Chapter 12 เงาหน้าบนผิวน้ำ
เหล่าชาวบ้านจากแอมเบอลีนต่างมองเรมิเรสด้วยความหวาดหวั่นแม้เห็นว่าเขาเป็ผู้ช่วยเด็ก ๆ ออกมา ทว่าภาพที่โลหิตเปรอะเปื้อนชโลมกายกระทั่งใบหน้าและหยาดย้อยจากริมฝีปากสร้างความประหวั่นพรั่นพรึงแก่พวกเขา แว่นตาเขาหายไป ทุกคนจึงเห็นดวงตาสีน้ำเงินเจือม่วงสะท้อนแสงส่องประกายสีประหลาดน่ากลัวดุจปีศาจร้าย
“ท่านเป็อะไรหรือเปล่า ได้รับาเ็ไหม” นายทหารเลี้ยงม้าปรี่เข้ามาถาม เดินวนสำรวจรอบร่างพ่อมดพอไม่พบร่องรอยของาแจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่เมื่อสบดวงตาสีประหลาด แม้แต่เขาก็อดหวาดไม่ได้ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายแล้วถาม “คนอื่น ๆที่เหลือล่ะครับ”
เรมิเรสส่ายหน้าเป็เชิงบอกว่าไม่มีใครอีกแล้ว ชาวบ้านที่รู้ตัวว่าไม่มีทางจะได้ลูกหลานคืนอีกตลอดกาลต่างมีสีหน้าสลดลงบ้างสบถด่าทอสาปแช่งนางแม่มด บ้างทรุดลงร้องไห้ฟูมฟาย ส่วนที่เหลือยังคงจ้องมองมาที่เขาสลับกับกองเพลิง
เรมิเรสเห็นทุกกิริยาทุกสีหน้าที่มองตน สะท้อนถึงความหวาดกลัวและรังเกียจอย่างปิดบังไม่มิดจึงคิดว่าถึงเวลาควรปลีกตัวจากไปได้แล้ว
ผู้ปกครองของเด็กสองคนถลาเข้าไปรับร่างน้อยไร้สติจากผู้ดูแลอยู่ก่อนหน้าพวกเขาโอบกอดเด็ก ๆ แแ่พลางร้องไห้ยินดี
“หาอาหารและยาบำรุงให้พวกเขารับประทาน ออกกำลังกายและทำกิจกรรมผ่อนคลายสม่ำเสมอจะช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจเด็ก ๆ ได้” กลุ่มคนเ่าั้ผวาเมื่อเรมิเรสเข้ามาใกล้ หากก็ยอมพยักหน้าว่าเข้าใจ
“ต่อไปจงดูแลพวกเขาให้ดี อย่าได้ละเลยทิ้งขว้างจนเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก”
เรมิเรสส่งยิ้มลาทันใดนั้นเด็กชายที่เขาช่วยไว้พลันลืมตาตื่นเมื่อเห็นพ่อมดที่ชุ่มโชกไปด้วยเืยืนอยู่ตรงหน้ากำลังมองมาด้วยดวงตาสีประหลาดก็ใกรีดเสียงร้องโวยวายอย่างหวาดกลัว
“ปีศาจ! มีปีศาจอยู่ตรงนี้! ช่วยด้วย!”
