เสื้อของไอรีนขาดวิ่น เผยเห็นผิวขาวราวหิมะบริเวณเนินอกด้านขวา เธอที่ทั้งอายและใ กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ยิ่งผิวสีขาวเผยให้เห็นมากขึ้น ก็ยิ่งดึงดูดสายตาปลาบปลื้มของนักเรียนชายสาขาเวทธาตุแสงที่ยืนอยู่รอบๆ
เพราะไอรีนเป็เด็กสาวหน้าตาพริ้มเพรา เรือนร่างบอบบางน่าทะนุถนอม ทว่าฐานันดรศักดิ์อันสูงส่งของเธอเปล่งประกายอย่างน่าเกรงขามจนมิอาจเอื้อม เหล่านักเรียนชายสาขาเวทมนตร์ธาตุแสงที่อยู่ใกล้ ๆ ล้วนตกอยู่ในภวังค์ความสนเท่ห์ในทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างของเด็กสาวอย่างไม่รู้จักพอ ลืมแม้กระทั่งสั่งตัวเองให้เข้าไปช่วยเหลือเธอ
เมื่อทุกคนรู้สึกตัวว่าโครงกระดูกเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ก็สายไปแล้วที่จะเข้าไปปกป้อง เ้าโครงกระดูกน้อยเงื้อกริชกระดูกสีดำเป็มันวาวและแทงไปที่ไอรีน ไม่มีใครกล้าทำอะไรเพราะเกรงว่าเวทธาตุแสงของพวกเขาจะเป็อันตรายต่อเธอ
ไอรีนรู้สึกสิ้นหวังและไร้ทางสู้ มองเข้าไปในดวงตากลวงโบ๋ของโครงกระดูก เธอรู้สึกราวกับถูกแช่แข็งเพราะความกลัวขณะนั่งไม่ไหวติงอยู่ตรงนั้น
ไอรีนมองโครงกระดูกเคลื่อนตัวใกล้เข้ามาพร้อมกับกริชกระดูกมันวาวในมือด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ใครจะคิดว่าชีวิตของเธอต้องมาจบลงด้วยน้ำมือของอสูรมิติมืดที่อ่อนแอที่สุดแบบนี้? ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน
ฉัวะ...!!
ไอรีนรู้สึกถึงลมเย็นบริเวณเอวด้านขวา และนึกว่าถูกแทง แต่เมื่อก้มลงมอง เธอถึงรู้ว่าไม่ได้าเ็แม้แต่น้อย ทว่าชุดคลุมเวทมนตร์ของเธอกลับถูกฟันขาดจากเอวลงมาถึงน่อง เผยให้เห็นผิวพรรณมากขึ้นอีก
เอวบางกระชับและผิวดูนุ่มลื่น เชื่อมต่อด้วยเรียวขาที่ขาวผ่องเป็ยองใย แม้แต่กางเกงชั้นในผ้าไหมสีเขียวอ่อนตัวจิ๋วก็ปรากฏให้เห็นใต้รอยผ้าที่ขาด ไอรีนได้ยินเสียงพวกนักเรียนชายที่อยู่รอบ ๆ กลืนน้ำลายเสียงดัง พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบของพวกนักเรียนหญิง
“อ๊า...”
ถ้าการถูกโครงกระดูกแทงตายในครั้งเดียวแย่พออยู่แล้ว แต่ที่แย่ยิ่งกว่าความตายก็คือการถูกเปลื้องเสื้อผ้าต่อหน้าสายตาหื่นกระหายของเหล่าเพื่อนนักเรียน เสียงกรีดร้องบาดหูดังขึ้นจากปากไอรีนขณะที่เธอตะกายหนีอย่างไร้ทิศทาง และพยายามเอามือปิดบังเรือนร่างอย่างสิ้นหวัง
“ก...เกิดบ้าอะไรขึ้นกับเ้าโครงกระดูกนั่นน่ะ? ทำไมมันถึงตั้งใจทำลายแต่เสื้อผ้าของไอรีนแบบนั้น?”
