“อ๊ะ! อ๊า”
เสียงหวานครางกระเส่าเบาหวิว นิ้วเเรียวขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น ความเสียวกระสันพุ่งสูงจนน้ำหูน้ำตาไหล
ร่างเล็กถูกโลมเลียไปทุกส่วนั้แ่หัวจรดเท้า ปลีน่องขาวถูกขบกัดเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว ริมฝีปากหยักกดจูบข้อเท้าเล็กด้วยความหลงใหล ทุก ๆ ััช่างอ่อนโยนเสียจนคนใต้ร่างเคลิบเคลิ้ม ต่างจาก่ล่างที่เชื่อมติดกันกลับถูกโหมกระหน่ำกระแทกใส่อย่างไม่ปรานี
คินทร์ไม่ได้ทำให้น่านน้ำเจ็บแม้แต่น้อย มีแต่ความเสียวเท่านั้นที่น่านน้ำได้รับ ร่างสูงโน้มตัวลงป้อนจูบหวานให้อีกคนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักพอ
กระนั้นมือหนายังคงลูบไล้หน้าท้องขาว มีบางครั้งที่กดไปยังส่วนที่นูนขึ้นมาเป็รูปเมื่อแก่นกายยาวด้านในช่องทางกระแทกเข้ามาลึกจนส่วนหัวกระทุ้งถึงหน้าท้อง
“อื้อออ”
เสียงครางต่ำในลำคอหนาบ่งบอกถึงความพึงพอใจกับการร่วมรักครั้งนี้ หยาดน้ำลายยืดเป็สายก่อนจะขาดออกจากกันครั้นคนบนร่างผละริมฝีปากออก
“จะเสร็จแล้วเหรอครับ ตอดเฮียซะแน่นเลย”
“สะ เสียว อ๊า เฮียจ๋าแรงอีก เข้ามาลึก ๆ ให้ถึงตรงนี้ อ๊ะ!”
“เฮียตอกแค่นี้ยังร้องไห้ ถ้าเอาแรงกว่านี้ไม่ตาเหลือกเลยเหรอที่รัก”
คำพูดเย้าแหย่ที่ถูกเปล่งออกมาอย่างนุ่มนวลยิ่งทำให้ร้อนวูบวาบในท้องน้อย ยิ่งทำให้ช่องทางขยิบตอดถี่รัว เช่นเดียวกับคนบนร่างที่กระแทกกระทั้นตอกใส่เข้าออกในจังหวะที่เร็วขึ้น เพื่อให้ภรรยาตัวน้อยได้เสร็จสมอย่างที่้า
“เสร็จเลยครับ เฮียก็จะเสร็จแล้ว”
“จะเสร็จ อะ อ๊า! เสียว น่าน อึก เสียว อ๊าาาา”
ไม่ทันขาดคำน้ำรักขาวขุ่นพุ่งพวยออกมาจากแท่นร้อนแข็งขืนขนาดน่ารักเลอะหน้าท้องแบนราบ ร่างกระตุกเกร็งด้วยความเสียวซ่าน นิ้วเท้างองุ้มจนขึ้นข้อขาว ดวงตากลมใสคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่เกิดจากความรู้สึกดีเหม่อมองใบหน้าสามีที่กระแทกกระทั้นเต็มแรง
เสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วห้องกว้าง เอวสอบเด้งเด้าใส่เอวบางไม่กี่ครั้งก็เสร็จสมตามมาติด ๆ หยาดน้ำขาวขุ่นหลั่งไหลอยู่ภายในช่องทางจนรู้สึกอุ่นวาบ
“อ๊ะ!” เ้าของร่างเล็กหลุดร้องเสียงหลงเมื่อความรู้สึกเสียดเสียวขึ้นมาอีกครั้ง