“เดี๋ยวก่อน! ไม่ใช่แล้ว เขาคือคนที่ช่วยเ้า”
นายทหารพยายามอธิบายแต่เรมิเรสห้ามไว้และส่ายหน้า
“พวกเราไปกันเถอะ”
นายทหารยังลังเลอึกอักทว่าเมื่อพ่อมดหันหลังเดินนำกลับหมู่บ้าน เขาจึงจำตัดใจแล้วเดินตาม
“ท่านควรได้รับคำขอบคุณ”
นายทหารบ่นเมื่อเดินทันมาเคียงข้าง เคืองแทนพ่อมดที่ได้รับกิริยาตอบแทนเช่นนี้
“ไม่เป็ไรหรอกครับที่จริงข้าไม่ได้ทำอะไรสักเท่าไร”
พ่อมดทอดสายตาลงต่ำเขาไม่ได้ช่วยเหลือใครเลยจริง ๆ มีแต่นำพาหายนะไปยังสถานที่เดินผ่าน
“แค่ความรู้สึกของท่านก็เพียงพอแล้วล่ะขอบคุณมากครับ”
นายทหารเหลือบมองรอยยิ้มของพ่อมดที่ส่งให้และเลยไปถึงดวงตาสีประหลาดคู่นั้น มองเผิน ๆ อาจแลดูน่ากลัว แต่เมื่อพิจารณาดี ๆก็สีสวยดีเหมือนกัน
“ข้าแค่พูดตามที่ควรเป็” เขายกนิ้วขึ้นถูปลายจมูก แสร้งเสมองไปอีกทาง
หากเป็ยามปกติเรมิเรสคงขบขันกับอาการเขินที่นายทหารพยายามปิดบังจนหูแดงแต่เหมือนกลิ่นคาวเืจะรบกวนจิตใจเขามากเกินไป จึงเริ่มคิดอะไรไม่ค่อยออกสมองตื้อตัน ความรู้สึกด้านชาจนแสดงทางสีหน้าเรียวปากของตนยังคงยิ้มอยู่หรือเปล่าก็ไม่อาจรับรู้แล้ว
“อยากล้างเื...” พ่อมดพูดแ่
นายทหารได้ยินแล้วหูผึ่งจึงอาสาช่วยหาแหล่งน้ำให้ เนื่องจากแอมเบอลีนเป็ถิ่นแล้งบ่อน้ำส่วนใหญ่จึงแห้งขอดแตกระแหง จะไปขอแบ่งน้ำจากคนในหมู่บ้าน ก็เกรงจะได้เจอปฏิกิริยาแบบเดียวกับกลุ่มคนเมื่อครู่พวกเขาต้องเดินออกไปนอกเขตแดนที่แม่มดเคยกั้นขวางหมู่บ้านกับโลกภายนอกไว้ไกลระยะหนึ่งจึงได้เจอแหล่งน้ำ
ท่ามกลางหมู่ไม้สูงใหญ่แผ่ก้านใบบดบังแสงจันทร์จนสลัวธารเล็ก ๆ หลายสายไหลจากรอยแยกตามผิวดินมารวมกันในแอ่งน้ำขนาดใหญ่ก่อนจะไหลออกไปตามร่องดิน เกิดเป็สายธารขนาดย่อมพวกเขาสังเกตเห็นแหล่งน้ำนี้จากแสงของหิ่งห้อย นายทหารเลี้ยงม้ากวาดตาสำรวจความปลอดภัยแล้วจึงบอกพ่อมดให้ลงล้างตัว
เรมิเรสก้าวลงในผืนน้ำชำระล้างคราบเืที่เปรอะเปื้อนบนร่างกายทว่าน้ำใสบริสุทธิ์นี้กลับไม่สามารถชำระล้างสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจให้เบาบางลงได้เลยความเย็นะเืของสายธารไม่อาจทำให้เขาสะท้านได้เท่ากับเงาหน้าตนบนผิวน้ำ...กำลังแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
พ่อมดเงยหน้าขึ้นแล้วหลับตากลิ่นคาวเืจากสองมือไม่จางจากความคิดเสียที
“ล้างตัวเสร็จแล้วหรือครับเราจะกลับไปหาเ้าหญิงเลยไหม” นายทหารถาม เมื่อเห็นเรมิเรสเดินมาใกล้ทันเห็นพ่อมดใช้เวทมนตร์ทำให้เสื้อผ้าตนเองแห้ง เขายิ้มแล้วตอบ
“เราจะกลับเข้าแอมเบอลีนข้าควรเขียนรายงานให้หัวหน้าหมู่บ้านรับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”
เ้าคนเลี้ยงม้าหน้ามุ่ยแต่ก็พยักหน้าพึมพำว่า “ไปก็ไป”
เป็ดังคาดเมื่อพ่อมดและนายทหารกลับเข้าไปในแอมเบอลีน ชาวเมืองที่ตามนายทหารไปยังบ้านแม่มดส่วนหนึ่งกลับมาแล้วพวกเขาไม่พักผ่อนหลับนอน ยังยืนจับกลุ่มคุยกันข้างทางเป็หย่อม ๆและมองอย่างหวาดระแวงเมื่อพ่อมดเดินผ่าน
