บทที่ 4 ข้าบอกว่าสามหมัดก็ต้องเป็สามหมัด
“จะเอาชนะข้าในสามหมัดฮ่าๆๆ เ้าเศษสวะ เ้าคิดว่าตัวเองมีพร์เหมือนมู่หรงเทียนหรือ คนอื่นเรียกเ้าว่าคนบ้าแต่ข้าไม่คิดว่าเ้าจะบ้าจริงๆหรือว่าเ้าใช้เวลาสิบปีอยู่กับการเพ้อฝันเช่นนี้หรือ ฮ่าๆๆ”
รอยแผลเป็บนแก้มซ้ายของมู่หรงไห่สั่นะเืจากการหัวเราะอย่างบ้าคลั่งคำพูดของเย่อู๋เชวียฟังดูตลกราวกับมดที่พยายามจะกลืนช้าง
ในขณะเดียวกันทายาทตระกูลมู่หรงหกคนที่มาพร้อมกับมู่หรงปิงหลานก็อดหัวเราะไม่ได้เช่นกันพวกเขาไม่คิดว่าเย่อู๋เชวียจะเป็คนเสียสติถึงขนาดนี้และสายตาที่พวกเขามองไปยังเย่อู๋เชวียยิ่งเต็มไปด้วยความสมเพชมากกว่าเดิม
มู่หรงปิงหลานได้ขยับริมฝีปากสีแดงของนางเล็กน้อยและรอยยิ้มเย้ยหยันก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่บอบบางนางรู้สึกละอายใจที่ถูกบังคับให้หมั้นหมายกับเย่อู๋เชวียและตลอดหลายปีที่ผ่านมานางก็เฝ้าคิดถึงแต่เื่การถอนหมั้น
นางเป็ลูกสาวของมู่หรงฉางชิงองค์หญิงผู้สูงศักดิ์แห่งตระกูลมู่หรงและนางได้พยายามขอร้องให้มู่หรงฉางชิงคืนสัญญาการแต่งงานให้เย่อู๋เชวียมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ทุกครั้งที่พูดคุยเื่นี้นางก็ต้องพบกับความผิดหวังอยู่ร่ำไปนั่นเป็เหตุผลให้ความรังเกียจที่นางมีต่อเย่อู๋เชวียทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
นางมีความเชื่อมั่นว่าสาเหตุของความล้มเหลวนั้นต้องเป็เพราะเย่อู๋เชวียปฏิเสธการถอนหมั้นอย่างไร้ยางอายเย่อู๋เชวียคงกำลังเพ้อฝันเกี่ยวกับการแต่งงานกับนางเมื่อเขาอายุครบสิบแปดปี
หากการหมั้นหมายไม่ถูกยกเลิกจะไม่มีผู้ใดสามารถคัดค้านเื่นี้ได้แม้ว่านางจะเกลียดและไม่พอใจเย่อู๋เชวียมากแค่ไหนแต่มู่หรงปิงหลานก็ไม่มีทางทำอะไรได้จนกว่ามู่หรงเทียนจะปรากฏตัว
มู่หรงปิงหลานมีความลุ่มหลงต่อมู่หรงเทียนผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องในตระกูลเดียวกันความสามารถของเขาเป็ที่ประจักษ์แก่ทุกคนในตระกูลมู่หรงและรูปร่างหน้าตาของเขาก็หล่อเหลาสง่างามไม่มีใครเหมือน
นอกจากนี้มู่หรงเทียนมักจะทำให้นางหวั่นไหวด้วยคำพูดที่สุภาพอ่อนหวานเสมอหัวใจของมู่หรงปิงหลานจึงผูกพันกับมู่หรงเทียนมาตลอดและเมื่อเขาบอกว่าสามารถช่วยเหลือนางให้ถอนหมั้นกับเย่อู๋เชวียได้มู่หรงปิงหลานก็แทบจะไม่สามารถปกปิดความตื่นเต้นของตัวเองได้เลย
