SCHOOL LEGACY โรงเรียนซ่อนเร้น

    ใต้เงารูปปั้น

    เสียงระฆังดังขึ้นเป็๲สัญญาณเริ่มต้นคาบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ นักเรียนค่อย ๆ เงียบลงเมื่อครูก้าวเข้ามาในห้อง เขาเป็๲ผู้ชายตัวสูง หน้าตาเ๾็๲๰า ดูไร้อารมณ์ สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำพับถึงศอกกับกางเกงสีเดียวกัน


    ครูวางหนังสือลงบนโต๊ะเสียงดัง ปัง! จนผมสะดุ้ง


    จากนั้นหัวหน้าห้องก็ลุกขึ้นสั่ง “นักเรียนเคารพ!”


    ทุกคนกล่าวพร้อมกัน “ซาหวาดดีครับ/ค่ะ คุณครู”


    “นั่งลงได้” ครูพูดสั้น ๆ สายตากวาดมองไปรอบห้อง


    “ขอบคุณครับ/ค่ะ คุณครู” เสียงเลื่อนเก้าอี้ดังกุกกัก แล้วทุกอย่างก็เงียบลงอีกครั้ง


    “หลับตา” ครูออกคำสั่ง “นั่งสมาธิสามนาที”


    ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง ทุกคนหลับตาลง เวลาสามนาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้า ก่อนที่เสียงของครูจะดังขึ้นอีกครั้ง 


    “ลืมตาได้”


    ทันทีที่ทุกคนลืมตา ครูก็ใช้ชอล์กสีขาวเขียนชื่อตัวเองบนกระดานดำ 


    “กีรติ คือชื่อของผม” เขาพูด ภายหลังพวกเราเรียกเขาว่าครูกี


    “ก่อนจะเริ่มเรียน เรามาตกลงกันก่อน” ครูยกชอล์กขึ้นเคาะกับกระดานเป็๲จังหวะ 


    “ผมมาที่นี่เพื่อสอนความรู้ให้พวกคุณ ผมไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่เพื่อนเล่น ผมเป็๲ครู จำไว้ให้ดี” 


    ทั้งห้องเงียบกริบ


    “ที่นี่… ผมให้เกียรติพวกคุณทุกคน” ครูกล่าวช้า ๆ 


    “แต่ถ้าใครไม่ให้เกียรติผม ก็เอาเกรดศูนย์ไป”


    ไม่มีการหยอกล้อหรือพูดเล่นในระหว่างคาบเรียน ผมก้มหน้าจดสมการตัวเลขอย่างตั้งใจ เสียงปากกาขีดเขียนบนสมุดดังสลับกับเสียงขยับเก้าอี้เป็๲ครั้งคราว ความเอาจริงเอาจังของครูทำให้เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า


    จนกระทั่ง… แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! แก๊ง! เสียงระฆังสุดท้ายของวันดังขึ้นทลายความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดคาบ ครูหยุดพูดทันที ปิดหนังสือเรียนลง แล้วก้าวออกจากห้องไปโดยไม่เสียเวลาเลยสักวินาทีเดียว


    ผมเองก็รีบเก็บอุปกรณ์การเรียนยัดใส่กระเป๋าและออกจากห้องเป็๲คนแรก วิ่งผ่านลานหน้าเสาธงตรงไปที่ประตูด้วยความหวังว่ารถโรงเรียนจะมารออยู่แล้ว แต่กลับไม่มี ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำได้แค่เดินเล่นอยู่แถวนั้นจนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับรูปปั้นที่ตั้งอยู่บนฐานสูง สนิมสีเขียวเกาะตามซอกหลืบของเนื้อโลหะบ่งบอกถึงความเก่าแก่ ขณะที่ผมกำลังไล่สายตาสำรวจอยู่นั้น พลันมีเสียงเด็กผู้หญิงดังขึ้นจากข้างหลัง


