“ซี๊ดดดด...อูย….ภายในกายเ้าช่างร้อนแรงยิ่งนักน้องหญิง ข้าเสียวมากทีเดียว อา” เสียงแหบพร่าของเตียโถ่มั่วเกาเอ่ยออกมาด้วยไม่อาจอดกลั้นความรู้สึกได้อีก
“พั่บๆๆๆ พั่บๆๆๆพั่บๆๆๆ” สะโพกงามงอนกระแทกแท่งหยกของบุรุษใต้ร่างเข้าไปจนมิดหน้าอกคู่งามของนางก็ถูกอุ้มมือสากขยำอย่างเมามัน
“อา....ซี๊ดดด.....ท่านพี่แท่งหยกของท่านเข้ามาในกายข้าลึกได้ลึกยิ่งนัก อูยยยย...”
“ภายในกายเ้าช่างตอดรัดแท่งหยกของข้าไม่หยุดจริงๆ....ซี๊ด...อูย เอาเลยขย่มแรงๆ เลย” ฝ่ามือบางของลี่ย่ายันหน้าอกของเตียโถ่มั่วเกาไว้เพื่อตั้งหลักก่อนที่จะยกสะโพกขึ้นแล้วกดลงไปที่แท่งเนื้อจนมิดแล้วเริ่มขย่มแรงเร็วขึ้น
“อื้ออ..มันจุก...และเสียวมาก..อูย....”
“อา.....ข้าจะไม่ไหวแล้ว”
“ข้าก็เช่นกันอา....จะ...ออกแล้ว....อูยยยย...” ทั้งสองกระตุกเกร็งตอดรัดกันไปมาจนในที่สุดลี่ย่าก็ทิ้งตัวซบอกหนา อย่างหมดเรี่ยวแรง
ภาพคนทั้งคู่ซึ่งกำลังพัวพันกันอยู่บนเตียงหนังสัตว์ภายในกระโจมมีม่านควันกำยานสูตรพิเศษของลี่ย่าส่งกลิ่นกรุ่นหอมกำจายไปทั่วบริเวณหน้ากระโจมหยินน่ายืนนิ่งมองอยู่เงียบๆ
ถ้านายหญิงใหญ่ฟูอันมาเห็นภาพบิดากำลังเริงรักอยู่กับมารดาของตนแทนที่จะเป็บุคคลสำคัญของงานเลี้ยงให้กับบุตรสาวในค่ำคืนนี้นายหญิงใหญ่จะโกรธแค้นและอาละวาดมากแค่ไหนกันนี่อาจจะเป็สาเหตุหนึ่งที่ทำให้หยินฮูกลั่นแกล้งนางหนักกว่าทุกครั้งที่เจอเด็กสาวยิ้มเยาะให้กับโชคชะตาของแต่ละคนรวมทั้งของตนเองด้วยเมื่อก่อนนางอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่เดี๋ยวนี้นางรู้แล้วว่าทำไม
เสียงแม่เฒ่าที่กำลังสั่งสาวใช้ให้จัดเตรียมน้ำไว้หลายโถรวมทั้งน้ำจวี๋จื่อ(ส้ม) โถใหญ่ เพื่อรอให้ลี่ย่าได้ทานหลังจากบิดากลับไปแล้ว หลังสั่งการสาวใช้เสร็จสายตาก็เหลือบมองเห็นร่างเล็กของหยินน่ายืนอยู่หน้ากระโจมใหญ่ใบหน้าเหี่ยวย่นพลันปรากฏความใออกมา สองเท้าของนางรีบเดินไปคว้าตัวเด็กสาวไว้แล้วจับจูงหยินน่าพาไปที่กระโจมของตนทันที
“หยินน่า เกิดอะไรขึ้นกับเ้าทำไมเ้าถึงมีสภาพเช่นนี้” เมื่อเข้ามาในกระโจมแม่เฒ่าก็ถอดเสื้อคลุมที่ห่มร่างเด็กสาวออกแล้วสำรวจตรวจดูร่องรอยาแฟกช้ำทั่วร่าง
“วันนี้ข้าเผลอเดินออกไปไกลจนเจอกับหยินฮูเข้า”