อย่างไรก็ตามคนคำนวณไม่สู้ฟ้าลิขิตแม้ว่าทุกอย่างกำลังพัฒนาไปตามทิศทางที่ควรจะเป็ แต่ความอัปยศอดสู ความไม่เต็มใจและความบ้าคลั่งที่มู่หรงปิงหลานคาดหวังจากเย่อู๋เชวียกลับไม่ปรากฏขึ้นและสิ่งที่เขาแสดงออกมาดูเหมือนจะเป็ความโล่งใจด้วยซ้ำ
ภายใต้สายตาของทุกคนคำพูดของเย่อู๋เชวียทำให้มู่หรงปิงหลานเกือบจะเป็ลมด้วยความโกรธจนในที่สุดความแค้นที่นางมีต่อเย่อู๋เชวียก็ปะทุออกมาไม่สามารถเก็บงำไว้ในใจได้อีกต่อไป
มิหนำซ้ำเ้าขยะนี่ยังออกปากท้าทายพี่เทียนที่นางเคารพรักอีกด้วย
แม้ทุกคนจะคิดว่ามันเป็เพียงการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของเย่อู๋เชวียแต่มู่หรงปิงหลานไม่คิดเช่นนั้น นางคิดว่าเย่อู๋เชวียท้าประลองมู่หรงเทียนเพียงเพราะเขา้าแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเขาไม่เคยสนใจเื่ของนางแม้แต่น้อย
‘เย่อู๋เชวียขยะอย่างเ้ากล้าทำให้ข้าขายหน้าวันนี้ข้าจะทำให้เ้าสำนึกเสียใจที่เกิดมาเป็คน!’
ดวงตาของนางเริ่มเ็าจากความคิดพลุ่งพล่านภายในตัวท่าทางขี้เล่นของมู่หรงปิงหลานค่อยๆ เปลี่ยนเป็เย้ยหยันในตอนนี้นางเพียง้ามองเห็นเย่อู๋เชวียถูกเหยียบย่ำอยู่บนพื้นราวกับสุนัขตายตัวหนึ่ง
“เ้าหัวเราะพอหรือยังหากคิดจะสู้ก็เข้ามา หากไม่สู้ก็ไสหัวไปจากที่นี่”
ในขณะที่ทุกคนกำลังหัวเราะคำพูดที่แหลมคมของเย่อู๋เชวียก็ดังขึ้นอีกครั้งมือทั้งสองข้างของเขาไพล่ไปทางด้านหลังและยืนด้วยท่าทางสงบไม่แยแสดวงตาของเขากระจ่างใสราวกับดวงดาว เมื่อผสมกับสายลมที่พัดพาชายเสื้อของเขาให้โบกสะบัดอย่างบ้าคลั่งมันกลับเป็ภาพที่ดูองอาจกล้าหาญอย่างที่ลูกหลานตระกูลมู่หรงไม่เคยเห็นมาก่อน
ในสายตาของมู่หรงไห่ร่างกายของเย่อู๋เชวียในขณะนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ลึกลับยากจะมองผ่านเมื่อเทียบกับความเย่อหยิ่งของมู่หรงเทียนในสนามประลองเมื่อวานนี้สิ่งที่เย่อู๋เชวียแสดงออกมาตอนนี้กลับดูน่าสะพรึงกลัวมากกว่าหลายเท่า
ในขณะนี้รอยยิ้มบนใบหน้าของมู่หรงไห่ก็ค่อยๆจางลงดวงตาชั่วร้ายของเขาจ้องมองเย่อู๋เชวียอย่างจริงจังและกล้ามเนื้อภายในร่างกายของเขาเริ่มปลดปล่อยพลังที่เข้มข้นทันที
“เมื่อวานในสนามประลองข้ากลัวว่าจะฆ่าเ้าโดยไม่ตั้งใจนั่นเป็เหตุผลให้ข้าโจมตีเพียงสามกระบวนท่าเท่านั้นแต่ในเมื่อเ้าบอกว่าเ้าสามารถเอาชนะข้าด้วยสามหมัดข้าก็ไม่คิดจะแสดงความเมตตาอีกแล้ว ลองชิมหมัดพยัคฆ์ของข้าดู!”
