ระหว่างที่ถาม จิงซิงอี้กวาดสายตาไปรอบๆด้านอย่างระมัดระวัง เขากลัวแม่ของมันจะพุ่งออกมาจู่โจม ถึงเ้าตัวเล็กจะทำตัวฟูและมีแววตาหวาดระแวง แต่ก็ยังจ้องตาเขาไม่หลบ
จิงซิงอี้ค่อยๆ ถอยออกมานั่งที่เดิมทั้งสองปรึกษากันว่าจะนั่งรอห่างๆ และดูว่าแม่จิ้งจอกจะมารับลูกหรือไม่และค่อยตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร เวลาผ่านไป 15 นาทีก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีแม่จิ้งจอกเดินออกมา แต่แล้วลูกสุนัขจิ้งจอกก็ค่อยๆโผล่หน้ามาออกมาจากหลังต้นไม้ และมองมาที่สองตาหลาน
ในที่สุดจิงซิงอี้และจิงเซียวจึงลุกเดินไปหามันช้าๆ จิงเซียวพูดกับมันด้วยเสียงมีเมตตาว่า
“เ้าอยากจะให้พวกเราทำอะไรให้ บอกมาสิเ้าตัวเล็ก”
ลูกสุนัขจิ้งจอกเอียงคอฟัง จากนั้นมันก็หันหลังเดินเข้าไปในป่าด้านหลังมันเดินไปสองสามก้าว และหยุดหันมามองพวกเขาหลายครั้ง เหมือนจะบอกให้ทั้งสองเดินตามจิงซิงอี้และจิงเซียวมองหน้ากัน พวกเขารู้ว่าเ้าตัวเล็กคงอยากจะให้พวกเขาเดินตาม
ทั้งสองจึงเดินตามมัน ที่พามุดเข้าไปในป่าที่เริ่มรกทึบพวกเขาต้องก้มตัวหลบเถาวัลย์และลุยเข้าไปในพุ่มไม้ที่ขวางทางเอาไว้หลายครั้ง
ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงโพรงหินที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้เ้าตัวเล็กรีบมุดเข้าไป ทั้งสองตาหลานเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง และเมื่อก้มตัวลงมองเข้าไปในโพรงพวกเขาก็เห็นสุนัขจิ้งจอกขนสีแดงโตเต็มวัยแล้วตัวหนึ่งนอนนิ่งอยู่ในโพรงลูกสุนัขจิ้งจอกยืนเลียหน้ามันและส่งเสียงร้องครางหงิงๆ จิงเซียวเข้าใจทันทีว่า “น่าจะเป็แม่ของมัน”
ทั้งสองพบว่า แม่สุนัขจิ้งจอกนอนแน่นิ่งหายใจระรวยและมีร่องรอยาแถูกกัดที่ขาเป็แผลใหญ่ เืเริ่มแห้งกรัง และมีรอยกัดขนาดเล็ก2-3 แผลทั่วตัว รอยเืแห้งกระเซ็นตามขนของมัน
มันน่าจะาเ็มาสองสามวันแล้วและคงสลบไปเพราะเสียเืและแผลอักเสบ เ้าตัวเล็กก็คงจะหิวและห่วงแม่จึงออกมาขอความช่วยเหลือจากพวกเขา
ทั้งสองตัดสินใจว่าจะช่วยพวกมันจิงเซียวเป็ฝ่ายอุ้มลูกสุนัขจิ้งจอก ในขณะที่จิงซิงอี้ใช้ผ้าพันคอห่อตัวแม่จิ้งจอกไว้และอุ้มมันขึ้นมา เขาตรวจดูร่องรอยาเ็และเห็นว่าแผลสาหัสที่สุดอยู่ที่ขาหลังของมัน ที่ถูกกัดจนเหวอะเข้าไป
จิงซิงอี้หันไปบอกเ้าตัวเล็กว่า“พวกเราจะพาแม่ของเ้าไปรักษานะ ไม่ต้องห่วง!” เ้าตัวเล็กดูเหมือนจะรู้ความมันส่งเสียงร้องเบาๆ
ทั้งสองเก็บข้าวของเพื่อเตรียมเดินลงเขาจิงเซียวเอาอาหารและน้ำที่มีเหลือนิดหน่อยให้เ้าตัวเล็ก มันกินด้วยความหิวโหย จากนั้นพวกเขาก็เดินลงเขาทันที
เมื่อมาถึงบ้าน พวกเขาเดินเข้าไปในห้องตรวจรักษาจิงซิงอี้ปูผ้ายางเอาไว้บนโต๊ะและวางแม่จิ้งจอกลงไป เขาให้จิงเซียวเป็คนดูแลมันในขณะที่เขาเดินเข้าไปในครัว รินน้ำข้าวต้มที่เหลือเมื่อเช้าใส่ถ้วยเล็กๆและยกมาให้เ้าตัวเล็ก
