วันรุ่งขึ้นการันต์นัดเจอกับชนัสถ์นันท์ที่สถานีตำรวจที่เพื่อนรักประจำการอยู่
ชนัสถ์นันท์ อินทรเกียรติ นายตำรวจฝีมือเพื่อนสนิทของการันต์และกันต์ดนัยทั้งสามรู้จักกันมาั้แ่สมัยเรียนมัธยมปลาย มหาลัยจนถึงปัจจุบันแม้ว่าจะไม่ค่อยมีเวลาว่างมาเจอกันแต่ก็ยังพยายามหาเวลาว่างนัดเจอดื่มสังสรรค์กันบ้างตามโอกาส
“มาแล้วหรือครับคุณการันต์”ชนัสถ์นันท์เอ่ยปากทักทายเพื่อนสนิทที่นานครั้งจะเจอกันที
“มึงเห็นกูไหมล่ะ”
“อะไรกันวะหยอกเล่นนิดหน่อยเองทำเป็โกรธไปได้”
“ไหนมึงบอกว่าจะไปดูที่เกิดเหตุไงชักช้าอยู่ได้กูยังต้องกลับเคลียร์เอกสารที่เหลืออยู่อีก คุณกันต์ยิ่งไม่อยู่ด้วย”
“เออๆ รู้แล้วขึ้นรถเลยครับลูกน้องกูล่วงหน้าไปก่อนแล้ว”ชนัสถ์นันท์เปิดประตูที่นั่งข้างคนขับให้กับเพื่อนสนิท
“มึงนั่นแหละพูดมากกว่าทำ เลื่อนขั้นมาได้ยังไงวะ”
“หมายความว่าไงว่ะ ไอ้เชี้ยรัน”
“ขับไปเถอะ”
หลังจากที่ชนัสถ์นันท์ขับรถมาสักพักรถของชนัสถ์นันท์ก็เลี้ยวเข้าซอยเล็กๆซอยหนึ่ง เมื่อมาถึงตำรวจหลายนายกั้นที่เกิดเหตุเอาไว้ มีทั้งจุดที่ปลอกะุตกอยู่จุดที่รถไถลจนไปชนเข้ากับรั้วกั้นข้างทางตรงนั้นมีรอยเท้ามากมายและยังมีกองเืที่ตอนนี้แห้งกรังไปแล้ว
“ใช่รถของไอ้คุณกันต์หรือเปล่า?”ชนัสถ์นันท์เอ่ยถามหลังให้เขาดูรถและรูปถ่ายภายในตัวรถ
“ใช่”การันต์มั่นใจในทันทีที่เห็นว่านั่นคือรถของชายหนุ่มที่อันตรธานหายไปโดยไม่บอกกล่าวเขาหรือคนอื่นๆ
“หมวดตรวจที่เกิดเหตุเรียบร้อยหรือยัง?เจอหลักฐานอะไรบ้าง”
“ครับผู้กองจากที่เราตรวจสอบมีปลอกะุตกอยู่ตามทางสี่นัดเป็ะุที่มาจากปืนGlock19 ขนาด 9มม.”