“เลิกจ้องกันได้แล้ว! รีบ ๆ ทำลายมันเร็วเข้าสิ!”
ในที่สุด นักเรียนสาขาธาตุแสงก็ตั้งสติได้อีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ของผู้คน พวกเขาชูมือขึ้นเตรียมร่ายเวทโจมตีเ้าโครงกระดูกน้อยพร้อม ๆ กัน
โครงกระดูกยืนทื่ออีกครั้งหลังโจมตีเสร็จ ราวกับกำลังรอคำสั่งต่อไปจากหานซั่ว ขณะที่หานซั่วกำลังใสุดขีดเมื่อเห็นว่าโครงกระดูกยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป
ลิซ่าซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ คล้ายจะพูดอะไรออกมา แต่ก็ลังเลเมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าของไอรีนถูกฟันขาดเป็ทาง
“เ้าอสูรสารเลว กล้าดีอย่างไรมาทำร้ายท่านไอรีนผู้งดงาม! จงรับการลงทัณฑ์จากข้าอัศวินคล็อดผู้นี้!"
ตอนนั้นเอ เงาร่างสายหนึ่งพุ่งมาแต่ไกล ด้วยความเร็วสูงของคล็อด ชั่วพริบตาเขาก็ปรากฏกายข้าง ๆ เ้าโครงกระดูกทันทีที่พูดจบ
คล็อดโจมตีเ้าโครงกระดูกน้อยอย่างว่องไวทันทีที่เขาเข้าถึงตัว ลำแสงสีเขียวอ่อนพุ่งออกมาจากหมัดขวาของเขา ปะทะเข้าใส่โครงกระดูกเต็มแรง โครงกระดูกลอยกระเด็นไปไกล ก่อนจะร่วงหล่นกระทบพื้นด้วยเสียงอันดัง
“ท่านไอรีนผู้งดงาม ท่านต้องทนทุกข์ทรมานเพราะข้ามาถึงช้าเกินไป!”
คล็อดกล่าวอย่างถ่อมตน โค้งคำนับไอรีนด้วยความนอบน้อม หลังส่งโครงกระดูกกระเด็นไปไกล
คล็อด ชายหนุ่มอายุสิบแปดปี ผมสีเงินยวงมัดหางม้าปลิวสยายอย่างอิสระไว้ด้านหลัง หน้าตาหล่อเหลาเอาการในชุดคลุมฝึกซ้อมสีขาวทั้งชุด นักเรียนหญิงสาขาธาตุแสงต่างแก้มแดงระเรื่อเมื่อเห็นเขาปรากฏตัว และเริ่มจับกลุ่มกระซิบกระซาบกัน
“ว้าย นั่นคล็อดนี่! อายุแค่สิบแปดปี แต่ได้เป็อัศวินแล้ว! แถมยังเป็ลูกชายคนเล็กของหัวหน้าหน่วยกริฟฟอนแห่งราชอาณาจักรด้วย เท่ชะมัดเลย!”
