เปิดเผยความจริง
“ไหนแกพูดว่าอะไรน่ะ “ทนงเกียรติถาม
“รวมทั้งเื่ของแพรพิมพ์ครับ “ศิลาพูดซ้ำ
ทั้งสามอุทานพร้อมกัน ราวกับนัดหมายกันเอาไว้
“หมายความว่าอย่างไรครับคุณใหญ่ “ภูผากระชากเสียงถามทันที ด้วยความมึนงง ในคำพูดของพี่ชายต่างมารดา
ศิลาค่อย ๆ หันมามองหน้าชายหนุ่ม อย่างสำนึกผิดชอบชั่วดี
“ฉันขอโทษนายด้วย “ศิลากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง และด้วยความรู้สึกเสียใจ กับการกระทำของเขาเอง
“ป๋าครับ เป็ต้นเหตุที่ทำให้แพรพิมพ์หายตัวไป”
“แพรหายตัวไป ป๋าครับหมายความว่าอย่างไร “ภูผาหันหน้าไปถามบิดาทันที เมื่อศิลากล่าวจบ
ทนงเกียรติมองหน้าลูกชายคนเล็ก ด้วยความกระอักกระอ่วนใจ แต่เขาก็ต้องยอมรับความจริงเสียที
“ใช่ตาเล็ก หนูแพรหายตัวไป ั้แ่วันที่แกบินไปดูงานวันนั้น “ทะนงเกียรติพูดจบ เหมือนกับยกูเาออกจากอก
ภูผานั่งนิ่ง เมื่อได้ยินคำตอบจากปากของบิดา ความรู้สึกมันเหมือนตัวเองกำลังตกลงในเหวลึก หัวใจสั่นระรัว ตัวชาวาบ เกิดอะไรขึ้นกับแพรพิมพ์
“ทำไมป๋าต้องปิดบังผม เื่ของแพรด้วยครับ ทำไมป๋าถึงไม่บอกความจริงกับผม ั้แ่ทีแรก ไหนป๋ารับปากกับผมว่า จะดูแลแพรให้ผม แล้วมันเป็แบบนี้ได้อย่างไร มิน่าล่ะป๋าถึงได้บ่ายเบี่ยงผมตลอดเวลา เมื่อพูดถึงแพร ทำป๋าถึงทำกับผมแบบนี้ ผมยอมทำทุกอย่างที่ป๋า้า เพราะผมรู้ตัวเองเสมอว่า ผมมันก็แค่ลูกเมียน้อย ไม่มีสิทธิ์จะขัดขืนอะไรได้ ผมยอมจากคนที่ผมรักไป ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่า ผมถูกกลั่นแกล้งจากใครบางคน”
ชายหนุ่มชำเลืองตามองศิลาแวบหนึ่ง ด้วยความปวดร้าวใจ
“แต่ก็ยอมเพราะผมอยากจะทดแทนบุญคุณป๋า ที่ดูแลเราสองคนแม่ลูกเป็อย่างดี “ภูผาบอกความรู้สึกที่ถูกเก็บกดมาโดยตลอด ด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทั้งเสียใจและน้อยใจ
“ตาเล็ก ทำไมลูกถึงพูดกับป๋าแบบนี้ละลูก “ดวงมณีตวาดลูกชาย
“หรือว่าไม่จริงล่ะครับแม่ ตลอดเวลาเราต้องอาศัยอยู่ที่นี่ อย่างหวานอมขมกลืนมาตลอด กี่ครั้งแล้วล่ะที่แม่ต้องนั่งร้องไห้ เมื่อถูกคุณใหญ่เสียดสีต่าง ๆ นานา”
“ตาเล็กแม่บอกให้หยุดพูดไง “ดวงมณีตวาดเสียงแข็ง น้ำตาไหลรินเป็สาย