“รอยะุบนรถมีสองนัด หนึ่งนัดยิงเข้าที่ตัวรถด้านซ้ายอีกหนึ่งนัดยิงเข้ายางรถด้านขวา ะุทุกนัดมาจากปืนกระบอกเดียวกันครับ”
“นั่นน่าจะเป็สาเหตุให้รถเสียการควบคุมจนชนเข้ากับรั้วกั้นบริเวณรถมีร่องรอยการต่อสู้ พบกองเืไม่ไกลจากตัวรถน่าจะเป็ของผู้เสียหายและมีร่องรอยการเคลื่อนย้ายผู้เสียหายไปและทิ้งรถเอาไว้ที่นี้”นายตำรวจแจกแจงรายละเอียดจากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุให้ชนัสถ์นันท์และการันต์ฟัง
“จากที่เกิดเหตุและหลักฐานที่เหลืออยู่น่าจะมีการวางแผนมาก่อน”
“อืม ขอบใจมากหมวดไปทำงานต่อเถอะ” หลังได้ข้อมูลที่้าชนัสถ์นันท์เอ่ยปากให้นายตำรวจกลับไปทำงานของเขาต่อ
“เอ่อ นี้เป็หลักฐานที่เหลือภายในรถครับ”
นายตำรวจส่งหลักฐานที่ยังหลงเหลืออยู่ในรถให้กับชนัสถ์นันท์ในซองเก็บหลักฐานนั้นมีทั้งกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือและพวกเอกสารของบริษัทบางส่วน
“ของพวกนี้กูต้องเก็บไว้ก่อนจนกว่าจะรู้ว่าไอ้คุณกันต์หายไปไหนหรือจะรู้ว่าที่โดนทำร้ายเพราะอะไรและใครทำ”
“อืมระวังอย่าให้พวกนักข่าวรู้แล้วกัน”
“เออ กูรู้แล้วไม่งั้นปานนี้ที่นี่คงมีแต่พวกนักข่าวเต็มไปหมดแล้ว ถ้ากูไม่จัดการไว้ก่อน”ชนัสถ์นันท์รู้ดีว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง
“แล้วมึงจะเอาไงต่อ”ชนัสถ์นันท์ถามอย่างสงสัย
“คุณกันต์ไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้คนอื่นเป็ห่วงหรือกังวลไม่ว่าจะยากแค่ไหนเขาจะหาทางติดต่อกลับมาให้เร็วที่สุด”
“อืม กูจะพยายามอย่างเต็มที่”
“ขอบใจมึงมาก”หลังจากนั้นทั้งคู่ก็แยกย้ายกัน
หลังจากคืนนั้นพรนับพันและกันต์ดนัยดูเหมือนจะเข้าใจกันมากขึ้นชายหนุ่มรับฟังเื่ราวประจำวันของหญิงสาว กันต์ดนัยรู้สึกมีความสุขที่ได้ฟังเธอพูดเื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้นกับเธอ ส่วนหญิงสาวเองก็รู้สึกดีที่มีคนมาคอยรับฟังเื่ราวของเธอจากที่เคยมีแค่เ้าก้อนขนสีส้มแต่ตอนนี้มีกันต์ดนัยเพิ่มเข้ามาอีกคน
“วันนี้เธอไม่ไปทำงานหรือไง”ชายหนุ่มที่เพิ่งตื่นนอนเห็นหญิงสาวกำลังปัดกวาดเช็ดถูเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องอย่างขะมักเขม้น
“วันนี้วันหยุดของนับค่ะถ้าคุณตื่นแล้วรบกวนช่วยให้อาหารคุณทองหยิบหน่อยได้ไหมคะ?”
“เหมี้ยววว”เสียงร้องของแมวที่นั่งอยู่ตรงหน้าดูก็รู้ว่ากำลังออดอ้อนขออาหารจากชายหนุ่ม
“อยู่ไหน”
“อยู่ตรงนั้นค่ะ” ปลายนิ้วเรียวชี้ไปทิศทางของซองอาหารแมวที่วางไว้
“อ้วนขนาดนี้ยังจะกินอีกหรือไง”เ้าก่อนขนเดินคลอเคลียพันแข้งพันขาไปมา
“เหมี้ยววว”ร้องตอบอย่างกับรู้ความที่เขาสื่อสารไป
“อย่าให้เยอะนะคะ”
ชายหนุ่มให้อาหารแมวในปริมาณที่เขาคิดว่าพอเหมาะพอควรก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยพอออกมาจากห้องก็เจอเข้ากับหญิงสาวที่ถือกล่องพยาบาลรออยู่
“เดี๋ยวนับจะล้างแผลให้นะคะ”
“อ๋อ อืม”ชายหนุ่มเดินไปยังเตียงก่อนจะถอดเสื้อออก ทำเอาใบหน้าของหญิงสาวร้อนผ่าวหญิงสาวคุกเข่านั่งลงกับพื้นแกะผ้าก๊อซอันเก่าทิ้งและเริ่มล้างแผลของชายหนุ่มตามขั้นตอนที่แอบศึกษามาจากอินเทอร์เน็ต
“แผลของคุณเริ่มตกสะเก็ดแล้วหลังจากนี้คงไม่ต้องล้างแผลแล้วเดี๋ยวนับซื้อยาทารอยแผลเป็มาให้ทานะคะ”
“เสร็จแล้วค่ะ” หญิงสาวเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้าเธอมองเขานานจนชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจ
“มีอะไร ทำไมถึงได้มองหน้าฉันนานขนาดนั้น”
“นับเพิ่งคิดได้นะคะว่าตาของคุณไม่ใช่สีน้ำตาลแต่เป็สีฟ้าคุณเป็ลูกครึ่งหรือคะ?”