ด้วยเสียงคำรามจากความโกรธพลังโลหิตของมู่หรงไห่พุ่งขึ้นสู่เบื้องบนอย่างกะทันหันร่างบึกบึนของเขาก้าวไปในความว่างเปล่าพร้อมกระแทกหมัดขวาออกไปอย่างสุดกำลัง
เสียงวัตถุแหวกอากาศส่งเสียงหวีดหวิวภาพธรรมหรือร่างเงา[w1] ของพยัคฆ์ดุร้ายขนาดสิบฉื่อปรากฏขึ้นพร้อมกับพลังโลหิตที่แทรกซึมออกมาจากิักล้ามเนื้อและเส้นเอ็นของมู่หรงไห่ปูดโปนในขณะที่เขาโจมตีเข้าหาเย่อู๋เชวียอย่างไร้ความปรานี!
“โฮก!”
เสียงคำรามของพยัคฆ์ดังขึ้นกลางอากาศและหมัดข้างนั้นก็แทบจะัักับหน้าผากของเย่อู๋เชวียแล้ว
“หมัดพยัคฆ์ทองคำทักษะระดับกลาง?มู่หรงไห่ประเมินอู๋เชวียสูงเกินไปแล้ว!”
“การใช้หมัดพยัคฆ์ทองคำเพื่อจัดการกับขยะอย่างอู๋เชวียนับเป็การสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงเกินความจำเป็จริงๆ!”
“ใครจะว่าอย่างไรแต่เ้าบ้าอู๋เชวียก็รนหาที่ตายด้วยตัวเอง ด้วยคำพูดเมื่อครู่นี้มันสมควรแล้วที่เขาจะต้องนอนเป็ผักอยู่บนเตียงสักสามเดือน”
เหล่าทายาทตระกูลมู่หรงทั้งหกคนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อพวกเขาเห็นว่ามู่หรงไห่ซึ่งเป็ยอดฝีมือรุ่นเยาว์ระดับแนวหน้าของตระกูลมู่หรงถึงกับต้องลงมืออย่างจริงจังในการสั่งสอนเศษสวะอย่างเย่อู๋เชวีย
ริมฝีปากของมู่หรงปิงหลานยกขึ้นเล็กน้อยในขณะที่มองการโจมตีของมู่หรงไห่ด้วยพร์ที่ไม่ธรรมดาของนางมู่หรงปิงหลานค่อนข้างมั่นใจว่าการโจมตีนี้คงไม่เพียงเป็การสั่งสอนเย่อู๋เชวียเล็กน้อยอย่างแน่นอน
“นอนลง!”
พร้อมกับเสียงะโของมู่หรงไห่ความชั่วร้ายบนใบหน้าของเขาถูกเปิดเผยอย่างไม่คิดจะปิดบังและกำปั้นของเขาได้ทะลุทะลวงเข้าหาเย่อู๋เชวียแล้ว!
เย่อู๋เชวียยังคงยืนมองการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามด้วยสีหน้าเรียบเฉยในขณะนั้นมือขวาของเขาค่อยๆ กำเข้าหากันแน่นก่อนที่มันจะพุ่งเข้าหาหมัดของมู่หรงไห่โดยไม่คิดจะหลบเลี่ยงแม้แต่น้อย!
“ปัง”
เสียงหมัดกระทบหมัดดังขึ้นและใบหน้าที่ฉาบด้วยรอยยิ้มของมู่หรงปิงหลานก็เปลี่ยนเป็บิดเบี้ยวในทันที!
“เป็ไปได้อย่างไร?”
“เป็ไปได้อย่างไร?”
คำพูดเดียวกันนี้ดังขึ้นในใจของมู่หรงไห่แต่ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวยิ่งกว่ามู่หรงปิงหลาน!
“ตึงตึง ตึง”
มู่หรงไห่กระเด็นถอยหลังและบังเอิญหยุดในตำแหน่งที่เขายืนอยู่ตอนแรก!
ภายใต้การปะทะของหมัดมู่หรงไห่จำเป็ต้องถอยหลังหกก้าวเพื่อสลายพลังการโจมตีของเย่อู๋เชวีย!
ในทางกลับกันร่างกายของเย่อู๋เชวียไม่มีแม้การสั่นไหวเพียงเล็กน้อย
“เฮือก!”
เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นใบหน้าของทายาทตระกูลมู่หรงทั้งหกคนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงพวกเขาแทบไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นเป็เื่จริง
“นี่มันเื่อะไรกัน?”
“นี่เป็ภาพลวงตาหรือไม่?ด้วยความแข็งแกร่งของมู่หรงไห่เขาไม่มีปัญญาทำให้ร่างกายของเย่อู๋เชวียสั่นะเืด้วยซ้ำ!”