“ว่ายังไงนะนางเด็กชั่วร้ายนั้นถึงกลับกล้าทำร้ายเ้าไม่ได้ข้าจะบอกเื่ที่เกิดขึ้นกับเ้าให้ลี่ย่าได้รู้” แม่เฒ่าพูดออกมาด้วยความแค้นใจ แล้วมองไปที่ร่างของหยินน่าอีกครั้งก่อนที่จะรีบประคองร่างบางให้นั่งลงบนตั่งนั่งบุด้วยผ้าขนสัตว์เนื้อนุ่ม แล้วเดินไปหยิบตลับยามาทาที่รอยแผลฟกช้ำบนร่างหยินน่า
“แม่เฒ่าไม่ต้องรายงานท่านแม่หรอก าแพวกนี้เล็กน้อยเท่านั้น อีกอย่างเพราะได้พี่ใหญ่ช่วยไว้ข้าจึงเจ็บตัวเพียงเท่านี้”
“ทูฉี งั้นหรือ” แม่เฒ่าถามด้วยความแปลกใจ
“ใช่พี่ใหญ่เดินมาเห็นเข้าหยินฮูเลยหยุด นี่ไงเสื้อคลุมของที่พี่ใหญ่คลุมกายให้ข้า”หยินน่ากลัวแม่เฒ่าไม่เชื่อจึงรีบไปหยิบเสื้อคลุมบุรุษตัวใหญ่ที่ถูกทอดทิ้งไว้ในตอนแรกให้แม่เฒ่าดู
แม่เฒ่าพิจารณาเนื้อผ้าสัญลักษณ์ลายปักบนเสื้อคลุมก็พลันถอนหายใจออกมา
“ทูฉี นิสัยต่างจากบิดา มารดาและน้องสาวของเขายิ่งนัก เท่าที่ข้าสังเกตเห็น ต่อไปทูฉีจะต้องเป็นักรบที่ยิ่งใหญ่เหมาะสมกับตำแหน่งชานหยูในอนาคตมากกว่าใครในบรรดาบุตรชายทั้งหมดของชานหยูเตียโถ่มั่วเกา”แม่เฒ่านึกถึงบุตรชายคนโตของชานหยูแล้วก็มองไปที่เด็กสาวก่อนที่จะเอ่ยความคิดของตนออกมา
“ดูจากที่ทูฉีปฏิบัติต่อเ้าแล้วเขาก็เป็คนที่ปฏิบัติต่อพี่น้องต่างมารดาไม่ได้แย่นัก”
“ตอนนี้พี่ใหญ่ยังไม่รู้ในบางเื่แต่ถ้าในอนาคตพี่ใหญ่รู้เื่ทั้งหมดแม่เฒ่าคิดว่าพี่ใหญ่ยังจะยังปฏิบัติดีต่อพวกเราอยู่อีกหรือ” หยินน่าลุกขึ้นเดินไปที่ถาดสมุนไพร แล้วหยิบออกมาเพื่อเตรียมทำเผ้าจื้อ(การแปรรูปยาสมุนไพรจีน) ตามที่แม่เฒ่าเคยสั่งสอนไว้
แม่เฒ่าฉูฮู่มองหลานสาวของผู้มีพระคุณ และเป็เด็กสาวที่ตนอุ้มชูเลี้ยงดูมาั้แ่แบเบาะก็พอจะเดานิสัยของหยินน่าได้ว่าคงไม่อยากพูดเื่นี้อีก ก็ได้แต่ยอมรับอยู่เงียบๆแล้วก็ลุกไปสอนการทำเผ้าจื้อต่อ
“แม่เฒ่าอีกนานไหมกว่าท่านแม่จะเลิกใช้กำยานนั้น”
“คงอีกไม่นานฤทธิ์ของต้าหมา(กัญชา) ในกำยานใกล้จะแสดงผลของมันแล้ว”
“ข้าไม่อยากให้ท่านแม่ใช้ต้าหมาบ่อยนัก”
“เ้าไม่ต้องกลัวข้าได้เตรียมการล้างพิษให้ลี่ย่าทุกครั้งที่นางใช้ต้าหมาอยู่แล้ว”
“ข้ารู้ แต่ข้าก็อดกังวลไม่ได้”
“เมื่อความเ็ปและโกรธแค้นในอดีตของลี่ย่าหมดลงนางก็คงไม่ต้องใช้สิ่งเหล่านี้อีก” แม่เฒ่ากล่าวออกมาในสิ่งที่นางคิดก่อนที่จะมองดวงหน้าเล็กพริ้มเพราของหยินน่าอย่างถี่ถ้วนพลันดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของแม่เฒ่าก็สังเกตเห็นบางอย่างแล้วเอ่ยถามข้อสงสัยในใจตนออกไป