นายทหารอึดอัดแทนเหลือทนแต่พอมาถึงที่พักของหัวหน้าหมู่บ้าน เขาก็เบิกตาโตอย่างดีใจ
“ทุกคน! มาได้ยังไงกัน”
“ขี่ม้ามาสิยะ” เพิลเป็ผู้ตอบน้ำเสียงหมั่นไส้จนเ้าคนดีใจชะงักงัน “เพิ่งมาถึงตอนหัวค่ำแต่ก็ไม่ทันพวกเ้าแล้ว สถานการณ์เป็อย่างไรบ้าง”
“กรุณารอสักครู่นะครับ ข้าจะเขียนรายงานเดี๋ยวนี้” เรมิเรสส่งยิ้มให้สการ์เล็ตแวบหนึ่งแล้วขอพื้นที่เขียนรายงานกับหัวหน้าหมู่บ้าน
พ่อมดทำงานเสร็จในเวลาอันรวดเร็วเขาแจกแจงรายละเอียดต่าง ๆ ของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าหมู่บ้านได้รับทราบ เพื่อนำไปประกาศแก่ชาวเมืองให้เข้าใจส่วนการสำรวจพิสูจน์หลักฐานจากสถานที่และซากศพนั้นเ้าหน้าที่ประจำเขตจะเข้าไปจัดการเอง
เมื่อเสร็จธุระแล้วจึงลากลับไม่ตอบรับคำเชิญให้ค้างคืนในแอมเบอลีนจากหัวหน้าหมู่บ้านสการ์เล็ตไม่คัดค้านการตัดสินใจของเรมิเรสนางเพียงถามเหล่าผู้ติดตามว่ายังพร้อมจะเดินทางต่อหรือไม่ เมื่อได้รับคำตอบว่า “ได้”ชายหญิงทั้งเจ็ดจึงออกจากอดีตเมืองที่ต้องสาป แม้ยังไม่ใกล้เวลารุ่งสางเลยก็ตาม
“โกรธหรือเปล่า ที่เ้าห้ามแล้วแต่ข้าก็ยังตามมา” สการ์เล็ตถามเมื่ออยู่ตามลำพังกับเรมิเรสในห้องโดยสารของรถม้าและเขาไม่ได้มองมาทางนางเลยสักครั้ง
ราวพ่อมดเพิ่งนึกได้จึงเบนสายตาจากนอกหน้าต่างมาทางเ้าหญิง คลี่ยิ้มที่เหมือนปกติทุกเมื่อเชื่อวัน
“ไม่โกรธหรอกครับ ที่ข้าห้าม ก็เพราะเหตุผลที่เคยบอกไว้ขอเพียงท่านปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงกับอันตรายใดก็พอ”
สการ์เล็ตยิ้มรับคำตอบนั้นแล้วเอื้อมไปจับมือเขามากุมไว้ ััได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่เข้ามา
“ถ้าอย่างนั้น...เ้ากำลังไม่สบายใจด้วยเื่ใดบอกข้าได้ไหม”
ดวงตาสีทับทิมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาพ่อมดไม่มีประกายหวาดหวั่นสั่นไหวแม้เพียงนิด เขาเสียอีกที่เป็ฝ่ายหลุบสายตาจากนาง
“แค่เื่งานน่ะครับข้าเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองอ่อนด้อยแค่ไหน ไร้ประโยนช์ได้มากกว่าที่คิดเพียงใด…”
“ข้าคิดว่าเ้าทำงานเต็มความสามารถที่มีเสมอนั่นนับว่าดีที่สุดแล้ว” นางบอก พลางลูบหลังฝ่ามือขาวซีดแ่เบามองสายตาที่ทอดลงต่ำ ไม่ยอมเงยขึ้นมาสบตา
เรมิเรสกำลังโกหกไม่สิ…เพียงแค่พูดออกมาไม่หมดมากกว่าเขามักปิดบังบางสิ่งอยู่เสมอ นางรู้ แต่ก็ไม่อยากคาดคั้นเขาอยากให้เขาเป็ฝ่ายบอกเล่าออกมาเองเมื่อถึงเวลา
ทว่า…เมื่อไหร่กันล่ะที่เขาจะยอมบอกเล่าทุกสิ่งอย่างไม่ปิดบังเมื่อไหร่เขาจะยอมกลับมาอยู่ในสถานที่นางจะมองเห็นได้เสมอ
นางไม่้าทำตัวเป็สตรีที่เรียกร้องเอาแต่ใจอยากเป็คนที่เขาไว้วางใจและพึ่งพาได้มากกว่า
นางจะเป็คนที่ยืนอยู่เคียงข้างเขาในทุกเวลาขอเพียงแค่เขายอมอยู่เคียงคู่กันตลอดไป
ดังนั้น…อย่าให้ต้องรอนานนักเลย เด็กน้อยของข้า

ภาพ moonlight wizard by kamecha's gallery