“มู่หรงไห่อาจกำลังออมมืออยู่ก็ได้?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ดวงตาที่งดงามของมู่หรงปิงหลานก็มีประกายแห่งความหวังนางไม่เชื่อว่าเย่อู๋เชวียสามารถเอาชนะมู่หรงไห่ได้จริงๆดังนั้นนางจึงมองไปที่แขนของมู่หรงไห่อีกครั้งเพราะ้ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น?
แต่สิ่งที่มู่หรงปิงหลานพบเจอกลับทำให้นางต้องสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บในตอนนี้แขนของมู่หรงไห่กำลังสั่นะเืจากความเ็ปเห็นได้ชัดว่าการลงมือเมื่อครู่นี้เขาได้รับาเ็จากเ้าขยะเย่อู๋เชวียจริงๆ!
มู่หรงไห่จ้องมองชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้างรอยแผลเป็บนแก้มซ้ายของเขาเกือบจะมีเืไหลซึมออกมาจากความคุ้มคลั่งความเ็ปจากแขนขวาของเขานั้นชัดเจนเหลือเกินว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฝ่ายตรงข้าม!
“จิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์น่าทึ่งจริงๆ”
เย่อู๋เชวียพึมพำด้วยเสียงที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้ยินเมื่อมองไปยังกำปั้นที่ไร้รอยขีดข่วนของตัวเองหัวใจของเขาก็โหมกระหน่ำไปด้วยความตื่นเต้น!
“เย่อู๋เชวียเ้าไปถึงระดับที่หกของขอบเขตหลอมรวมร่างกายั้แ่เมื่อใด?”
เสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจดังขึ้นจากปากของมู่หรงไห่ภายใต้การปะทะกันเมื่อครู่นี้ จู่ๆเขาก็พบว่าเย่อู๋เชวียไม่ใช่ผู้บ่มเพาะอาณาจักรหลอมรวมร่างกายระดับห้าอีกต่อไปในตอนนี้เย่อู๋เชวียเลื่อนระดับเข้าสู่์ชั้นที่หกแล้ว!
แต่เมื่อวานนี้เย่อู๋เชวียยังอยู่ในระดับที่ห้าเท่านั้น?
ต้องเข้าใจว่าใน่สิบปีที่ผ่านมาเย่อู๋เชวียไม่สามารถพัฒนาความแข็งแกร่งของเขาให้สูงไปกว่าอาณาจักรหลอมรวมร่างกายระดับที่ห้าได้เลยและการที่เขาสามารถเลื่อนระดับความแข็งแกร่งของตัวเองได้หนึ่งขั้นย่อยก็เป็เื่ที่น่าตื่นเต้นเป็อย่างมากแล้ว
แต่สิ่งที่น่ากลัวอย่างถึงที่สุดคือเย่อู๋เชวียที่ยังอยู่ในระดับหกของขอบเขตหลอมรวมร่างกายกลับสามารถเอาชนะเขาซึ่งเป็ผู้บ่มเพาะระดับที่แปดด้วยพลังที่เหนือกว่าอย่างชัดเจนนี่ต่างหากเป็สิ่งที่มู่หรงไห่ไม่สามารถยอมรับได้
สามารถเอาชนะคนที่แข็งแกร่งกว่าถึงสองระดับ?
เป็ไปได้อย่างไร?
“ข้าไม่เชื่อ!มันเป็เื่บังเอิญเท่านั้น ข้ามู่หรงไห่จะพ่ายแพ้ให้กับเศษสวะอย่างเ้าได้อย่างไรมาสู้กันอีกรอบ!”
“โฮก!”
เสียงคำรามของพยัคฆ์ดุร้ายดังขึ้นจากด้านหลังมู่หรงไห่ดวงตาที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายของเขาเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำจากความโกรธแค้นไปแล้วร่างของเขาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้งในขณะที่ภาพธรรมของพยัคฆ์ตัวใหญ่ก็ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า!
กลิ่นอายความบ้าคลั่งครอบงำรัศมีพลังของมู่หรงไห่อย่างสมบูรณ์ในการปะทะกันเมื่อครู่นี้เขาได้รับความอับอายอย่างหนักในที่สุดมู่หรงไห่ก็ไม่สามารถรักษาสภาวะจิตใจให้แจ่มใสได้อีกต่อไป!
“โฮก!”
ใบหน้าของมู่หรงไห่หลอมรวมกับภาพธรรมของพยัคฆ์ร้ายในความว่างเปล่าหมัดของเขาเป็เหมือนกรงเล็บพยัคฆ์ที่ร่วงหล่นลงมาจาก้าและพร้อมจะฉีกใบหน้าของเย่อู๋เชวียให้แหลกเป็ชิ้นๆ!
“หมัดพยัคฆ์ทองคำอีกแล้วหรือ?น่าเสียดายที่เ้าอ่อนแอเกินไป หมัดพยัคฆ์ถล่มปฐี!”
ด้วยเสียงคำรามที่ดังกึกก้องจิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของเขาปะทุออกมาอย่างรุนแรงกฎศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในตันเถียนสั่นสะท้านมันปลดปล่อยโลหิตสีทองออกมาอย่างไม่รู้จบและทำให้ความแข็งแกร่งของเย่อู๋เชวียเพิ่มขึ้นนับสิบเท่า
“ปัง!”
หัวเข่าของเย่อู๋เชวียงอไปข้างหน้าเล็กน้อยในขณะที่ภาพธรรมของพยัคฆ์สีทองดุร้ายอีกตัวก็ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า!
ด้วยเสียงคำรามที่ดังกึกก้องกรงเล็บทั้งสี่ข้างได้ปะทะกันกลางอากาศอย่างรุนแรง!
ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีห้าวารอบตัวของพวกเขาถูกบดขยี้เสียงคำรามของพยัคฆ์สองตัวดังขึ้นอย่างไม่รู้จบและทำให้ใบหน้าของทายาทตระกูลมู่หรงทั้งหกคนเปลี่ยนเป็ซีดขาวในทันที!
“โฮก!”
เสียงคำรามด้วยความเ็ปและสิ้นหวังดังขึ้นอีกครั้งภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของมู่หรงปิงหลานร่างของใครบางคนได้ถูกผลักขึ้นสู่้าและตกลงบนพื้นด้วยสภาพที่น่าอับอายอย่างถึงที่สุด!
ดวงตาที่งดงามของนางเบิกกว้างริมฝีปากสีแดงสดเปลี่ยนเป็ซีดขาว แน่นอนว่าร่างที่ตกลงมานั้นคือมู่หรงไห่นั่นเอง!
“ฮึบ!”
มู่หรงไห่พยายามประคองร่างกายของตัวเองให้ยืนขึ้นอีกครั้งในขณะนี้มือข้างหนึ่งของเขากดลงไปบนหน้าอกด้วยความเ็ปรอยแผลเป็จากคมมีดบนแก้มซ้ายสั่นกระตุกเบาๆ และความโกรธแค้นภายในดวงตาของเขาได้เปลี่ยนเป็ความหวาดกลัวแล้ว
“มู่หรงไห่ข้ายังเหลือหมัดสุดท้าย มาดูกันว่าเ้าจะยังทนได้ไหม!”
เย่อู๋เชวียก้าวไปข้างหน้าโดยที่เท้าไม่แตะพื้นหมัดขวาของเขาพุ่งเข้าหาหน้าอกของมู่หรงไห่ด้วยความเร็วไม่แตกต่างจากสายฟ้า!
พลังหมัดที่รวดเร็วตัดผ่านความว่างเปล่าทำให้เกิดเสียงหวีดหวิว!
เมื่อััได้ถึงความดุดันจากการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามดวงตาของมู่หรงไห่ก็เต็มไปด้วยความสยดสยองมากยิ่งขึ้นในตอนแรกเท้าของเขาขยับไปด้านข้างและ้าจะหลบหนีออกจากการต่อสู้ด้วยความกลัว
อย่างไรก็ตามทันทีที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นทายาทของตระกูลมู่หรงคนอื่นๆความอัปยศอดสูก็จู่โจมหัวใจของเขาอย่างรุนแรง
“เย่อู๋เชวีย!”