เอ็นอุ่นสอดใส่ค้างอยู่ภายในอย่างไม่คิดที่จะเอาออก ไม่ใช่ครั้งแรกที่คินทร์เริ่มติดใจกับการปลดปล่อยภายในมากกว่าการใส่ถุงยางอนามัย ซึ่งน่านน้ำไม่คิดที่จะห้ามเพราะเวลาที่เนื้อัักันโดยตรงมันเสียวกว่าเป็ไหน ๆ
“เฮีย”
“ครับน่าน”
“อยากจูบ”
มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นมาด้วยความเอ็นดูก่อนจะก้มลงไปจูบอีกคนตามคำขอ ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวกันอย่างหยอกล้อ แลกน้ำลายกันอย่างไม่มีใครยอมใคร หลายนาทีกว่าทั้งคู่จะผละออกจากกัน
ริมฝีปากบางกดจูบหน้าผากมนแ่เบา ก่อนจะเลื่อนใบหน้ามาสบสายตากับภรรยาในอ้อมกอด
“เฮียรักน่านนะ”
“น่านก็รักเฮีย”
“งั้นเรามาบอกรักกันอีกสักรอบไหม”
ส่วนกลางกายที่เพิ่งปลดปล่อยไปได้ไม่นานแข็งตัวขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับบั้นเอวที่ค่อย ๆ ขยับเข้าออกทั้งที่ยังไม่ได้คำตอบด้วยซ้ำ
“อ๊า! น่านอยากโดนเฮียบอกรักอีกหลาย ๆ รอบ”
“อา.. ตามบัญชาเลยครับที่รัก”
เห็นทีศึกรักเตียงอุ่นครั้งนี้คงอีกยาวนานกว่าจะจบ เผลอ ๆ จากฟ้าสว่างคงจะมืดถึงจะหยุด...
...
สองวันต่อมา
หลังจากถูกกักตัวอยู่แต่ในห้องมานานถึงสองวันในที่สุดน่านน้ำก็ได้ออกมาสูดอากาศภายนอก เนื่องจากมีคนพี่มีงานต้องไปทำเขาถึงได้รับอิสระ ไม่อย่างนั้นคงนอนจมเตียงอยู่อย่างนั้นอีกหลายวัน ไม่รู้ว่าคึกอะไรนัก
“จะไปคนเดียวจริง ๆ เหรอ ให้เฮียพาไปดีกว่าไหม”
“น่านไปคนเดียวได้ครับเฮียไม่ต้องเป็ห่วง เฮียไปทำงานเถอะครับ”
บทสนทนาเกิดขึ้นระหว่างที่ภรรยาตัวน้อยกำลังผูกเน็กไทให้กับสามี วันนี้น่านน้ำตั้งใจจะไปทำบุญที่วัด อีกทั้งไปไหว้คุณพ่อคุณแม่บอกกล่าวท่านถึงเื่แต่งงานเสียหน่อย
คินทร์อดเป็ห่วงไม่ได้ครั้นจะปล่อยให้ไปคนเดียว ทว่าอีกคนก็ดึงดันเสียงแข็งว่าตนไปคนเดียวได้
“ถ้าอย่างนั้นถึงวัดแล้วทักแช็ตทิ้งข้อความบอกเฮียไว้หน่อยได้หรือเปล่า”
“ครับ”
น่านน้ำตอบรับคำถามของสามีพร้อมยกยิ้มหวานให้ ก่อนจะลงมาส่งคินทร์ไปทำงาน
ร่างสูงรั้งเอวบางเอามากอดไว้หลวม ๆ โน้มหน้าลงกดจูบปากชมพูน่ารักอย่างที่ทำทุกวันก่อนไปทำงาน
เด็กหนุ่มเดินกลับขึ้นมาบนห้องหลังจากคินทร์ขับรถออกไปแล้ว หยิบกระเป๋าเป้ใส่ของจำเป็สองสามอย่าง ไม่ลืมที่จะเช็คความเรียบร้อยก่อนออกจากห้อง
.
.