“ตาเล็ก ป๋าไม่เคยรังเกียจแกเลยน่ะ ป๋ารักแกเพราะแกเป็ลูกของป๋าเหมือนกัน ที่ป๋ารับแกมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เพราะป๋าต้องรับผิดชอบแกอย่างเดียว แต่เป็ป๋ารักแกพอ ๆ กับป๋ารักตาใหญ่ ป๋าอยากให้แกทั้งสองปรองดองกัน วันใดที่สิ้นป๋าแล้ว แกทั้งสองจะได้ไม่รู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว อย่างน้อยก็ยังมีซึ่งกันและกัน ป๋าจึงอยากให้แกทั้งสองทำความคุ้นเคยกัน”
“คุ้นเคยกันในฐานะ ที่ผมต้องเป็เบี้ยล่างคุณใหญ่งั้นหรือ ตลอดเวลาผมถูกเหยียดหยามต่าง ๆ นานาแต่ผมก็จำใจยอมรับสภาพ ยอมรับกับฐานะของผม ที่เป็อยู่ทุกวันนี้ ยอมให้คุณใหญ่ว่าเสียดสีผมอยู่ตลอดเวลา ผมต้องอดทนกับคำพูด ที่ดูิ่เหยียดหยามนับครั้งไม่ถ้วน แต่ผมก็ต้องทนเพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะผมมันเป็ลูกเมียน้อยน่ะซี ถึงไม่มีสิทธิ์ที่จะมีปากมีเสียงเถียงใครต่อใครได้ “ภูผาระบายความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่ถูกเก็บไว้ในใจมาโดยตลอด
“ตาเล็ก ทำไมถึงพูดจาก้าวร้าวอย่างนี้ แม่ไม่เคยสอนให้ลูกพูดแบบนี้เลย”
“ก็เพราะแม่ดีแบบนี้ไงล่ะ ถึงต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ แล้วในที่สุดผมก็ต้องสูญเสียคนที่ผมรักไป “ชายหนุ่มขณะที่สายตาจับจ้องอยู่ที่พี่ชาย
“ฉันขอโทษ นายเล็ก “ศิลากล่าวจากใจจริง
“ป๋าครับ ผมขอโทษที่สร้างแต่ความเดือดร้อน ให้กับป๋าไม่รู้จักจบสิ้น ตอนนี้เวรกรรมเ่าั้ มันกำลังตามทันผมแล้ว ผมกำลังตกนครทั้งเป็ “ศิลากล่าวเสียงอ่อน ด้วยดความสำนึกผิดชอบชั่วดี
“ป๋าเข้าใจแกทั้งสองดี ป๋าผิดเองที่เป็คนก่อเื่ต่าง ๆ ขึ้นมา ถ้าป๋าไม่ทำสักคนเื่ก็คงไม่เกิด”
ทนงเกียรติกล่าวด้วยความเสียใจ แล้วเอื้อมมือไปโอบไหล่ภรรยา ที่นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้าง ๆ เป็การกล่าวคำขอโทษแทนคำพูด
“ผมต่างหากละครับป๋า ถ้าผมละไฟพยาบาทในใจลงเสีย เื่ทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น ผมเองวก็คงจะไม่ถูกไฟพยาบาทแผดเผาอย่างเช่นทุกวันนี้ เพราะเวรกรรมที่ผมก่อขึ้นกับป๋าและกับแพรพิมพ์”
“คุณใหญ่ทำอะไรกับเธอ “ภูผากระชากเสียงห้วนถาม ด้วยความโกรธ
“ฉันขืนใจเธอ “
“คุณใหญ่ “ภูผาเรียกด้วยความโกรธสุดขีด
เขาลุกพรวดเข้าไปกระชากคอเสื้อของพี่ชาย แล้วดึงตัวออกมาจนห่างตัวบิดามารดา เงื้อหมัดชัดโครมลงไปบนใบหน้าคมสันของเขา จนศิลาเซถลาล้มลงกองกับพื้นเืกบปาก จนเขาต้องเอาหลังมือปาดเืที่ไหลออกมา
ดวงมณีถลาเข้ามาหาศิลา หลังจากตั้งสติได้ เมื่อกำลังเห็นว่าภูผากำลังสาวเท้า เดินมาหาศิลาแล้วทำท่าจะกระชากต่างพี่ชายขึ้นมา ซัดอีกสักหมัดสองหมัด