“หยินน่า ผ้าปิดหน้าของเ้าเล่า”เมื่อได้ฟังคำของแม่เฒ่า เด็กสาวก็ตะลึงชั่วครู่มือเรียวเล็กยกขึ้นลูบที่ใบหน้าตน ก่อนพยายามนึกแล้วสายตาก็เลื่อนมาสบประสานกับสายตาของแม่เฒ่า
“ข้า....ข้าลืมไปเลย” คำพูดที่เด็กสาวกล่าวออกมา นำมาซึ่งคำสั่งที่ทำให้บรรดาสาวใช้ยุ่งวุ่นวายั้แ่่เย็นถึงพลบค่ำ ในการหาผ้าปิดหน้าผืนนั้นกลับมารวมทั้งการอบรมสั่งสอนของแม่เฒ่าถึงความสำคัญของผ้าปิดหน้าให้แก่หยินน่านานเกือบครึ่งชั่วยามแม่เฒ่าจึงกลับมาสั่งสอน การทำเผ้าจื้อต่อ
..................................
............................
......................
.................
...........
ยาม ซวี (19.00 น.-20.59 น.)
ฟูฮันหยีนั่งมองดูภาพสีหน้ายิ้มแย้มหัวเราะอย่างสนุกสนานของหยินฮูและเด็กสาวคนอื่นๆที่กำลังเต้นระบำอยู่รอบกองไฟ ดวงตาคู่คมพลันมองใบหน้าของมารดาที่ฝืนยิ้มอยู่บนตั่งนั่งตำแหน่งที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับสตรีเผ่าหรวนตี้แต่โดดเดี่ยวเพราะไร้คนนั่งเคียงกันก่อนที่มือเรียวยาวจะหยิบชามเหล้านมม้าขึ้นมาดื่ม
สายตาของฟูฮันหยี มองปลายนิ้วมือของตนพลันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อยามเซิน (15.00 น. -16.59 น.) ร่างเล็กของหยินน่าที่ตัวสั่นระริกบนพื้นหญ้าด้วยความหวาดกลัวเมื่อศีรษะเล็กเงยหน้าขึ้นมาพลันปรากฏใบหน้าพริ้มเพราของเด็กสาวที่ได้เห็นเป็ครั้งแรก ใบหน้านั้นขาวซีดไร้สีเืมีหยาดเหงื่อผุดพรายทั่วใบหน้าเนียนขอบตาแดงระเรื่อใต้ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยดน้ำ เห็นได้ชัดว่านางหวาดกลัวเพียงใดกับเื่ที่เกิดขึ้นริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ขบเข้าหากันสั่นระริกไปมา หยดน้ำที่เ้าตัวไม่สามารถควบคุมได้ไหลผ่านใบหน้าขาวซีดของเด็กสาวยามที่หยดน้ำใส่ไหลรินผ่านไฝรองน้ำตาเม็ดเล็ก พอดีกับนิ้วเรียวยาวของตนยื่นออกไปเพื่อซับโดยไม่รู้ตัวทำให้หยดน้ำรินไหลตกกระทบที่ปลายนิ้วของตนภาพเหตุการณ์นั้นทำให้คิ้วเข้มพาดเฉียงย่นเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว