เหนือฟ้าใต้หล้า ข้านี้แหละาาโลก -Shokan-
ตอนที่ 4 ภัยร้ายเริ่มก่อตัว
ข้างในห้องโถงที่กว้างใหญ่ของปราสาทเซนได
ขณะนี้ได้มีแม่ทัพของแคว้นมุทซึทั้งหมดมารวมตัวกัน เพื่อทำการประชุมปรึกษาหารือและกำหนดทิศทางของแคว้นหลังจากแพ้า
ประธานการประชุม “ดาเตะ มาซามูเนะ” อดีตไดเมียวแห่งแคว้นมุทซึ
มาซามูเนะใช้ตาซ้ายมองดูความวุ่นวายซึ่งเป็ผลมาจากการโต้เถียงที่ไม่ลงรอยกันระหว่างผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสองฝ่ายของตน
“ข้ายอมรับไม่ได้!”
แม่ทัพยอดฝีมือ “คาตาคุระ โคจูโร่” ได้ะโออกมาด้วยอารมณ์โกรธแค้น
“คนที่ไม่มีเกียรติของซามูไรเช่นมัน ไม่สมควรได้รับชัยชนะด้วยซ้ำ! .......ถ้าหากว่าตอนนั้นข้าอยู่ที่นั่นด้วยทุกอย่างก็คงไม่ลงเอยเช่นนี้”
แม่ทัพคนอื่นที่นั่งอยู่ทางฝั่งขวาเช่นเดียวกับโคจูโร่ต่างก็ร่วมพยักหน้าเห็นพร้อม
“ใช่! ข้าก็ยอมรับไม่ได้เหมือนกันที่เ้าพวกตระกูลฮิคาริน่ารังเกียจได้ขึ้นมาเป็ผู้ปกครองภูมิภาคโทโฮคุ”
อีกหนึ่งแม่ทัพยอดฝีมือ “ฮิโรอากิ อาไซ” พูดขึ้นพลางทำท่ากอดอก
“เหมือนดังที่ท่านโคจูโร่กับท่านอาไซพูด ข้าเองก็ยอมรับไม่ได้!”
“พวกข้าก็เช่นกัน!”
มีหลากหลายคำพูดจากเหล่าแม่ทัพทางฝั่งขวา
เมื่อเหล่าแม่ทัพที่นั่งอยู่ทางฝั่งซ้ายได้ยิน พวกเขาก็ก้มหน้าไม่พูดตอบโต้
สักพักหนึ่ง มีเสียงถอนหายใจดังขึ้นทำลายความเงียบของแม่ทัพทางฝั่งซ้าย
สายตาจำนวนมากหันไปจับจ้องตัวเ้าของเสียงถอนหายใจ บุคคลนั้นคือ “ซาโยตะ โยชิกุ” แม่ทัพมากประสบการณ์ซึ่งนั่งอยู่ทางฝั่งซ้าย
โยชิกุเงยหน้าขึ้นมองเหล่าแม่ทัพทางฝั่งขวาทีละคน
“ท่านทั้งหลายคิดว่าพวกเรายอมรับได้งั้นเหรอ? แน่นอนว่า ไม่!”
โยชิกุพูดราวกับว่าเป็ตัวแทนของเหล่าแม่ทัพทางฝั่งซ้าย พร้อมทั้งยังช่วยบอกความรู้สึกในใจของพวกเขาออกมาด้วย
“แต่ในตอนนี้มันก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว เพราะตัวนายท่าน และพวกข้าต่างก็ตกอยู่ใต้อำนาจของอุปกรณ์เวทมนตร์ชั่วร้ายนี่”
โยชิกุพูดพลางยกมือขึ้นััปลอกคอเวทสีดำ
ดังที่โยชิกุได้บอก เหล่าแม่ทัพทางฝั่งซ้ายรวมทั้งตัวของ “ดาเตะ มาซามุเนะ” ก็ล้วนแล้วแต่มีปลอกคอเวทสีดำสวมอยู่ที่คอกันทุกคน
“ไม่ว่าิญญาหรือร่างกายก็ตกเป็ของตระกูลฮิคาริ แม้แต่การฮาราคิริพวกข้าก็ไม่สามารถทำด้วยตัวเองได้”
โคจูโร่ที่ได้ฟังโยชิกุพูดกำหมัดแน่นจนฝ่ามือเกิดรอยแผล
เขาหันหน้าไปหา “ดาเตะ มาซามุเนะ” เ้านายเพียงหนึ่งเดียวของตน
นายท่านที่สูงศักดิ์ราวกับัคนนั้น
ตอนนี้แววตาของท่านไม่มีความทะเยอทะยานหลงเหลืออยู่ในนั้นอีกแล้ว
ตัวของนายท่านที่ข้าได้เห็น ใบหน้าแสดงออกมาแต่ความโศกเศร้า และบรรยากาศรอบตัวก็หดหู่จนน่าสังเวช
“หน็อยแน่! เ้าพวกตระกูลฮิคาริ”
อารมณ์ของโคจูโร่เดือดดาลหนักขึ้น
“โคจูโร่ ทุกอย่างมันจบลงแล้ว”
คำพูดของมาซามุเนะเต็มไปด้วยความเศร้า
“ไม่ขอรับนายท่าน!”
โคจูโร่สบตามาซามุเนะ แสดงความไม่ยอมรับผ่านทางสีหน้าและแววตา
“จงยอมรับกับปัจจุบันซะ โคจูโร่”
มาซามุเนะเน้นย้ำคำพูดเพื่อให้เ้าของชื่อยอมเข้าใจ
“ท่านสูญเสียความเป็ัไปแล้วสินะ!”
จู่ๆ อาไซที่นั่งเงียบมานานได้เปิดปากพูด
“นายท่านช่วยตอบข้ามาหน่อยเถอะ ว่าัตาเดียวผู้แข็งแกร่งและสง่างามเกินกว่าใคร ตอนนี้ได้หายไปไหนแล้ว?!”
ในระหว่างที่กำลังพูดถาม อาไซก็ลุกขึ้นยืนพร้อมจ้องเขม็งไปทาง “ดาเตะ มาซามุเนะ”
ดวงตาของเขานั้นคมกริบราวกับใบมีด
“ข้า.......”
มาซามุเนะทิ้ง่คำตอบไว้นานจนราวกับว่าเขาไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้
“ข้ารู้สึกผิดหวังในตัวท่าน”
อาไซส่ายหัว จากนั้นเขาก็หันหลังแล้วเดินออกจากห้องโถง
เหล่าแม่ทัพทางฝั่งขวาอีกหลายคนที่ได้เห็นการโต้ตอบั้แ่แรก พวกเขาก็เกิดความรู้สึกไม่พอใจในตัวของ “ดาเตะ มาซามุเนะ” เช่นเดียวกับอาไซ ต่างพากันลุกเดินออกจากห้องนี้ไป
ในขณะที่สถานการณ์ของแม่ทัพทางฝั่งขวากำลังแย่ลง โคจูโร่ก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา
“......นายท่าน ข้าไม่ยอมให้ท่านต้องตกอยู่ในสภาพน่าสังเวชเช่นนี้ไปตลอดแน่”
โคจูโร่พูดออกมาอย่างหนักแน่น จากนั้นเขาก็หันหลังและรีบก้าวเท้าออกจากห้องโถง
หลังออกจากการประชุม
โคจูโร่ก็รีบเดินตามหา “ฮิโรอากิ อาไซ” บุคคลที่ได้นำตัวเองออกจากการประชุมก่อนใคร
ถ้าหากว่าเป็ท่านอาไซละก็....คงอยู่ที่สวนไม้อย่างแน่นอน
โคจูโร่นำนิสัยอันโดดเด่นของอาไซมาคาดเดาตำแหน่งที่บุคคลเ้าของชื่อน่าจะอยู่ขณะนี้
ซึ่งก็เป็ไปตามที่เขาคาดเดาไว้
เมื่อได้เดินมาถึงสวนไม้ด้านหลังปราสาทเซนได โคจูโร่ก็ได้พบกับอาไซที่กำลังยืนชมสวนไม้
โคจูโร่ไม่รอช้า เขามุ่งตรงเข้าไปขอความช่วยเหลือจากอาไซโดยทันที
“ท่านอาไซ ข้ามีเื่อยากขอความช่วยเหลือจากท่านสักหน่อย”
เมื่อได้ยินคำพูดที่ดังมาจากข้างหลัง อาไซก็หันตัวไปหาเ้าของเสียง
ท่านโคจูโร่?
อา....แววตาแบบนั้น ข้ารู้แล้วว่าท่านกำลัง้าทำอะไร
ดูเหมือนว่า “ตาขวาของัตาเดียว” ้าช่วยเหลือเ้านายของตนให้กลับมาเป็คนเดิม
และด้วยนิสัยของท่านโคจูโร่ สิ่งที่เขาคิดไว้ก็คงเป็เื่นั้นสินะ
“เข้าใจแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นท่านโคจูโร่ตามข้ามาทางนี้ก่อน”
อาไซเดินนำหน้าโคจูโร่เพื่อพามานั่งที่ศาลาภายในสวนไม้หลังปราสาท
เมื่อถึงที่หมายแล้ว
อาไซก็หย่อนตัวลงนั่งและจากนั้นก็เชิญชวนให้โคจูโร่นั่งลงตามตน
“เอาล่ะ เชิญท่านโคจูโร่พูดเื่ที่อยากปรึกษามาเลย”
โคจูโร่สุดอากาศเข้าปอดก่อนเริ่มเปิดปากพูด
“ข้ายอมรับสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ได้ ข้าอยากที่แก้ไขมันแต่ทว่าข้าก็ไม่มีปัญญามากพอที่จะคิดแผนการได้ สิ่งที่ข้าทำได้ก็มีแค่มาก้มหัวขอร้องกับท่านเท่านั้น”
โคจูโร่ก้มหัวลงเพื่อข้อร้องตามที่พูดไว้
“ท่านอาไซได้โปรดช่วยมาร่วมมือกับข้า เพื่อทำลายเ้าพวกไร้เกียรติตระกูลฮิคาริด้วยกันเถอะ”
อืม ตามที่คิดไว้เลย
ในระหว่างการประชุมข้าก็ได้คิดเื่นี้อยู่เช่นกัน ดูเหมือนว่าครั้งนี้ข้ากับท่านโคจูโร่อาจเข้ากันได้
“เงยหน้าขึ้นเถอะ ท่านโคจูโร่”
โคจูโร่ทำตามที่บอก ตอนนี้เขาก็กำลังเฝ้ารอคำตอบจากอาไซอย่างกังวลใจ
ตัวข้าเองก็ยอมรับสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ได้เช่นเดียวกับท่านโคจูโร่
โดยเฉพาะวิธีการที่ตระกูลฮิคาริได้ทำกับเหล่าแม่ทัพทางฝั่งซ้ายและตัวของนายท่าน มันเป็สิ่งที่ไม่น่าให้อภัยเป็อย่างมาก
เพราะฉะนั้น พวกมันสมควรต้องชดใช้ในสิ่งที่ได้ทำเอาไว้
“ข้ายอมรับคำขอของท่าน”
อาไซตอบรับพร้อมยกมือขวาขึ้นจับไหล่ของโคจูโร่