยแล้ว เกี๊ยวในวันนี้ก็เลิศรสไม่แพ้กัน!
แม้ภายภาคหน้าจะได้กินของดีเพียงใด ก็คงหามีรสชาติใดจะมหัศจรรย์และซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลได้เท่าวันนี้อีกแล้ว
เมื่อกินมื้อค่ำเสร็จสิ้น ตะวันก็จวนจะลับขอบฟ้า ผู้เฒ่าหวังและภรรยาต่างพากันกำชับหวังเทียนโกวซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าให้ทำตัวว่าง่าย อย่าได้สร้างความลำบากให้แก่เสี่ยวหยวนเป่า ก่อนจะเดินทางกลับบ้านไปด้วยความอาลัยอาวรณ์และกังวลใจไม่น้อย
หวังเทียนโกวปูที่นอนบนพื้นที่ห้องนอนของพวกเสี่ยวหยวนเป่าจริง ๆ โดยอยู่ห่างจากเตียงของนางไม่นัก บนพื้นถูกรองด้วยหญ้าคาแห้งหนาเตอะ ก่อนจะวางเครื่องนอนของเขาลงไปทับอีกชั้น
หลังมื้ออาหาร ไฉ่ซื่อต้มน้ำร้อนไว้หม้อใหญ่
แต่เดิมนั้นบ้านหามีปัจจัยพร้อมไม่ จึงไม่อาจอาบน้ำได้บ่อยครั้งนัก ทว่าวันนี้ซื้อเครื่องนอนใหม่มาแล้ว จะปล่อยให้ร่างกายเหม็นสาบแล้วเข้านอนย่อมไม่สมควร ทุกคนในบ้านจึงพร้อมใจกันชำระล้างร่างกายด้วยน้ำร้อน
ไฉ่ซื่อเริ่มอาบน้ำให้เสี่ยวหยวนเป่าเป็คนแรก
โดยอาบกันในห้องครัวนั่นเอง เพราะในเตายังมีไฟหลงเหลืออยู่ ภายในห้องจึงอบอุ่น ไม่หนาวสั่นยามต้องเปลื้องผ้า
ไฉ่ซื่อใช้ถังไม้ใบใหญ่ ขัดถูเนื้อตัวให้เสี่ยวหยวนเป่าอย่างถ้วนถี่ วันนี้นางยังซื้อสบู่หอมมาด้วย จึงขัดสีฉวีวรรณจนเ้าก้อนแป้งน้อยส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งตัว
ผิวพรรณของนางทั้งนุ่มนิ่มและขาวนวล ััแล้วช่างสบายมือยิ่งนัก
ไฉ่ซื่ออดไม่ได้ที่จะระดมจูบด้วยความเอ็นดู ทำเอาเ้าตัวน้อยหัวเราะคิกคักไม่หยุด
ยามที่ขัดถูมาถึงฝ่ามือของเสี่ยวหยวนเป่า ไฉ่ซื่อพยายามถูอยู่หลายครา ทว่ารอยจาง ๆ นั้นกลับไม่ยอมเลือนหายไป
ไฉ่ซื่อเอ่ยถาม "หยวนเป่าลูกรัก มือน้อย ๆ ของเ้าไปโดนอะไรมา เหตุใดจึงล้างไม่ออกเล่า"
เสี่ยวหยวนเป่าก้มลงมอง
แล้วเอ่ยเสียงใส "ไม่มีสิ่งใดเ้าค่ะ นี่คือ 'น้ำเต้าน้อย' ที่ท่านพ่อมอบให้ข้าเ้าค่ะ"
ไฉ่ซื่อฟังแล้วก็ใจหาย
เ้าก้อนแป้งน้อยคงคิดถึงท่านพ่อจนเห็นภาพหลอนไปเสียแล้ว ทั้งที่เป็เพียงรอยเปื้อนที่ล้างไม่ออกแท้ ๆ ทว่าเ้าตัวเล็กกลับยืนกรานว่าเป็น้ำเต้าที่ท่านพอมอบให้
ช่างเถิด... ตามใจนางเถิด
ลูกยังเด็กนัก การขาดบิดาไปย่อมทำให้คิดถึงเป็ธรรมดา
และเพราะนางไม่มีบิดานี่แหละ ตนที่เป็แม่ยิ่งต้องรักและถนอมนางให้มากยิ่งขึ้น
เมื่ออาบน้ำให้เสี่ยวหยวนเป่าเสร็จและสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย ไฉ่ซื่อก็รีบอุ้มนางกลับไปยังห้องนอนหลัก เพื่อให้นางซุกตัวในผ้าห่มผืนใหม่ที่อบอุ่น
ลำดับถัดมาคือบุตรชายทั้งสามคน พวกเขาหาต้องให้ไฉ่ซื่อช่วยอาบน้ำไม่ เพราะเติบโตพอจะดูแลกันเองได้แล้ว สามพี่น้องอาบน้ำร่วมกันในถังเดียวเพื่อประหยัดน้ำและช่วยขัดหลังให้กันและกัน
น้ำในถังกลายเป็สีดำสนิท
ขี้ไคลถูกขัดออกมาหนาเตอะ
สุดท้ายจึงเป็คราวของไฉ่ซื่อเอง เมื่ออาบเสร็จนางยังต้องจัดแจงข้าวของอีกพักใหญ่
เสี่ยวหยวนเป่าซึ่งอาบน้ำเสร็จก่อนใครเพื่อน นอนกลิ้งไปมาบนที่นอนที่อบอุ่นด้วยความตื่นเต้น ทางด้านหวังเทียนโกวนั้น นั่งอยู่บนที่นอนของตนแล้ว พลางอ่านตำราอยู่ใต้แสงตะเกียงน้ำมัน
ตะเกียงนี้เขาเตรียมมาเอง เขานำมาวางตั้งไว้บนพื้น
ภายในห้องจึงถูกโอบล้อมด้วยแสงสีทองอันอบอุ่น
ตะเกียงน้ำมันนับเป็ของฟุ่มเฟือย ผู้เฒ่าหวังตั้งใจซื้อให้บุตรชายใช้สำหรับอ่านตำราโดยเฉพาะ
บ้านอื่นมีหรือจะมีวาสนาเช่นนี้
ไฉ่ซื่อและลูก ๆ ยามไปตลาดครานี้ยังไม่กล้าควักเงินซื้อตะเกียงน้ำมันมาใช้เลย
เสี่ยวหยวนเป่านอนกลิ้งอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นหวังเทียนโกวไม่สนใจนางก็นึกเบื่อ จึงคลานลงจากเตียงไปหมอบอยู่ข้างกายเขา "พี่เทียนโกว ท่านอ่านตำราอะไรอยู่หรือเ้าคะ ข้าเองก็อ่านออกนะเ้าคะ..."