“อย่าตาเล็ก พอแล้ว อย่าทำพี่เขา “ดวงมณีห้ามเสียงหลง
“แม่คนแบบนี้ แม่ยังจะให้ผมนับถือว่าเป็พี่อีกหรือ “ภูผาแค่นเสียงด้วยความเดือดดาล
“ปล่อยเขาเถอะครับแม่ดวง ถูกอย่างที่นายเล็กพูดทุกอย่าง ผมมันไม่เหมาะที่จะให้ใครมานับถือหรอกครับแม่ดวง”
“แต่แม่ดวงเชื่อว่า คุณใหญ่คงจะมีเหตุผล ไม่งั้นคุณใหญ่คงไม่ทำเช่นนี้”
“จะมีเหตุผลอะไรอีกล่ะครับแม่ ถ้าไม่ใช่เพราะความอิจฉาอาฆาตพยาบาท ที่คอยจ้องจะทำลายเราทั้งสองให้พินาศลง “ภูผาตะเบ็งเสียงใส่พี่ชาย
แล้วกระชากคอเสื้อจนศิลาต้องลุกขึ้นตามแรงกระชากของน้องชาย ภูผาเงื้อกำปั้นหมายจะซัดพี่ชายให้หายแค้น
“หยุดน่ะตาเล็ก “ทะนงเกียรติตวาดเสียงห้าม พร้อมกับคว้าข้อมือภูผาไว้
ภูผามองหน้าบิดาแล้วใจหายวาบ สีหน้าทะนงเกียรติเต็มไปด้วย ความรันทดหดหู่ แววตามีแต่ความขมขื่นเสียใจ จนอารมณ์ของชายหนุ่มอ่อนลง เขาเหวี่ยงร่างพี่ชายจนเซถลาลงไปกองกับพื้นห้อง เดินไปนั่งบนโซฟาด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ
“แกทั้งสองเป็พี่น้องกันน่ะ ถึงจะต่างแม่กันก็เถอะ แต่แกทั้งสองก็ยังมีเืของป๋าอยู่ ป๋าไม่เคยสอนให้ใช้กำลังในการแก้ปัญหา ตาใหญ่แกทำอย่างนี้ทำไม “ทนงเกียรติหันไปถามลูกชายคนโต ด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ
“ผมรักเธอ “ศิลาโพ้งออกไปด้วยความตั้งใจ
คำพูดของศิลาถึงกับทำให้ทั้งสามตะลึง
“ผมยอมรับว่าตอนแรก ๆ ผม้าจะทำลายความสุขของ แม่ดวงและนายเล็ก โดยทำลายสิ่งวที่แม่ดวงกับนายเล็กรัก เพื่ออยากจะให้รับรู้ถึงการสูญเสียของรัก ว่ามันเป็อย่างไรเมื่อผมพบแพรพิมพ์ มันทำให้ผมคิดวิธีแก้แค้นได้ โดยใช้แพรพิมพ์เป็ตัวกลาง ผมเริ่มวางแผนด้วยการให้นายเล็กไปดูงาน ที่ต่างประเทศแล้วผมก็หลอกแพรไปทานอาหาร ผมสั่งให้พนักงานใส่ยานอนหลับลงไปในน้ำส้ม แล้วเอาไปให้เธอดื่ม หลังจากนั้นผมก็พาเธอไปคอนโดแล้วผมก็ทำลายเธอ “ศิลาสารภาพจนสิ้น
“ไอ้บัดซบ “ภูผาสบถอย่างเคียดแค้น
“แต่แทนที่ผมจะมีความสุขกับการเป็ผู้ชนะ มันกลับทำให้ผมตกนรกทันที เสียงสะอื้นของเธอมันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก หัวใจผมแทบสลาย สายตาที่เธอมองผมมันทำให้ผมเ็ป ผมรู้ทันทีว่าผมทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องแต่ผมก็ไม่มีทางเลือก เมื่อส่วนลึกในใจมันคอยบอกผมว่า ถ้าผมไม่ใช้วิธีนี้ผมก็คงไม่มีโอกาส ที่จะได้ใกล้ชิดกับเธอ ผมบอกตรง ๆ ว่าผมรักเธอและก็รักมากเสียด้วย ความรู้สึกที่คิดจะแก้แค้นแม่ดวงกับนายเล็ก ในเวลานั้นไม่มีในความคิดเลย ผมคิดแต่เพียงว่า ผมต้องได้ตัวเธอมาเป็ของผมให้ได้ เมื่อแพรเป็ของผมแล้ว เธอก็คงจะยอมอยู่กินกับผม”