เขายกถ้วยน้ำข้าวต้มขึ้นใกล้ปากของมันและสอนให้มันเลียเมื่อรู้รสชาติแล้ว น้ำข้าวต้มถ้วยนั้น ก็หายวับลงท้องลูกสุนัขจิ้งจอกไปในพริบตา
จิงเซียวซึ่งกำลังตรวจดูาแของแม่สุนัขจิ้งจอกหยุดมองและหัวเราะด้วยความเอ็นดู เขาพูดว่า “เ้านี่มันไม่ธรรมดานะ”
จิงซิงอี้เดินเข้าไปช่วยจิงเซียวตรวจแผลแม่สุนัขจิ้งจอกที่นอนไม่ได้สติเขาถามด้วยความไม่แน่ใจว่า “คุณตาจะทำยังไงครับ จะพาไปหาสัตวแพทย์หรือจะรักษาเอง”
จิงเซียวยิ้มและตอบว่า “ตาจะรักษาเอง”
จิงซิงอี้หัวเราะเขาคาดเอาไว้อยู่แล้วว่าจิงเซียวจะต้องตอบเช่นนี้ สมัยที่จิงเซียวยังแข็งแรงและหนุ่มกว่านี้เวลาที่พวกเขาเดินทางไปเก็บสมุนไพรและออกรักษาชาวบ้านตามที่ต่างๆบางครั้งก็เจอสัตว์าเ็ ทั้งสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง พวกเขาก็จะช่วยรักษาพวกมัน
ถึงตอนนี้เ้าตัวเล็กเดินมาหาจิงซิงอี้ มันยกสองขาหน้าขึ้นมาเกาะขาของเขาเอาไว้ จิงซิงอี้ก้มลงอุ้มมัน เขายกตัวมันขึ้นสูงและสบตามันหูของมันลู่ไปข้างหลัง มันแลบลิ้นเล็กๆ สีชมพูเลียน้ำข้าวที่ติดอยู่รอบปาก และส่งเสียงร้องเบาๆชายหนุ่มหัวเราะออกมา ใบหน้าของเขาอ่อนโยนลง และบอกมันว่า
“รอสักพักนะตอนเย็นจะออกไปหานมแพะมาให้กิน”
เ้าตัวน้อยกะพริบตามันหันไปมองแม่ที่นอนอยู่บนโต๊ะ และเห่าเบาๆ จิงซิงอี้พูดกับมันว่า
“ไม่ต้องห่วงพวกเราจะรักษาแม่เ้าเอง”
ในระหว่างนั้นจิงเซียวทำความสะอาดาแของแม่จิ้งจอก จิงซิงอี้วางเ้าตัวเล็กลง เขาใส่ถุงมือและเตรียมตัวเป็ลูกมือให้จิงเซียว
จิงเซียวมองนาฬิกาที่ผนังและถามเขาว่า“วันนี้เ้าไม่ไปคลินิกแล้วรึ”
ชายหนุ่มส่ายหน้า“ไม่ครับ ถ้ามีอะไรด่วน คนไข้คงโทรมาเอง..อีกอย่างนึง ่เปิดใหม่แบบนี้ยังไม่มีคนไข้มากนัก”
เมื่อหันไปมองเ้าตัวเล็กเขาก็พบว่ามันขดตัวนอนบนผ้าที่จิงซิงอี้ปูเอาไว้ที่พื้น และนอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
จากการตรวจาแของแม่จิ้งจอกพวกเขาพบว่า มันน่าจะต่อสู้กับสัตว์ใหญ่บางอย่างมา แต่โชคดีที่าแไม่รุนแรงมากมันหมดสติไปเพราะเสียเื ขาดน้ำและอาหาร ส่วนลูกจิ้งจอกคงจะเฝ้าแม่อยู่สองสามวันไม่มีอาหารและนมให้กิน จนเมื่อได้ยินเสียงของพวกเขามันจึงออกมาแอบมองอยู่หลังต้นไม้
จิงซิงอี้ขอเป็คนรักษาแทนเขาไม่อยากให้ชายชราเหนื่อยมากไปกว่านี้ จิงซิงอี้ทำความสะอาดแผล และใช้ยาหยุนหนานไป๋เหยาโรยแผลและป้อนยาตัวเดียวกันให้แม่สุนัขจิ้งจอกกิน เพื่อแก้ปวดและห้ามเื
เขาและจิงเซียวปรึกษากันและคิดว่าหลังจากนี้ จะต้มเช่อไปเยี่ยให้มันกินเพื่อแก้ช้ำในและหยุดเื เพราะยาหยุนหนานไป๋เหยาอาจทำอันตรายต่อระบบทางเดินอาหารของสุนัขได้จึงไม่ควรจะใช้รักษาติดต่อกันนาน
สำหรับการรักษาสัตว์ด้วยแพทย์แผนจีนและแพทย์ทางเลือกอื่นๆนั้น เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั้งการรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบันและการรักษาด้วยแพทย์แผนจีนเพียงอย่างเดียว
