เสียงครางผ่านกำแพง

    ตอนที่ 46: บัลลังก์ใต้เงา

    ตอนที่ 46: บัลลังก์ใต้เงา

    ผมยืนปรับขาแว่นสายตากรอบดำหนาในห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของคฤหาสน์หรู ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เห็นทิวทัศน์แมกไม้และสระน้ำพวยพุ่งในยามเย็น แสงแดดสุดท้ายของวันสาดแสงสีทองรำไรพาดผ่านโต๊ะทำงานไม้สักทองขัดมัน รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าเมื่อผมคิดถึงผลงานชิ้นโบแดงตลอดหลายปีที่ผ่านมา 


    ในทางสถาปัตยกรรม การสร้างสิ่งก่อสร้างที่แข็งแรงต้องการโครงสร้างเสาและคานที่คำนวณน้ำหนักอย่างแม่นยำ BDSM และอำนาจบงการราคะใต้ดินของผมก็เช่นเดียวกัน มันต้องการโครงสร้างของขั้วอำนาจที่รองรับซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ บัดนี้ไม่เพียงแต่จะมีเหล่าหญิงสาวแสนสวยผู้เลอโฉมจากหลากหลายวิชาชีพที่ยอมศิโรราบต่ออำนาจบงการสวาทของผมในเงามืด แต่ผมยังกุมขั้วอำนาจหลักของประเทศไว้ในมืออย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งอิทธิพลสื่อมวลชนระดับยักษ์ใหญ่จากอภิสิทธิ์และกิเลสรักของเกล นักการเมืองระดับรัฐมนตรีที่ทรงอิทธิพลอย่างวิทูร และล่าสุดคือกระบอกเสียงทางกฎหมายชั้นยอดจากสองอัยการตงฉินอย่างณิชารีย์และนรินทร์ ทุกจิ๊กซอว์ทางอำนาจและกามารมณ์ประสานรับกันอย่างไร้รอยต่อภายใต้การออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมบาปของผม


    ผมก้มลงมองบัตรเชิญสีดำสนิทขอบทอง BDSM หรูหราเจ็ดใบที่จัดวางอยู่บนโต๊ะ บนหน้าซองจ่าหน้าถึงสตรีทั้งเจ็ดผู้กุมหัวใจและราคะ BDSM ลับของสมาคม: มินตรา, กิรณา, ดาหวัน, รินรดา, แพทย์หญิงลัลน์ลลิน, แพรวา และณิชารีย์ บัตรเชิญแต่ละใบผ่านการชุบด้วยน้ำมันหอมกลิ่นดอกมะลิผสมฟีโรโมนอ่อนๆ ปลุกเร้าประสาทสัมผัสทันทีที่ได้กลิ่น


    "ค่ำคืนนี้จะเป็นค่ำคืนประวัติศาสตร์ คืนแห่งการฉลองพันธนาการนิรันดร์" ผมพึมพำกับตัวเอง


    ผมหยิบบัตรเชิญเหล่านั้นใส่กระเป๋าเสื้อคลุมผ้าไหมซาตินสีแดงเข้มตัวยาว ขยับกายก้าวเท้าเดินลงสู่ห้องใต้ดินลึกผ่านกลไกล็อกชีวภาพที่สร้างไว้หลังผนังตู้หนังสือไม้โบราณ เส้นทางเดินทอดต่ำลงไปสู่ผลงานชิ้นเอกชิ้นล่าสุดของผม... "ห้องโถงโดมเก็บเสียงอัจฉริยะใต้ดิน" (The Grand Acoustic Dome)


    นี่คือห้องโถงขนาดใหญ่สูงสามชั้นที่ผมทุ่มเทเวลาและทฤษฎีอคูสติกส์ระดับสุดยอดออกแบบสร้างขึ้นมา ผนังโดยรอบโค้งมนเป็นวงกลมไร้เหลี่ยมมุม เพื่อขจัดการสะท้อนกลับของเสียงสะท้อน (Flutter Echo) ทั้งหมด บุซับด้วยฉนวนใยแก้วความหนาแน่นสูงถึง 80 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตรหนา 50 มิลลิเมตร หุ้มทับด้วยผ้าไหมระบายอากาศสีดำขลับสลับไม้ระแนงโอ๊กสีเข้มที่คำนวณระยะห่างช่วงความถี่เสียงแบบสุ่ม (QRD Diffuser) ซึ่งทำหน้าที่ทำลายทิศทางสะท้อนของเสียงเสียงร้องกรีดหรือเสียงครางหวานให้กระจายตัวนุ่มนวลชวนฝันทั่วห้องโดยไม่มีเสียงแหลมสะท้อนระคายหู ฝ้าเพดานสูงโค้งกรุกระจกเงาอัจฉริยะปรับระดับแสงได้ 360 องศา สะท้อนภาพทุกมุมมองของกิจกรรมเบื้องล่างได้อย่างละเอียดละออ พื้นห้องทั้งหมดปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่มสีแดงสดที่หนาถึง 1.5 นิ้ว ช่วยซับเสียงฝีเท้าและเสียงเคลื่อนไหวให้เงียบสงัดสนิทประหนึ่งเดินอยู่บนปุยเมฆ 


    ตรงกลางห้องมีสถาปัตยกรรมโดดเด่นสะดุดตาคือ "เตียงกลมหมุนอัจฉริยะขนาดใหญ่ยักษ์" เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร โครงสร้างเหล็กไฮดรอลิกทำงานเงียบกริบไร้เสียงรบกวน บุหนังแท้สีทองอร่ามขัดเงามันวาว รอบเตียงมีเสา BDSM ที่หลบซ่อนอยู่ในช่องไม้และสามารถกดสั่งการให้โผล่ขึ้นมาสวมข้อศอกข้อเท้าได้ทุกเมื่อ และเหนือสิ่งอื่นใด ด้านหน้าสุดมี "บัลลังก์ไม้โอ๊กสีดำสลักลายหรูหรา" นั่งตระหง่านอยู่บนแท่นยกสูงประหนึ่งแท่นพิจารณาคดีตุลาการ เพื่อให้ผมได้นั่งควบคุมเกมทั้งหมดในฐานะผู้ครอบครองและพระเจ้าแห่งสมาคมลับนี้


    เมื่อเวลาสองทุ่มตรงมาถึง ระบบแสงไฟในโดมใต้ดินหรี่ลงเหลือเพียงแสงสีทองสลัวรางอบอุ่นปนวาบหวามชวนฝัน ลำโพงรอบทิศทางปล่อยคลื่นเสียงความถี่ต่ำแนว Ambient BDSM แผ่วเบาบำบัดอารมณ์ความตึงเครียด ปลุกเร้าสัญชาตญาณความกระสันเปียกชื้นของร่างกาย 


    สมาชิกชายทั้ง 8 คนของสมาคม: พศิน, อัค, ธีร์, กวิน, นรินทร์, กัปตันเอก, อภิสิทธิ์ และรัฐมนตรีวิทูร เดินทางมาถึงก่อน ทุกคนสวมใส่ชุดสูททำงาน BDSM สั่งตัดสุดประณีตสีเทาเข้ม ยืนเรียงรายเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่รอบแท่นบัลลังก์ สายตาของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความเคารพยำเกรงและยอมสยบจำนนต่อผมอย่างสิ้นเชิง ไม่มีใครกล้ามีข้อกังขาหรือปฏิเสธคำสั่งของผมอีกต่อไป เพราะชีวิต อนาคต และความลับราคะของพวกเขาต่างเชื่อมโยงอยู่กับสมาคมนี้ชั่วนิรันดร์


    จากนั้น ประตูไฮดรอลิกหนาพิเศษบานใหญ่ก็เปิดออกช้าๆ ร่างงดงามของหญิงสาวทั้ง 7 คนก้าวเดินเข้ามาในโดมเก็บเสียงทีละคน...


    มินตรา (มีน) มาในชุดเดรสยาวรัดรูปสีขาวผ่องผ่าหลังลึกสะท้านใจ สวมหน้ากากลูกไม้สีขาวประดับมุก, กิรณา (เกล) สวมเดรสผ้าซาตินสีน้ำเงินเข้มโชว์ไหล่เนียนขาว หน้ากากสีเงิน BDSM ประกายระยับ, ดาหวัน สวมเดรสราตรีสีแดงเพลิงเปิดเนินอกกว้าง หน้ากากขนกริฟฟินสีแดง, รินรดา มาในชุดเกาะอกสีดำสนิทเน้นสะโพกงอนงาม หน้ากากลูกไม้สีดำ, แพทย์หญิงลัลน์ลลิน (หมอลิน) สวมชุดเปิดไหล่สีกรมท่า หน้ากากขนนกสีทองดูภูมิฐานลึกลับ, แพรวา สวมเดรสสั้นสีเขียวมรกตอวดเรียวขางาม หน้ากากพลาสติกใส BDSM ครอบครึ่งหน้าเจ้าเล่ห์ และณิชารีย์ (ณิชา) อัยการสาวตงฉินคนล่าสุด มาในชุดเดรสยาวรัดรูปสีม่วงเข้มหรูหราผ่าหน้าขาสูงถึงสะโพก BDSM สวมหน้ากากกำมะหยี่สีม่วงทองสะดุดตา


    พวกเธอทุกคนสวมหน้ากากลึกลับทว่าความงดงามและเสน่ห์ความเย้ายวนทางเพศของร่างกายสาวสะคราญตากลับพุ่งพล่านทะลุผ้าเนื้อดี ผิวกายขาวผ่องเนียนระเอียดสะท้อนแสงไฟสีทองสลัว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูหลากหลายแนวลอยอวลผสมผสานกลายเป็นกลิ่นอายความใคร่แสนหวานชวนมึนเมา


    ผมขยับกายก้าวขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ไม้โอ๊กสีดำขนาดใหญ่ หยิบหน้ากากทองคำสลักลวดลายใบหน้าสิงโตขึ้นมาสวมทับใบหน้าของผมเพื่อสถาปนาฐานะองค์อธิปัตย์ของค่ำคืนสวาทนี้ สายตาผ่านช่องหน้ากากทองคำจ้องมองลงไปยังเหล่าสมาชิก BDSM ทั้งหมดที่คุกเข่าลงราบพรมสีแดงเบื้องล่างอย่างเชื่องช้าเป็นหนึ่งเดียวกัน


    "ยินดีต้อนรับพวกคุณทุกคนเข้าสู่งานฉลองสถาปนาบัลลังก์ราคะนิรันดร์ครับ..." ผมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานด้วยทฤษฎีห้องโค้ง "ค่ำคืนนี้ กฎเกณฑ์ ฐานะ เกียรติยศ และศีลธรรมจากโลกภายนอกจะสูญสิ้นไปอย่างสมบูรณ์แบบ เหลือเพียงความจริงแท้แห่งตัณหาราคะ BDSM และการจำยอมสยบครองรักร่วมกันในเงามืดแห่งนี้ชั่วนิรันดร์... ใครจะเป็นจำเลยสองคนแรกที่ก้าวขึ้นมารับคำพิพากษาคดีรักจากผมบนแท่นนี้ครับ?"


    สาวๆ ทั้งเจ็ดลอบมองกันด้วยหัวใจเต้นตึกตักกระหายกระสัน ท้องน้อย BDSM สั่นระริกเปียกแฉะด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านจากการควบคุมบงการของผม


    ผมชี้นิ้วช้าๆ ไปยังอัยการสาวและจิตแพทย์หญิงคนสำคัญของสมาคม "จำเลยณิชารีย์ และ จำเลยลัลน์ลลิน... ก้าวขึ้นมาหาอาบนแท่นพิจารณาคดีนี้สิคะ"


    ณิชาในชุดเดรสม่วงเข้มและหมอลินในชุดเปิดไหล่สีกรมท่าสะดุ้งตัวโยนด้วยความซ่านกระสันใจสั่น ร่างเปลือยไหล่บางระหงก้าวเดินเยื้องย่างขึ้นมาบนแท่นไม้หน้าบัลลังก์ของผมช้าๆ ท่ามกลางสายตาเร่าร้อนจากผู้ชายและเพื่อนสตรีคนอื่นๆ


    "ถอดหน้ากากและเครื่องแต่งกายโลกสวยภายนอกออกให้หมดค่ะ... เผยความจริงแท้ของจำเลยร่านรักต่อหน้าสมาคมสิคะเด็กดี" ผมสั่งการเสียงเย็นดุดันเจ้าเล่ห์ประหนึ่งผู้พิพากษาสูงสุด


    มือเรียวสวยอันสั่นเทาของณิชาเอื้อมไปถอดหน้ากากกำมะหยี่สีม่วงออก เผยใบหน้าหวานแดงก่ำสั่นระริกตาปรือฉ่ำหวาน หมอลินถอดหน้ากากขนนกสีทองออกเผยใบหน้าเอิบอิ่มเปี่ยมราคะจิตแพทย์ จากนั้นพวกเธอหันหลังให้ผู้ชม เอื้อมมือไปรูดซิปเดรสหรูด้านหลังช้าๆ ผ้าไหมเนื้อดีสีม่วงและกรมท่าลื่นไหลหลุดร่วงจากบ่าบางระหง เนินอกอวบอิ่มขาวผ่องขนาดใหญ่โตและแผ่นหลังเนียนขาวโพลนสะท้อนแสงไฟสีทองสว่างจ้า ก่อนที่เดรสยาวจะร่วงกองบนแท่น เผยร่างเปลือยเปล่าขาวละมุนสะคราญตาที่สวมเพียงกางเกงชั้นในลูกไม้ตัวจิ๋วสองร่างสั่นเทา ยืนเด่นเป็นตระหง่านท้าทายสายตาราคะของทุกคนในโดมเก็บเสียงที่เงียบสงัดไร้การขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น


    ความสุขของการถอดถอนเกียรติยศและสยบยอมทำให้ผิวกายขาวของทั้งสองสาวแดงซ่าน หน้าอกคู่งามเต่งตึงกระเพื่อมสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ช่องทางรักภายในของณิชาและหมอลินเวลานี้กำลังขยิบตอดรัดน้ำสวาทอย่างกระสันอยาก ท่ามกลางสายตาของเหล่าผู้มีอิทธิพลและสมาชิกสมาคมมืดที่จ้องมองเรือนร่างเปลือยอันวิจิตรตระการตานี้ด้วยตัณหาพลุ่งพล่านยากจะระงับ



    การยืนเคียงคู่ของสองสตรีผู้ทรงเกียรติทางวิชาชีพในสภาพครึ่งเปลือยนี้ สะท้อนทฤษฎีการควบคุมเชิงสถาปัตยกรรมที่ผมยึดถือมาโดยตลอด มันไม่ใช่แค่การควบคุมพื้นที่ทางกายภาพ แต่เป็นการควบคุมมิติทางจิตใจผ่าน BDSM และอำนาจบงการ เมื่อคุณลอกเปลือกชั้นนอกของเกียรติยศที่สร้างขึ้นด้วยเสื้อผ้าสูทราคาแพงและเครื่องแต่งกายโลกสวยออกไป สิ่งที่เหลืออยู่คือความจริงแท้ของร่างกายสาวที่ร่ำร้องหาการบำบัดราคะด้วยความซื่อสัตย์ ร่องรักของพวกเธอขยิบตอดรัดน้ำสวาทอย่างกระสันอยาก ท่ามกลางวงล้อมของสมาชิกชายที่กล้ามเนื้อเกร็งขึงด้วยไฟราคะที่ถูกกระตุ้นเร้าจนลุกโชนทั่วโดมเก็บเสียง


    ความลับและตัณหาในค่ำคืนนี้คือเสาเข็มที่มั่นคงที่สุดในการค้ำจุนอาณาจักร BDSM ใต้ดินของผมให้สูงตระหง่านและไร้เทียมทาน ทุกบทเรียนราคะล้วนสร้างพันธนาการ BDSM ที่เหนียวแน่นจนยากจะถอนตัวออกไป

    คล้ายกับเรื่องเสียงครางผ่านกำแพง ที่คุณอ่าน