“แม่ฉันเป็คนอังกฤษ”
“ว้าว แต่หน้าตาคุณก็ดูเข้มๆ แบบคนไทยดีนะคะคุณคงหน้าเหมือนคุณพ่อสินะคะ” คำพูดของหญิงสาวทำให้เขาไม่ชอบใจหน่อยๆ
“คงงั้นมั้ง” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยใบหน้าเอือมระอาเมื่อนึกถึงใบหน้าของชายผู้ให้กำเนิด
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นละคะคุณกับคุณพ่อไม่ค่อยถูกกันเหรอคะ” ใบหน้าของเขาแสดงออกชัดเจนถึงความไม่พอใจ
“งั้นมั้ง”
“เลิกพูดเื่พ่อของฉันเถอะ ยังไงตอนนี้ฉันกับเขาเราต่างคนต่างเดินกันมานานแล้วพูดถึงไปก็ไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตฉันหรอก”
“ทำไมถึงพูดแบบนั้นละคะเขาทำไม่ดีกับคุณเหรอคะ? ถ้ามีอะไรที่ไม่เข้าใจกันก็ควรที่จะพูดคุยปรับความเข้าใจกันนะคะก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พูด”
“แล้วเธอจะมายุ่งอะไรกับเื่ฉันนักหนา”ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยเสียงที่ดัง เขาไม่อยากพูดถึงผู้เป็พ่อแค่คิดถึงก็ชวนให้หงุดหงิดใจ
“นับไม่อยากให้คุณเป็เหมือนนับไม่มีโอกาสที่จะได้คุยปรับความใจ แม้แต่บอกลาก็ไม่มีสิทธิได้พูด!!!”เธอพูดออกมาทั้งน้ำตา เมื่อคิดถึงเื่ในอดีตที่ผ่านมาแล้ว
“เธอไม่รู้เื่ของฉันกับพ่อเธอก็พูดได้สิ!!!” กันต์ดนัยรู้สึกหงุดหงิดจนเผลอพูดะโใส่หน้าของพรนับพัน
หญิงสาวเอาแต่ร้องไห้ใบหน้าหวานที่เคยมีแต่รอยยิ้ม ตอนนี้กลับมีแต่คราบน้ำตายิ่งมองดูใจยิ่งสั่นไหวหัวใจแกร่งกระตุกวูบชายหนุ่มไม่รู้ว่าตอนนี้เขาควรพูดปลอบหญิงสาวยังไงให้เธอหยุดร้องไห้
“อย่าร้องไห้กับเื่ของฉันเลยนะนับ”มือหนาเช็ดรอยน้ำตาออกจากใบหน้างาม เขาไม่อยากให้ใบหน้าของเธอเปื้อนรอยน้ำตา พรนับพันไม่เหมาะกับน้ำตา
หญิงไม่ได้เอ่ยตอบหรือพูดอะไรออกมามีเพียงแค่เสียงสะอื้นของหญิงสาวดังออกมาเป็ระยะเขาทำได้เพียงกอดเธอเอาไว้ให้เธอพักพิงอกแกร่งชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรออกไปเ้าก้อนขนเดินมาคลอเคลียตรงข้อเท้าของคนทั้งสองเหมือนกำลังปลอบโยนคนทั้งคู่ไปพร้อมๆกัน
พรนับพันผละออกจากอ้อมกอดอุ่นของชายหนุ่มเธอก้มลงโอบอุ้มเ้าก้อนขนขึ้นกอดเดินไปรอบๆ ห้องโดยที่ไม่สนใจกันต์ดนัย เขาทำได้แค่มองเธอเงียบๆ
ห้องทั้งห้องไร้ซึ่งเสียงพูดคุยกันมีเพียงเสียงจากพัดลมที่ส่ายไปส่ายมา กันต์ดนัยมองพรนับพันนั่งวาดรูปมาเกินสองชั่วโมงเข้าไปแล้วเธอนั่งวาดรูปด้วยลายเส้นของดินสอ ภาพที่วาดเหมือนกับไดอารี่ภาพและรูปที่เธอกำลังวาดอยู่ในตอนนี้คือรูปเหมือนของกันต์ดนัย
“เธอวาดรูปสวยดีนะ”หลังจากเงียบปากอยู่นาน เป็กันต์ดนัยเองที่ทนไม่ไหวต่อความเงียบนี้
“ค่ะ”หญิงสาวตอบกลับแค่เพียงสั้นโดยไม่หันมาสนใจคนที่พูดด้วยแม้แต่นิด
“ฉันขอโทษ”
“คุณกันต์ขอโทษนับด้วยเื่อะไรเหรอคะ?”
