[EP.4]
เกรย์สันพามะปรางมาที่คอนโดหรูเธออยากรู้ว่าหลังจากที่เลิกกันไปเขาใช้ชีวิตอยู่ยังไง จึงยอมตกลงทำงานมานั่งดื่มเป็เพื่อนด้วยเข้ามาถึงข้างในห้องที่ถูกตกแต่งสไตล์อวกาศ มีดวงดาวระยิบระยับบนเพดานห้อง เตียงโซฟาก็ทันสมัยเหมือนกำลังนั่งยานอวกาศออกไปนอกโลก
เธอมานั่งที่โซฟาตัวใหญ่โดยอีกฝ่ายเดินไปหยิบไวน์ราคาแพงจากในตู้ไวน์ขนาดเล็กมาวางไว้บนโต๊ะมะปรางบริการเกรย์สันด้วยการรินไวน์ใส่แก้วให้เขา นั่งชนแก้วด้วยไม่กี่แก้วก็เริ่มรู้สึกมึนเมาเล็กน้อยเธอคอไม่แข็งแต่ก็โดนอีกฝ่ายคะยั้นคะยอให้ดื่มด้วย
อยากปฏิเสธแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเกรย์สันจ่ายค่าจ้างเรียบร้อยแล้วมะปรางจึงกรอกไวน์เข้าปากตามที่อีกฝ่าย้าเรื่อยๆ กระทั่งเริ่มเมาหนักมองอะไรเบลอไปหมด
“ดื่มเก่งหนิ”
“ปรางไม่ไหวแล้ว”
พอควบคุมสติของตัวเองไม่ได้มะปรางเริ่มกลับมาใช้คำสรรพนามที่เคยคุ้น ช้อนสายตามองเขาด้วยความรู้สึกตัดพ้อในใจอยากต่อว่าคนที่ทิ้งเธอไป ทว่าพูดตอนนี้มันสายไปไหม
ทันทีที่จะเผยอริมฝีปากเพื่อบอกในสิ่งที่ตัวเองอัดอั้นมานานก็ถูกอีกฝ่ายจู่โจมลงมาบดขยี้ริมฝีปากสีนู้ดอ่อน มะปรางใตาโตมองเกรย์สันเขาเองก็มองเธอในขณะที่กำลังจูบไปด้วย
สายตาคู่นั้นยังคงเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกอะไรให้รับรู้ว่าเกรย์สันคิดอะไรจึงจูบมะปรางดื้อๆ แบบนี้ ทั้งที่เมื่อครู่เขายังทำตัวห่างเหินกับเธออยู่เลย
อยากผลักไสให้อีกฝ่ายออกห่างแต่เ้าตัวก็ดึงมะปรางเข้าไปกอดแน่นไม่ยอมปล่อยเสี้ยวนาทีต่อมาเขาเปลี่ยนจากจูบแ่เบาเป็จูบเธอดุดันราวกับไปโกรธใครมาก็ไม่รู้
บดขยี้ริมฝีปากอ่อนนุ่มทารุณสอดดันลิ้นหยาบเข้ามาในปากเล็ก เกี่ยวกระหวัดลิ้นนุ่มอย่างไม่ปรานีมะปรางแทบขาดอากาศหายใจ ทุบแผงอกกล้ามแน่นของเกรย์สันรัวๆกระทั่งอีกฝ่ายยอมถอนจูบผละออกมองเธอแน่นิ่ง
“ทำไมบริการมากกว่านี้ไม่ได้เหรอ”
“พี่เกรย์สันอย่ามาเอาเปรียบปรางนะปรางไม่ได้ขายตัว”
มะปรางพยายามตั้งสติแต่อาการมึนหัวหนักกว่า ตอนนี้เธอจึงลุกขึ้นตัวเซเล็กน้อยเพื่อจะกลับบ้านในเมื่ออีกฝ่ายละเมิดข้อตกลง เธอไม่จำเป็ต้องอยู่ให้ครบเวลาที่กำหนด
ทว่าร่างบางถูกคนตัวสูงดึงให้ล้มลงไปนั่งบนตักแกร่งคราวนี้เกรย์สันโอบกอดเธอแน่นกว่าเดิมอีก ดูเหมือนว่าเขาไม่ยอมให้เธอกลับง่ายๆเสียด้วยสิ ทำไงดี
“ปล่อยปราง”
“เรียกชื่อฉันอีกสิอยากฟัง”
มะปรางไม่เข้าใจในสถานการณ์ตรงหน้าเลยทำไมเวลานี้เกรย์สันจึงอยากได้ยินคำพวกนั้น อยากโอบกอดเธอทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเ็ากับเธอเสมอ ไม่เคยมาหาไม่เคยเหลียวแลว่าตอนที่ไม่มีเขา เธออยู่ยังไง
“ไม่ค่ะปรางอยากกลับหอแล้ว ปล่อย”
“ถ้าไม่เรียกฉันจะจูบอีกนะ ว่าไง…”
สีหน้าจริงจังของคนตัวสูงทำให้มะปรางไม่กล้าขัดคำสั่งเธอพยายามสงบใจไม่ให้หัวใจเต้นรัวไปมากกว่านี้ ก่อนจะยอมทำตามที่เขาบอก
“พี่เกรย์สัน”