"เ้ารู้หนังสือหรือ"
"รู้สิเ้าคะ! ข้ารู้จักตัวอักษรตั้งมากมาย ท่านพ่อเป็คนสอนข้าเอง..."
หวังเทียนโกวชูตำราขึ้นมา แล้วสุ่มชี้ไปที่อักษรตัวเต็มไม่กลุ่มหนึ่ง "อักษรตัวนี้อ่านว่ากระไร"
เ้าก้อนแป้งน้อยจ้องตาเขม็ง ทว่าท้ายที่สุดก็จำไม่ได้แม้เพียงตัวเดียว
ตำราที่นางเคยเห็นมาก่อน ส่วนใหญ่ล้วนเป็ 'สมุดบัญชีเป็ตาย'
"เอ่อ... ไม่รู้จักเ้าค่ะ" นางรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย
หวังเทียนโกวจึงก้มหน้าอ่านตำราต่อ ไม่สนใจนางอีก
เสี่ยวหยวนเป่าเหลือบไปเห็นชาดแดงและแผ่นยันต์ซึ่งแม่หมอหลิวทิ้งที่เหลืออยู่ไว้ให้ นางจึงหยิบมาเริ่มละเลงเขียนยันต์ นางไม่จดจำตัวอักษร ทว่ามียันต์ใดเล่านางจะเขียนไม่ได้
เดิมทีนางตั้งใจจะใช้นิ้วมือวาด ทว่าพอนึกถึงตอนที่ไฉ่ซื่อต้องขัดมือให้นางอยู่นาน นางจึงหยิบพู่กันขึ้นมาจุ่มชาดแดงแทน
นางเริ่มตวัดพู่กันลงบนแผ่นยันต์ที่เหลืออยู่ ขณะที่กำลังเขียนอย่างขะมักเขม้น พวกต้าเป่าก็อาบน้ำเสร็จเดินเข้ามาพอดี
ซานเป่าวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "น้องสาว เ้าทำสิ่งใดอยู่หรือ"
เ้าตัวน้อยออกแรงตวัดพู่กันพลางเอ่ย "เขียนยันต์คุ้มครองเ้าค่ะ"
ยันต์ที่เขียนให้แม่หมอหลิวคือยันต์ขับไล่ิญญา ทว่ายันต์คุ้มครองนี้เขียนง่ายกว่าไม่น้อย
ล้วนเป็ยันต์ขั้นพื้นฐานทั้งสิ้น
ซานเป่าจ้องมองดู ทว่ามองอย่างไรก็ไม่มองออก ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงเอ่ยชมอย่างไร้สติ "ยันต์คุ้มครองหรือ! น้องสาววาดได้งดงามยิ่งนัก! ดูคล้ายกับหนูน้อยตัวหนึ่งเลย..."
คราวก่อนยันต์ขับไล่ิญญาดูคล้ายกระต่าย คราวนี้ยันต์คุ้มครองกลับดูคล้ายหนู
ช่างเป็คำชมในแบบของซานเป่าเสียจริง!
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าก็ตามเข้ามามุงดูน้องสาวเขียนยันต์
นางเขียนด้วยความตั้งอกตั้งใจยิ่งนัก แต่น่าเสียดายที่พวกเขามองอย่างไรก็ไม่อาจเข้าใจในลวดลายนั้นได้ แม้แต่หวังเทียนโกวก็ยังวางตำราในมือลง แล้วขยับเข้ามามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เมื่อเสี่ยวหยวนเป่าเขียนเสร็จไปหนึ่งแผ่น นางรู้สึกว่าตนเองยังมีเรี่ยวแรงพอจะเขียนต่อได้ จึงจัดการกับแผ่นยันต์ที่เหลืออีกสามแผ่น นางลงมือรวดเดียวจนครบทุกแผ่น
ยามนั้นเอง ความง่วงงุนจึงเริ่มเข้าจู่โจม
เขียนเสร็จพอดี ย่อมได้เวลานิทรา ไม่พักต้องทนลืมตาตื่นอยู่ในความมืดมิดให้ทรมานใจ