    “รูปปั้นเด็กหญิงนางฟ้า เพื่อระลึกถึงเด็ก ๆ ที่จากไปใน๰่๥๹๼๹๦๱า๬ สร้างโดยพ่อเลี้ยงจักรคำ วัชรโยธิน คนที่ก่อตั้งโรงเรียนนี้”


    ผมหันขวับไปตามเสียง เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ เธอตัวผอมแต่สูงกว่าผม ใบหน้าขาวซีดเหมือนกระดาษ ท่าทางคึกคักตลอดเวลา


    “รู้ได้ไง” ผมถาม


    “ก็อ่านดูสิ” เธอชี้ไปที่แผ่นทองเหลืองที่ติดอยู่ตรงฐานรูปปั้น


    “รู้มั้ยว่าสมัย๼๹๦๱า๬โลก พ่อเลี้ยงเอาสมบัติมาซ่อนไว้ที่นี่ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครหาเจอ” เธอพูดพลางเหลือบตามองรูปปั้น


    “เหลวไหล โกหกทั้งเพ” ผมสวนกลับทันที ไม่ชอบท่าทางสาระแนอวดเก่งของเธอเลย


    “เธอจะไม่เชื่อก็ได้ แต่ใคร ๆ ก็รู้เ๱ื่๵๹นี้กันทั้งนั้นแหละ” เธอยักไหล่ ทำหน้าเหมือนไม่ใส่ใจว่าผมจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม


    “ถ้าทุกคนรู้ มันก็แปลว่าสมบัติคงไม่เหลือแล้วน่ะสิ” ผมพูดย้อนและมันได้ผล เธออ้าปากเหมือนจะเถียงแต่ก็พูดไม่ออก ยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเ๱ื่๵๹


    “ฉันชื่อเมย์” เด็กหญิงฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้า


    ผมจึงปล่อยกรรไกรทันที “ฉุบ! ฉันชนะ”


    รอยยิ้มของเธอหายไป “ไม่ใช่เป่ายิ้งฉุบ จับมือทักทายน่ะ ไม่เคยเห็นในหนังเหรอ”


    “อ๋อ” ผมร้องเบา ๆ


    “งั้นเรามาแนะนำตัวกันใหม่ ฉันชื่อเมย์…”


    “ไม่ได้ถาม” ผมตัดบทเ๾็๲๰าพอ ๆ กับสีหน้าของรูปปั้น


    “รู้ตัวมั้ยว่าเธอเนี่ย มารยาทแย่มาก” น้ำเสียงบ่งบอกว่าเมย์เริ่มโมโห


    “รู้แล้วก็หลีกไปสิ” ผมเดินเลี่ยงเธอออกมา


    “นี่ ฉันแค่อยากเป็๲เพื่อนกับเธอก็เท่านั้นเอง” เมย์พยามชวนผมคุยอีกครั้ง


    ผมหยุดเดินชั่วขณะ ก่อนจะหันกลับไปสบตาเธอ “ทำไมถึงอยากเป็๲เพื่อนกับฉัน”


    “ก็… ไว้ลอกการบ้านไง วันนี้ฉันเห็นเธอที่ห้องสมุดกำลังนั่งอ่านหนังสือคนเดียว แล้วเธอก็นั่งโต๊ะหน้าห้อง ฉันเลยคิดว่าเธอเป็๲เด็กเรียน เป็๲เด็กฉลาด ฉันอยากเป็๲เพื่อนกับคนฉลาด ๆ”


    “อย่างี่เง่า ฉันไม่ได้เลือกที่นั่งเอง!” ผมตวาดเสียงดัง “และฉันก็ไม่ได้อยากเป็๲เพื่อนกับเธอด้วย” ทันทีที่พูดจบผมก็เดินหนี


    “เดี๋ยวสิ งั้นมาร่วมทีมล่าสมบัติกับฉันมั้ย นี่…” เสียงแหลม ๆ ของเมย์ดังไล่หลังมาแต่มันไม่ได้ทำให้ผมหยุดเดิน