“ไอ้ผู้ชายเห็นแก่ตัว “ภูผากัดกรามแน่นจนเป็สันนูน แล้วแค่นเสียงสบถออกมา
“ใช่ฉันมันเห็นแก่ตัว จนไม่คำนึงถึงความรู้สึกของแพร ป๋าครับผมตั้งใจไว้ว่า ถ้าแพรมาเรียกร้องให้ผมรับผิดชอบ ผมก็จะสารภาพเื่นี้กับป๋าตรง ๆ แต่ผมรอแพรอยู่สองสามวันก็ไม่มีวี่แววเลย เธอเงียบหายไม่ติดต่อกลับมาเลย จนผมทนไม่ไหว เลยไปที่บ้านของเธอ ถึงได้รู้ว่าแพรขายบ้าน แล้วหนีไปต่างจังหวัด “ศิลาพูดเสียงสั่นเครือแต่ก็พยายามระงับ ความรู้สึกต่าง ๆ ที่มันพยายามจะดันออกมา
“นี่นายทำถึงขนาดแพรต้องขายบ้านหนีเชียวหรือ”
ภูผาลุกขึ้นยืน หมายจะเดินไปหาพี่ชาย แล้วซัดปากผู้ชายคนนี้อีกสักหมัดสองหมัด ให้สมกับการกระทำของเขา แต่ก็ถูกทะนงเกียรติคว้ามือเอาไว้ แล้วรั้งตัวให้นั่งลงตามเดิม ชายหนุ่มนั่งลงด้วยความจำใจบวกกับความโมโหเขาขบกรามแน่น เพื่อที่จะพยายามสะกั้นอารมณ์โกรธ ทั้ง ๆ ที่ใจเขาอยากจะฆ่าผู้ชายคนนี้ ให้ตายคามือเสียยิ่งนัก
“นายนี่เลวจริง ๆ นายทำอย่างนี้ได้อย่างไ นายรู้ไหมว่าแพรไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเลย นายทำอย่างนี้กับผู้หญิงตัวคนเดียวได้อย่างไร ฉันอยากจะฆ่านายจริง ๆ “ภูผาต่อว่าด้วยอารมณ์เกลียดและชิงชัง
ภูผาทนฟังคำสารภาพของพี่ชายต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เขาจึงลุกเดินออกไปด้วยหัวใจแตกสลาย ดวงมณีเดินตามลูกชายไปติด ๆ
“ตาใหญ่เอ๊ย !“ทนงเกียรติหมดปัญญา จะหาทางแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้น
“ป๋าครับผมขอโทษ ช่วยผมด้วย ผมไม่อยากจะสูญเสียแพรกับลูกไป “ศิลาอ้อนวอน
“แกพูดว่าอะไรน่ะ นี่แกมีลูกกับหนูแพรหรือ “ทนงเกียรติย้ำเพื่อความแน่ใจแกมใ
ศิลาพยักหน้ารับอย่างช้า ๆ
ทนงเกียรติส่ายศีรษะไปมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ลำพังแค่ตัวหนูแพรคนเดียวก็หาทางแก้ไข ยากพอแล้วนี่ยังมีลูกเข้ามาเกี่ยวข้องอีก แล้วจะแก้ไขได้ยังไงเนี่ย ทะนงเกียรติบ่นอุบ เพราะจนหนทางจะแก้ปัญหาเสียจริง ๆ
“นี่นายยอมลงทุนมานอนรอฉันเลยเชียวหรือ “พงศ์เกษมกล่าวทักเมื่อเห็นศิลา นอนเหยียดยาวบนโซฟาตัวโปรด ด้วยใบหน้าเศร้าหมอง