“เธออย่าโกรธฉันด้วยเื่ของคนอื่นเลยนะให้มีแค่เื่ระหว่างเราได้ไหม”
“เื่ระหว่างเรา?”
“หมายความว่าไงคะ?เื่ระหว่างเรา” คิ้วบางของเธอขมวดผูกเป็ปมจากคำพูดของเขาใบหน้าหวานหันมองคนที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยความไม่เข้าใจ
“เื่ระหว่างเราที่นับรู้คือ คุณคือผู้ชายแปลกหน้าที่นับช่วยเอาไว้”
“เื่ที่เธอพูดมันก็ใช่ แต่...”เสียงของกันต์ดนัยหายไป เขาคิดคำพูดไม่ออกว่าจะสื่อสารกับเธอยังไง
“นับไม่ได้โกรธคุณเื่ครอบครัวของคุณ”
“นับแค่...”
“นับแค่คิดถึงคุณพ่อคุณแม่”
“พอคุณพูดอย่างนั้น นับก็เลยคิดถึงเื่ตอนนั้น”สายตาที่มองเขามีแต่ความเศร้าสร้อยส่งมา
“เธออยากจะกอดฉันไหม ฉันไม่รู้ว่าคำพูดแบบไหนถึงจะปลอบเธอได้แต่ถ้าเป็กอดฉันคงทำให้เธออุ่นใจได้บ้าง” เธอมีรอยยิ้มบางออกมา
“ไม่เป็ไรค่ะนับมีคุณทองหยิบก็พอแล้ว” ว่าพลางลูบหัวเ้าก้อนขนไปด้วย
“ถ้างั้นก็มีฉันเพิ่มอีกคนก็ไม่เสียหายนี้”
“พูดอย่างกับคุณจะอยู่กับนับไปตลอดยังไงไม่ช้าก็เร็วคุณก็ต้องกลับไปใช้ชีวิตของคุณนับเองก็เหมือนกัน” สองสายตาประสานความรู้สึกมากมายกำลังพรั่งพรูออกมาจนมองเห็นได้ชัดจากแววตาคู่นั้น
“ถ้าเป็ไปได้ ฉันก็อยากให้เป็อย่างนั้น”สายตาของชายหนุ่มช่างอ่อนโยนเหลือเกินต่างจากวันแรกที่ได้เจอกัน
“คุณพูดอะไรของคุณนะ”
“ความรู้สึกของฉันมันบอกว่าฉันชอบเธอ”
“คุณแน่ใจเหรอคะ เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันเองนะคะคุณจะมาชอบนับได้ยังไงคุณอย่ามาล้อเล่นกับความรู้สึกของนับนะคะ”
“ความรู้สึกของฉันคือเื่จริงและฉันไม่ใช่คนที่จะเอาความรู้สึกของผู้หญิงที่ฉันชอบมาเล่นหรอกนะ” มืออุ่นๆ ของเขากอบกุมมือบางของหญิงสาวเอาไว้ใบหูของเขากำลังเปลี่ยนสี
“ตอนนี้เธออาจจะยังไม่เชื่อไม่มั่นใจในคำพูดของฉันแต่ฉันจะพิสูจน์ทุกคำพูดของฉันด้วยการกระทำ”
“เหมี้ยววว” อยู่ๆเ้าก้อนขนที่นอนี้เีอยู่ก็เอาเท้ามังคุดมาวางตรงมือของเขาและเธอราวกับการรวมพลังนั้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป มีเสียงหัวเราะจากเขาและเธอดังออกมา