“เ้าจะคลั่งผู้ชายเกินไปแล้ว คล็อดเขาชอบไอรีน แต่เ้ามาจากตระกูลเล็ก ๆ แถมไม่ได้หน้าตาสะสวยเหมือนไอรีน เขาไม่สนใจเ้าหรอก”
นักเรียนหญิงสาขาธาตุแสงหยุดกระซิบกระซาบและส่งสายตาหวานเยิ้มให้คล็อด เขาเป็ดั่งเ้าชายขี่ม้าขาวที่เด็กสาวทุกคนเฝ้าฝันถึง แต่ในทางกลับกัน เหล่านักเรียนชายกลับมองเขาด้วยสายตาที่ผสมระหว่างความเกลียดชังและความยำเกรง
ขณะที่กลุ่มคนโดยรอบพูดคุยกันด้วยเสียงพึมพำ โครงกระดูกที่กระเด็นไปไกลก็ลุกขึ้นยืนอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ซี่โครงของมันสั่นเทาไปทั่วทั้งร่าง
ไอรีนพยายามปกปิดทั้งท่อนบนและท่อนล่างของเธออย่างเต็มที่ ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความอับอาย อย่างไรก็ตาม เธอถอนหายใจอย่างโล่งอกที่คล็อดปรากฏตัว เธอกำลังจะตอบรับเขาอยู่แล้วตอนที่มองผ่านไหล่ของคล็อดและเห็นว่าโครงกระดูกตนนั้นลุกกลับขึ้นมา สีหน้าหยิ่งผยองของเธอเปลี่ยนเป็ตื่นใและขยะแขยงในทันที ไอรีนชี้นิ้วไปที่ด้านหลังของคล็อดและพูดอย่างรีบร้อน
“คล๊อด ถ้าเ้ากำจัดอสูรมิติมืดน่าเกลียดน่ากลัวนั่นได้ ข้าจะยอมไปเดทกับเ้า!”
คล็อดหันศีรษะไปมองทันทีที่ไอรีนพูดจบ อุทานเบา ๆ อย่างประหลาดใจ
“เอ๊ะ?”
เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าโครงกระดูกจะยังไม่ตาย เขาหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ พลางโค้งคำนับ
“เป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับใช้ท่าน”
ท่าทางของคล็อดเปลี่ยนไปในทันที ความอ่อนน้อมถ่อมตนจางหายไป แทนที่ด้วยสายตาคมกริบ เขาปล่อยหมัดขวาออกไปอีกครั้ง ลำแสงสีเขียวอ่อนพุ่งเข้าใส่เ้าโครงกระดูกน้อยอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเอง ร่างกายผอมบางร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาจากทางซ้ายด้วยความรวดเร็ว หยุดอยู่ตรงหน้าโครงกระดูกพอดิบพอดี ลำแสงสีเขียวอ่อนปะทะเข้าใส่ร่างกายผอมบางนั่นเต็มแรง
เปรี้ยง!
ร่างผอมบางนั้นเซถอยหลังไปสองสามก้าว ก่อนจะหงายหลังล้มลงกับพื้น
“เอ๊ะ? เ้าเด็กรับใช้นั่นเป็ใครกัน? ทำไมอยู่ดี ๆ ก็พุ่งออกไปแบบนั้น?”
เสียงร้องอย่างประหลาดใจดังขึ้นจากทุกทิศทาง
“ให้ตายเถอะ ไบรอัน เ้าบ้าไปแล้วรึไง?”
แจ็คที่กำลังสับสนมึนงงร้องขึ้นด้วยสีหน้าเ็ป
ลิซ่ามองอย่างตกตะลึงไปยังหานซั่วซึ่งพุ่งตัวมารับการโจมตีแทนโครงกระดูก
ทว่าสิ่งที่ตามมากลับสร้างความประหลาดใจยิ่งกว่า เมื่อลำแสงสีเขียวที่พุ่งใส่ร่างของหานซั่วอย่างเต็มรัก ไม่ได้ทำให้เขากระอักเืหรือตายในทันที เขากลับยืนขึ้นด้วยเนื้อตัวสั่นเทา พร้อมสีหน้าซื่อบื้อไม่รู้ประสา