“แพรกับลูกฉันเป็อย่างไรบ้าง “ศิลาลุกขึ้นมาถาม ด้วยความรู้สึกหดหู่และเ็ป
“ก็สบายดี เสือน้อยน่ารักมาก ฉลาดช่างพูด ฉันเห็นใจนายจริง ๆ ว่ะ เอาเถอะน่ะไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วฉันจะช่วยนายให้ถึงที่สุด นายมีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกมา ฉันยินดีเสมอ “พงศฺ์เกษมบอกเพื่อนด้วย แววตาเป็ประกาย
“ขอบใจนายมาก”
ชายหนุ่มพูดจบเอนตัวลงนอนตามเดิม ส่วนเพิ่มเติมคือเขานอนก่ายหน้าผาก ด้วยความกลัดกลุ้มและคิดอย่างหนักว่าจะแก้ไขอย่างไร เขาหลับตาลงด้วยความอ่อนล้าใจ
พงศ์เกษมมองดูหน้าเพื่อน ด้วยความสงสารและเห็นใจ ใบหน้าที่เคยโมโหโทโสไม่พอใจป๋ากับแม่เลี้ยง ณ บัดนี้ได้จางหายไปแล้ว แต่กลับเป็ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้า ความทุกข์ระทม ในแววตาก็ฉาบฉายไปด้วยความหม่นหมอง เ็ปรวดร้าวอย่างสาหัส ราวกับว่าทุกข์โศกของคนทั้งโลก เขาเป็ผู้รับไว้แต่เพียงผู้เดียว
ศิลายังคงอยู่สอบถามสารทุกข์สุกดิบ เกี่ยวกับลูกและเมียกับพงศ์เกษมอยู่สักพักใหญ่ ๆ แล้วจึงขอตัวกลับ
ศิลาโทรบอกบิดาว่าเขาจะไม่กลับบ้านสักสามสี่วัน เขาขออยู่คนเดียวสักพัก ซึ่งทนงเกียรติก็ไม่ได้ขัดขวางอะไร เพราะเขาเองก็รู้สึกสงสารลูกชายอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
“สบายใจขึ้นบ้างหรือยังตาใหญ่ “ทะนงเกียรติถาม เมื่อบุตรชายนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
ศิลาส่ายศีรษะไปมาด้วยใบหน้าหมองคล้ำ เหมือนคนอดหลับอดนอน ดวงมณีเห็นหน้าลูกเลี้ยง แล้วยิ่งสงสารจับใจ ถึงแม้นเธอจะไม่พอใจในการกระทำของลูกเลี้ยงนัก แต่ก็ยอมอภัยให้ได้ เพราะความรักไม่เข้าใครออกใคร ยอมทำทุกอย่างเพื่อความรัก แม้นตัวเธอเองรู้ทั้งรู้ว่าคุณทนงเกียรติ มีลูกมีเมียอยู่แล้ว ก็ยังไม่หักห้ามใจจนต้องเกิดเื่วุ่นวายอย่างทุกวันนี้ เธอจึงลุกขึ้นแล้วเดินมานั่งข้าง ๆ ศิลา กุมมือทั้งสองของเขาไว้แล้วบีบเบา ๆ
“ใจเย็น ๆ ไว้ค่ะคุณใหญ่ ปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางแก้”
“แม่ดวง”
ชายหนุ่มเรียกเสียงสะอื้น แล้วโอบกอดมารดาเลี้ยง ราวกับดวงมณีคือแม่จริง ๆ ของเขา
ดวงมณีลูบศีรษะไปมาอย่างเบามือ
“ผมจะบ้าตายอยู่แล้ว ผมจะทำอย่างไรดี มันทรมานใจเหลือเกิน แม่ดวงผมจะทำอย่างไรดีครับ”
ดวงมณีกระชับวงแขนแน่นเข้า เมื่อเห็นชายหนุ่มสะอื้นแรงขึ้น