สิ้นเสียงหวานคนตัวสูงไม่รักษาสัญญา โน้มใบหน้าคมคายลงมาประกบริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง คราวนี้เขาจูบอ่อนโยนกว่าเมื่อสักครู่บดขยี้ลงมาอย่างอ้อยอิ่ง ราวกับกำลังทบทวนความทรงจำที่หล่นหายไปของตัวเอง
มะปรางมึนงงเพราะฤทธิ์ไวน์พอถูกเกรย์สันจูบหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เธอจึงเผลอจูบตอบอย่างลืมตัวคล้องแขวนบนลำคอแกร่ง ประทับรอยจูบให้อีกฝ่ายด้วยความคิดถึงรู้สึกว่าจูบครั้งนี้หวานที่สุดเท่าที่เคยจูบกับเขามาเลย
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจึงรู้สึกอย่างนั้นอาจเพราะไม่ได้ทำแบบนี้มานาน ทำให้ลิ้มรสความหวานได้มากกว่าปกติล่ะมั้ง
ดูเหมือนว่าเกรย์สันจะไม่ทำแค่จูบเขาอุ้มเธอเดินเข้าห้องนอนที่ถูกกั้นด้วยกระจกใส วางร่างบางเอาไว้บนเตียงนุ่ม
มะปรางรู้สึกตัวจึงจะลงจากเตียงแต่ขาทั้งสองถูกรวบเอาไว้ด้วยมือแกร่ง เกรย์สันมีแรงมากเกินกว่าที่เธอจะดิ้นหลุดจากอ้อมกอด
“พี่เกรย์สันปล่อยปรางก่อน”
“ไม่ปล่อย”
เสียงแหบแห้งดังขึ้นใกล้ใบหูเล็กมะปรางผละออกสุดตัว กลัวว่าเกรย์สันจะขาดสติแล้วทำอะไรเธอมากไปกว่านี้ ถ้าเกิดเขาทำอย่างนั้นจริงพอพรุ่งนี้หายเมาอาจโทษว่าเธอให้ท่าเขาก็ได้
มะปรางไม่อยากถูกมองว่าเป็ผู้หญิงขายตัวใจง่ายเพราะได้ค่าจ้างเพียงแค่ไม่กี่พัน เธออยากมีค่าในสายตาของเกรย์สันมากกว่านี้
“ถ้ายังดิ้นฉันเอาโซ่ล่ามเธอแน่”
ไม่พูดเปล่าคนตัวสูงเอื้อมไปเปิดตู้หัวเตียงหยิบโซ่เส้นใหญ่ขึ้นมาขู่ด้วย เขามีของพวกนี้เอาไว้ทำไมกันหรือมีไว้เพื่อเตรียมพร้อมจับศัตรูของแก๊งมาเฟีย แต่ไม่น่านำมาไว้ในตู้หัวเตียงควรเก็บไว้ที่สำนักงานใหญ่หรือไม่ก็ที่ร้านกิจการของพวกเขาสิ
มะปรางนั่งแน่นิ่งมองโซ่อันใหญ่กะพริบตาปริบๆดวงตาอันดำมืดของเกรย์สันบ่งบอกว่าเขาทำจริง ไม่ได้ขู่เธอเล่นๆ หัวใจน้อยๆ พลันหล่นวูบลงไปอยู่ใต้เตียง
“ดีอย่าดื้ออีกนะ”
เธอควรเชื่อฟังเขาใช่ไหม!?
ร่างบางแข็งทื่อที่นั่งบนเตียงใหญ่ถูกอีกฝ่ายโลมเลียอีกครั้งเกรย์สันลากริมฝีปากจากใบหูเนียนผ่านลงมายังลำคอระหง ทำให้มะปรางรู้สึกเสียววูบจากท้องน้อยขึ้นมาตามร่างกาย
อยากดีดดิ้นแต่ถูกอีกฝ่ายขู่ด้วยโซ่ อยากถอยหนี แต่ขาเธอยังถูกมือใหญ่พันธนาการเอาไว้อยู่คิดทางไหนก็ไม่มีทางรอด
หรือควรปล่อยไปตามสถานการณ์…
ไม่นะ!! ถ้าปล่อยให้เกรย์สันทำมากกว่านี้ เสื้อผ้าของมะปรางต้องถูกถอดออกจนหมดแน่เธอควรปกป้องตัวเองสิ แล้วจะทำยังไงดีล่ะ
ฮือ…
“พี่เกรย์สันพอเถอะ”
“รังเกียจฉันรึไง”
ไม่ได้รังเกียจเลยสักนิดมะปราง้าอ้อมกอดอบอุ่นของเกรย์สันมาตลอด แต่ไม่ใช่เวลานี้ที่เธอทำงานรับค่าจ้างของเขา
เขาจะเข้าใจผิดได้ว่าเธอเซอร์วิสแถมให้เพราะเคยคบกันทำไมสถานการณ์มันแย่แบบนี้นะ
“ปรางไม่อยากให้พี่มองปรางไม่ดีอย่าทำแบบนี้เลยค่ะ ขอร้อง”
“เธอดูดีจะตาย”
ไม่ใช่อย่างงั้นหมายถึงภาพลักษณ์อะ
เกรย์สันแกล้งไม่รู้หรือตั้งใจไม่เข้าใจในสิ่งที่มะปรางเอ่ยกันแน่เขาเป็คนฉลาดไม่น่าฟังไม่รู้ความหมาย
“ปล่อยค่ะถือว่าปรางขอ”
“ไม่…คืนนี้ฉันขอนะ”
ขอ!?