เ้าโครงกระดูกน้อยยืนนิ่ง แต่อยู่ดี ๆ ก็โยกตัวไปมา และหันหลังวิ่งกลับไปยังสาขาศาสตร์แห่งความตายอย่างรวดเร็วก่อนที่ใคร ๆ จะทันสังเกต
สำหรับคล็อดผู้โจมตี อยู่ดี ๆ ก็ทรุดลงไปนั่งบนพื้นอย่างไม่ทราบเหตุผล หายใจหอบหนักอยู่หลายครั้ง ราวกับว่าก่อนหน้านี้ใช้แรงเกินกำลัง และเมื่อลุกขึ้นยืน สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตระหนกและเหลือเชื่อ มองหานซั่วผู้ซึ่งเขาคาดไม่ถึงอย่างเคลือบแคลงใจ
แต่หานซั่วไม่ได้มีสีหน้างุนงง ตอนที่ลำแสงสีเขียวอ่อนของคล็อดทะลวงเข้ามาในร่างตรงกลางอก บังเกิดความเ็ปราวกับมีอะไรมากรีดแทงหัวใจ จนนึกว่าตนเองตายไปแล้ว
เป็ไปได้ว่า ณ เวลานั้น พลังจิตของหานซั่วเกิดปฏิกิริยาโดยบังเอิญ และออกคำสั่ง ‘ถอยอย่างไว’ แก่เ้าโครงกระดูกน้อยได้สำเร็จ และเพื่อความรอบคอบ เขาสั่งให้มันไปกบดานในที่ทิ้งขยะของวิทยาลัย
แต่เื่เหลือเชื่อที่สุดของหานซั่ว คือตอนที่ลำแสงสีเขียวทะลวงเข้ามาในร่างกาย เขาััได้ว่าแก่นมนตราโคจรมาห่อหุ้มลำแสงสีเขียวและตรึงมันนั้นไว้ ป้องกันไม่ให้ทำลายเขาจากภายใน
“ไบรอัน เ้ามาทำอะไรที่นี่?” ในที่สุดลิซ่าก็รู้สึกตัวและะโถามหานซั่ว
หานซั่วไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตนเอง เขารู้สึกเพียงความหนักอึ้งในอกขณะที่แก่นมนตราห่อหุ้มลำแสงสีเขียวเอาไว้ หากไม่นับความเ็ปที่เคยได้รับมาก่อนหน้านี้ ร่างกายเขาก็ไม่ได้รับความเสียหายเท่าไรนัก
ในสายตาของคนอื่น ๆ หานซั่วเป็เพียงคนที่เสียสติอย่างเต็มขั้น เขาไม่ได้ยินคำถามของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ มีเพียงสีหน้าว่างเปล่ากับรอยยิ้มโง่ ๆ ของคนสติไม่ดีคนหนึ่ง
“อ๋อ ทาสรับใช้สติไม่ดีจากสาขาศาสตร์แห่งความตายนี่เอง ไม่แปลกใจเลยที่ทำอะไรปัญญาอ่อนขนาดนี้!”
“นั่นสิ มีแค่คนบ้าเท่านั้นที่อยู่ ๆ ก็วิ่งไปรับการโจมตีของคล็อด!”
แจ็คอ้วนตัวน้อยขาสั่นอย่างบ้าคลั่ง แต่ยังพาตัวเองเดินไปหาหานซั่ว พยายามดึงแขนของเขาและลากออกมา “ไบรอัน มัวทำอะไรอยู่ ไม่ตลกเลยนะ มานี่เถอะ กลับกันได้แล้ว”
“รอก่อน!”
คล็อดเอ่ยขึ้นในที่สุด สายตาจับจ้องไปที่หานซั่ว โดยไม่สนใจว่าเ้าโครงกระดูกน้อยวิ่งหนีไปแล้ว เขาสงสัยว่าเหตุใด อยู่ดี ๆ ออร่าต่อสู้ของเขาจึงหายไปจนหมด เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เขาทำอะไรพลาดไปอย่างนั้นหรือ?
เขาใช้ ‘ออร่าต่อสู้’ ในการโจมตีแค่ครั้งเดียว ไม่มีทางที่จะทำให้เขาต้องเหนื่อยหอบจนล้มลง มันแปลกเกินไป เ้าทาสรับใช้มีวิชามารอยู่งั้นหรือ? เป็ไปไม่ได้ มันเป็แค่ทาสคนหนึ่ง ต้องมีเหตุผลบ้าบออะไรสักอย่างอยู่แน่ หรือเขาอาจเข้าใจผิดไปเอง?
“คล็อด อัศวินผู้แข็งแกร่งและสูงศักดิ์อย่างท่าน คงไม่คิดลดตัวลงมามีเื่กับทาสรับใช้ผู้ต่ำต้อยใช่ไหม? ยังไม่รวมเื่ที่ทาสคนนี้เป็คนเสียสติ ไม่กลัวว่าจะส่งผลกับชื่อเสียงของท่านบ้างหรือ?”
น่าแปลกใจที่ลิซ่าช่วยออกหน้าแทนหานซั่ว
คล็อดโค้งคำนับให้ลิซ่าจากระยะไกล เขาจ้องเขม็งมาทางหานซั่วพลางผงกศีรษะ “เ้าไปได้แล้ว!”
“เ้าเด็กรับใช้สองคนนั่นออกไปได้ แต่ลิซ่า เ้าอัญเชิญนักรบโครงกระดูกโสโครกนั่นมาทำลายจนเสื้อผ้าของข้าขาดไปหมด อธิบายมาเดี๋ยวนี้!”
ไอรีนพบเสื้อคลุมสีขาวเป็ริ้วคลื่นวางอยู่อย่างไรไม่ทราบได้ จึงหยิบมาห่อคลุมร่างกาย เธอฟื้นจากอาการตระหนกใแล้ว สายตาเ็ามองไปที่ลิซ่า
“มันเกี่ยวอะไรกับข้าไม่ทราบ? ข้าไม่ได้อัญเชิญเ้าโครงกระดูกประหลาดนั่นมาสักหน่อย ไม่อย่างนั้น ทำไมข้าถึงควบคุมมันไม่ได้? อยู่ ๆ มันก็โผล่มาที่ห้องของข้ากลางดึก และเตะก้นข้าตั้งสองที ข้าเองก็เป็เหยื่อเหมือนกันนะ”
ลิซ่าแค่นเสียงเบา ๆ และตอบกลับไปอย่างเยือกเย็น
“เป็ไปได้อย่างไร? ถ้าไม่ใช่เ้า แล้วจะเป็ใครได้อีก? ต้องเป็ใครสักคนจากสาขาศาสตร์แห่งความตายของเ้านั่นแหละ และไม่ว่าจะเป็ใคร ข้าจะหาให้เจอและทำให้มันต้องชดใช้!”
ไอรีนพูดอย่างโกรธเกรี้ยว
…..
“หือ... อ่า... บาค ตอน...ตอนทิ้งขยะ เห็นมันวิ่ง... วิ่งออกมาจากห้องของบาค”
หานซั่วยิ้มอย่างเลื่อนลอย คล้ายจะสื่อสารลำบากเพราะพูดตะกุกตะกัก แต่เพียงพอให้คนฟังเข้าใจความหมาย
“หืม? แสดงว่าเป็เ้านั่นเอง เขาคงพยายามแก้แค้นข้า เพราะโดนข้าเล่นงานเมื่อตอนนั้น!”
สีหน้าของลิซ่าเคร่งขรึมทันที
ขณะเดียวกัน สีหน้าของไอรีนฉุนเฉียวจนเสียงกัดฟันเล็ดลอดออกมา เสียงกริ่งเข้าเรียนดังขึ้น มีเพียงสองคนนั้นที่ตรงไปลากคอบาคออกมาเพื่อชดใช้ ส่วนนักเรียนที่ยืนมุงกันอยู่ก็เริ่มขยับตัวเมื่อได้ยินเสียงกริ่ง ทั้งสาขาเวทมนตร์ธาตุแสงและศาสตร์แห่งความตายต่างแยกย้ายไปยังพื้นที่ของตัวเอง
เหลือเพียงหานซั่วและแจ็คที่ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น หานซั่วยิ้มอย่าง ‘ซื่อบื้อ’ และหันไปพูดกับแจ็ค“บาคไม่รอดแน่”
แจ็คพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยสุดชีวิต
“ช่าย... คราวนี้เ้านั่นไม่รอดแน่ๆ!”
***************************