“เด็กน้อยเอ๊ย !“ดวงมณีรำพึงในใจ ด้วยความเห็นใจชายหนุ่ม ราวกับว่าศิลาคือเด็กน้อยจริง ๆ
“ผมขอโทษ แม่ดวง ผมขอโทษ แม่ดวง”
“ไม่เป็ไรจ้ะคุณใหญ่ ไม่เป็ไร”
ภูผาแอบมองภาพที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ด้วยความตื้นตันใจ ใจหนึ่งก็เกลียดใจหนึ่งก็สงสาร เขานึกไม่ถึงเลยว่าศิลาจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ใบหน้าเศร้าหมองเก็บตัวเงียบ ท่าทางยโสที่เขาเกลียดนักเกลียดหนา หายจนหมดสิ้น กลับกลายเป็คนอมทุกข์ อ่อนแออย่างเห็นได้ชัด ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนอย่างศิลาจะมีความรัก ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ จนเขาชักจะไม่แน่ใจตัวเองเสียแล้วว่า เขาจะรักแพรพิมพ์ได้เท่าขนาดนี้เหรือเปล่า ภูผาละสายตาจากภาพข้างหน้า ด้วยการเดินจากไป แล้วมายืนเงียบคนเดียวในสวนดอกไม้เล็ก ๆ ที่อยู่หลังบ้าน เป็สวนที่ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดกลาง พันธุ์ไม้ดอกนานาชนิด เพื่อใช้เวลาทบทวนเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดด้วยดวงใจเ็ป ถึงแม้นว่าจะเรียกร้องให้ทุกอย่าง กลับคืนมาไม่ได้ก็ตามที
“นายเล็ก”
ภูผาค่อย ๆ หันหน้าไปมองเ้าของเสียง แล้วหันหน้ากลับตามเดิม
“คุณใหญ่มีธุระอะไรครับ “ภูผาถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่รู้สึกเจ็บแปลบ ๆ ที่ใจ
“ฉันมีเื่อยากจะคุยกับนาย”
“แต่ผมไม่มี “ภูผาสวนกลับอย่างเ็า
“ไม่เป็ไร แค่ฟังฉันพูดฝ่ายเดียวก็พอ”
“ทำไมผมจะต้องมาทนฟัง คำพูดของคุณใหญ่ด้วย “ภูผาหันหน้ามาถามแบบเผชิญหน้าตรง ๆ
“ก่อนที่ฉันจะไม่มีโอกาสจะพูด “เสียงของศิลาแ่ลง จนหายไปในลำคอ ใบหน้าที่อมทุกข์อยู่แล้ว ยิ่งเศร้าหมองมากขึ้น
“เชิญคุณใหญ่ “ภูผาบอก ใจอดนึกสงสารพี่ชายไม่ได้
“ฉันขอโทษนาย ที่เป็ตัวทำลาย ความรักความฝันของนาย จนพังทลาย อโหสิกรรมให้ฉันเถอะน่ะ ฉันรู้แล้วว่าบาปกรรมมันมีจริง คนทำดีได้ดี คนทำชั่วได้ชั่ว เหมือนกับฉันในเวลานี้ไงเล่า มันทุรนทุรายเหมือนถูกไฟแผดเผาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะนั่งยืนนอนเดิน มันกระวนกระวายใจแทบขาดใจ แต่มันก็เหมาะสมกับคนช่วยอย่างฉันแล้ว ที่ต้องมาพบจุดจบแบบนี้ไปจนตาย ฉันขอบใยน่ะที่นายฟังคำพูดของฉันจนจบ นายจะอโหสิกรรมให้ฉันหรือไม่ก็แล้วแต่นาย ฉัน้าแค่้ามาขอโทษนายเท่านั้น”