นี่เป็คำพูดที่เกิดจากความคลั่งแค้นอย่างถึงที่สุดแววตาของมู่หรงไห่เต็มไปด้วยความชิงชังและสิ้นหวังอย่างไม่อาจบรรยายเป็คำพูดในขณะนี้เขาละทิ้งความคิดที่จะหลบหนีและกัดฟันกระแทกกำปั้นออกไปตรงๆ!
“ปัง”
หมัดทั้งสองข้างปะทะกันเป็ครั้งที่สาม
“พรูด!”
มู่หรงไห่ปลิวกระเด็นกลับไปทางด้านหลังและกระอักเืออกมาคำใหญ่ร่างกายของเขากลิ้งไปบนพื้นหลายตลบก่อนจะหยุดอยู่แทบเท้าของมู่หรงปิงหลาน
“โอ้ก!”
มู่หรงไห่กระอักเือีกครั้งและทำให้ชุดกระโปรงสีแดงของมู่หรงปิงหลานแปดเปื้อนไปด้วยเขานอนอยู่บนพื้นราวกับสุนัขตายตัวหนึ่งและไม่มีทางที่เขาจะลุกขึ้นมาได้อีกแล้ว
ใบหน้าที่งดงามของมู่หรงปิงหลานซีดเซียวไร้สีเืความโกรธแค้นภายในดวงตาของนางเปลี่ยนเป็ความกลัวไปแล้วนางมองไปยังเย่อู๋เชวียที่ยืนอยู่อีกฟากหนึ่งด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำอย่างไม่อาจควบคุม
ทายาทตระกูลมู่หรงทั้งหกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังมู่หรงปิงหลานก็รู้สึกว่าขาของพวกเขาอ่อนแรงลงอย่างฉับพลันลำคอของทุกคนแห้งผากพวกเขามองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยใบหน้าสยดสยองและไม่สามารถพูดอะไรได้
ดวงตาที่สดใสของเย่อู๋เชวียสงบนิ่งราวกับน้ำเขามองไปยังมู่หรงไห่ที่พยายามประคองร่างกายของตัวเองให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้งและกล่าว“ข้าบอกว่าสามหมัดก็ต้องเป็สามหมัด”
จากนั้นเขาก็เดินเข้าหามู่หรงปิงหลานในทันที
“เย่อู๋เชวียเ้าคิดจะทำอะไร?”
ใบหน้าอันซีดเซียวของมู่หรงปิงหลานปรากฏความตื่นตระหนกขึ้นในทันทีแม้แต่มู่หรงไห่ยอดฝีมือระดับแปดของขอบเขตหลอมรวมร่างกายยังไม่สามารถต้านทานหมัดเย่อู๋เชวียได้นางที่อยู่ในระดับต่ำกว่ายิ่งไม่มีความหวังแล้ว
หน้าอกของหญิงสาวสั่นสะท้านด้วยความกลัวเมื่อเห็นเย่อู๋เชวียใกล้เข้ามาเรื่อยๆใบหน้าของมู่หรงปิงหลานยิ่งเปลี่ยนเป็ซีดเซียวโดยสมบูรณ์
ทว่าเย่อู๋เชวียกลับเดินผ่านมู่หรงปิงหลานไปอย่างเงียบๆั้แ่ต้นจนจบเขาไม่เคยเหลือบมองหญิงงามอันดับหนึ่งของตระกูลมู่หรงคนนี้ด้วยซ้ำ
มันราวกับว่าเขาไม่เคยสนใจในตัวของนางเลย!
การกระทำของเย่อู๋เชวียยิ่งทำให้ความอัปยศอดสูและความขุ่นเคืองภายในใจของมู่หรงปิงหลานทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในตอนนี้นางไม่สามารถระงับความโกรธแค้นได้อีกต่อไป!
ทันใดนั้นมู่หรงปิงหลานก็กรีดร้องขึ้นมาสุดเสียง“เย่อู๋เชวีย เ้าเศษสวะที่ไม่มีใคร้ารอก่อนเถอะในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าพี่เทียนจะล้างความอัปยศให้ข้าอย่างแน่นอน!”
คำพูดของมู่หรงปิงหลานทำให้ดวงตาของเย่อู๋เชวียสดใสขึ้นมาเล็กน้อย
“มู่หรงเทียน?ฮ่าๆๆ ข้าแทบรอไม่ไหวแล้ว!”