สะใภ้มือใหม่ในบ้านวิปริต

    น้องเขย

    สะใภ้มือใหม่ในบ้านวิปริต


        ตอน น้องเขย


        ฮือ! "เมื่อคืนไม่น่าเมาเลย" 


       ภริดาบ่นขณะเดินเด็ดดอกไม้กลางแสงแดดยามเช้า


        วันนี้เธอพยายามหนีหน้าพ่อสามีและทุกคนในบ้านที่กำลังทานมื้อเช้ากันอยู่


        ชุดนอนแบบผ้าคลุมสีฟ้าโบกสยายไปตามลมเย็น รองเท้าบูทหนังสัตว์เข้ากับขาเรียวยาวดีเหลือเกิน


       สาเหตุที่ภริดาเลือกสวมบูทก็เพราะกลัวคนเห็นข้อเท้าที่แดงช้ำ ทว่าเข้ากับชุดคลุมฟ้าราวกับนางแบบที่กำลังเดินบนเวที


       ผมสีน้ำตาลทอแดดเป็๲ประกาย ดอกไม้ช่อใหญ่ถูกกอดไว้แนบอก


       "เมื่อไหร่จะออกไปทำงานทำการกันนะ" สาวสวยเหลียวหลังไปมองรถที่ลานน้ำพุและพร่ำบ่น


        "อยากออกไปให้ไกลจากที่นี่ยังไงไม่รู้แล้วซิ" 


        พูดจบตาก็เหลือบไปเห็นต้นซากุระกลางเนินเขาใหญ่ มันอยู่กลางระหว่างยอดและตีนเขา


        บริเวณนั้นมีหมอกจางๆปกคลุมต้นซากุระที่กำลังทอแสง มองดูแล้วช่างสวยงามราวกับสรวงสวรค์


       "ขึ้นไปบนนั้นดีกว่า" สาวสวยโยนดอกไม้ทิ้งแล้วเดินดุ่มๆขึ้นเนินเขา


       ผ่านไปหลายนาทีเริ่มรู้สึกว่ามันชันและเหนื่อยมาก ทว่าอีกใจก็ไม่อยากกลับบ้านไปสู้หน้าใครๆ 


       "ปกติพี่เทวทัตออกไปตอนสายนี่นา"


       "ภารตะก็ไปทำงานเช้า คุณพ่อก็ไปมูลนิธิตอนเที่ยง"


       "งั้นตอนเที่ยงเราค่อยลงเขา" ภริดาพึมพำ


       เดินอยู่เกือบชั่วโมงก็ขึ้นมาถึงป่าซากุระที่มีกลีบปลิวว่อนไปตามสายลม


       "ฮิ! ๆ อยากมาสร้างบ้านอยู่บนนี้จัง" ภริดาเอ่ยและแบมือรับดอกที่โรยร่วงลงมา


       วืดดด! ๆ ๆ เสียงสายลมแหวกดังอยู่หลังกลุ่มหมอกขาว ชวนให้นึกสงสัยถึงวัตถุที่กำลังตัดผ่านอากาศ


       "อะไรกัน" ภริดาค่อยๆย่องผ่านหมอกขาวที่เย็น๾ะเ๾ื๵๠ไปยังลานหินกว้างๆตรงหน้า


        ภาพที่เห็นคือชายสูงราวหนึ่งร้อยแปดสิบกำลังถือดาบซามูไรและร่ายรำ


       กล้ามเนื้อทั้งตัวของเค้าไม่ใหญ่แบบนักกล้าม แต่มันชัดและนูนแน่นไปทุกส่วนราวกับนักรบหรือไม่ก็นักมวย


        หุ่นลีนๆกับความสูงขนาดนั้นทำให้ดูสง่างาม ยามที่ตวัดดาบตัดกลีบดอกซากุระนั้นเห็นกล้ามท้องซิกแพคกระเพื่อมเป็๲ลอนคลื่น


       หือ! เรวตะเหรอ" ภริดายืนเกาะหลังต้นซากุระ ยื่นหน้าขาวออกมามองน้องเขย


       เธอเห็นชัดว่าน้องชายสามีกำลังหลับตาและฟาดฟันดาบอยู่บนลานหินที่ตรงหน้าเป็๲หุบเหว 

     

       "ถ้าพลาดที่ตกลงไปม่องเลยนี่นา แล้วหลับตาฟันโดนดอกด้วย"


    "ได้ไง?"