ภูผายืนมองศิลาเดินจากไป ด้วยความรู้สึกสับสน ส่วนหนึ่งยังแค้นใจ แต่อีกส่วนหนึ่งก็เห็นใจและอดสงสารไม่ได้ ถึงอย่างไรเขาก็คือพี่ชาย ถึงแม้นจะต่างมารดากันก็ตาม
“คุณใหญ่จะไปไหนคะ “ดวงมณีถามเมื่อเห็นศิลาหิ้วกระเป๋าเดินทางลงมาจากชั้นบน
“ไปเชียงรายครับ ผมตัดสินใจแล้ว ผมต้องจัดการเื่นี้ให้เรียบร้อย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมก็จะยอมรับกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ถ้าผมจะตายก็ขอให้ตายแบบไม่มีอะไรติดคาใจ ให้เกี่ยวพันกันจนไปถึงพบหน้า”
“แสดงว่าหนูแพร”
“ครับแม่ดวง แพรอยู่ที่นั่นกับลูกของผม”
ชายหนุ่มพูดจบ หิ้วกระเป๋าเดินจากไป โดยปล่อยให้เธอยืนอึ้งกับคำตอบของเขา
ดวงมณีจะอ้าปากถามชายหนุ่ม แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ศิลาขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว เธอจึงได้แต่หันรีหันขวาง ยืนงวยงงจนสามีเดินเข้ามาหา
“คุณคุณคะเมื่อครู่นี้ คุณใหญ่บอกว่าจะไปหาหนูแพรกับลูก “ดวงมณีพูดค่อนข้างจะไม่เชื่อหูตัวเอง
ทนงเกียรติยิ้มให้น้อย ๆ
“แต่จริง ๆ นะคะ ฉันว่าฉันหูไม่กวาดแน่นอน คุณใหญ่บอกว่าจะไปหาหนูแพรกับลูกจริง ๆ “ดวงมณีรีบพูดเร็วปรื๋อ เมื่อเห็นสามีทำท่า จะไม่เชื่อในคำพูดของเธอ
“ก็ใช่น่ะซี ตาใหญ่ไปหาหนูแพรกับลูก”
“คุณรู้ “ดวงมณีแปลกใจ
“ใช่ผมรู้ ก็วันที่เขามาสารภาพนั่นแหละ พอดีคุณลุกตามตาเล็กไป ตาใหญ่เขาสารภาพออกมา”
“คราวนี้มิยุ่งกันไปใหญ่หรือคะ “ดวงมณีกล่าวอย่างกังวลใจ
“ผมสงสารตาเล็กจังเลย ถ้ารู้ว่าหนูแพรเขามีลูกกับตาใหญ่ โอ๊ย ! ผมไม่อยากจะคิดเลย ทนงเกียรติกล่าวอย่างกลุ้มใจ
“คุณไม่ต้องกังวลใจไปหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ลูกเข้าใจเอง เพราะไหน ๆ เื่ราวก็เลยเถิดมาถึงนี้แล้ว ก็ต้องทำใจกันละ ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าหนูแพรกับคุณใหญ่ จะลงเอยกันอย่างไร “ดวงมณีพูดให้สามีคลายความวิตก
“ฟังจากตาใหญ่เล่าให้ฟัง ท่าทางหนูแพรจะไม่ยอมยกโทษให้แน่ ๆ คราวนี้ตาใหญ่มีหวังไม่รอดแน่ “ทนงเกียรติวิเคราะห์เหตุการณ์ตามที่ตัวเองคิด
“คุณใหญ่เอ๊ย! แล้วเราจะช่วยอะไรคุณใหญ่ได้บ้าง คุณจะต้องหาทางช่วยคุณใหญ่นะคะ อย่างน้อยก็เพื่อหลาน”
ดวงมณีรู้สึกตื่นเต้นเมื่อพูดถึงหลาน ถึงแม้นว่าจะไม่ได้เกิดจากภูผาบุตรชายของเธอ แต่เธอก็ไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไรเลย เพราะเธอเองก็รักศิลาไม่น้อยกว่าภูผาเหมือนกัน