กลิ่นธูปจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศเตะจมูกคนที่นั่งอยู่หน้าเจดีย์บัวใส่อัฐิ หลังจากเข้าเรียนมหาลัยก็แทบไม่มีเวลามาที่นี่ ตัวเจดีย์เริ่มขึ้นขี้ตะไคร่เกาะเป็บางจุด
“ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังอยู่คงดีใจที่ตอนนี้น่านได้เป็ฝั่งเป็ฝา” เอ่ยพูดพลางยกยิ้มอ่อน
การพูดพร่ำคนเดียวกับรูปภาพหน้าเจดีย์บัวคงดูน่าเวทนาหากมีใครมาเห็นเข้า หลายปีที่ผ่านมา่เวลาและคนข้างกายช่วยเยียวยารักษาาแในใจให้ตื้นขึ้นมาจนปิดสนิท แม้จะรู้ดีว่ามันจะเกิดเป็แผลเป็ที่จะติดตัวอยู่อย่างนี้จนวันสุดท้ายของชีวิต แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่รู้สึกเจ็บเท่าเมื่อก่อนอีกแล้ว
“น่านน้ำ” เสียงทุ้มเข้มคุ้นหูเอ่ยเรียกเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงนี้อยู่ก่อนแล้ว
“ป๊า.. มาทำอะไรที่นี่ครับ”
“มาไหว้ผึ้งกับรัญน่ะ ไม่คิดว่าน่านจะมาที่นี่วันนี้เหมือนกัน”
จะเรียกว่าเป็ความบังเอิญก็ได้ รังสรรค์เพิ่งจะหาเวลาว่างมาที่นี่ได้ก็วันนี้ไม่คิดว่าจะได้เจอกับน่านน้ำพอดิบพอดี ผึ้งกับรัญที่กล่าวถึงก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็พ่อกับแม่ของน่านน้ำนั่นเอง
แม้จะเกิดความสงสัยและคำถามมากมายขึ้นในใจแต่กลับยืนมองชายอายุมากเดินมาจุดธูปไหว้พ่อกับแม่ของตนเงียบ ๆ
มีหลายอย่างที่เขาไม่เคยหาคำตอบให้ตัวเองได้เลยั้แ่วันแรกที่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านวิรุฬห์โยธิน ในตอนนั้นเขาไม่อยากเซ้าซี้ถามอะไรให้ใครต้องรำคาญ จึงเก็บความสงสัยไว้คนเดียวมาตลอด
“สัญญาที่ฉันเคยให้กับนายเอาไว้ ฉันทำมันแล้วนะรัญ และฉันก็คิดว่าฉันทำมันได้ดีทีเดียว ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้นตอนนี้ลูกของนายมีลูกของฉันคอยดูแลอยู่อีกคน ฉันหวังว่านายอยู่ตรงนั้นจะสบายดี.. สักวันฉันคงจะได้เจอนายอีกครั้ง”
ประโยคร่ายยาวของรังสรรค์พอทำให้น่านน้ำเดาอะไรได้บ้าง แต่ไม่กระจ่างทั้งหมด น้ำเสียงและคำพูดที่ฟังแล้วสบายหูทำให้คิดไปเองได้ว่าทั้งสองคนคงสนิทกันในระดับหนึ่ง
น่านน้ำเดินตามรังสรรค์มาบริเวณม้านั่งใต้ร่มไม้ข้างวัด เบื้องหน้าเป็สระน้ำขนาดใหญ่ มีสายลมพัดโกรกอยู่แทบจะตลอดเวลาแม้วันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งแสงแดดสว่างจ้าทว่าไม่ค่อยรู้สึกร้อนสักเท่าไร
หลังจากเก็บความสงสัยจนเริ่มอึดอัดทนไม่ไหวจึงได้เอ่ยถามออกไป
“ป๊ารู้จักคุณพ่อคุณแม่ของน่านด้วยเหรอครับ”
“อือ รู้จักสิ รู้จักดีเลยล่ะ” คนอายุมากตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ “ป๊าคิดว่าน่านจะไม่ถามแล้วซะอีก”
“น่านไม่รู้ว่าควรถามหรือเปล่า”
“ถ้าน่านอยากรู้ป๊าก็จะตอบ ตอนนี้น่านโตแล้ว ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกต่อไป”
“ปิดบัง? เื่อะไรเหรอครับ”
“สาเหตุการเสียชีวิตของรัญกับผึ้งยังมีความจริงบางอย่างที่น่านยังไม่รู้”
“ความจริงอะไรเหรอครับ?”
“ความจริงที่ว่าวันนั้นไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็การฆาตรกรรม”
“…”
ความรู้สึกหนักอึ้งในอกกดทับการหายใจของเขาไปช่วยขณะ ใบหน้าชาวาบครั้นได้ยินสิ่งที่คุณรังสรรค์บอก ความจริงที่ว่าโหดร้ายกว่าสิ่งที่เจอเสียอีก…
TBC.
#คำขอจากเฮียคินทร์