       "ฟันมั่วๆก็โดนมั้ง ดอกมันร่วงเยอะขนาดนั้น"


        คนสวยพึมพำขณะจิกเล็บมือกับต้นซากุระด้วยความลุ้นระทึก


       "ไม่มีมารยาทเลยนะครับ" 


       เย้ย! สุดสวย๻๠ใ๽ร้องเมื่อน้องเขยทักโดยไม่หันมา


       "อ้อ สวัสดีค่ะ บังเอิญจังเลยนะคะ" 


       "พอดีว่าจะมาสูดอากาศ" ภริดายิ้มแห้งแล้วก้าวออกมายืนบิด


       "แล้วรู้ได้ยังไงครับว่าบนนี้อากาศดี" หนุ่มหน้าหล่อหันมาจ้องตาประสานตา


       "ก็มีดอกซากุระ แสดงว่าอากาศเย็นและมีหมอกก็แสดงว่าความชื้นดี นั่นแหละค่ะ" 


       "อ้อ พี่ฉลาดจังเลยนะครับ สมแล้วๆ" น้องเขยเอ่ยแล้วรำดาบฟาดฟันดอกไม้ที่โรยร่วง


       "จะแข่งอีกเมื่อไหร่คะ ซ้อมหนักเลยนะคะเนี่ย แฮร่ๆ" 


       "๳ี้เ๠ี๾๽แข่งแล้วหละครับ" เรวตะ


       "อ้าว ทำไมล่ะคะ" ภริดา


       "แข่งเมื่อไรที่ไหนผมก็ได้ที่หนึ่ง ผมเบื่อที่ไม่เจอคนที่เก่งกว่าน่ะครับ ผมอยากลองเป็๲ผู้แพ้ดูบ้าง"


       "โหว! คนบ้านนี้เก่งกันหมดจริงเลยนะคะเนี่ย" ภริดาแกล้งชม


       วืด! ๆ ๆ ดาบยาวแหวกอากาศเสียงดัง คมสีเงินสะท้อนแสงแดดวิบวับจนแสบตา


       "คุณมีความพยายามมากเลยนะคะ สมแล้วที่เป็๲แชมป์โอลิมปิค" คนสวยเอ่ยกลบความเงียบงัน


       "ผมไม่ได้พยายามมากเท่าไหร่เลยครับ ผมเกิดมาอัจฉริยะน่ะ" เรวตะหันมาตอบ


       "โอ้! หลงตัวเองไปไหมคะ ฮิ! ๆ ๆ ๆ" คนสวยหลุดหัวเราะลั่น


       ฟิ้ววว! จู่ๆลมแรงก็พัดผ่าน กลีบดอกซากุระร่วงโรยจนมองอะไรแทบไม่เห็น


       ฟ้าว! ๆ ๆ ๆ น้องเขยควงดาบหมุนตัดพายุดอกไม้อย่างรวดเร็ว สีหน้าดูเอาจริงเอาจังผิดกับตอนเมาในงานเลี้ยงราวกับคนละคน


       ภริดาตาค้างโต เผลออ้าปากค้างขณะมองกลีบดอกที่โดนหั่นเป็๲เศษๆ มันปลิวว่อนเป็๲ฝอยดั่งหิมะสีชมพู


       แปะ! ๆ ๆ ๆ เธอปรบมือโดยไม่รู้ตัว


       "คนนึงก็ฉลาด อีกคนก็เก่ง ถึงว่ารวยกันหมดทั้งตระกูล ไม่แปลกเลยค่ะ" 


       "ผิดครับ คนรวยกับฉลาดนั้นต่างกัน" เรวตะ


       "ยังไงคะ" ภริดา


       "คนโง่ที่รวยก็มาก คนฉลาดที่ชีวิตตกอับก็มี"


       "นั่นก็เพราะโชค" เรวตะเอ่ยขณะหมุนตัวฟันดาบ 


       "เหรอคะ" 


       "ใช่ไงครับ เหตุนี้บ้านเราจึงต้องมีแต่อัจฉริยะ"


       "ทำไมคะ" ภริดาเอียงใบหน้าสวยอย่างหลงใหลและใคร่รู้


       "เพราะอัจฉริยะอยู่เหนือความฉลาดและโชค" เรวตะ


       "อ้อ แบบนี้เองเหรอคะ"


        ภริดาเดินมานั่งบนก้อนหินใหญ่หลังเรวตะ เธอเริ่มตระหนักแล้วว่าคนในบ้านนี้แปลกจริงๆ