ขออะไรอะ
คงไม่ใช่อยากมีอะไรกับเธอใช่ไหมไม่ได้นะ
ก็บอกว่าไม่ได้ขายตัวต่อให้เกรย์สันจะยอมจ่ายค่าจ้างมากกว่านี้สิบเท่าหรือร้อยเท่ามะปรางก็ไม่ยอมเปลืองตัวให้ในคืนนี้แน่ หากยอมถูกเขาทำอะไรด้วยคุณค่าในตัวเธอจะหมดลงทันที เขาจะไม่มองเธอเป็แค่คนที่เคยคบกันแต่จะมองว่าเธอเป็เด็กขาย มันไม่คุ้มกันเลย
ความคิดถึงสุดหัวใจอยากถูกอีกฝ่ายโอบกอดทั้งคืน ต้องข่มใจลงให้ได้ ถ้าใจอ่อนยอมเขา ไม่เป็ผลดีกับเธอต่อให้อนาคตจะมีโอกาสกลับมาสานความสัมพันธ์กัน เขาอาจคลางแคลงใจว่าเธอเคยขายตัว อาจถึงขั้นคิดว่าเธอเคยขายให้คนอื่นด้วยทั้งที่ความจริงไม่ใช่
แค่คิดถึงโอกาสที่เป็ไปได้หนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่จะกลับมาคบกันน่ะนะแต่ต่อให้ไม่ได้หวนกลับมาคบกันอีก มะปรางก็ไม่อยากถูกเกรย์สันดูแคลน
มัวแต่คิดฟุ้งซ่านด้วยอาการมึนหัวกระทั่งเสื้อสายเดี่ยวตัวบางถูกถอดออก มะปรางจึงรู้สึกตัวรีบคว้าเสื้อของตัวเองทว่าถูกคนตัวสูงโยนทิ้งไปอีกมุมหนึ่งของห้องเสียก่อน
“พี่เกรย์สันอย่าค่ะอ๊ะ!”
“โตขึ้นจริงด้วย”
หน้าอกใหญ่ถูกอีกฝ่ายลูบคลึงไปมาอย่างหลงใหลมะปรางหน้าแดงก่ำทั้งอายทั้งเขินที่เปลือยต่อหน้าอีกฝ่าย
แม้เมื่อก่อนจะเคยถูกเกรย์สันเห็นเนื้อหนังอยู่บ่อยๆแต่มันก็ผ่านมาหนึ่งปีแล้ว อีกทั้งตอนนี้ไม่ได้เป็อะไรกับเขา คนตัวสูงจะทำเหมือนเก่าไม่ได้!
จุ๊บ…
ไม่นะ! ริมฝีปากหยักหนาได้รูปกำลังพรมจูบลงบนผิวเนินอกอวบอิ่ม นิ้วแกร่งล้วงเข้าไปใต้ขอบบราจะดึงมันออกทว่า…
ครืดๆๆๆ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นช่วยชีวิตน้อยๆของมะปรางเอาไว้เสียก่อน เกรย์สันผละออกด้วยความหงุดหงิดก่อนจะกดรับสาย
“ว่าไงวะ”
อีกฝ่ายหันไปให้ความสนใจกับปลายสายทำให้มะปรางได้อิสระรีบลุกจากเตียงไปคว้าเสื้อสายเดี่ยวมาใส่ทันที
“เออ…รออยู่นั่นละ อีกสิบนาทีกูไปถึง”
เกรย์สันกดวางสายก่อนจะหันมามองมะปรางที่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วสีหน้าของคนตัวสูงออกอาการสุดเซ็งให้เห็นที่ถูกขัดจังหวะ
“อย่าออกจากคอนโดจนกว่าฉันจะกลับมา ไม่งั้น…ฉันจับเธอกลับมาทารุณแน่”
ทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะหุนหันพลันแล่นออกจากคอนโดไปปล่อยให้มะปรางยืนนิ่งราวกับรูปปั้นที่โดนคำสาปเธอควรอยู่รอเขากลับมาก่อนหรือหนีกลับหอดี