วิธีการรักษายังมีคล้ายกับของมนุษย์ทั้งการฝังเข็ม การลนยา การใช้สมุนไพร และการนวดในประเทศจีนมีการสอนเป็หลักสูตรในระดับมหาวิทยาลัยด้วย และยังมีการสอนเป็หลักสูตรให้กับสัตวแพทย์จากประเทศอื่นด้วย
เมื่อรักษาแม่สุนัขจิ้งจอกเสร็จแล้วพวกเขาก็ออกไปล้างมือและอาบน้ำ จากนั้นจิงซิงอี้ก็เตรียมทำอาหารกลางวันซึ่งกลายมาเป็อาหารบ่ายแทน เพราะตอนนี้ก็ได้เวลาบ่ายสองแล้ว พวกเขาหิวกันมากถึงแม้ว่าจะนำอาหารกลางวันติดตัวไปกินบนเขาด้วย แต่ก็ได้กินเพียงเล็กน้อยเพราะต้องลงเขามาก่อน ตอนนี้ จิงซิงอี้จึงคิดจะต้มบะหมี่แบบง่ายๆ
เขาเปิดตู้เย็นนำมะเขือเทศออกมาล้างและหั่นเป็ชิ้นเล็กๆเพื่อให้จิงเซียวเคี้ยวได้สะดวกจากนั้นนำน้ำซุปไก่ที่แช่แข็งออกมาต้มในหม้อ เขาตั้งน้ำอีกหม้อและต้มเส้นบะหมี่สำหรับสองคนเมื่อเส้นสุกนิ่มดีแล้วจึงตักขึ้นมาแช่น้ำเย็น
ระหว่างนั้นเขาตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อย ใส่กระเทียมสับลงไป ตามด้วยมะเขือเทศปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ซีอิ๊วเล็กน้อย และตอกไข่ลงไป ผัดให้ทุกอย่างสุกนุ่ม
เขาตักน้ำซุปใส่ถ้วยใส่บะหมี่ลงไป ราดหน้าด้วยมะเขือเทศผัดไข่ และโรยหน้าด้วยต้นหอมซอยอีกเล็กน้อย
อาหารที่เขากินกับจิงเซียวมักจะมีรสไม่จัดมากนักและต้องทำให้เปื่อยนุ่มกว่าปกติ เพื่อให้จิงเซียวกินง่ายและย่อยง่าย
เขายกถ้วยบะหมี่ไปวางที่โต๊ะและตามจิงเซียวมากินด้วยกัน
เมื่อกินอิ่มแล้วจิงซิงอี้ออกไปข้างนอกอีกครั้งเพื่อซื้อนมแพะและเนื้อไก่มาให้สุนัขจิ้งจอกสองแม่ลูก
เขาขี่จักรยานไปบ้านหลังเล็กๆที่อยู่ถัดไป 4-5 หลัง ซึ่งมีสองสามีภรรยาสูงวัยอาศัยอยู่พวกเขาปลูกผักและเลี้ยงสัตว์เอาไว้กินเอง เหมือนกับบ้านหลังอื่นๆ แถวนี้
เมื่อมาถึงหน้าบ้านเขาจอดจักรยานเอาไว้และะโเรียกเ้าของบ้าน ซ่งฮ่าวเทียนซึ่งเป็ชายรูปร่างผอมบางตัวเล็ก อายุประมาณ 60 กว่าปี เดินออกมาเปิดประตูรั้วชายหนุ่มจึงบอกว่า เขามาขอซื้อนมแพะและเนื้อไก่เพื่อเอาไปเลี้ยงลูกสุนัขาเ็แต่ไม่ได้บอกว่าเป็สุนัขจิ้งจอก เพราะชาวบ้านอาจจะหวาดกลัว
ซ่งฮ่าวเทียนบอกให้เขานั่งรอในบ้านส่วนตัวเขาเดินไปที่คอกหลังบ้านเพื่อรีดนมแพะ และเตรียมไก่ให้ระหว่างที่จิงซิงอี้นั่งรอนั้น เขาได้ยินเสียงป้าซ่งถามออกมาจากห้องนอนว่า “พ่อใครมาน่ะ”
จิงซิงอี้จึงตอบแทนว่า“ผมจิงซิงอี้ มาขอซื้อนมแพะครับ”
ป้าซ่งเปิดประตูและเดินออกมาจากห้องนอนช้าๆเขาสังเกตเห็นว่าสีหน้าป้าซ่งซีดเซียว และเดินกระย่องกระแย่งเขารีบเดินเข้าไปประคองและพาเธอไปนั่งที่เก้าอี้ จากนั้น จิงซิงอี้ก็ถามว่า
“ป้าปวดเข่าเหรอครับมีอาการยังไงบ้าง”
ป้าซ่งลังเลแต่ก็ตัดสินใจเล่าอาการว่า
“ป้าปวดเข่าจ้ะเป็มาหลายปีแล้ว ยิ่งตอนเช้ายิ่งปวดมากขึ้น”